ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโภชนาการ ผลสำรวจโดย เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น

เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น เปิดตัวกิจกรรม Simply Recycle Challenge ในเอเชียแปซิฟิก หวังกระตุ้นให้เกิดการลงมือเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศร่วมกัน

เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น บริษัทด้านโภชนาการชั้นนำของโลก ได้เผยผลจากการสำรวจความยั่งยืนทางโภชนาการในเอเชียแปซิฟิก พบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ (4 ใน 5) ในเอเชียแปซิฟิกกล่าวว่าพวกเขาได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ประมาณ 79% และตระหนักถึงความสำคัญของความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเมื่อต้องตัดสินใจเกี่ยวกับโภชนาการอยู่ที่ 78% ขณะที่ในประเทศไทยมีผู้ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ 74% โดยส่งผลต่อสุขภาพราว 60% และส่งผลต่อทรัพยากรธรรมชาติสูงถึง 63% นอกจากนี้ผู้บริโภคชาวไทย 72% มองว่าจะเลือกโภชนาการที่มีความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อคนรุ่นต่อไปในอนาคต โดยมีจำนวน 55% กล่าวว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ใช้ประกอบการตัดสินใจ คือ ผลิตภัณฑ์อาหารหรือโภชนาการที่เลือกกินนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพหรือไม่

การสำรวจความยั่งยืนทางโภชนาการในเอเชียแปซิฟิกปี 2565 โดยเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น จัดทำขึ้นในเดือนเมษายน 2565 ได้สำรวจประชากร 5,500 คนที่มีอายุระหว่าง 18 ถึง 75 ปี ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 11 แห่ง ได้แก่ ออสเตรเลีย ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม โดยผลสำรวจได้ไขความกระจ่างเกี่ยวกับทัศนคติของผู้บริโภคต่อเรื่องโภชนาการที่มีความยั่งยืน การปฏิบัติด้านโภชนาการที่มีความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อมที่ผู้บริโภคมีความตั้งใจที่จะลงมือทำ และการให้ความสำคัญของความพยายามรักษาความยั่งยืนในบริษัททางโภชนาการ

ในบรรดาผู้ตอบแบบสอบถามที่มองว่าความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญ สิ่งที่พวกเขาพิจารณาเป็นอันดับแรก ๆ คือ “ปริมาณขยะที่ถูกสร้างขึ้น” (65%) และ “ปริมาณ/วัสดุของบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตภัณฑ์ใช้” (62%) เมื่อพวกเขาตัดสินใจว่าจะซื้อผลิตภัณฑ์โภชนาการนั้นหรือไม่ นอกจากนี้ 3 ใน 4 (76%) ของผู้ตอบแบบสอบถามยังรู้สึกว่าการใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้มีผลต่อการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับด้านโภชนาการ โดยผู้ตอบแบบสอบถามทั้งในฟิลิปปินส์ (93%) และไทย (89%) มีความรู้สึกต่อเรื่องนี้มากที่สุด

นอกจากนี้ผลสำรวจยังเผยว่าผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกเกือบ 80% โดยเฉพาะในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม ยินดีที่จะจ่ายในราคาที่สูงกว่ากับตัวเลือกด้านโภชนาการที่ส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เมื่อแบ่งตามประชากรกลุ่ม Gen Z/มิลเลนเนียล (80%) มีแนวโน้มที่จะจ่ายเงินในราคาที่สูงกว่ากับผลิตภัณฑ์ที่เป็นทางเลือกด้านโภชนาการที่มีความยั่งยืนเมื่อเทียบกับกลุ่ม Gen X/บูมเมอร์ (76%) เมื่อถามว่าพวกเขายินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มเท่าไร 70% ตอบว่าระหว่าง 1% และ 10% ขณะที่อีก 18% ยินดีที่จะจ่ายมากกว่าระหว่าง 11% ถึงสูงสุด 15%

นายสุพจน์ ฤทธิพิชัยวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลกส่งผลกระทบต่อเราทั้งหมด ซึ่งกระตุ้นผู้บริโภคทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิกให้หันมามองเห็นความสำคัญของความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับโภชนาการ ซึ่งจากการประเมินความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศของ Global Climate Risk Index 2019 โดย German Watch พบว่าประเทศไทยจัดอยู่ในอันดับที่ 13 ของประเทศที่มีความเสี่ยงว่าจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสูงอีกด้วย ดังนั้นพวกเราตระหนักถึงความเร่งด่วนด้านการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมนี้และตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะทำในส่วนของเรา เช่น การใช้โปรตีนและส่วนผสมที่ทำจากพืชมาใช้ในผลิตภัณฑ์ของเรา การลดการใช้พลาสติกและปริมาณบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการเพิ่มความพยายามด้านการรีไซเคิลผ่านกิจกรรม Simply Recycle Challenge ในเอเชียแปซิฟิก”

“กิจกรรมรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น หรือ Simply Recycle Challenge เป็นโครงการใหม่ที่ให้ผู้จำหน่ายใน 14 ประเทศภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงผู้จำหน่ายอิสระของเราในประเทศไทยได้ร่วมกันนำบรรจุภัณฑ์พลาสติกผลิตภัณฑ์เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ที่ใช้แล้วของพวกเขานำมารีไซเคิล โครงการนี้ริเริ่มขึ้นมาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมทั่วโลกของเราในการสร้างผลกระทบเชิงบวกที่จับต้องได้มากกว่า 50 ล้านครั้งให้สำเร็จภายในปี พ.ศ. 2573 เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 50 ปีของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น” นายสุพจน์กล่าวเสริม

ผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการเลือกโภชนาการที่สร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

จากผลสำรวจ เกือบ 9 ใน 10 (88%) ของผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิก หรือราว 96% ในประเทศไทย กล่าวว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะเลือกโภชนาการที่มีความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า สิ่งที่พวกเขาวางแผนว่าจะทำเป็นลำดับแรก ๆ เช่น เลือกผลิตภัณฑ์โภชนาการที่ใช้บรรจุภัณฑ์น้อยที่สุดหรือใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (74%), ลดปริมาณขยะที่เกิดจากทางเลือกโภชนาการส่วนบุคคล (66%), เลือกผลิตภัณฑ์โภชนากรที่ปลูก จัดหา และผลิตมาด้วยวิธีที่ยั่งยืน (54%), เลือกผลิตภัณฑ์โภชนาการที่ผลิตโดยบริษัทที่มีความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน (59%) และบริโภคอาหารจากพืชมากขึ้นแทนการบริโภคอาหารจากเนื้อสัตว์ (37%)

ความต้องการที่มากขึ้นต่อทางเลือกโภชนาการจากพืช

ผลสำรวจยังพบว่า 7 ใน 10 (68%) ของผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิก หรือราว 83% ของผู้บริโภคชาวไทย รู้สึกว่าการที่บริษัทด้านโภชนาการมีทางเลือกผลิตภัณฑ์จากพืชถือเป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่เพียงเท่านั้น สำหรับผู้ที่มีแนวโน้มบริโภคอาหารจากพืชมากขึ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า 70% ของคนไทยกล่าวว่าพวกเขาต้องการมีสุขภาพและสุขภาวะที่ดีขึ้น ขณะที่ 63% เชื่อว่าทางเลือกอาหารจากพืชถือเป็นความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมมากกว่า  

หน่วยงานรัฐ องค์กร ผู้บริโภค ต่างมีบทบาทเท่า ๆ กันในการสร้างโภชนาการที่มีความยั่งยืน

ผู้บริโภคในประเทศไทยมีความชัดเจนเกี่ยวกับผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการทำให้ตัวเลือกด้านโภชนาการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้น โดย 30% กล่าวว่าองค์กรต่าง ๆ เช่น บริษัทด้านโภชนาการ มีบทบาทสำคัญที่สุด ขณะที่ 45% เลือกให้ผู้บริโภคมีบทบาทสำคัญ และอีก 25% เลือกรัฐบาล ซึ่งชี้ให้เห็นว่าทุกภาคส่วนต่างมีความสำคัญเกือบเท่า ๆ กัน ในการมีลงมือทำเพื่อเป้าหมายทางโภชนาการที่ยั่งยืน

สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคือ 9 ใน 10 (90%) ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด และ 95% ของผู้บริโภคชาวไทยรู้สึกว่าโครงการรีไซเคิลของบริษัทโภชนาการมีส่วนในการส่งเสริมให้พวกเขาสนับสนุนโครงการริเริ่มด้านความยั่งยืนของบริษัทนั้น ๆ แสดงให้เห็นว่าบริษัทสามารถมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นพฤติกรรมของผู้บริโภคให้ต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้

กิจกรรมรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น หรือ Simply Recycle Challenge ในเอเชียแปซิฟิก

เพื่อต่อยอดความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท และชี้ให้เห็นถึงความต้องการที่มากขึ้นของผู้บริโภคต่อทางเลือกโภชนาการที่มีความยั่งยืน เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ได้เปิดตัวกิจกรรมรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น หรือ Simply Recycle Challenge ในเอเชียแปซิฟิกไปเมื่อวันสิ่งแวดล้อมโลกประจำปี 2565 หรือ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Go Green ในเอเชียแปซิฟิกของบริษัทที่จัดระหว่างเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม เพื่อรณรงค์ให้ผู้จำหน่ายของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น และเจ้าของชมรมสุขภาพ หรือ Nutrition Clubs ทั่วทั้งภูมิภาคนำบรรจุภัณฑ์พลาสติกผลิตภัณฑ์เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น มารีไซเคิล โครงการรีไซเคิลนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรีไซเคิลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แต่ยังมีส่วนในการแสดงความพยายามด้านการฟื้นฟูป่าทั่วโลกด้วย สำหรับบรรจุภัณฑ์พลาสติกของผลิตภัณฑ์ เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่นทุก 25 ชิ้นที่ถูกนำมารีไซเคิล จะมีการปลูกต้นไม้ขึ้นใหม่ผ่านความร่วมมือกับองค์กรไม่แสวงหากำไรอย่าง One Tree Planted อีกด้วย

โครงการรีไซเคิลนี้เป็นอีกหนึ่งของความพยายามในปัจจุบันของ เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ที่จะขจัดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม ในรายงานความรับผิดชอบทั่วโลก: โภชนาการเพื่อมนุษย์และโลก ของบริษัทที่เผยแพร่ไปเมื่อปีที่แล้ว มีการพูดถึงเป้าหมายของบริษัทที่จะลดการใช้พลาสติกและการใช้วัสดุรีไซเคิล เช่น PCR (post-consumer resin) มากขึ้นในบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ Formula 1 ขณะที่ลดปริมาณบรรจุภัณฑ์โดยรวมสำหรับผลิตภัณฑ์โภชนาการของบริษัททั่วโลก

ในขณะเดียวกันเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ประเทศไทย ได้ต่อยอดความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้กิจกรรม Simply Recycle Challenge โดยเชิญชวนผู้จำหน่ายทุกคนร่วมทำตามวัตถุประสงค์ของบริษัท ที่ต้องการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลไทยในการรักษาวินัยและการจัดการขยะอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ “ป๋องเปล่า สร้างบุญ ไม่ไร้ค่า” โดยผู้จำหน่ายจะทำการคัดแยกบรรจุภัณฑ์เปล่าของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น และสามารถนำมาบริจาคส่งกลับให้บริษัทฯ ก่อนนำไปบริจาคต่อให้วัดจากแดง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เพื่อนำไปรีไซเคิลและใช้ประโยชน์อีกครั้ง ซึ่งนั่นเป็นอีกหนึ่งวิธีที่แสดงถึงจุดยืนในการสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและการคืนสิ่งที่ดีสู่สังคมของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น นอกจากนี้ผู้ร่วมกิจกรรมที่พิชิตระดับโกลด์ได้สำเร็จ องค์กร One Tree Planted องค์กรปลูกป่า จะทำการปลูกต้นไม้ในนามของผู้จำหน่ายแต่ละคน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความพยายามด้านความยั่งยืนทั่วโลกของ เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น โปรดดูที่ www.IAmHerbalifeNutrition.com/global-responsibility/