รายงานการจัดอันดับพระมหากษัตริย์ที่รวยที่สุดในโลก หรือพระมหากษัตริย์ที่มีทรัพย์สินมากที่สุดในโลก ระบุว่า พระมหากษัตริย์ที่รวยที่สุดในโลก คือ พระมหากษัตริย์ ของประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลา. ในหลวง รัชกาลที่ 9 นั่นเอง พ่อหลวง ของประชาชนชาวไทย รวยที่สุดในโลกเลยหรือนี่ เมื่อพ่อเรารวย บ้านเรา และพวกเราทุกคน ลูกๆของพ่อ ก็น่าจะร่ำรวยสุขสบายไปตามๆกันด้วย รายงานดังกล่าวจึงก่อให้เกิดข้อสงสัย ความกังขาและเป็นที่ฉงนของคนไทย นี่ประเทศเราติดอันดับรวยระดับโลกเลยหรือ

0625_king-bhumibol-adulyadej_485x340.jpg

ที่มาของการจัดอันดับนั้น มาจากที่ใด เชื่อถือได้แค่ไหน เป็นคำถามที่ตามมา? ซึ่งพบว่ามีการจัดอันดับอยู่หลายสถาบัน ในหลายวาระด้วยกัน อาทิ

1. วิกิพีเดีย ระบุ รายพระนามพระมหากษัตริย์ที่มีพระราชทรัพย์มากที่สุดทั่วโลก โดยไม่นับรวมทรัพย์สินอันเป็นของรัฐหรือรัฐบาล เรียงตามลำดับจำนวนพระราชทรัพย์ ซึ่ง อันดับที่ 1 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทย มีทรัพย์สิน 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (1. Bhumibol Adulyadej, King of Thailand — $30 billion)
ที่มา : วิกิพีเดีย

2. TIME Magazine: รายงานว่า พระมหากษัตริย์ ของประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีทรัพย์สินมูลค่าโดยประมาณ 3 หมืนล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ข้อมูลสำรวจเมื่อปี ค.ศ.2014 โดย Business Spectator;Australia and Forbes;US :
ทรัพย์สินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ดำเนินการโดย สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็น
ที่ดินใจกลางกรุงเทพมากกว่า 3,000 เอเคอร์ (มากกว่า 7,500ไร่) , หุ้นบริษัทปูนซิเมนต์ไทย และ หุ้นธนาคารไทยพาณิชย์ , รวมถึง เพชรกาญจนาภิเษก (Golden Jubilee Diamond) เป็นเพชรเจียระไน “fire rose cushion cut” ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกสีน้ำตาล หนัก 545.67 กะรัต (109.13 กรัม) ค้นพบปี พ.ศ. 2528 ในเหมืองพรีเมีรยร์ ประเทศแอฟริกาใต้ น้ำหนัก 755.5 กะรัต (151 กรัม) ด้วยสีน้ำตาลจึงเสมือนเป็นลูกเป็ดขี้เหร่ De Beers มอบให้ Gabriel Tolkowsky ใช้ในการทดลอบอุปกรณ์ใหม่ก่อนที่จะนำไปใช้เจียรระไน เพชรไร้สี ไร้ตำหนิ ต่อไป นำทูลเกล้าถวาย ปี พ.ศ. 2539 โดยนักธุรกิจไทย ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองราชสมบัติครบ 50 ปี ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องราชกกุธภัณฑ์ที่พระบรมมหาราชวัง (มูลค่า 4-12 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ)
ที่มา : นิตยสาร TIME บทความ These Are the 10 Richest Royals in the World โดย Jack Linshi @jacklinshi เมื่อ June 1, 2015
famousdiamonds.tripod.com/goldenjubileediamond และ crazytopics.blogspot.com/largestdiamondsinworld

300px-Golden_Jubilee_Diamond.jpg

3. Forbes : ในบทความ “The World’s Richest Royals”. Forbes. รายงานว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรัพย์สินมากที่สุดในโลก (จากการจัดเก็บข้อมูลเมื่อ 29 เมษายน 2011)

4. Richest lifestyle รายงานเมื่อ 6 ธันวาคม 2558 : พระมหากษัตริย์ ที่รวยที่สุดในโลก คือ พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชแห่งประเทศไทย – 30 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ ระบุว่า เป็นผู้ถือหุ้นขนาดใหญ่ในบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย ที่จดทะเบียนอยุ่ในตลาดหลักทรัพย์, ธนาคารไทยพาณิชย์ และ เทเวศประกันภัย
ที่มา: richestlifestyle.com เมื่อ 6 ธันวาคม 2015

5. Guinness world records : บันทึกเมื่อ 1 กรกฎาคม 2553 พระมหากษัตริย์ ที่รวยที่สุดในโลก คือ พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ประเทศไทย มูลค่าทรัพย์สิน 30,000,000,000 ดอลล่าร์สหรัฐ (จากการจัดอันดับของ Forbes.com)
ที่มา : guinnessworldrecords.com/world-records/richest-monarch

download.jpg

ซึ่งหากสังเกตจากหลายฉบับจะพบว่ามาจาหลักฐานการจัดเก็บข้อมูลจากที่เดียวกัน หรือบ้างก็ไม่ได้ระบุที่มา ซึ่งทาง กระทรวงการต่างประเทศ เคยได้ออกมาชี้แจงในกรณีนี้แล้ว ดังนี้ “นิตยสาร Forbes ได้เผยแพร่บทความพิเศษเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ประจำปี พ.ศ. 2551 และได้จัดให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอยู่ในลำดับแรก ของพระมหากษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดนั้น สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้ชี้แจงว่า บทความดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เนื่องจากว่า ทรัพย์สินที่บทความนำมาประเมินนั้น ในความเป็นจริง มิใช่ทรัพย์สินส่วนพระองค์ แต่เป็นของแผ่นดิน ซึ่งเป็นไปในทำนองเดียวกันกับพระมหากษัตริย์ในประเทศอื่น ที่บทความเดียวกันนี้ไม่ได้จัดอันดับฐานะความร่ำรวย เพราะทรัพย์สินต่างๆ ไม่ใช่ของกษัตริย์ หากแต่เป็นของคนทั้งชาติ”
ที่มา : http://www.mfa.go.th/web/200.php?id=20551

King-Bhumibol-Adulyadej-Net-Worth-555x347.jpg

ทรัพย์สินที่ทางนิตยสารต่างประเทศได้นำมาคำนวนรวมเป็น ทรัพย์สินของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอุลยเดช นั้น แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ทรัพย์สินส่วนพระองค์(พ่อหลวง รัชการที่9),ทรัพย์สินส่วนสมบัติของแผ่นดิน(เช่น พระบรมมหาราชวัง) และ ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ส่วนที่สืบทอดต่อกันลงมากจากรัชกาลที่ 1-9)
๑. ทรัพย์สินส่วนพระองค์ คือ ทรัพย์สินก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติ ซึ่งได้รับจากการสืบทอดโดยทางมรดกส่วนพระองค์ (เช่น วังสระปทุม ทรัพย์มรดกที่ทรงได้รับสืบทอดจากพระราชบิดา), เงินเดือนในตำแหน่งพระมหากษัตริย์ และเงินที่มีผู้ทูลเกล้าฯถวาย หรือทรงได้มา ไม่ว่าในทางใดและเวลาใด นอกจากที่ได้มาในฐานะที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ รวมถึงดอกผลที่เกิดจากทรัพย์สินเช่นว่านั้นด้วย ซึ่งทรัพย์ส่วนนี้กฎหมายกำหนดให้ต้องเสียภาษีอากร
๒. ทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน คือ ทรัพย์สินในพระมหากษัตริย์ ซึ่งใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ซึ่งทรัพย์ส่วนนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีอากร เป็นต้นว่า พระบรมมหาราชวัง, พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ฯลฯ โดยมี สำนักพระราชวัง เป็นดูแล
๓. ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ คือ ทรัพย์สินส่วนที่นอกเหนือจากทรัพย์สินส่วนพระองค์ และทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน เป็นทรัพย์สินสำหรับผู้ดำรงตำแหน่ง พระมหากษัตริย์เท่านั้น สืบต่อกันทางตำแหน่งพระมหากษัตริย์ มิได้สืบต่อหรือตกทอดกันโดยทางมรดก
ซึ่งทรัพย์ส่วนนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีอากร โดยมี สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นผู้บริหารจัดการดูแล
ที่มา : dmd.mod.go.th ทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์ไทย