ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา หลายประเทศกำลังเผชิญกับสถิติจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกที่เพิ่มขึ้น โดยมีจำนวนผู้ป่วยสะสมเพิ่มมากขึ้นกว่า 8 เท่า ส่งผลกระทบต่อผู้คนหลายสิบล้านคนทั่วโลก1 บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส (International SOS) หนึ่งในผู้นำด้านการให้บริการความช่วยเหลือด้านสุขภาพและความมั่นคงปลอดภัย พบว่าในปีนี้มีผู้ป่วยที่เป็นไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น 92% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ดังนั้น จึงสนับสนุนให้องค์กรต่าง ๆ ยกระดับการป้องกันพื้นที่ชุมชนและพนักงานภายในองค์กรให้ปลอดภัยจากโรคไข้เลือดออก
 
นพ. จามร เงินชารี ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส ให้คำแนะนำว่า “โรคไข้เลือดออกสามารถแพร่จากคนหนึ่งสู่คนหนึ่งได้โดยมียุงลายเป็นพาหะ นับเป็นปัญหาที่เพิ่มมากขึ้น ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกมีจำนวนมากขึ้น การระบาดก็กระจายในวงกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ และโรคนี้ก็ปรากฏขึ้นในพื้นที่ใหม่ ๆ เช่นกัน แม้ว่าเหตุผลที่ได้จะซับซ้อน แต่การขยายตัวของเมืองและสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงก็เป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการกระจายทั่วโลกและฤดูกาลแพร่ระบาดที่ยาวนานขึ้น โรคไข้เลือดออกก็เหมือนกับโรคอื่น ๆ ที่สามารถทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้หลากหลายโรค โดยที่อาการอาจจะไม่รุนแรงมาก แต่ขณะที่ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง มีไข้สูง และมีผื่นขึ้น ในกรณีที่มีอาการรุนแรงที่สุด อาจทำให้เลือดออก และอวัยวะล้มเหลวซึ่งอาจถึงแก่ชีวิตได้”
นพ. จามร ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “การระบาดของโรคไข้เลือดออกไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ติดเชื้อเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบบริการสุขภาพเมื่อมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ต้องการได้รับการรักษาและเข้ารับรักษาในโรงพยาบาล และสิ่งนี้เป็นความท้าทายที่สำคัญที่ระบบบริการสุขภาพของเรายังคงเผชิญอยู่ เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ยังคงอยู่ ทุกคนจึงจำเป็นต้องตระหนักและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อและการแพร่เชื้อของโรคไข้เลือดออก รวมไปถึงองค์กรที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากโรคไข้เลือดออก และหน่วยงานที่นำนักท่องเที่ยวเข้าไปยังพื้นที่นั้น ๆ”
ปัจจุบันพบผู้ติดเชื้อไข้เลือดอย่างต่อเนื่องในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก และเป็น “สาเหตุหลักของการเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิตในแถบเอเชียและลาตินอเมริกา” โดยมีรายงานว่าเอเชียพบผู้ติดเชื้อโรคไข้เลือดออกประมาณ 70% ของการศึกษาภาระโรค (Burden of disease)2
แนวทางการควบคุมโรคไข้เลือดออกที่ดีที่สุดคือ การให้องค์กรมีส่วนร่วมในการกำจัดยุง ผ่านการป้องกันและการแพร่กระจายของโรคไข้เลือดออก เพื่อลดความเสี่ยงของโรคไข้เลือดออกในเขตพื้นที่ชุมชน ผ่านการประสานงานกับเขตชุมชนท้องถิ่นเพื่อสนับสนุนโครงการดังกล่าว 

เคล็ดลับในการลดความเสี่ยงจากโรคไข้เลือดออก

วิธีการป้องกันและลดความเสี่ยงจากการเพาะพันธุ์ยุงลาย

  • ปกป้องผิวชั้นนอก ด้วยการสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด และควรสวมถุงเท้าเพื่อป้องกันจากถูกยุงกัด
  • การใช้ยากำจัดแมลงที่มีประสิทธิภาพ
  • หลีกเลี่ยงพื้นที่บริเวณที่มียุงลาย โดยเฉพาะท่อระบายน้ำ และบ่อน้ำ
  • ปิดหน้าต่างและประตูเพื่อป้องกันยุงลายเข้ามาในห้อง หากคุณต้องการเปิดหน้าต่างหรือประตู อย่าลืมฉีดยากำจัดแมลงในบริเวณห้องของคุณ
  • กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โดยเฉพาะภาชนะบรรจุน้ำรวมไปถึงจานรองใต้กระถางต้นไม้ที่สามารถแพร่พันธุ์ได้