เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น เปิดเผยรายงานตัวเลขผลประกอบการในไตรมาสแรกของปี – สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2564 โตขึ้น 18.9% พร้อมตั้งเป้าทิศทางการเติบโตในทุกภูมิภาคทั่วโลก ดังนี้

จุดเด่นที่สำคัญ

  • ไตรมาสแรกของปี 2564 มียอดขายสุทธิ 1.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 18.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2563 ที่ผ่านมา โดย 5 ใน 6 ภูมิภาคทั่วโลกรายงานว่า ยอดขายสุทธิเมื่อเทียบแบบปีต่อปี มีการเติบโตขึ้นในไตรมาสนี้
  • ยอดขายสุทธิทั่วโลกเฉพาะเดือนมีนาคม 2564 ทำลายสถิติยอดขายสุทธิสูงสุดที่เคยมีบันทึกไว้ของบริษัทฯ
  • ไตรมาสแรกของปี 2564 มีรายงานว่ากำไรต่อหุ้นปรับลด (diluted EPS) เท่ากับ 1.33 ดอลลาร์และหลังปรับปรุงกำไรต่อหุ้นปรับลด (adjusted diluted EPS) อยู่ที่ 1.42 ดอลลาร์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันที่ 0.32 ดอลลาร์และ 0.88 ดอลลาร์ ในไตรมาสแรกของปี 2563 ตามลำดับ ส่งผลให้ไตรมาสแรกของปี 2564 มีกำไรต่อหุ้นหลังปรับปรุงแล้ว เพิ่มขึ้นถึง 61.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2563 ที่ผ่านมา
  • แนวทางการเพิ่มยอดขายสุทธิของปีงบประมาณ 2564 มุ่งการเติบโตที่ 9.0% ถึง 15.0% เช่นเดียวกับรายงานตัวเลขปีงบประมาณ 2564 ที่เคยแจ้งเดิมและผลหลังปรับปรุงกำไรต่อหุ้นปรับลด ปรับมาอยู่ที่ 4.41 ดอลลาร์ – 4.81 ดอลลาร์และ 4.65 ดอลลาร์ – 5.05 ดอลลาร์ ตามลำดับ

        สำหรับยอดขายสุทธิของบริษัทฯ เติบโตขึ้นเป็นเลขสองหลักในไตรมาสแรกของปี 2564 ที่ 18.9% ซึ่งเป็นผลสะท้อนมาจากแผนกลยุทธ์และแนวทางการเติบโตระยะยาวที่วางไว้ตั้งแต่ในปี 2561 ความต้องการผลิตภัณฑ์เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น บวกกับความมุ่งมั่นและตั้งใจของกลุ่มผู้จำหน่ายอิสระของบริษัทฯ ส่งผลให้ไตรมาสแรกของปี มียอดขายสุทธิ 1.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งนับว่าเป็นสถิติสูงสุดของบริษัทฯ เท่าที่มีการบันทึกมา

        จอห์น อักวูโนบี ประธานและซีอีโอของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น กล่าวว่า “ไตรมาสนี้เราสามารถบันทึกตัวเลขผลประกอบการประจำไตรมาสแรกปี 2564 ไว้ในประวัติศาสตร์ด้วยยอดขายสุทธิที่เติบโตขึ้น 18.9% เนื่องจากผู้จำหน่ายอิสระของเราส่งมอบผลิตภัณฑ์ทางโภชนาการที่มีคุณค่าให้กับผู้บริโภคทั่วโลก”

        โดยบริษัทฯ เล็งเห็นถึงความสนใจของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและผลิตภัณฑ์เพื่อความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งผลักดันให้เกิดความต้องการผลิตภัณฑ์ทางโภชนาการที่หลากหลาย ผลิตภัณฑ์และช่องทางการจัดจำหน่ายทั่วโลกของบริษัทฯ ทำให้ผู้จำหน่ายอิสระของเราช่วยผู้บริโภคให้บรรลุถึงเป้าหมายด้านโภชนาการที่ตั้งไว้

        ทั้งนี้ปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจที่แข็งแกร่ง สามารถเห็นได้จากยอดขายที่เติบโตขึ้นแบบปีต่อปี และยอดขายในไตรมาสแรกนี้นับเป็นประวัติศาสตร์สูงสุดของบริษัท โดย 5 ใน 6 ภูมิภาคทั่วโลกของเรา รายงานยอดขายสุทธิเติบโตขึ้น โดยเฉพาะ 3 ใน 6 ภูมิภาคของบริษัทฯ ได้แก่ อเมริกาเหนือ เอเชียแปซิฟิก ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา มีการเติบโตมากกว่า 20% โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อินเดีย สร้างสถิติยอดขายสุทธิแบบรายไตรมาสใหม่เป็นไตรมาสที่สามติดต่อกัน มีการเติบโตขึ้นถึง 37% เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้บริษัทมองผลประโยชน์ที่ได้รับจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างๆ ทางการค้าสุทธิเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี 2560 ซึ่งมียอดขายสุทธิราว 1.8% (180 bps) ไม่รวมเวเนซุเอลา

        “เนื่องจากผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มผู้จัดจำหน่ายที่ใหญ่ขึ้น การรับรู้มากขึ้น และความต้องการของผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นเราได้ยกระดับผลการดำเนินงานให้เพิ่มขึ้นและชัดเจนขึ้นในปี 2564 เราเชื่อมั่นในโอกาสการเติบโตในระยะยาวของธุรกิจของเรา” อักวูโนบี กล่าวเสริม

        จากการเติบโตของยอดขายสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แนวทางการดำเนินงานใหม่ของบริษัทจึงได้วางเรื่องการเติบโตของยอดขายสุทธิเพิ่มขึ้น 9% ถึง 15% จากช่วงก่อนหน้าที่วางไว้ 6% ถึง 14%  นอกจากนี้ ค่ากลางหลังทำการปรับปรุงกำไรต่อหุ้นปรับลด (adjusted diluted EPS) เพิ่มขึ้นที่ประมาณ 7%

        ความต้องการผลิตภัณฑ์ในทุกประเภทของบริษัท และการปรับใช้เครื่องมือเทคโนโลยีที่บริษัทจัดหาให้กับผู้จำหน่ายอิสระ ทำให้ยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลขสองหลักในตลาดของบริษัทมากกว่า 50 ประเทศ โดยหมวดสินค้าโภชนาการสำหรับการกีฬาของบริษัทฯ ยังคงช่วยขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมมียอดขายสุทธิทั่วโลกในหมวดสินค้าให้พลังงาน กีฬา และการออกกำลังกาย เพิ่มขึ้นประมาณ 34% ในช่วงไตรมาสแรก นอกจากนี้หมวดโภชนาการเฉพาะของบริษัทฯ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและผลิตภัณฑ์เพื่อความเป็นอยู่ที่ดี มียอดขายเพิ่มขึ้น 21% ในขณะที่หมวดผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนักเป็นหลัก เติบโตขึ้น 16% ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้เทคโนโลยีที่ผู้จำหน่ายอิสระใช้ในการสื่อสารกับลูกค้าในกรณีที่ไม่สามารถพบกันแบบตัวต่อตัวได้ ก็เป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยผลักดันการเติบโตด้านยอดขาย

        เราขอขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อพนักงานและผู้จำหน่ายอิสระทั่วโลก ที่ยังคงปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาของเรากับลูกค้าอยู่เสมอ แม้จะยังมีการระบาดของโรคอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันมูลค่าผู้ถือหุ้น ในช่วงไตรมาสแรกนี้บริษัทฯ ได้ดำเนินการซื้อหุ้นคืนแล้วประมาณ 621 ล้านดอลลาร์ โดยภายในสามปีบริษัทฯ เหลือเงินคงค้างน้อยกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ จากการอนุมัติซื้อหุ้นบริษัทฯ คืนจำนวน 1.5 พันล้านดอลลาร์

        อเล็กซ์ อเมซควิต้า ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น กล่าวว่า “เราซื้อหุ้นคืน 621 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรก เพราะเราให้ความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อเพิ่มมูลค่าผู้ถือหุ้นและการจัดสรรเงินทุน โดยเรานำเงินสดส่วนเกินไปใช้กับโครงการซื้อหุ้นคืนเกือบ 1.5 พันล้านดอลลาร์ตามโปรแกรมการซื้อหุ้นคืนของเรา”

        ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถรับฟังสตรีมมิ่งการประชุมทางโทรศัพท์ของผู้บริหารระดับสูง เกี่ยวกับรายงานผลประกอบการล่าสุดและแนวโน้มธุรกิจในปัจจุบันผ่านทางส่วนของนักลงทุนสัมพันธ์บนเว็บไซต์ของบริษัทที่ http://ir.Herbalife.com และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ได้อีกครั้งในงานวันนักลงทุนสัมพันธ์แบบเสมือนจริงทางออนไลน์ (Virtual Investor Day) ครั้งถัดไปในเดือนสิงหาคม 2564 ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา