เคยไหม โดนคนอื่นวิจารณ์จากสไตล์การแต่งตัว หรือ หน้าตา ผิวพรรณ ของเราจนรู้สึกสูญเสียความมั่นใจ ต่อให้สิ่งเหล่านี้คือความชอบ หรือเป็นรสนิยมส่วนตัวของเราก็ตาม สังคมมักจะกดดันให้เราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เหมือนคนอื่นๆ เพียงเพื่อได้รับการยอมรับ แม้ว่าจะต้องแลกกับตัวตนที่แท้จริง

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน ทิศทางของสังคมเปลี่ยนไป การตัดสินรูปร่างหน้าตา หรือ การแต่งกาย ลดน้อยลง ทุกคนมีทางเลือกที่จะเป็น สามารถแต่งตัวได้อย่างอิสระมากขึ้น ดูดีและโดดเด่นได้ในแบบของตัวเอง แต่ความมั่นใจภายในล่ะ มีวิธีการอย่างไรที่จะเรียกคืนหรือสร้างใหม่ให้มีพลังในการสร้างสรรผลงานหรือสิ่งดีๆ ให้ชีวิตในทุกๆ วัน

Merz Aesthetics ประเทศไทย บริษัทชั้นนำระดับโลก ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องอัลเทอร่า และเวชภัณฑ์สำหรับใช้ในคลินิกเสริมความงาม เพื่อทุกความมั่นใจของคนไทย ร่วมออกค้นหาจุดเปลี่ยนของชีวิต เพื่อสร้าง Confidence to be… ดูดีมั่นใจในแบบฉบับที่เป็นตัวเอง กับการกลับมาอีกครั้งผ่านรายการ Woody Help Me Please by Merz Aesthetics ที่พร้อมจะเป็นสื่อกลางรับฟังทุกเรื่องราวปัญหาที่มากระทบความมั่นใจ ความสุข หรือความภูมิใจในตัวคุณเอง อีกทั้งยังช่วยแบ่งปันข้อคิดให้คุณมีจิตดี กายดี ดูดีในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด ก็ได้ดำเนินมาถึง EP ที่ 6 แล้ว ซึ่งใน EP นี้ ทางรายการก็ได้เรียนเชิญ เมิร์ซกูรู – ครูน้ำฝน ภักดี ผู้เชี่ยวชาญด้านบุคลิกภาพ และผู้ก่อตั้งสถาบัน Pronality Academy มาร่วมให้ข้อคิดสร้างแรงบันดาลใจดีๆ ร่วมกับ ใบเตย-สุธีวัน กุญชร หรือ ‘ใบเตย อาร์สยาม’ นักร้องลูกทุ่งมากความสามารถอันดับต้นๆ ของเมืองไทย เมื่อมองภาพเบื้องหน้าแล้ว ใบเตยคือสาวสุดมั่นที่นอกจากจะเก่งด้านร้องและเต้นแล้ว ก็ยังมีเสน่ห์สุดเซ็กซี่ที่สร้างมนตร์สะกดได้ทุกโชว์ อย่างไรก็ตาม ใบเตยเองก็ไม่ต่างจากคนธรรมดาเท่าไรนัก ชีวิตเคยต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย แต่ในที่สุด คนรอบข้างต่างเป็นกำลังใจให้ใบเตยสามารถเอาชนะบททดสอบสำคัญในชีวิต และกลายเป็นใบเตยอย่างที่ทุกคนได้เห็นในทุกวันนี้

ครอบครัวแรงใจสำคัญที่ผลักดันให้ ใบเตยกล้าที่จะแตกต่าง

หากจะหาประโยคมานิยามตัวตนของใบเตย อาร์สยามได้ดีที่สุดนั่นก็คือ “I am who I am” เพราะใบเตย อาร์สยาม เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ค้นพบตัวตนและความฝันตนเองได้รวดเร็วกว่าเด็กในรุ่นราวคราวเดียวกัน “เราเจอตัวเองมาตั้งแต่ 6 ขวบแล้วมั้งคะ เป็นเด็กที่ค่อนข้างโฟกัสตัวเอง” ถ้าเทียบกับวัยรุ่นในเวลาเดียวกันนั้น ใบเตยนับว่าเป็นคนที่กล้าคิด กล้าแสดงออกตัวตนผ่านเครื่องแต่งกายอย่างชัดเจน จนมีหลายครั้งโดนวิจารณ์อย่างรุนแรงเกินควร เนื่องจากสังคมในหลายสิบปีที่ผ่านมายังไม่เปิดกว้างให้วัยรุ่นได้ออกมาแสดงออกอย่างเสรี จึงทำให้ผู้หญิงหลายต่อหลายคนต้องแต่งตัวเรียบร้อย มิดชิด อยู่ในกรอบ แต่ถึงกระนั้นเอง ใบเตยก็ยังยืนหยัดที่จะมั่นใจให้สิ่งที่ตนเองเป็นผ่านการแต่งกาย จนเกิดเป็นประโยคยอดฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองว่า ไม่สั้นเสมอหู อย่าเรียกหนูใบเตย

แม้ว่าในเวลานั้นคนในสังคมอาจไม่เห็นด้วยและติเตียนวิจารณ์ถึงการแต่งกายที่ไม่เหมาะสม แต่ใบเตยได้กำลังใจจากครอบครัวมาโดยตลอด “คุณแม่เป็น Confident Girl เป็น Working Woman คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงดูเราอย่างดีมากๆ ” ทำให้ต่อให้เจอแรงกดดันจากสังคมถาโถมมาเพียงใด สำหรับ ใบเตย ครอบครัวคือพื้นที่ปลอดภัย พร้อมเลี้ยงดูให้ใบเตยเติบโตมาพร้อมกับความมั่นใจ จึงไม่แปลกใจเลยว่าตนเองเป็นคนที่ชอบความท้าทาย พร้อมมุ่งสู่ฝันอย่างไม่ลังเล แม้ว่าภาพลักษณ์ตนเองจะขัดกับทุกกรอบมาตรฐานนักร้องไทยที่สังคมวางไว้ก็ตาม ก็ยังคงท้าชนมาตรฐานนั้น จนกลายเป็นนักร้องลูกทุ่งที่ประสบความสำเร็จจนถึงปัจจุบัน

มากกว่า ความเซ็กซี่คือ ความเป็นมืออาชีพที่พาใบเตยประสบความสำเร็จ

คนส่วนใหญ่อาจจะติดภาพจำว่าใบเตยโด่งดัง ไม่ใช่เพราะความสามารถ แต่เป็นเพียงภาพลักษณ์ที่ดูเซ็กซี่เพื่อเอาใจแฟนเพลง แม้ว่าความสวยเซ็กซี่ที่หลายคนต่างพบเจอนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ใบเตยให้โดดเด่นกว่าคนอื่นๆ ก็จริง แต่ความเป็นมืออาชีพต่างหากที่เป็นปัจจัยสำคัญทำให้ใบเตยนั้นเป็นที่ชื่นชอบในวงการบันเทิง และยังคงครองตำแหน่งในใจของคนส่วนใหญ่ในสังคม

ใบเตยมองว่าการที่นักร้องจะยืนหยัดในวงการต่อได้ไม่ใช่เพราะความสามารถอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นวินัยในการทำงาน และการรับมือปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งในเวทีและนอกเวทีได้อย่างเป็นมืออาชีพ และ “นักร้องไม่ใช่แค่คนที่เต้น และร้องเพลงได้ แต่ต้องเป็นคนที่ต้องเปิดเผยเสน่ห์ตัวเองบนเวที (Stage Presence) ทำให้ตนเองน่าดึงดูด คอนโทรลคนดูทุกงานได้ นอกจากนี้ หากต้องการให้คนอื่นต้องการร่วมงานกับตนเองในระยะยาว ใบเตยกล่าวว่าต้องแยกปัญหาส่วนตัวออกจากเรื่องงานให้ได้อย่างสิ้นเชิง ต่อให้เราโดนด่า หรือ เจอเรื่องเลวร้ายมาแค่ไหนก็ตาม เราก็ต้องควบคุมได้ ต้อง Professional และท่องไว้เสมอว่า The show must go on เราต้องแสดงต่อไปจนจบ

หลากหลายมรสุมชีวิตที่ทำ ใบเตยเกือบเสียศูนย์

ดูผิวเผินแล้ว ชีวิตของใบเตยอาจดูสมบูรณ์แบบสำหรับใครหลายๆ คน ตั้งแต่ที่เข้ามาเป็นศิลปินลูกทุ่งของค่าย RS ซึ่งเป็นไม่กี่คนที่ได้มีโอกาสออกผลงานอัลบั้ม ได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย จนกระทั่งซิงเกิลเพลง “แน่นอก” นี่เองที่ทำให้ใบเตยได้แจ้งเกิด ดังเป็นพลุแตก ขึ้นแท่นเป็นตัวแม่สายลูกทุ่งในเวลาอันรวดเร็ว “เราค่อนข้างก้าวกระโดดความเป็นนักร้องที่ดังภายในปีเดียวเอง จากค่าตัว 5 พัน เป็น 3 แสน ภายในปีเดียว” อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จที่เกิดขึ้นกลับมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน ซึ่งมาฉับพลันจนใบเตยไม่ได้ทันตั้งตัว “ตอนนั้นงานเยอะจนเบลอ เต้นๆ อยู่ตอนนั้นมีพายุโซนร้อน ป้ายล้มลงมาทับขาหัก ต้องนั่งวีลแชร์ร้องเพลงอยู่ 1 เดือน ไม่มีอะไรสุดกว่านี้แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น เหตุการณ์ที่ทำให้ใบเตยรู้สึกหนักหนาสาหัสมากที่สุด จนกระทั่งเริ่มตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของชีวิตตนเองเลยก็คือ ภาวะ Mama Blue หรือ ภาวะอารมณ์เศร้าหลังคลอด ซึ่งเกิดจากฮอร์โมนของผู้หญิงที่แปรปรวนหลังมีลูก โดยช่วงที่ใบเตยได้ตั้งท้องและเลี้ยงน้องเวทมนตร์นั้นตรงกับช่วงที่โควิดระบาดพอดี ทำให้จากที่ใบเตยมีแรงใจได้ไปร้องเพลงอย่างสนุกสนานในทุกวัน กลับต้องมาเลี้ยงลูกให้นมในห้องสี่เหลี่ยมทั้งวันจนรู้สึกเศร้า หม่นหมอง ฟุ่งซ่านเป็นเวลานาน “ตอนนั้นรู้สึกมืดแปดด้าน ร้องไห้ทั้งวัน มีบางช่วงที่ไม่อยากมีชีวิตอยู่

แต่แล้วท่ามกลางความทุกข์ที่เกิดขึ้นอย่างถาโถม ใบเตยก็ได้กำลังใจดีๆ จากคนรักอย่าง ดีเจแมน พัฒนพลที่คอยดูแลและจับมือใบเตยให้ก้าวข้ามผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน นอกจากนี้ยังได้ความช่วยเหลือมากมายจากคนใน Community Facebook ที่ประสบกับอาการ Mama Blue เช่นเดียวกัน ทำให้ใบเตยไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองอยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไป อีกทั้ง ลุกซ์ ชาญวิทย์ น้องชายของใบเตยก็ได้ชวนใบเตยมาเป็น Content Creator ในช่อง Youtube เปิดโอกาสให้ใบเตยได้ลองอะไรใหม่ๆ ได้ทำกิจกรรมคลายเหงา จนหายจาก Mama Blue ได้ในที่สุด

3 วิธีสำหรับคนหมดพลัง อยากจะใช้ชีวิตให้สนุกกว่าที่เคย

หลังจากที่ได้เรียนรู้ถึงเส้นทางชีวิตของใบเตย อาร์สยามมาจะพบว่าแม้แต่คนที่ทำทุกอย่างออกมาอย่างเต็มที่ ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า ก็ประสบเหตุการณ์เสียศูนย์ หมดใจในการใช้ชีวิตได้เหมือนกัน

ด้วยเหตุนี้ ครูน้ำฝน ภักดีจึงได้กล่าวเสริมและแนะนำถึงคนที่กำลังหมดไฟในการใช้ชีวิตด้วยเคล็ดลับ 3 ข้อที่ทำตามได้ง่ายๆ ดังนี้

1.            ลองหา Role Model หรือ บุคคลตัวอย่างที่เราทำตามได้ ในช่วงที่เราหมดกำลังใจในการใช้ชีวิต หรือ หวาดกลัว ไม่กล้าทำอะไรใหม่ๆ การมี Role Model จะช่วยปลุกแรงบันดาลใจและเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจนให้กับเราได้ โดย Role Model จะต้องไลฟ์สไตล์ที่ใกล้เคียงและทำตามได้ในชีวิตจริง

2.            หา Community กลุ่มคนที่มีความชอบเหมือนกัน ถ้าเราทำสิ่งที่อยากทำคนเดียว เราจะรู้สึกโดดเดี่ยวและอาจล้มเลิกได้ง่ายๆ ให้มองหาเพื่อนที่มีเป้าหมายเดียวกับเราตามโซเชียลมีเดียก็จะช่วยผลักดันให้เราไปถึงเป้าหมายได้ง่ายและเร็วขึ้น เพราะในยามที่เราท้อถอย เพื่อนเหล่านี้เองก็จะช่วยเข็นเราให้กลับมาทำต่อได้

3.            หากิจกรรมที่อยากทำ ต่อให้เราไม่มีแพชชัน หรือ เป้าหมายอะไรเป็นพิเศษ การหาอะไรทำก็จะช่วยให้เราได้รู้สึกสนุก สดชื่น อีกทั้งได้ผลักดันศักยภาพตนเองได้อย่างไม่น่าเชื่อ เช่น ลองไปเรียนเต้น ทำผม หรือ เรียนออนไลน์เสริมทักษะใหม่ เป็นต้น

ทั้งนี้ ครูน้ำฝนได้ทิ้งท้ายในรายการด้วยว่าต่อให้ประสบการณ์ชีวิตแต่ละคนจะเป็นอย่างไร จะดีหรือร้าย สิ่งที่เราควรพึงระลึกไว้เสมอว่าการดูแลตนเองให้สุขภาพดี ดูดี ก็จะช่วยให้เรามีกำลังใจในการก้าวผ่านอุปสรรคแต่ละอย่างได้ในที่สุด ซึ่งไม่จำเป็นต้องดูดีเหมือนกับคนดังก็ได้ เพียงแค่ได้เป็นตัวเองที่ดีขึ้นกว่าเมื่อวานก็พอ

รับฟังเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจกับนิยาม Confidence to be…ดูดีมั่นใจฉบับเต็มของ กันได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=VBdJmJnrnkM YouTube หรือ https://www.facebook.com/WOODYTALKSHOW/videos/1167297930736739 Facebook และหากท่านอยากเสริมความงามสร้างความมั่นใจ สามารถค้นหาข้อมูลคลินิกให้บริการได้ทาง http://www.merzclubthailand.com และมาร่วมแชร์ประสบการณ์ที่ปลุกพลังความมั่นใจของคุณได้กับ Woody Help Me Please by Merz Aesthetics ได้ที่เฟซบุ๊ก: Woody