นับตั้งแต่มีการก่อตั้งกลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะในประเทศไทยขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2503 อายิโนะโมะโต๊ะในฐานะผู้ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารและผลิตภัณฑ์จากกรดอะมิโนระดับโลก ได้ทำการผลิตและส่งมอบผลิตภัณฑ์ความอร่อยที่หลากหลายและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคมาโดยตลอด ทั้งยังให้ความสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาสังคมและสร้างคุณค่าผ่านธุรกิจ ภายใต้แนวคิด “อายิโนะโมะโต๊ะสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม (ASV)” เพื่อก้าวสู่การเป็นกลุ่มบริษัทผู้ส่งมอบแนวทางการแก้ปัญหาและนวัตกรรมที่เกี่ยวกับอาหารและสุขภาพระดับโลก 

สำหรับการดำเนินกิจกรรม ASV กลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาสังคมใน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การสร้างสังคมสุขภาพดี ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการสร้างความยั่งยืนของโลก เพื่อมุ่งสู่การประสบความสำเร็จในเป้าหมายหลัก 2 ประการ ได้แก่  การลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมทางธุรกิจของอายิโนะโมะโต๊ะให้ได้ 50% ภายในปี 2030 หรือ พ.ศ. 2573 มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ให้สำเร็จภายในปี 2050 หรือ พ.ศ. 2593 

โดยแนวทางในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของอายิโนะโมะโต๊ะในประเทศไทยนั้น ได้ทุ่มเทเพื่อร่วมป้องกันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ผ่านการบูรณาการแนวคิด เทคโนโลยี และกระบวนการผลิตในทุกขั้นตอน อาทิ การผลิตพลังงานโดยใช้เชื้อเพลิงชีวมวลและพลังงานแสงอาทิตย์ทดแทนเชื้อเพลิงจากฟอสซิล , การอนุรักษ์พลังงาน , ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ใช้พลังงานลดลง ด้วยการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้า พัฒนานวัตกรรมด้านเครื่องจักร รวมถึงการใช้พลังงานทางเลือกและพลังงานหมุนเวียนต่างๆ ในกระบวนการผลิต ดังจะเห็นตัวอย่างต้นแบบการบริหารจัดการโรงงานสีเขียวได้จากโรงงานอายิโนะโมะโต๊ะกำแพงเพชร ที่สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ ผ่าน “แพลตฟอร์มการเยี่ยมชมโรงงานเสมือนจริงแห่งใหม่” ซึ่งได้เปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายน 2565 ที่ผ่านมา 

ทั้งนี้ โรงงานผลิตผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ ที่จังหวัดกำแพงเพชร ถือเป็นต้นแบบโรงงานสีเขียวของกลุ่มบริษัทฯ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านทางแพลตฟอร์มการเยี่ยมชมโรงงานเสมือนจริงในรูปแบบออนไลน์ผ่านมุมมอง 360 องศา ให้ความรู้สึกเสมือนได้เดินทางไปเยี่ยมชมโรงงานจริงๆ ชูจุดเด่น “สะดวก สนุก และเรียนรู้ได้ง่ายๆ ทุกที่ ทุกเวลา” สะท้อนภาพลักษณ์การเป็นบริษัทผู้ผลิตอาหารชั้นนำที่เข้าใจความต้องการของผู้บริโภค และเพื่อตอกย้ำในเจตนารมณ์ที่จะดำเนินธุรกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (Bio-Circular-Green Economy) ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน 

ตัวอย่างการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายในโรงงานอายิโนะโมะโต๊ะกำแพงเพชร ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การดำเนินการเพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก อาทิ การใช้พลังงานทดแทนหรือพลังงานหมุนเวียน การจัดการของเสีย และการใช้น้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประสบความสำเร็จในการติดตั้งเทคโนโลยี “โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมจากชีวมวล” ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดการใช้กระแสไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานที่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะสามารถช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มได้กว่า 50,000 ตัน/ปี

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างต่อเนื่อง อาทิ เทคโนโลยีหม้อต้มไอน้ำพลังงานชีวมวล โดยใช้แกลบเป็นเชื้อเพลิงทางชีวภาพในการผลิตไอน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมันเตา การติดตั้ง Solar Rooftop บนพื้นที่หลังคาอาคารโรงงาน ฯลฯ ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 130,000 ตันต่อปี 

ทั้งนี้ เพื่อเป็นบริษัทต้นแบบทางธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม อายิโนะโมะโต๊ะได้มีการจัดการกับของเหลือจากกระบวนการผลิตผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ ให้เกิดเป็น “ผลิตภัณฑ์ร่วม” ที่เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อประโยชน์ทางการเกษตร โดยนำน้ำหมักที่เหลือจากกระบวนการผลิตผงชูรส ซึ่งอุดมไปด้วยคุณค่าและสารอาหารที่จำเป็นจำนวนมาก มาพัฒนาต่อยอดเป็น ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยน้ำ อามิ-อามิ® สำหรับใช้ในการเกษตร นั่นเอง เพื่อทำให้เกิด การดำเนินธุรกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (BCG หรือ Bio-Circular-Green Economy) มาตั้งแต่ พ.ศ. 2544 

แนวทาง “การจัดการด้านบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน” ที่บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด นำมาบูรณาการกับผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่ออายิโนะโมะโต๊ะเป็นอีกหนึ่งในการลงมือทำอย่างจริงจังมาโดยตลอด โดยเฉพาะในกระบวนการผลิตสินค้าในโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงกระบวนการขนส่งสินค้าจากโรงงานไปสู่ผู้บริโภค ที่มีการใช้พลาสติกเป็นจำนวนมาก อายิโนะโมะโต๊ะจึงนำแนวคิดเรื่องบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้กับผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ โดยลดปริมาณการใช้พลาสติกสำหรับห่อหุ้มบรรจุภัณฑ์ของสินค้าบางชนิดลง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงสามารถรักษาคุณภาพของสินค้าไว้ได้ดีเช่นเดิม เช่น การยกเลิกการใช้ถุงพลาสติกพอลิเอทิลีน (PE Bag) ที่ใช้ในการห่อหุ้มแพ็กบรรจุภัณฑ์ของสินค้า “ผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ” ขนาด 1 กิโลกรัม และวัตถุปรุงแต่งอาหาร “รสดี” ขนาด 850 กรัม ซึ่งช่วยให้บริษัทฯ สามารถลดปริมาณการใช้พลาสติกลงได้ถึง 127 ตัน/ปี หรือเทียบเท่ากับขวดน้ำพลาสติกขนาด 1.5 ลิตร จำนวน 4.2 ล้านขวด

รวมถึง การใช้กลไกการจัดซื้ออย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการจัดหาวัตถุดิบที่มีแนวทางที่เป็นมิตรหรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด อาทิ การเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์กระดาษที่ผลิตตามมาตรฐาน FSC เป็นต้น

ข้อมูลจาก Food Waste Index Report ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UN Environment Program)เปิดเผยว่า ในแต่ละปี อาหารกว่า 1,300 ล้านตัน หรือ 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตได้ทั่วโลก ต้องกลายเป็นขยะอาหารที่ถูกทิ้งไปอย่างสูญเปล่าและสร้างก๊าซเรือนกระจกถึง 8% ซึ่งอายิโนะโมะโต๊ะ ในฐานะบริษัทผู้ผลิตอาหารระดับโลก จึงได้เดินหน้าส่งเสริมการบริหารจัดการทุกกิจกรรมทางธุรกิจเพื่อใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด มุ่งลดการสูญเสียอาหารตลอดห่วงโซ่คุณค่า ภายใต้แนวคิด “TOO GOOD, TOO WASTE” ซึ่งถูกริเริ่มโดยกลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะ โดยตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปีงบประมาณที่ผ่านมา อายิโนะโมะโต๊ะ ประเทศไทย สามารถลดปริมาณการสูญเสียอาหารและขยะอาหารได้แล้วถึง 43% (หรือ 843 ตัน) จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 50% ภายในปี 2568 และกำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน ด้วยการดำเนินกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าสูงสุด อาทิ การบริหารจัดการกระบวนการผลิตโดยไม่ก่อให้มีของเสีย การจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่เหมาะสมโดยใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีที่ทันสมัย การมุ่งลดของเสียในกระบวนการจัดจำหน่าย เป็นต้น 

การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรน้ำตลอดกระบวนการผลิตให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยหลักการ 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) ขับเคลื่อนผ่านทุกกิจกรรมทางธุรกิจในทุกโรงงานและสถานประกอบการ มุ่งสู่การเป็น “โรงงานสีเขียว” ที่มีส่วนร่วมรักษาทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยบริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูงในการบำบัดน้ำที่เหลือจากกระบวนการผลิตให้มีคุณภาพที่สูงกว่าที่กฏหมายกำหนดก่อนปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำตามธรรมชาติ รวมถึงการนำมาหมุนเวียนใช้ภายในโรงงานอีกด้วย ปัจจุบัน บริษัทฯ สามารถลดปริมาณการใช้น้ำต่อหน่วยการผลิตลงได้ถึง 91%

เรายังเข้าไปมีส่วนร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ ภายใต้แนวคิด “Thai Farmer Better Life Partner” โดยส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ให้กับเกษตรกร ให้ความรู้ด้านการปรับปรุงดิน พัฒนาสายพันธุ์มันสำปะหลัง ผลักดันให้เกิดการคุ้มครองความเสี่ยงในด้านสภาวะอากาศ (Weather Insurance System) ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังเริ่มจากจังหวัดกำแพงเพชร และยังได้จัดตั้งห้องวิเคราะห์โรคใบด่างฯ ด้วยวิธี DAS-ELISA ตั้งแต่ปี 2564 ปัจจุบันได้มีการสนับสนุนท่อนพันธุ์และต้นพันธุ์มันสะอาดปราศจากโรคใบด่างฯ กว่า 150,000 ต้น  โดยได้จัดทำแปลงทดลองภายในบริษัทฯ และจัดทำแปลงร่วมกับเกษตรกรสำหรับขยายต้นพันธุ์มันสำปะหลังที่สะอาด ปราศจากโรคใบด่าง และทนทานต่อโรค ให้กับเกษตรกรในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งบริษัทฯ ได้ตั้งเป้าในการจะทำแปลงร่วมกับเกษตรกรในจังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 500 ไร่ในปีนี้ และเพิ่มอีก จำนวน 1,000 ไร่ ในปีถัดไป พร้อมกันนี้ ยังได้ร่วมมือกับเกษตรจังหวัดกำแพงเพชรและพาณิชย์จังหวัดกำแพงเพชร ในการควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลังแบบครอบคลุมพื้นที่ มีเป้าหมายในการตัดวงจรการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังไม่ให้ขยายตัวไปยังพื้นที่อื่น ๆ และดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคดังกล่าวอีกด้วย ทั้งนี้ อายิโนะโมะโต๊ะ มีส่วนช่วยสนับสนุนการใช้ผลิตผลมันสำปะหลังของเกษตรกรไทยมากถึง 520,000 ตันต่อปี ด้วยการใช้แป้งมันสำปะหลังจำนวนมากเพื่อเป็นวัตถุดิบหลักสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ของเรา

นอกจากพันธกิจด้านความยั่งยืนในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลง 50 เปอร์เซ็นต์ภายใน พ.ศ. 2573 แล้ว ผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ ยังเน้นการช่วยส่งเสริมสุขภาพดีของประชากรโลกจำนวนหนึ่งพันล้านคน ด้วยการสนับสนุนความพยายามที่จะคงความอร่อยและความสมดุลในมื้ออาหาร โดยใช้รสชาติ “อูมามิ” ส่งเสริมการรับประทานอาหารที่มีโภชนาการที่เหมาะสม รวมถึงผงชูรสมีส่วนช่วยในการลดการใช้เครื่องปรุงรสที่มีรสเค็ม เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคได้รับประทานอาหารที่อร่อยและดีต่อสุขภาพ

อายิโนะโมะโต๊ะยังให้ความสำคัญในการเข้าถึงสินค้าของผู้บริโภค ทั้งในด้านการจัดจำหน่ายและราคา อีกทั้งในการดำเนินธุรกิจทั่วโลกของกลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะยังได้ปรับใช้และคำนึงถึงวัฒนธรรม รสชาติและอาหารประจำท้องถิ่นเป็นสำคัญ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับวิถีชีวิตและความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ได้เหมาะสมที่สุด

ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างกิจกรรมที่กลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะมุ่งมั่นดำเนินงานมาโดยตลอด บนความมุ่งมั่นในการเป็น “กลุ่มบริษัทผู้ส่งมอบแนวทางการแก้ปัญหาและนวัตกรรมที่เกี่ยวกับอาหารและสุขภาพ” ตลอดจนทุ่มเททำงานเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวทาง “การสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมของอายิโนะโมะโต๊ะ หรือ The Ajinomoto Group Creating Shared Value: ASV” เพื่อสร้างสังคมสร้างสุขให้เกิดขึ้นจริงเพื่ออนาคตที่เป็นสุขของทุกคนต่อไป ติดตามรายละเอียดได้ที่ http://www.ajinomoto.co.th