ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ที่กิจกรรมในชีวิตประจำวันถูกจำกัดให้แคบลงอยู่แค่ภายในบ้าน ทำให้หลายๆ คนต่างรู้สึกอุดอู้ และเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มคนที่จำเป็นต้อง Work from Home หรือ ทำงานอยู่บ้าน ที่ไม่เพียงแต่จะต้องรับมือกับความเครียดจากงานเท่านั้น แต่สภาพแวดล้อมของบ้านที่ข้าวของวางกระจัดกระจาย ไม่เป็นระเบียบ ส่งผลให้สมาธิในการทำงานของเราลดลง และยิ่งทวีคูณความเครียดให้เราโดยไม่จำเป็นอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 และฝุ่น PM2.5 ที่อาจส่งผลให้ผู้คนสามารถมีความเครียดเพิ่มขึ้นในระดับปานกลางถึงสูงได้

ทีฟาล์ว (Tefal) ผู้นำนวัตกรรมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน จึงได้รวบรวม 4 ทริคทางจิตวิทยาในการจัดและดูแลบ้านให้รู้สึกน่าอยู่และผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยลดระดับความเครียดให้แก่คนไทยในช่วงเวลาที่ต้องอยู่บ้านมากยิ่งขึ้น พร้อมชี้เป้าไอเท็มเด็ดดีลดี กับ Shopee 2.2 Cashback Sale เริ่มต้นรับกับสิ่งดีๆ ที่จะเข้ามาในปีเสือทอง 2565 นี้

  1. เพิ่มโฟกัส ด้วยการจัดระเบียบสิ่งของภายในบ้าน

เพราะสภาพแวดล้อมส่งผลต่อระดับจิตใจและความเครียดของมนุษย์มากกว่าที่คิด อ้างอิงผลงานการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Personality and Social Psychology Bulletin ที่ระบุว่าการที่ลุกขึ้นมาเก็บกวาดสภาพแวดล้อมรอบตัวให้เป็นระเบียบนั้นช่วยลดความเครียดสะสมได้ดีเป็นอย่างมาก ทั้งช่วยในการสงบจิตใจที่ว้าวุ่นและช่วยทำให้มีความสุขขึ้น ดังนั้นในช่วงที่หลายๆ คนยังใช้เวลาอยู่กับบ้านเพื่อ Work from Home หรือ Learn from Home เช่นนี้ คงจะเป็นการดีที่เราจะเริ่มจัดสรรเวลามาดูแลสภาพความเป็นอยู่รอบตัวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเยียวยาจิตใจไปในตัว ไม่ว่าจะเป็นการจัดโต๊ะทำงานใหม่ให้ไฉไลและฟังก์ชั่นกว่าเดิม ดูดฝุ่นทำความสะอาดบ้าน เสริมด้วยเครื่องฟอกอากาศเพื่อเติมอากาศที่บริสุทธิ์ภายในที่อยู่อาศัย โล๊ะเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใช้ และจัดระเบียบกองเสื้อผ้าที่ซักแล้วแต่ยังไม่ได้รีดให้เข้าที่ เมื่อเราสามารถจัดการกับปัญหาตรงหน้าได้สำเร็จ ก็จะช่วยให้เรารู้สึกถึง Sense of Control ในการจัดการสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้มากขึ้น เท่านี้ปัญหาความเครียดภายในบ้านที่เกิดขึ้นก็จะดีขึ้นอย่างทันตาเห็น

  1. จัดมุมผ่อนคลายให้ร่างกายได้พัก

อย่าลืมว่าจุดประสงค์หลักของบ้านคือการมีพื้นที่ปลอดภัยไว้ให้เราพักและผ่อนคลายจากความกังวลต่างๆ ที่เราได้เจอมาตลอดทั้งวัน ดังนั้น เมื่อเราต้องใช้เวลาส่วนมากในแต่ละวันอยู่บ้านยิ่งขึ้นแล้ว โอกาสที่ความเครียดจะเกิดจากการที่เราใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้านก็เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นเพื่อเป็นการคงเสถียรภาพให้บ้านยังคงเป็นพื้นที่แห่งความสงบและสบายใจ เราจึงควรหันมาให้ความสำคัญกับการจัดสรรพื้นที่เอาไว้สำหรับการผ่อนคลายในระหว่างวันด้วย อาจจะเริ่มจากการมองหาพื้นที่ภายในบ้านที่อากาศโปร่งสบายและมีแสงแดดอ่อนๆ ส่อง อย่างเช่นบริเวณริมหน้าต่าง เพื่อสร้างเป็นมุมคาเฟ่ส่วนตัวเอาไว้จิบยามเช้าก่อนเริ่มงาน หรือในระหว่างวัน ซึ่งกลิ่นหอมๆ ของกาแฟ จะสามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองให้ผ่อนคลายปลอดโปร่ง ในขณะที่ห้องครัว ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่ทุกคนจำเป็นต้องใช้ในทุกๆ วันเพื่อบรรเทาความหิวแล้ว เรายังสามารถประยุกต์ให้เป็นพื้นที่แห่งความสร้างสรรค์และนันทนาการผ่านการครีเอทเมนูต่างๆ ที่ทำได้ง่าย อร่อย ดีต่อสุขภาพ แถมยังช่วยให้เราสนุก และเกิดความภาคภูมิใจในตัวเองอีกด้วย

  1. สร้างที่พึ่งทางใจด้วยการจัดเรียงเฟอร์นิเจอร์ตามหลักฮวงจุ้ย

และแน่นอนที่สุดว่า สำหรับคนไทยอย่างเรานั้นสิ่งที่เรามักจะหันมาพึ่งพาในช่วงที่รู้สึกไม่ดี ก็คงจะไม่พ้นเรื่องของการมูเตลู หรือ เรื่องของฮวงจุ้ยภายในบ้าน เพราะเชื่อหรือไม่ว่าเรื่องของฮวงจุ้ยไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของความเชื่อเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักทางจิตวิทยาที่ช่วยทำให้คนรู้สึกมั่นใจในการดำเนินชีวิตของตนเองมากขึ้นอีกด้วย เพราะเป็นการช่วยเสริมให้เรารู้สึกว่าเราสามารถควบคุมชีวิตของเราให้ไปได้ดีตามที่เราต้องการได้ โดยสำหรับใครที่ต้องการให้บ้านอยู่ร่มเย็นเป็นสุข ราบรื่น และไร้เรื่องปัญหาความวุ่นวายและละก็ ตามศาสตร์ฮวงจุ้ยแนะนำว่า ส่วนสำคัญก็คือประตูหน้าบ้าน ที่เป็นจุดรับพลังที่ดีควรมีการจัดวางให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และไม่ใช้บานประตูในลักษณะผลักออกจากตัวบ้าน เพราะจะเป็นการผลักพลังที่ดีออกไป ส่วนภายในตัวบ้านเองก็ควรที่จะมีติดตั้งประตูและหน้าต่างให้สมดุล เพื่อเปิดรับลม แสงแดง ให้พลังงานไหลเวียนในบ้านได้เป็นอย่างดี และห้องครัวเอง มันจะเป็นจุดที่พลังงานด้านสุขภาพและร่างกายไหลเวียนเป็นหลัก จึงแนะนำให้หาดอกไม้หรือกระถางสมุนไพรเล็กๆ เข้ามาประดับ ส่วนการจัดวางก็ควรวางตำแหน่งตู้เย็น อ่างล้างจาน และตู้อบให้เยื้องกันแบบมุมสามเหลี่ยม

บอกเลยว่าสำหรับใครกำลังรู้สึกเครียดกับการทำงานอยู่บ้าน และกำลังมองหาเทคนิคดีๆ ที่จะช่วยผ่อนคลายและทำให้บ้านน่าอยู่มากขึ้นนั้น แนะนำให้ลองทำตามเทคนิคดีๆ ทั้ง 3 ที่มามอบให้ รับรองว่าจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นอย่างแน่นอน และเพื่อช่วยให้คุณสามารถจัดการงานบ้านต่างๆ ให้เป็นเรื่องง่าย ทีฟาล์ว มาพร้อมกับโปรโมชั่นคุ้มสุดคุ้มในแคมเปญ Shopee 2.2 Cashback Sale ที่เหล่านักช้อปจะได้พบกับเหล่าผู้ช่วยภายในบ้านอัจฉริยะชั้นนำในราคาประหยัด อาทิ เตาอบไฟฟ้ารุ่น OF4951 ที่มาพร้อมกับฝาเตาอบกระจกหนาสองชั้น ที่จะมาลดราคากันให้กระหน่ำจากปกติ 6,990 บาท เหลือเพียง 4,890 บาท และ เตารีดแยกหม้อต้ม รุ่น SV6110 กำลังไฟ 2,200 วัตต์ ที่จะช่วยขจัดรอยยับบนเสื้อได้อย่างอัจฉริยะด้วยพลังไอน้ำสูง จากปกติราคา 4,590 บาท ลดเหลือเพียง 3,090 บาท หรือ เครื่องปั่นอาหารรุ่น BL985 ที่จะช่วยปั่นอาหารทั้งร้อนและเย็นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และไม่สูญเสียคุณค่าทางอาหาร มาลดราคาจากปกติ 15,900 บาท เหลือเพียง 12,700 บาท พร้อมทำอาหารให้จุใจกันต่อเนื่องกับหม้อทอดไร้น้ำมันรุ่น รุ่น EY4018 ที่จะมามอบความคุ้มค่าจากปกติ 5,490 บาท เหลือเพียง 3,190 บาท

และสำหรับเหล่านักช้อปที่ยังช้อปไม่จุใจกับทีฟาล์ว ห้ามพลาด! กับแคมเปญ Shopee 2.2 Cashback Sale ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 ที่มาพร้อมกับส่วนลดทั้งร้านสูงสุด 70% และโค้ดลดเพิ่มสูงสุด 50% พร้อมพบกับกิจกรรมความบันเทิงและของรางวัลมากมายบน Shopee Live พร้อมสิทธิประโยชน์อีกคับคั่ง อาทิ สิทธิ์ลดหย่อนภาษีรัฐบาลในโครงการ “ช้อปดีมีคืน” และความคุ้มค่าอีกเต็มอิ่มเมื่อชำระเงินผ่าน ShopeePay

ร่วมช้อปไปกับทีฟาล์วในแคมเปญ Shopee 2.2 Cashback Sale พร้อมกดติดตามข่าวสาร และโปรโมชั่นอื่นๆ อีกมากมายจากร้าน Tefal Official Shop บน Shopee Mall ได้ที่ https://shopee.co.th/tefal_official_shop