เปิดตัวในเทศกาล Bangkok Design Week 2022 ชั้น 2 ร้าน Chutie Is Baking ภายในโครงการ Charoen 43 Art & Eatery

คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ชวนคนรักงานศิลปะร่วมชมนิทรรศการ “What’s The Hex” นำเสนอ 6 มุมมองสร้างสรรค์จาก 6 นักศึกษาปริญญาเอก หลักสูตรดุษฎีบัณฑิต สาขาการออกแบบนำมาจัดแสดงใน “เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2565” หรือ “Bangkok Design Week 2022” ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการออกแบบและงานวิจัยเพื่อตอบโจทย์ชีวิตใหม่ที่จะนำพาธุรกิจสร้างสรรค์ไทยก้าวไปข้างหน้า สร้างสีสันและชีวิตชีวาให้กับเมืองและผู้คน โดยงานวิจัยทั้ง 6 แบ่งออกเป็น

  • สารัตถะย่านวัฒนธรรม การพัฒนาอย่างยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร โดย เอก ทองประเสริฐ
  • นวัตกรรมการออกแบบหมุนเวียนขยะแฟชั่นให้มีอายุยืนยาว ด้วยการสร้างความผูกพันทางอารมณ์ โดย จิราพรรณ วงศ์ทองสงวน
  • Enhancing Thai Art with Generative and Procedural Method โดย ธนัช จิววารศิริกุล
  • สุนทรียรสแห่งโขน: การออกแบบผัสสสัมพันธ์ เพื่อขยายผลมิติทางปัญญา โดย ญาฐณา ภควัตธนโกศล
  • ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดย ราชา ธงภักดิ์
  • การออกแบบสื่อปฏิสัมพันธ์ดิจิทัลแก่กลุ่มเยาวชนในศาสนาพุทธ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเนื้อหา ปรัชญาปฏิจจสมุปบาท โดย ภณสุทธิ์ สุทธิประการ

นิทรรศการ What’s The Hex โดยคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดแสดงที่ชั้น 2 ร้าน Chutie is Baking ภายในโครงการ Charoen 43 Art & Eatery ระหว่างวันที่ 5-13 กุมภาพันธ์ 2565 ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติมและแผนที่สถานที่จัดงานคลิก https://www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2022/program/9908

เกี่ยวกับเทศกาลออกแบบกรุงเทพ

เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2565 หรือ Bangkok Design Week 2022 (BKKDW2022) เปิดพื้นที่ให้นักสร้างสรรค์และผู้มีความรู้ในสาขาต่าง ๆ ได้มาร่วมกันคิด ร่วมกันทดลองไอเดียในการอยู่ร่วมกับ COVID-19 ให้เป็นปฐมบทของการคิด การค้นหาโอกาสในการต่อยอดไปสู่การสร้างวิถีชีวิตใหม่ที่ทำให้พวกเราได้เดินหน้าและเตรียมตัวสำหรับอนาคต

เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2565 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ห้า ระหว่างวันที่ 5-13 กุมภาพันธ์ 2565 ภายใต้ธีม “Co With Creation คิด สร้าง ทางรอด” ด้วยการให้ความสำคัญกับ 3 เป้าหมาย คือ 1) การส่งเสริมนักสร้างสรรค์ให้ได้มีโอกาสคิดและทดลองเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตใหม่ 2) การสนับสนุนธุรกิจสร้างสรรค์และชุมชนในการสร้างรายได้ และ 3) การสร้างสีสันและชีวิตชีวาให้กับเมืองและผู้คนในย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อย, สามย่าน, อารีย์-ประดิพัทธ์, ทองหล่อ-เอกมัย, พระนคร และพื้นที่อื่น ๆ ผ่าน 4 กิจกรรมหลัก ทั้งทางออฟไลน์และออนไลน์