# chill and fin ชิลล์ แอนด์ ฟิน > Chillandfin อัปเดทข่าวสาร บันเทิง ท่องเที่ยว สังคม ธุรกิจ Contact : chillandfin@gmail.com ## Posts - [Daniel Caesar แสดงสดสุดละมุนในรายการ Tiny Desk Concert เตรียมสร้างตำนานบทใหม่อีกครั้งพร้อม “Who Knows” และเพลงจากอัลบั้มล่าสุด Son of Spergy ที่ยิ่งฟังยิ่งประทับใจ](https://chillandfin.com/?p=37684): เซอร์ไพรส์แฟน ๆ ด้วยของขวัญปีใหม่ 2026 ด้วยคลิปการแสดงสดของ Daniel Caesar ศิลปินแนวโมเดิร์น R&B เจ้าของเพลงฮิตยอดสตรีมระดับพันล้านครั้ง ที่กำลังครองใจแฟนเพลงทั่วโลก กลับมาสร้างเพอร์ฟอร์มานซ์ระดับตำนานกันอีกครั้งในรายการ Tiny Desk Concert ของ NPR Music หลังจากที่ทำให้แฟน ๆ ทั่วโลกประทับใจกับเพอร์ฟอร์มานซ์สุดนุ่มนวลแต่ทรงพลังเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา จนกลายเป็นหนึ่งใน 15 คลิปของ Tiny Desk Concert ที่มียอดวิวสูงที่สุดตลอดกาลบน YouTube ในเวอร์ชั่นปี 2026 นี้ Daniel Caesar กลับมาพร้อมผลงานใหม่จากอัลบั้ม Son of Spergy ที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ดีที่สุด ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิต ตัวตน และความรู้สึกที่แท้จริงของเขาได้ชัดเจนที่สุดตั้งแต่เป็นศิลปินมา และด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขาได้กลับมาแสดงใน Tiny Desk Concert อีกครั้ง และพร้อมจะสร้างตำนานบทใหม่ให้แฟน ๆ ได้ชมกัน จากคราวที่แล้วที่คิดว่ายอดเยี่ยมมาก ๆ แล้ว คราวนี้ Daniel Caesar พาคณะประสานเสียงมาเต็มห้องมากถึง 12 คน ร้อยเรียงประสานเสียงและอารมณ์สุดละมุน ทั้งเพลง “Rain Down”, “Emily’s Song”, “Moon”, “Who Knows” และ “Sins of the Father” ที่ฟังแล้วบอกได้คำเดียวเลยว่ายิ่งกว่าหูเคลือบทองเข้าไปอีก ยิ่งฟัง ยิ่งได้เห็นการแสดงของ Daniel Caesar ยิ่งตอกย้ำว่าเขาคือสุดยอดศิลปิน R&B แห่งยุค ที่เป็นที่รักของแฟนเพลงทั่วโลก ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่อย่างแท้จริง ชมการแสดงสด Daniel Caesar: Tiny Desk Concert ที่นี่ #DanielCaesar #WhoKnows #SonofSpergy #TinyDeskConcert ติดตาม Daniel Caesar ที่... - [เอ็นไอเอ ชวนเยาวชนไทยร่วมเติมทักษะนวัตกรรมในงาน "อว. For Kids"  ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติปี2569 ในธีม“S4I For Future สนุกคิด(ส์) พิชิตโลกอนาคต” ปั้นทักษะนวัตกรจิ๋วพิชิตอนาคตด้วยกระบวนการSTEAM4INOVATOR และAI](https://chillandfin.com/?p=37681): สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เตรียมจัดกิจกรรมต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ในงาน “อว. For Kids” ด้วยธีมสุดล้ำ “S4I For Future สนุกคิด(ส์) พิชิตโลกอนาคต” เปลี่ยนงานวันเด็กธรรมดาให้เป็นภารกิจกู้โลกจากวิกฤตฝุ่น PM 2.5 พร้อมชวนน้อง ๆ เรียนรู้การทำงานร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อเสริมสร้างทักษะแห่งอนาคตและทักษะการแก้ปัญหา ผ่าน 5 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1. Meet the AI Buddy กระทบไหล่ AI “S4I-Avatar” พี่เลี้ยงสุดอัจฉริยะ น้อง ๆ จะได้เรียนรู้วิธีการทำงานร่วมกับ Generative AI 2. Future Scanner (สืบเสาะหาคำตอบ) สวมวิญญาณนักสืบรุ่นจิ๋ว เจาะลึกปัญหาฝุ่นผ่านนิทานแฟนตาซี “Nova กับวันที่เมืองเริ่มหมอง” 3. Design for Future (คิดกู้สู่อนาคต) ปลดปล่อยจินตนาการในขั้น Wow! Idea รู้จักนวัตกรรมล้ำยุคเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ 4. Craft the Future (สร้างสรรค์สู่อนาคต) เปลี่ยนไอเดียบนกระดาษให้จับต้องได้ และ 5. Show to the World (นวัตกรรมสู่โลก) เปิดเวทีให้ฝึกทักษะการนำเสนอผลงานคู่กับ “พี่ Yellow Diffuse” พร้อมรับคลิปผลงานนวัตกรรมไปแชร์ต่อในโซเชียลมีเดีย ในวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 ณ อาคารสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (ซอยโยธี)  ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติNIA กล่าวว่า เยาวชนถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็น ‘ชาตินวัตกรรม’ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)... - [AMD และพันธมิตรแบ่งปันวิสัยทัศน์  “AI Everywhere, for Everyone” ที่งาน CES 2026](https://chillandfin.com/?p=37678): สรุปสาระสำคัญ กรุงเทพฯ ประเทศไทย —  6 มกราคม 2569 — ณ งาน CES 2026, ดร. ลิซ่า ซู ประธานและซีอีโอของ AMD (NASDAQ: AMD) ได้กล่าวปาฐกถาเปิดงาน โดยลงรายละเอียดถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ AI ที่ครอบคลุมของบริษัท และความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรม กำลังเปลี่ยนคำมั่นสัญญาของ AI ให้กลายเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงในโลกปัจจุบันได้อย่างไร  ในการกล่าวปาฐกถา ดร. ลิซ่าเน้นย้ำความก้าวหน้าครั้งสำคัญตั้งแต่ระดับศูนย์ข้อมูล (data center) ไปจนถึงอุปกรณ์ปลายทาง (edge) โดยมีพันธมิตรอาทิ OpenAI, Luma AI, Liquid AI, World Labs, Blue Origin, Generative Bionics, AstraZeneca, Absci และ Illumina มาร่วมเจาะลึกว่าพวกเขาใช้เทคโนโลยีของ AMD เพื่อขับเคลื่อนการค้นพบใหม่ ๆ ด้าน AI อย่างไร  ดร. ลิซ่า ซู ประธานและซีอีโอของ AMD กล่าวว่า “ที่งาน CES, AMD ได้รวบรวมพันธมิตรในระบบนิเวศที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการสร้างรากฐานการประมวลผลแบบเปิดและครบวงจร (end-to-end) เพื่อให้ AI มีอยู่ทุกที่และเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ความร่วมมือนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในขณะที่เรากำลังสร้างอนาคตที่ AI จะกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ใช้งานกว่า 5 พันล้านคนภายในปี 2030 ซึ่งเป็นสเกลที่ต้องการความจุในการประมวลผลเพิ่มขึ้นถึงร้อยเท่าในช่วง 5 ปีข้างหน้า” จากพิมพ์เขียวสู่การประมวลผลระดับ Yotta-scale  โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลคือรากฐานของ AI และการเร่งการนำไปใช้กำลังขับเคลื่อนการขยายตัวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จากขีดความสามารถการประมวลผลทั่วโลกที่ 100 เซตตะฟลอป (zettaflops) ในปัจจุบัน ไปสู่มากกว่า 10 ยอตตะฟลอป (yottaflops) ในอีก 5 ปีข้างหน้า การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ในระดับ... - [เบนท์ลีย์ แบงค็อก ประกาศปรับราคา New Continental GT – New Flying Spur หลังภาษีใหม่ ’69 มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ](https://chillandfin.com/?p=37671):  เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ประกาศปรับราคาขายรถยนต์เบนท์ลีย์ลง 15% ในรุ่น New Continental GT และ รุ่น New Flying Spur เครื่องยนต์แบบ V8 Hybrid หลังโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ปี 2569 ในกลุ่มรถยนต์แบบเครื่องยนต์ไฮบริดที่มีความจุเครื่องยนต์มากกว่า 3.0 ลิตรมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 สำหรับอัตราโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ปี 2569 ที่ปรับลดลงเหลือ 30% ในกลุ่มรถยนต์แบบเครื่องยนต์ไฮบริด (PHEV) ที่มีเครื่องยนต์ขนาดความจุกระบอกสูบ 3.0 ลิตร ขึ้นไป เป็นนโยบายจากทางภาครัฐที่ต้องการสนับสนุนรถยนต์พลังงานสะอาด รถยนต์พลังงานไฟฟ้า และรถยนต์ไฮบริด โดยจะส่งผลให้ราคาขายรถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น New Continental GT เดิมมีราคาเริ่มต้น 21.9 ล้านบาท ปรับลดลง 3.5 ล้านบาทเหลือราคาเริ่มต้น 18.4 ล้านบาท และ รุ่น New Flying Spur เดิมมีราคาเริ่มต้น 20.2 ล้านบาท ปรับลดลง 3.3 ล้านบาทเหลือราคาเริ่มต้น 16.9 ล้านบาท ดังนั้น ลูกค้าที่กำลังตัดสินใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น New Continental GT และ New Flying Spur จึงถือเป็นโอกาสที่ดีที่ลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีใหม่และราคารถยนต์รุ่นใหม่ที่ถูกลงและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยังได้รับการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิตและข้อเสนอพิเศษมูลค่าสูงจากทางเบนท์ลีย์ แบงค็อก ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์จากผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในเรื่องของภาษีและการจดทะเบียนที่ถูกต้อง อีกทั้ง บริษัทฯ ยังดูแลในเรื่องของระบบซอฟต์แวร์และการรับประกันระบบไฮบริดด้วยประสบการณ์อันยาวนานกว่า 40 ปีในการบริการก่อนและหลังการขายให้แก่กลุ่มลูกค้ารถยนต์ระดับบนด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือตรวจสอบและวิเคราะห์สำหรับรถยนต์เบนท์ลีย์โดยเฉพาะที่นำเข้าจากโรงงานผู้ผลิต การรับประกันอะไหล่แท้ บุคลากรที่ผ่านการอบรมอย่างเข้มข้น... - [มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจงกระชับสัมพันธ์การศึกษาไทย-จีนจัด “นิทรรศการภาพถ่ายเยาวชนจีน-ไทย” ณไอคอนสยามแสดงประสบการณ์จากค่าย ODOS ของเยาวชนไทยในจีน](https://chillandfin.com/?p=37668): มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง (Huazhong University of Science and Technology หรือ HUST) เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางการศึกษาระหว่างจีนและไทย ด้วยการจัดนิทรรศการภาพถ่ายสุดพิเศษ “Sino-Thai Youth Photography Exhibition” หรือ “นิทรรศการภาพถ่ายเยาวชนจีน – ไทย” เพื่อต่อยอดความสำเร็จของความร่วมมือและเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย ภายในงานจะนำเสนอผลงานภาพถ่ายสุดพิเศษด้วยกล้องสมาร์ทโฟน VIVO จากมุมมองของนักศึกษาไทยที่เข้าร่วมโครงการ ODOS Summer Camp หรือโครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ “ค่ายแห่งโอกาสภาคฤดูร้อนในระดับนานาชาติ” ซึ่งบันทึกประสบการณ์การเรียนรู้ตลอด 6 สัปดาห์ ณ มหาวิทยาลัย HUST โดยจัดแสดงระหว่างวันที่ 9-18 มกราคม 2025 ที่ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น 7 ไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร ศาสตราจารย์ดร.จาง ย่งฮุย รองอธิการบดีฝ่ายความร่วมมือระหว่างประเทศมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง(Huazhong University of Science and Technology หรือHUST) เปิดเผยว่า “หลังจากที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยหรือDEPA ร่วมกับมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง(HUST) ประสบความสำเร็จในการดำเนินโครงการทุนการศึกษาODOS Summer Camp โดยได้นำนักศึกษาไทยที่มีศักยภาพสูง50 คนเข้าร่วมหลักสูตรภายใต้ธีม‘ปัญญาประดิษฐ์และเมตาเวิร์ส’ เป็นระยะเวลา6 สัปดาห์ที่มหาวิทยาลัยHUST เพื่อขยายผลและต่อยอดความร่วมมือระดับนานาชาติHUST จึงได้ร่วมมือกับDEPA และVIVO จัดงาน‘นิทรรศการภาพถ่ายเยาวชนจีน–ไทย’ ที่นำเสนอภาพถ่ายที่โดดเด่นของนักศึกษาไทยกลุ่มนี้ภายใต้แนวคิด‘Digital Footprint: My Six-Week Journey at HUST’ หรือ‘ตามรอยดิจิทัล: การเดินทาง6 สัปดาห์ของฉันที่HUST’” ภาพถ่ายที่คัดเลือกมาจัดแสดงในงานนิทรรศการนี้ เป็นบันทึกประสบการณ์และการเรียนรู้ตลอด 6 สัปดาห์ของนักศึกษา ตั้งแต่กิจกรรมทางวิชาการ การฝึกปฏิบัติ การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาจีน-ไทย ไปจนถึงมุมมองต่อชีวิตหลังจากกลับมาประเทศไทย นอกจากนี้ “นิทรรศการภาพถ่ายเยาวชนจีน – ไทย” ยังเปิดโอกาสให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และผู้ที่สนใจได้รู้จักมหาวิทยาลัย HUST โดยเฉพาะจุดเด่นทางวิชาการและนโยบายการรับนักศึกษาต่างชาติ โดยมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจงเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีนที่อยู่ในโครงการระดับชาติ... - [LYN เฉลิมฉลอง 25 ปีบนเส้นทางแห่งแฟชั่นสุดไอคอนิกเปิดตัวแคมเปญ “Born an Icon” คอลลาบอเรชั่นสุดพิเศษกับโบว์ เมลดา สุศรี](https://chillandfin.com/?p=37657): LYN (ลิน) ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของแบรนด์แฟชั่นแอคเซสเซอรี่อันดับหนึ่งของผู้หญิงยุคใหม่มาตลอด 25 ปี ต้อนรับปี 2026 พร้อมการเฉลิมฉลองความเป็นไอคอนแห่งสไตล์ ผ่านแคมเปญสุดพิเศษตลอดทั้งปีภายใต้ชื่อ “LYN Legacy” ที่จะร้อยเรียงทุกช่วงเวลา ทุกผลงาน และทุกเรื่องราวของผู้หญิงที่เป็นแรงบันดาลใจให้แบรนด์ก้าวเดิน เพื่อมุ่งสู่บทใหม่ที่งดงาม เข้มแข็ง และเปล่งประกายในทุกมิติ ประเดิมคอลลาบอเรชั่นสุดไอคอนิกแรกของปีกับ โบว์–เมลดา สุศรี กับคอนเซปต์“Born an Icon” กับความเป็นไอคอนที่มาจากตัวตนที่น่าจดจำ การปรากฏตัวของ โบว์-เมลดา ในครังนี้เป็นการนำเสนอภาพของผู้หญิงที่เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริงในแบบที่เธอเป็น ความเป็นธรรมชาติ บวกกับความรงพลังคือความงามที่ไม่มีใครสามารถลอกเลียนได้ โบว์-เมลดา ไม่ใช่เพียงแค่ตัวแทนของ LYN เท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแทนของกระเป๋าแต่ละใบที่ถ่ายทอดอารมณ์และเสน่ห์ได้อย่างลงตัว มาพร้อมกันกับ 2 กระเป๋าสุดไอคอนิค เริ่มกันที่ Gatsby Re-Edition ไฮไลต์ประจำซีซั่นกับนิยามใหม่ของดีไซน์ยอดนิยม กระเป๋ารุ่นนี้นำรูปทรงยอดนิยมกลับมาตีความใหม่ให้กลายเป็นส่วนผสมของความแคชชวลและหรูหรา ที่ไปกับไลฟ์สไตล์ประจำวันได้ตั้งแต่เช้าจรดเย็น ไม่ว่าจะเป็นทรงบัคเก็ตสายประดับคริสตัลที่โดดเด่นด้วยโลโก้ลงยารูปเรขาคณิต และทรงสะพายไหล่โค้งมนสุดเฟมินีนที่ประทับโลโก้ไซส์มินิมอล ทั้งสองดีไซน์มาพร้อมสายห้อยประดับที่ทำจากวัสดุลูกปัดสีทองขึ้นเงาหรือแบบคริสตัลเล่นแสง ตัวหนังมีให้เลือกตั้งแต่สีดำ ขาว และแดงไวน์ และ Bolinar กระเป๋า IT Bag ใบโปรดของโบว์ ไอคอนชิ้นใหม่ที่สายแฟชันนิสต้าต้องมีไว้ในครอบครอง อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ถ่ายทอดความไอคอนิกในแบบ LYN คือกระเป๋า Bolinar โดยเฉพาะ Bolinar Shoulder Bag กระเป๋าหนังเรียบอันหรูหรา ที่ถูกนำมาตีความใหม่อีกครั้งให้แฝงด้วยความเท่ปนแกลมจากชาร์มห้อยแต่งดาว ตัวกระเป๋ามาในสีดำ ขาว เขียวกากี และเบจ ที่เมื่อปรากฏอยู่บนตัว โบว์-เมลดา ก็สามารถเปลี่ยนคาแรกเตอร์ได้อย่างน่าหลงใหลและลงตัว  สัมผัสแคมเปญฉลองครบรอบ 25 ปี “LYN Legacy” ได้ตลอดทั้งปี 2026 นี้ และเตรียมเป็นเจ้าของคอลลาบอเรชั่นสุดไอคอนิกแรกของปีกับ โบว์-เมลดา สุศรี กับคอนเซปต์ “Born an Icon” ได้ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 69 เป็นต้นไป ที่ร้าน LYN ทุกสาขาและออนไลน์ที่ LYNACCS.COM อัปเดตเทรนด์แฟชั่นใหม่ล่าสุดของ “LYN” เพิ่มเติมได้ที่ ... - [10 โรงแรมในเครือออนิกซ์ฮอสพิทาลิตี้กรุ๊ปคว้า WELL Health-Safety Rating ตอกย้ำมาตรฐานสุขภาพและความปลอดภัยระดับสากล](https://chillandfin.com/?p=37651): ออนิกซ์ฮอสพิทาลิตี้กรุ๊ปบริษัทบริหารจัดการชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้านการบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และที่พักอาศัยระดับหรู โดยมีแบรนด์ภายใต้การดูแล อาทิ อมารี (Amari) โอโซ่ (OZO) ชามา (Shama) และโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence) ครอบคลุมทำเลศักยภาพทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เดินหน้าสร้างหมุดหมายสำคัญด้วยความสำเร็จของโรงแรมในเครือทั้ง 10 แห่ง ที่ผ่านการรับรอง WELL Health-Safety Rating จากสถาบัน International WELL Building Institute (IWBI) องค์กรระดับโลกด้านมาตรฐานอาคารเพื่อสุขภาวะและความปลอดภัย การได้รับการรับรองครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการให้บริการของโรงแรมและที่พักภายใต้การบริหารอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม โดยมุ่งสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และส่งเสริมสุขภาวะของผู้เข้าพักและพนักงานทุกคน พร้อมตอกย้ำบทบาทของออนิกซ์ฯ ในฐานะ Regional Player ที่สามารถรักษาและยกระดับคุณภาพการดำเนินงานจนเป็นที่ยอมรับในหลากหลายจุดหมายปลายทางทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทั้งด้านการบริหารจัดการ ความปลอดภัย และการดูแลสุขภาวะอย่างยั่งยืน ในโอกาสนี้ นายยุทธชัยจรณะจิตต์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารออนิกซ์ฮอสพิทาลิตี้กรุ๊ป กล่าวว่า “การได้รับ WELL Health-Safety Rating สำหรับโรงแรมในเครือ ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนแนวคิดในการบริหารงานของเรา ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของแขกและพนักงานเป็นหลัก ออนิกซ์ฯ ภูมิใจที่สามารถนำมาตรฐานระดับโลกมาปรับใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งตอกย้ำบทบาทของเราในฐานะ Regional Player ที่พร้อมยกระดับประสบการณ์การเข้าพักให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราจะมุ่งมั่นพัฒนาสภาพแวดล้อมการบริการให้ดีที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจและความสบายใจให้แก่ทุกคนที่มาใช้บริการกับเรา” WELL Health-Safety Rating ถือเป็นมาตรฐานระดับสากลที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก โดยประเมินจากองค์ประกอบสำคัญต่างๆ อาทิ กระบวนการดูแลความสะอาดและสุขอนามัย การจัดการคุณภาพอากาศและน้ำ การเตรียมความพร้อมและการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน ตลอดจนการการสื่อสารข้อมูลอย่างโปร่งใส โดยทุกขั้นตอนผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อยืนยันว่าอาคารและพื้นที่ให้บริการมีความปลอดภัยและเอื้อต่อสุขภาวะในทุกมิติ การดำเนินการตามมาตรฐานดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่รวมกว่า 4,359,880 ตารางฟุต ซึ่งสะท้อนถึงระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และตอกย้ำความมุ่งมั่นของออนิกซ์ฯ ในการสร้างความมั่นใจสูงสุดให้แก่ผู้เข้าพักและผู้ใช้บริการทุกคน โรงแรมที่ได้รับ WELL Health-Safety Rating ในเฟสแรกได้แก่  ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนในการพัฒนาองค์กรให้เติบโตในระดับภูมิภาค ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังคงเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอและยกระดับมาตรฐานบริการอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการบริหารจัดการโรงแรมและที่พักในระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX... - [ซีเจมอร์ ชวน Happy ทุกวันกับแคมเปญ “ครบถูกคุ้ม Happy 2026” รับสิทธิ์แลกซื้อสุดคุ้มถึง6 สิทธิ์เพียงช้อปครบ150 บาทต่อใบเสร็จ](https://chillandfin.com/?p=37648): ซีเจมอร์ (CJ MORE) ชวนทุกคนเติมพลังความสุขในทุกวัน ผ่าน แคมเปญ “ครบถูกคุ้ม Happy 2026” ที่ออกแบบมาให้การช้อปปิ้งเป็นเรื่องง่าย อบอุ่น และคุ้มค่า ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกเพศ ทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นวันทำงาน วันหยุด หรือวันพิเศษของครอบครัว เป็นการเริ่มต้นปี 2026 ด้วยรอยยิ้มและความสบายใจไปพร้อมกัน หนึ่งในไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือ สิทธิ์แลกซื้อสุดคุ้ม เพียงช้อปครบ 150 บาทต่อใบเสร็จ ก็สามารถเลือกแลกซื้อสินค้าได้ทันทีถึง 6 รายการ 6 สิทธิ์ ครอบคลุมสินค้าตามช่วงเทศกาลสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นของขวัญวันเด็ก ไอเทมเติมความหวานรับวาเลนไทน์ หรือของไหว้เสริมเฮงช่วงตรุษจีน ช่วยเติมเต็มทุกโมเมนต์เล็ก ๆ ของชีวิตให้ Happy ได้มากขึ้น โดยสิทธิ์แลกซื้อสุดคุ้มนี้จัดต่อเนื่องรวม 9 รอบ ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2568 – 24 กุมภาพันธ์ 2569 นอกจากความคุ้ม ซีเจ มอร์ ยังเพิ่มสีสันให้การใช้เวลาร่วมกันของครอบครัวผ่านกิจกรรมแฟร์ซีซัน “Happy ทุกเพศทุกวัย” ที่ยกขบวนสินค้าราคาพิเศษ ของแจก ของแถม และกิจกรรมสนุก ๆ มาให้ร่วมสนุกใกล้บ้าน พร้อมเสริมบรรยากาศความสุขด้วยการแสดงและกิจกรรมจากคนในชุมชน สร้างพื้นที่แห่งรอยยิ้มให้ทุกคนได้เข้ามาใช้เวลาร่วมกันอย่างเป็นกันเอง กิจกรรมวันเด็ก จัดขึ้นในวันที่ 10 ม.ค. 2569 ทั้งหมด 5 สาขา ได้แก่ สาขาวัดใหญ่บางปลากด จังหวัดสมุทรปราการ, สาขาบางบอน 5 กรุงเทพมหานคร, สาขาบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น, สาขามาบยายเลีย 18 จังหวัดชลบุรี และสาขาอาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด ต่อเนื่องด้วยการเสริมความเฮงกันต่อในช่วงเทศกาลตรุษจีน จัดขึ้นในวันที่ 19 ก.พ. 2569 ทั้งหมด 5 สาขา ได้แก่ สาขาลาดพร้าว 101 (วัดบึงทองหลาง), สาขาเทอดไท 33, สาขาแยกพิชัย... - [Sandisk เปิดตัวแบรนด์ “SANDISK Optimus™” กลุ่มผลิตภัณฑ์SSDใหม่](https://chillandfin.com/?p=37645): ต่อยอดความแข็งแกร่ง SSD จาก WD_BLACK™ และ WD Blue® สู่เอกลักษณ์แบรนด์ Sandisk วันนี้ ณ งาน Consumer Electronics Show (CES® 2026) Sandisk ประกาศเปิดตัว SANDISK Optimus™ แบรนด์ใหม่สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ SSD ภายในระดับเรือธง ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของเกมเมอร์ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ และมืออาชีพโดยเฉพาะ การรีแบรนด์ครั้งนี้สะท้อนจุดยืนของ Sandisk ในฐานะผู้นำด้านประสิทธิภาพ ความเป็นเลิศทางวิศวกรรม และมรดกแห่งความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีแฟลชเมมโมรีที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน กลุ่มผลิตภัณฑ์ SANDISK Optimus™ ประกอบด้วยโซลูชันการจัดเก็บข้อมูลภายในประสิทธิภาพสูง 3 กลุ่ม ได้แก่ SANDISK Optimus™, SANDISK Optimus™ GX และ SANDISK Optimus™ GX PRO การเปิดตัว SANDISK Optimus™ ช่วยเปิดโอกาสสู่การเติบโตในอนาคตของบริษัท ควบคู่ไปกับการขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของเกมเมอร์ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ และมืออาชีพอย่างครอบคลุม โดยมาพร้อมดีไซน์แพ็กเกจและรูปลักษณ์ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่โดดเด่น ได้รับแรงบันดาลใจจากนวัตกรรมและอัตลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ แม้ภาพลักษณ์โดยรวมของแบรนด์ SANDISK Optimus™ จะถูกออกแบบใหม่ให้แตกต่างอย่างชัดเจน แต่พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ยังคงสืบทอดชื่อเสียงด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือระดับสูงของ Sandisk ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่หล่อหลอมความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมแฟลชเมมโมรีของบริษัทมาอย่างยาวนาน ไฮดีอาร์คินสตอลล์ รองประธานฝ่ายแบรนด์ผู้บริโภคระดับโลกและการตลาดดิจิทัลของ Sandisk กล่าวว่า “แบรนด์ SANDISK Optimus™ กำหนดนิยามใหม่ของคำว่าประสิทธิภาพ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน” และเสริมว่า “ด้วยพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมหลายเซกเมนต์ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะช่วยให้ผู้บริโภคเลือกโซลูชันที่เหมาะสมกับการใช้งานของตนเองได้ง่ายยิ่งขึ้น” เพื่อให้ผู้ใช้เข้าใจระดับประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ได้อย่างชัดเจนและเลือกใช้งานได้อย่างมั่นใจ พอร์ตโฟลิโอ SANDISK Optimus™ จึงถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้ อนิลมูลจันดานี (Anil Moolchandani) รองประธานฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์กลุ่ม Client ของ Sandisk กล่าว “ผู้ใช้นับล้านคนทั่วโลกต่างรู้จักและไว้วางใจไดรฟ์ภายในของเรา และแบรนด์ SANDISK Optimus™ ใหม่ก็สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ” และเสริมด้วยว่า “กลุ่มผลิตภัณฑ์... - [บันยันกรุ๊ปเปิดตัวแบรนด์เรสซิเดนซ์ใหม่ภายใต้ชื่อเบลลากูน่า(Bellaguna)](https://chillandfin.com/?p=37640): เปิดขายโครงการแรกของแบรนด์เบลลากูน่าเลคเรสซิเดนซ์โลตัส(Bellaguna Lake Residences Lotus) คอนโดมิเนียมหรูริมทะเลสาบสไตล์โมเดิร์นตั้งอยู่ใจกลางลากูน่าภูเก็ต  บันยันกรุ๊ปผู้บุกเบิกด้านการบริการที่ขับเคลื่อนด้วยจุดมุ่งหมายและผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแบรนด์ระดับไฮเอนด์ประกาศเปิดตัวเบลลากูน่า(Bellaguna)แบรนด์ที่อยู่อาศัยใหม่ล่าสุดของกลุ่ม เบลลากูน่าได้รับการรังสรรค์ขึ้นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้านยุคใหม่ที่แสวงหาประสบการณ์การใช้ชีวิตอันเปี่ยมด้วยความหมายผ่านการนำเสนอที่พักอาศัยระดับพรีเมียมซึ่งได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อการอยู่อาศัยตลอดทั้งปีภายใต้การบริหารจัดการอย่างมืออาชีพโดยบันยันกรุ๊ปพร้อมการดำเนินงานที่เป็นอิสระจากส่วนโรงแรมเพื่อมอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดและประสบการณ์การอยู่อาศัยคุณภาพระดับไฮเอนด์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของบันยันกรุ๊ป ชื่อ “Bellaguna” เกิดจากการผสานความหมายของสองคำอันงดงาม ได้แก่ “Bella” ซึ่งหมายถึงความงาม สะท้อนถึงสถาปัตยกรรมอันประณีตและสภาพแวดล้อมที่กลมกลืนภายในโครงการ และ “Laguna” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลากูน่า ภูเก็ต จุดหมายปลายทางรีสอร์ตครบวงจรชั้นนำแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อหลอมรวมกัน ชื่อ “Bellaguna” จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความสง่างามเหนือกาลเวลา ความสงบร่มรื่น และการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ที่ผสานไว้ด้วยกันอย่างลงตัว “โครงการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมแบบสแตนด์อโลนได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจสำคัญของเราการสร้างอัตลักษณ์เฉพาะสำหรับเซกเมนต์นี้จึงเป็นสิ่งจำเป็น” คุณสจ๊วตรีดดิ้งกรรมการผู้จัดการฝ่ายเรสซิเดนซ์บันยันกรุ๊ปกล่าว“Bellagunaคือบทใหม่ของการพัฒนาของเรานำเสนอที่อยู่อาศัยที่เปี่ยมด้วยความประณีตซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติในปัจจุบันพร้อมคงไว้ซึ่งมาตรฐานการบริการอันเป็นเอกลักษณ์ที่บันยันกรุ๊ปเป็นที่ยอมรับมาอย่างยาวนาน” แม้ว่าโครงการBellagunaบางแห่งจะตั้งอยู่ภายในลากูน่าภูเก็ตแต่แบรนด์ได้รับการวางตำแหน่งให้สามารถดำเนินงานได้อย่างอิสระในหลากหลายจุดหมายปลายทางไม่ว่าจะเป็นที่ใดก็ตามที่เจ้าของบ้านแสวงหาความงดงามความประณีตและความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับทั้งธรรมชาติและชุมชนโดยรอบ บันยันกรุ๊ปยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแบรนด์ระดับโลกโดยได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 1 ในเอเชียและอันดับ 5 ของโลกในด้านปริมาณการพัฒนาโครงการเฉพาะในจังหวัดภูเก็ตบันยันกรุ๊ปคาดการณ์ว่าจะเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี่มูลค่าสูงสุดถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในระยะเวลา2–3ปีข้างหน้า เปิดตัวเบลลากูน่าเลคเรสซิเดนซ์โลตัส(Bellaguna Lake Residences Lotus) โครงการแรกภายใต้แบรนด์เบลลากูน่า เบลลากูน่าเลคเรสซิเดนซ์โลตัสเป็นโครงการที่พักอาศัยร่วมสมัยที่หรูหราสง่างามตั้งอยู่ริมทะเลสาบอันงดงามใจกลางลากูน่าภูเก็ตริมหาดบางเทา  อาคารคอนโดมิเนี่ยมทั้ง 5 ได้รับการออกแบบให้มีรูปทรงเรียวยาวและสง่างามโดยได้แรงบันดาลใจจากลวดลายเส้นสายของเรือยอชท์และการเคลื่อนไหวของสายน้ำมอบทัศนียภาพแบบพาโนรามาของทะเลสาบและทะเลในส่วนของผนังอาคารได้รับการแต่งแต้มด้วยโทนสีเข้มอ่อนสลับดั่งเกลียวคลื่นสะท้อนแสงที่เปลี่ยนแปลงตลอดวันขณะที่ภายในตกแต่งด้วยโทนสีธรรมชาติอบอุ่นเปล่งประกายด้วยแสงธรรมชาติที่สาดส่องเข้ามาระเบียงและชานกว้างโค้งรับกับเส้นสายของทะเลสาบสะท้อนการผสานรวมกันของความงามตามธรรมชาติและความหรูหราที่สุขุมลุ่มลึกได้อย่างสมบูรณ์แบบแต่เรียบง่าย รูปแบบที่พักอาศัยประกอบด้วยคอนโดมิเนียมขนาด 1–3 ห้องนอนและเพนท์เฮาส์ขนาด 2–3 ห้องนอนพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวบนดาดฟ้า สระว่ายน้ำอินฟินิตี้บนดาดฟ้าพร้อมคาบาน่าส่วนตัวตั้งตระหง่านเป็นจุดเด่นบนอาคารแต่ละหลังขณะที่สวนภูมิทัศน์อันเขียวชอุ่มได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่พักผ่อนอันเงียบสงบโซนกิจกรรมสำหรับครอบครัวรวมถึงบอร์ดวอล์กและท่าเทียบเรือเอกลักษณ์เฉพาะซึ่งเชื่อมต่อผู้อยู่อาศัยโดยตรงสู่บริการเรือรับส่งของลากูน่าภูเก็ต สิทธิพิเศษสำหรับเจ้าของบ้าน โครงการ เบลลากูน่าเลคเรสซิเดนซ์โลตัสตั้งอยู่ภายในลากูน่า ภูเก็ต รีสอร์ตครบวงจรชั้นนำของเอเชีย ที่มาพร้อมร้านอาหารระดับโลก สปาชั้นนำ ร้านค้าบูติก รวมถึงสนามกอล์ฟที่ได้รับรางวัลอย่าง ลากูน่า กอล์ฟ ภูเก็ต ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ห่างจากสนามบินนานาชาติภูเก็ตเพียง 30 นาที ในชุมชนที่ปลอดภัยและเหมาะสำหรับครอบครัว  การลงทุนด้านไลฟ์สไตล์พร้อมบริการจัดการการปล่อยเช่าระดับมืออาชีพ แม้ที่พักอาศัยภายใต้แบรนด์ Bellaguna จะได้รับการออกแบบเพื่อการอยู่อาศัยตลอดทั้งปี แต่เจ้าของยังสามารถเพิ่มศักยภาพด้านการลงทุนได้ผ่านการเข้าร่วม Banyan Living แพลตฟอร์มบริหารการเช่าใหม่ล่าสุดของบันยัน กรุ๊ป โปรแกรมดังกล่าวเปิดให้เข้าร่วมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมการดูแลบริหารจัดการอย่างมืออาชีพในรูปแบบที่พักอาศัยระดับโรงแรม มอบความยืดหยุ่นให้แก่เจ้าของ ขณะเดียวกันก็สร้างความมั่นใจแก่ผู้เข้าพักด้วยมาตรฐานการบริการที่เชื่อถือได้ในระดับเดียวกับโรงแรม - [แสนสิริรุกแรงเขย่าพอร์ตคอนโดเปิดแบรนด์ใหม่ “LOVE” เจาะกลุ่มUrban Professional ใช้ชีวิตในแบบที่เลิฟ ประเดิมทำเลศักยภาพLOVE Charoen Nakhon มูลค่า6,500 ล้านบาท](https://chillandfin.com/?p=37636): องอาจ สุวรรณกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมบริษัทแสนสิริจำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า แสนสิริมุ่งพัฒนาโครงการให้ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า ทุกระดับราคาและทุกทำเล ควบคู่กับกับการทำรีเสิร์ช และมาร์เก็ตเซอร์เวย์ อย่างเข้มข้นตลอด 2 ปี เพื่อนำมาวางกลยุทธ์และปรับพอร์ตโฟลิโอให้เท่าทันพฤติกรรมความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และจากการศึกษาพบกลุ่มลูกค้าที่น่าสนใจคือ Urban Professional (อายุ30-45 ปี) กลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูงและมีไลฟ์สไตล์แบบ Collective Living โดยมีคาแรคเตอร์ที่โดดเด่น คือไม่ได้วิ่งตามทุกกระแส ยอมรับสิ่งใหม่ อยู่ในเทรนด์ เลือกเฉพาะสิ่งที่ “ใช่” และสะท้อนตัวตนจริง ๆ ให้ความสำคัญกับ Timeless Design ที่ไม่กลืนไปตามกาลเวลา และแฝงแนวคิดชีวิตยั่งยืน ซึ่งแสนสิริให้นิยามคนกลุ่มนี้ว่า LOVE GENERATION  โดยสรุปในภาพรวมคือกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับความสุขในชีวิต มองหาคอนโดมเนียมที่ให้ความสบายใจ และเป็นทรัพย์สินที่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในเวลาเดียวกัน “แสนสิริได้นำอินไซต์ดังกล่าวมาปรับพอร์ตโฟลิโอประเดิมด้วยการเปิดตัวแบรนด์ “LOVE” คอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ (ราคา 140,000–190,000 บาท/ตารางเมตร) ซึ่งแสนสิริเป็นเจ้าตลาดในกลุ่มนี้และเป็นครั้งแรกของการใช้โลโก้แสนสิริ เป็นส่วนหนึ่งของ Sub-brand เพื่อสร้างการจดจำ สะท้อนจุดแข็งแบรนด์ในฐานะ Design Leader ยืนหนึ่งด้านดีไซน์ ฟังก์ชัน คุณภาพและบริการ ของวงการอสังหาฯ ไทย ปักหมุดโครงการแรก LOVE Charoen Nakhon คอนโดใหม่วิวแม่น้ำเจ้าพระยาย่านเจริญนครมูลค่า 6,500 ล้านบาท” “LOVE” (เลิฟ) คอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่จากแสนสิริ ที่พร้อมสร้างปรากฏการณ์ ‘Brand Love’ ถ่ายทอดแนวคิดการสร้างแบรนด์ ผ่านคอนเซ็ปต์ ‘LOVE LIFE’ สะท้อนนิยามบทใหม่ที่เป็นขั้นกว่าของการใช้ชีวิต คือ ‘การได้ใช้ชีวิตในแบบที่เลิฟ’ กับ 4 แกนหลักเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบ Collective Living อย่างลงตัว ได้แก่ ‘LOVE in design เลิฟที่ชีวิตลงตัว’ ชูความโดดเด่นด้านพื้นที่และฟังก์ชัน (Seamless Design) ที่เชื่อมต่อทุกมิติของการใช้งานอย่างไร้รอยต่อ ผสานงานดีไซน์ที่ประณีตและเน้นการใช้งานจริงในทุกตารางเมตร ‘LOVE inner เลิฟที่ใส่ใจในWell-being’ มุ่งเน้นสุขภาวะที่ดี ‘LOVE in us... - [Airbnb ดึงมิลลิโปรโมทเสน่ห์กรุงเทพฯสู่สายตาคนทั่วโลก ‘Bangkok Weekender’ ประสบการณ์สุดเอ็กซ์คูลซีฟบนAirbnb](https://chillandfin.com/?p=37627): Airbnb แพลตฟอร์มระดับโลก กระตุ้นไฮซีซันท่องเที่ยวไทย จับมือ “มิลลิ” (MILLI) ดนุภาคณาธีรกุล ไอคอนแร็ปเปอร์แถวหน้าของไทยเปิดประสบการณ์สัมผัสเสน่ห์กรุงเทพ “Bangkok Weekender” สุดพิเศษครั้งหนึ่งในชีวิต โดยชู 2 ซอฟต์พาวเวอร์สำคัญของไทยอย่างดนตรีและอาหารไทย มาผสานเข้ากับไลฟ์สไตล์และความสนใจในการเดินทางท่องเที่ยวเมืองไทยของนักเดินทาง Airbnb  มิลลิ รับหน้าที่เป็นโฮสต์ และขอเชิญแฟน ๆ และนักเดินทางเข้าสู่โลกแห่งประสบการณ์การท่องเที่ยวสุดสัปดาห์ในกรุงเทพฯ ได้รับแรงบันดาลใจจากรสชาติจัดจ้านของอาหารและย่านต่าง ๆ ที่จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ของเธอ   ผู้โชคดีจะได้เข้าพักในที่พัก Airbnb สุดโปรดของมิลลิในกรุงเทพฯ ก่อนเปิดประสบการณ์เข้าสู่โลกแห่งความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็น ร้องเพลงคาราโอเกะส่วนตัวกับมิลลิกิจกรรมทำข้าวเหนียวมะม่วงแบบกันเองรวมถึงค้นพบย่านโปรดและสัมผัสรสชาติอาหารท้องถิ่นจานโปรดของมิลลิโดยมิลลิจะแบ่งปันแรงบันดาลใจและเรื่องราวจากเมืองบ้านเกิด เปิดมุมมองใหม่ให้เหล่านักเดินทางได้สัมผัสวัฒนธรรม พลังสร้างสรรค์ต่าง ๆ ของเมือง และอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพฯ   ความร่วมมือระหว่าง Airbnb และมิลลิครั้งนี้ สะท้อนพลังสร้างสรรค์ของประเทศไทยตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับโลก ทั้งดนตรี อาหาร แฟชั่น และอัตลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้นักเดินทางได้เชื่อมต่อกับวัฒนธรรมไทยสมัยใหม่อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น การเปิดตัวประสบการณ์สุดพิเศษครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความสนใจในการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องผ่านแพลตฟอร์ม Airbnb โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า ยอดการค้นหาที่พักในประเทศไทยช่วงไฮซีซันเพิ่มขึ้นเกือบ 20%1 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยว Gen Z ไทย มีการค้นหาเพิ่มขึ้นมากกว่า 25%2 สะท้อนความนิยม ของการเดินทางที่เน้นการสัมผัสประสบการณ์และเรียนรู้วัฒนธรรมของจุดหมายปลายทางอย่างแท้จริง   มิลลิดนุภาคณาธีรกุล กล่าวว่า “รู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้มีโอกาสมาเป็นโฮสต์ Airbnb ในครั้งนี้ การได้เดินทางและขึ้นแสดงบนเวทีทั่วโลกทำให้เห็นว่าคนจากหลากหลายประเทศอยากเชื่อมต่อกับวัฒนธรรมไทยมากแค่ไหน และเอ็กซ์พีเรียนซ์ในครั้งนี้เป็นโอกาสที่จะได้ถ่ายทอดความเป็นไทยออกมาอย่างใกล้ชิดกับแฟนๆ อีกด้วย” “ผู้ที่จะเข้าร่วมกิจกรรมนี้จะไม่ได้แค่ร้องคาราโอเกะและทำข้าวเหนียวมะม่วงเมนูโปรดไปด้วยกันเท่านั้น แต่มิลลิจะแชร์ทริคเด็ดสำหรับการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ แบบโลคอลตัวจริง ตั้งแต่การร้องคาราโอเกะด้วยกัน ไปจนถึงการอิ่มอร่อยกับเมนูจานโปรด อยากให้นักเดินทางได้สัมผัสสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจและเสน่ห์ที่ทำให้ประเทศไทยพิเศษไม่เหมือนที่อื่น ๆ” ความร่วมมือระหว่าง Airbnb และมิลลิครั้งนี้ สะท้อนพลังสร้างสรรค์ของประเทศไทยตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับโลก ทั้งดนตรี อาหาร แฟชั่น และอัตลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้นักเดินทางได้เชื่อมต่อกับวัฒนธรรมไทยสมัยใหม่อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น  นายอมันพรีทบาจาจผู้จัดการทั่วไปประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดียของ Airbnb กล่าวว่า“ประเทศไทยเป็นแรงบันดาลใจให้นักเดินทางทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ด้วยการต้อนรับที่อบอุ่น ความคิดสร้างสรรค์ และวัฒนธรรม การได้ร่วมงานกับ มิลลิ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคลื่นลูกใหม่แห่งวงการเพลงไทย เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะมอบประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้แฟนๆ และนักเดินทางได้สัมผัสพลังเหล่านี้อย่างใกล้ชิด การร่วมมือกันครั้งนี้เป็นมากกว่าประสบการณ์ โดยเป็นการเปิดประตูสู่วัฒนธรรมไทยสมัยใหม่ และเราภูมิใจที่ได้ถ่ายทอดความโดดเด่นและความคิดสร้างสรรค์ของประเทศไทยสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก” ความร่วมมือครั้งนี้ยังสอดคล้องกับกลยุทธ์ 5 Must... - [รวมพลังร็อกเกอร์! YUNGBLUD ชวน The Smashing Pumpkins ฟีทใน “Zombie”เพลงร็อกชั้นดีเข้าชิงแกรมมีสาขา Best Rock Song ที่มาพร้อมดนตรีเท่และหนักแน่นกว่าเดิม](https://chillandfin.com/?p=37622): หลังจากสร้างความประทับใจให้กับแฟน ๆ ในเพลง “Zombie” ที่ปล่อยออกมาช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา และถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมีสาขา Best Rock Song กันไปแล้ว YUNGBLUD นักร้อง นักแต่งเพลง และนักแสดงชาวอังกฤษวัย 28 ปี นำเพลงบัลลาดร็อกชั้นดีเพลงนี้กลับมาอีกครั้ง พร้อมชวน The Smashing Pumpkins วงร็อกสุดไอคอนิกระดับตำนาน เจ้าของ 2 รางวัลแกรมมี มาร่วมฟีทเจอริงด้วย และเป็นครั้งแรกของวงที่ได้ร่วมทำเพลงอย่างเป็นทางการกับศิลปินอื่น จึงทำให้ “Zombie” ในเวอร์ชั่นนี้ทั้งเท่ ทั้งทรงพลัง ถูกใจขาร็อกยิ่งกว่าเดิม ฟังเพลง “Zombie” ของ YUNGBLUD, The Smashing Pumpkins ได้ที่นี่ https://yungbludth.lnk.to/ZombiewithTSPPR “Zombie” เป็นผลงานอันน่าภาคภูมิใจของ YUNGBLUD ที่นอกจากจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนเพลงและนักวิจารณ์เพลง จนได้เข้าชิงรางวัลแกรมมี่สาขา Best Rock Song แล้ว ยังเป็นซิงเกิลเดี่ยวของเขาที่ทำยอดสตรีมถึง 100 ล้านครั้งได้ในเวลาที่เร็วที่สุดอีกด้วย นอกจากนี้ยังไต่ไปถึงอันดับที่ 9 บนชาร์ตเพลง Alternative บนคลื่นวิทยุ และเป็นเพลงที่ 3 ของเขาที่ติด Top 10 และเป็นซิงเกิลของเขาที่ติดอันดับในชาร์ตสูงที่สุดในรอบ 3 ปีเลยทีเดียว นอกจากจะมาร่วมฟีทเจอริงด้วยแล้ว The Smashing Pumpkins ยังร่วมแสดงในมิวสิควิดีโอเพลง “Zombie” ร่วมกับ YUNGBLUD อีกด้วย ผลงานกำกับโดย Charlie Sarsfield เผยให้เห็นอิริยาบถเท่ ๆ ของทั้ง YUNGBLUD และ Billy Corgan นักร้องนำของ The Smashing Pumpkins ได้อย่างชัดเจน ชมมิวสิควิดีโอเพลง “Zombie” ของ YUNGBLUD, The Smashing Pumpkins ได้ที่นี่... - [MCM ร่วมกับ CASETiFY เผยโฉมคอลเล็กชันเคสและอุปกรณ์เสริมแรงบันดาลใจจากจักรวาล](https://chillandfin.com/?p=37614): CASETiFY และ MCM นำเสนอการออกแบบสุดล้ำผ่านความร่วมมือในคอลเล็กชันล่าสุด เดือนธันวาคมนี้ MCM แบรนด์ลักชัวรีสัญชาติเยอรมัน เปิดตัวความร่วมมือครั้งใหม่กับ CASETiFY ผู้นำด้านอุปกรณ์เทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์ โดยความร่วมมือในครั้งนี้นำเสนอคอลเล็กชันที่เน้นการออกแบบผสมผสานระหว่างสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของ MCM เข้ากับนวัตกรรมของ CASETiFY ยกระดับไอเท็มในชีวิตประจำวันด้วยเสน่ห์แห่งความหรูหราและจินตนาการ คอลเล็กชันนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดการออกแบบของ MCM คือ “From Munich to Mars” การเดินทางฝันเหนือจินตนาการจากเมืองเกิดของแบรนด์สู่เส้นทางอนาคต โดยสินค้าครอบคลุมทั้งเคสโทรศัพท์ เคสหูฟังไร้สาย และ Snappy MagSafe โดยคอลเล็กชันนี้ได้เปลี่ยนเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นของสะสมสุดมีสไตล์ จุดเด่นของคอลเล็กชันคือเอกลักษณ์ของ MCM ไม่ว่าจะเป็น ลวดลาย Cognac Visetos สุดคลาสสิก และตัวละคร “Rabot” หุ่นยนต์กระต่ายสุดน่ารัก ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ความสนุกสนาน ผสานมรดกของแบรนด์เข้ากับเรื่องเล่าแห่งโลกอนาคตอย่างลงตัว การร่วมมือกับ CASETiFY ที่โดดเด่นเรื่องวัสดุที่ทนทานปกป้องเครื่องได้อย่างยอดเยี่ยม และเคสโทรศัพท์ที่ปรับแต่งเองได้ ถือเป็นการต่อยอดเส้นทางของ MCM ที่สนับสนุนความครีเอทีฟของผู้คนในแวดวงศิลปะ ดนตรี และการออกแบบมาโดยตลอด โดยการร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการผสานฟังก์ชันและแฟชั่นเข้าด้วยกัน โดยนำความแม่นยำทางเทคนิคของ CASETiFY มาบรรจบกับงานฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์ของ MCM ผ่านไลน์อุปกรณ์เทคที่ยกระดับขึ้นอีกขั้น คอลเล็กชันนี้นำเอกลักษณ์ความเป็น MCM มาสู่แคนวาสยุคใหม่ ด้วยการออกแบบที่โดดเด่นแต่ยังคงความเรียบหรู ครอบคลุมเคสโทรศัพท์รุ่น Impact และ Bounce ที่ปกป้องเครื่องได้ดีที่สุด ลวดลาย Visetos – โลโก้รูปเพชรอันได้รับแรงบันดาลใจจากบาวาเรีย โดยถูกนำมาปรับใหม่สำหรับเคสโทรศัพท์ในโทน น้ำตาลดำและชมพู และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสนุกสนาน พลาดไม่ได้กับ Rabot หุ่นยนต์กระต่าย เปล่งประกายในเคสที่ปรับแต่งได้ทั้ง สีฟ้า สีดำ สีชมพู และสีใส นอกจากนี้ยังมี เคสหูฟังไร้สาย และ Mirror MagSafe cardholder แต่ละชิ้นถูกออกแบบเพื่อให้ผู้ใช้สามารถแสดงความเป็นตัวเองโดยไม่ลดทอนฟังก์ชัน ราคาเริ่มต้น 1,399,- ความร่วมมือนี้สะท้อนแก่นแท้ของ MCM: กล้าหาญ ล้ำสมัย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นการเฉลิมฉลองอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เหมาะสมกับการเป็นเกียรติแก่ตำนาน 50 ปีของแบรนด์... - [เริ่มต้นปีใหม่อย่างมีสไตล์ด้วย 12 รายการทีวีที่จะมามอบความสุขให้ทั้งครอบครัวรับชมฟรีได้ทาง Samsung TV Plus](https://chillandfin.com/?p=37608): Samsung TV Plus ฉลองครบรอบ 1 ปีในประเทศไทยพร้อมนำเสนอรายการสุดพิเศษทั้งการแข่งขันทำอาหารละครสุดโรแมนติกเพลงป็อปไทยและอีกมากมายที่จะมอบความเพลิดเพลินและผ่อนคลายให้ตลอด 24 ชั่วโมง เริ่มต้นปี 2569 อย่างสมบูรณ์แบบด้วยการรับชมรายการบันเทิงสุดประทับใจบนแพลตฟอร์ม Samsung TV Plus ที่จะให้ผู้ชมรู้สึกผ่อนคลายและเพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาแห่งคุณภาพเพื่อตัวเอง ต้อนรับปีใหม่นี้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เวลายามค่ำคืนที่แสนอบอุ่นกับครอบครัว หรือแบ่งเวลาส่วนตัวเพื่อการพักผ่อน ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการนั่งเอนกายบนโซฟาพร้อมรับชมรายการโปรดที่จะทำให้คุณรู้สึกอบอุ่นและมีความสุข Samsung TV Plus มอบประสบการณ์ที่ให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับรายการหลากหลายได้โดยตรงจากสมาร์ททีวีซัมซุงของคุณ เพียงมีสมาร์ททีวีซัมซุงรุ่นที่รองรับการใช้งาน บัญชีซัมซุงและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเท่านั้น! ผังรายการของ TV Plus ในปี 2569 กำลังจะกลายเป็นศูนย์รวมความบันเทิงระดับพรีเมียม ที่มีให้เลือกตั้งแต่ละครสุดโรแมนติก การแข่งขันทำอาหารสุดเข้มข้น ไปจนถึงเพลงป็อปไทยล่าสุด ท่านสามารถผ่อนคลายไปกับการท่องโลกแห่งความบันเทิงบน Samsung TV Plus พร้อมด้วยรายการแนะนำที่จะมาสร้างความสุขให้คุณในปี 2569 ดังนี้ รายการทีวี เรื่องย่อ มาสเตอร์เชฟ (MasterChef) เวทีแห่งการแข่งขันที่รวบรวมเหล่านักทำอาหารมือสมัครเล่นจากหลากหลายแวดวงมาประชันฝีมือในรายการ ‘มาสเตอร์เชฟ’ พวกเขาต้องเผชิญความท้าทายด้านการทำอาหารภายใต้ความกดดันสูง เพื่อคว้าตำแหน่งสุดยอดดาวรุ่งวงการอาหารคนต่อไป เชฟชื่อดังจะเป็นผู้กำหนดโจทย์และตัดสินอาหารแต่ละจาน เตรียมพบกับการแข่งขันสุดเข้มข้น การคัดเลือกที่สร้างความตื่นเต้นลุ้นระทึก และการรังสรรค์อาหารที่จะทำให้น้ำลายสอ World of Love Island ‘World of Love Island’ รายการเรียลลิตี้โชว์หาคู่สุดเร้าใจที่พาหนุ่มสาวโสดบินลัดฟ้าสู่วิลล่าสุดหรูบนเกาะเพื่อตามหารักแท้ ผู้เข้าแข่งขันต้องชนะใจผู้ชมเพื่อรักษาที่นั่งในสวรรค์แห่งนี้ไว้ โดยผู้ชมทางบ้านจะเป็นผู้ตัดสินว่าใครจะต้องออกจากการแข่งขัน และคู่สุดท้ายจะได้รับรางวัลใหญ่ นักพิสูจน์ท้าทดลอง (Mythbusters) รายการนักพิสูจน์ท้าทดลอง ‘Mythbusters’ ตอบโจทย์ผู้ชมที่ชื่นชอบการค้นหาความจริง ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญที่จะมาพิสูจน์ความเชื่อในสังคมและเรื่องไวรัลที่แพร่สะพัดในโลกออนไลน์ เตรียมพบกับการทดลองสุดตื่นเต้นและอารมณ์ขัน จากทีม Mythbusters ที่จะมาเผยความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเรื่องราวต่าง ๆ พร้อมนำเสนอวิทยาศาสตร์ในรูปแบบที่ทั้งน่าตื่นเต้นและสนุกสนานไปพร้อมกัน K-Food โดย CJ ENM สำหรับผู้ที่กำลังมองหารายการใหม่ สามารถดื่มด่ำไปกับรสชาติและเรื่องราวเบื้องหลังอาหารเกาหลีในรายการ ‘K-Food’ โดย CJ ENM ตั้งแต่สูตรอาหารดั้งเดิมไปจนถึงการดัดแปลงร่วมสมัย รายการนี้เป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมและอาหารอันน่าลิ้มลองได้อย่างลงตัว เซอร์ไวเวอร์ (Survivor) ‘เซอร์ไวเวอร์’ แฟรนไชส์รายการทีวีระดับโลก พาผู้แข่งขันไปยังดินแดนห่างไกล ที่จะมีเพียงผู้ที่ฉลาด แข็งแกร่ง และเก่งในการวางกลยุทธ์เท่านั้นที่จะอยู่รอด พบกับการจับคู่พันธมิตรที่น่าตื่นเต้น การเดิมพันที่กล้าหาญ และการทดสอบสุดท้าทาย... - [เล่นกับใจเกิน!! Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวังอีพี 2 ทำเอาแฟนซีรีส์สุดหน่วงพร้อมเฝ้าต่ออีพี3  ](https://chillandfin.com/?p=37600): เรียกว่า เอาใจคนดูไปแขวนบนเส้นด้าย อย่างแท้จริง สำหรับซีรีส์Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวังทางสถานีโทรทัศน์ช่อง8 โดยเฉพาะใน อีพี2 ที่ออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งกระแสตอบรับจากแฟนซีรีส์พุ่งแรงแบบไม่ต้องรอข้ามคืน อีพีนี้ไม่ใช่แค่เล่นกับใจตัวละคร แต่คือการเล่นกับใจคนดูเข้าอย่างจัง เมื่อความสัมพันธ์ของ 4 ตัวละครหลักอย่าง จิมมี่(เจมส์ เพรสคอท), โต๋(กาด พลอยสุภา), เต๋(เดวิด แมทธิว โรเบิร์ตส) และปลายฟ้า(แฟ้ม ตนุภัทร พ่วงสุวรรณ) เริ่มเผยด้านมืดที่ทำให้คนดูต้องตั้งคำถามกับคำว่าพื่อนกันไม่ควรทำแบบนี้  โดยเฉพาะคู่ของ เต๋ – ปลายฟ้า ที่ถูกจับตาหนักที่สุด หลังความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่เกิดขึ้น กลายเป็นแผลลึกทางใจของ จิมมี่ แบบไม่ทันตั้งตัว จนแฟนซีรีส์พากันส่ง Red Flagให้คู่นี้แบบรัว ๆ ขณะที่เสียงคอมเมนต์ในโซเชียลเทไปในทิศทางเดียวกันว่า สงสารจิมมี่จนเจ็บตาม ฉากนี้เป็น NC ที่หน่วงหัวใจสุด ๆ ด้านในเชิงการแสดง ต้องยอมรับว่าฉากนี้เป็นหนึ่งในซีนที่พลังอารมณ์หนักที่สุดของเรื่อง และเป็นหมุดหมายสำคัญของเส้นความสัมพันธ์ทั้งหมด ความดีความชอบต้องยกให้ฝีมือการกำกับของ พี่บั้มปริยากรชญานินปรเมศ ที่ดึงศักยภาพการแสดงของทั้ง 4 นักแสดงออกมาได้อย่างเฉียบคม เปลี่ยนฉากความสัมพันธ์ให้กลายเป็นฉากเจ็บแบบไม่ต้องเล่นเยอะ แต่โคตรหน่วงในอารมณ์และทำให้คนดูรู้สึกอินจนอยากรู้ว่าหลังจากนี้ทุกอย่างจะพังหรือจะพลิกไปอย่างไร งานนี้ เมื่ออีพี 2 เปิดแผลไว้ขนาดนี้ อีพี 3 จึงยิ่งน่าจับตาว่าความจริงจะถูกเปิดเผยในทิศทางไหน และใครจะเป็นคนต้องรับมือกับผลของการกระทำครั้งนี้ติดตามได้ในซีรีส์ Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวังสามารถติดตามได้ทุกวันวันอาทิตย์เวลา 22.15 น.ทางช่อง8 กดเลข27 รับชมย้อนหลังได้ที่ Viu / inter-national fandom รับชมผ่าน GagaOOLala #LoveAlert  #มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง  - [AS Watson ครบรอบ 185 ปีแห่งการดูแล มอบรอยยิ้มให้กับเด็กที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่เกิน10,000 ราย](https://chillandfin.com/?p=37596): เอเอส วัตสัน ผู้ค้าปลีกสุขภาพและความงามระดับสากลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ฉลองครบรอบ 185 ปี – เส้นทางจากร้านขายยาตะวันตกแห่งแรกในฮ่องกงสู่ผู้นำค้าปลีกระดับโลก ก้าวสำคัญนี้ยังเป็นเครื่องหมายแห่งความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของแคมเปญ “Give a Smile” ร่วมกับ Operation Smile โดยบรรลุเป้าหมาย 10,000 การผ่าตัดฟรีสำหรับเด็กที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ก่อนกำหนด ขณะนี้ เอเอส วัตสัน ตั้งเป้าหมายใหม่ – 15,000 การผ่าตัดภายในปี 2030  เพื่อย้ำถึงความมุ่งมั่นในการสร้างอนาคตที่สดใสให้กับเด็กรุ่นใหม่ มรดกแห่งการดูแลและเป้าหมายที่มีความหมาย ดร. มาลิน่า ไหง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทเอเอสวัตสัน กล่าวว่า “ในโอกาสครบรอบ 185 ปี ดิฉันรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งกับการเติบโตของ AS Watson จากร้านขายยาเพียงแห่งเดียวในฮ่องกง สู่การเป็นผู้นำระดับโลกในธุรกิจค้าปลีกด้านสุขภาพและความงาม เส้นทางของเราไม่ได้ถูกกำหนดด้วยการเติบโตเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงรอยยิ้มมากมายที่เราได้ช่วยสร้างขึ้นให้กับลูกค้า เพื่อนพนักงาน และชุมชนที่เราให้บริการ ดิฉันขอขอบคุณเพื่อนร่วมงานกว่า 130,000 คน ลูกค้า และพันธมิตรทุกภาคส่วน สำหรับความทุ่มเทและความไว้วางใจที่มีให้เรา เราจะยังคงสร้างรอยยิ้มต่อไป ทีละรอยยิ้ม เพื่อทุกคน” 185 ปีแห่งการสร้างแรงบันดาลใจผ่านรอยยิ้ม นับตั้งแต่เริ่มต้น AS Watson เชื่อมั่นว่าสุขภาพและความสุขไม่ควรเป็นสิทธิพิเศษของใครคนใดคนหนึ่ง ในช่วงแรกของการดำเนินธุรกิจ เราได้มอบยาฟรีให้แก่ผู้ที่ขาดแคลน เพราะการได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของผู้คนที่เราให้บริการคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ตลอดระยะเวลา 185 ปีที่ผ่านมา AS Watson ยึดมั่นในการดูแลลูกค้าและชุมชนเป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจ ความมุ่งมั่นนี้ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนทุกสิ่งที่เราทำในปัจจุบัน จิตวิญญาณแห่งการดูแลที่ยั่งยืนนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดแคมเปญระดับโลก “Give a Smile” ในปี 2018 เพื่อสนับสนุนการดูแลรักษาภาวะปากแหว่งเพดานโหว่อย่างครบวงจร ช่วยยกระดับทั้งสุขภาพกายและสุขภาวะทางอารมณ์ของเด็ก ๆ ภายใต้แนวคิด “ให้ 1 รอยยิ้ม สร้าง 5 รอยยิ้ม” แคมเปญนี้ก่อให้เกิดผลลัพธ์เป็นวงกว้างของความหวังและรอยยิ้ม ไม่เพียงแต่กับผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงครอบครัว ศัลยแพทย์ โรงพยาบาล และบุคคลากรที่ทำงานเชิงรุกในชุมชน “ทุก ๆ 3 นาที จะมีเด็กหนึ่งคนเกิดมาพร้อมภาวะปากแหว่งเพดานโหว่”  เคธี่แมกกีผู้ร่วมก่อตั้งประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Operation Smile... - ["จินนี่–เจน่า" ส่งต่อหัวใจรับวาเลนไทน์ ชวนแฟน ๆ ใกล้ชิดสุดพิเศษ ในงาน GINNYJAYNA [HEART TO HEART] FANCON 14 กุมภาพันธ์ นี้](https://chillandfin.com/?p=37591): เรียกได้ว่าเป็นคู่ที่ขโมยหัวใจแฟน ๆ ไปแบบถล่มทลาย สำหรับสองนักแสดงสาว “จินนี่ณัฐณิชา ประทีปนาฏศิริ“ และ “เจน่า แองเจลิน่า สตีเวนส์” คู่จิ้นเคมีแรงจากซีรีส์ GL กระแสฮอตเรื่อง “พิษรัก (Poisonous Love)” ที่แจ้งเกิดและโด่งดังจนกลายเป็นขวัญใจสาววายทั่วประเทศ ด้วยความสัมพันธ์ในจอที่ลึกซึ้งและเคมีที่สัมผัสได้จริง จนแฟน ๆ ตกหลุมรักแบบถอนตัวไม่ขึ้นและในที่สุดความฟินที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เมื่อทั้งสองสาวเตรียมพาแฟน ๆ ไปใกล้ชิดยิ่งกว่าที่เคย กับแฟนคอนเสิร์ตคู่ครั้งแรกในประเทศไทยภายใต้ชื่องาน “GINNYJAYNA [HEART TO HEART] FANCON”  งานที่ไม่ได้มีแค่โชว์ แต่คือการเปิดหัวใจ พูดคุย และส่งต่อความรู้สึกจากใจถึงใจแฟนคอนเสิร์ตสุดพิเศษนี้จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก ณ Idea Live ชั้น 5, Bravo BKK โดยสองสาวในบท “จินนี่–เจน่า” การันตีว่าทุกโมเมนต์จะเต็มไปด้วยความอบอุ่น ความใกล้ชิด และโชว์เอ็กซ์คลูซีฟที่มีให้ชมเฉพาะงานนี้เท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นของขวัญวาเลนไทน์ที่แฟน ๆ ไม่ควรพลาดบัตรจะเริ่มจำหน่ายในวันเสาร์ที่ 10 มกราคมนี้  ทาง www.thaiticketmajor.com ราคาบัตร 6,900 / 4,500 / 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 และ 1,500 บาท  สามารถสอบถามรายละเอียดต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย Facebook : S9T Concert / X : @S9TConcert และ IG : @s9tconcert #GinnyJaynaHeart2Heart #GinJay #จินเจ #ginnynatnicha #aangelinaass  #S9TConcert #NorthStarEntertainment   - [“Soft Kale & Matcha Signature”สองเมนูสีเขียวจากธีม “Green the Moment” ที่ผสมผสานความเป็นซิกเนเจอร์จาก “NOSE TEA” เข้าไปอย่างลงตัว](https://chillandfin.com/?p=37586):   “NOSE TEA” แบรนด์ชาชีสสัญชาติไทย เปิดปีม้า ด้วยธีม“Green the Moment” เสิร์ฟสองเมนูสีเขียว ที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจอยากสร้าง “ทางเลือกใหม่” ให้กับลูกค้าที่รักในเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังอยากได้รับรสสัมผัสจากรสชาติที่แสนอร่อย เข้มข้น และมีความนัวมากขึ้นกว่าเดิม เพราะ “NOSE TEA” มองว่าเครื่องดื่มสีเขียวไม่จำเป็นต้องถูกจำกัดอยู่แค่ภาพของความเฮลตี้ หรือความคลีนเสมอไป แต่สามารถเป็นเครื่องดื่มที่ใครก็ตามที่ดื่มแล้ว“รู้สึกดี” และ “เข้ากับช่วงเวลานั้นของชีวิต” ได้เหมือนกันเริ่มสีเขียวแรก ด้วยเมนู “Matcha Signature” มัตจะพรีเมียมระดับซิกเนเจอร์ คัดมัตจะเกรดพิธีการ กลิ่นหอมลึกรสนุ่มละมุน ออนท็อปครีมชีสมัตจะหอมละมุน เข้มข้น นัวกำลังดี ดื่มแล้วได้รสมัตจะแบบลึก ๆ เต็มคำ และซ่อนพานาคอตต้ามัตจะเนื้อนุ่ม ไว้ที่ก้นแก้ว ให้ค่อย ๆ ละลายความฟินในทุกคำ หากใครได้ลองเป็นต้องติดใจทุกคน             แล้วถ้า“ชีส” ท็อปปิ้งซิกเนเจอร์ของแบรนด์“NOSE TEA” ถูกผสมผสานวางในเมนูเครื่องดื่มสุขภาพที่มีส่วนผสมหลักอย่าง“ผักเคล” รสชาติจะออกมานัวแค่ไหนกันนะ?              หลายคนอาจไม่ทราบว่าแท้จริงแล้ว “ชีส” มีประโยชน์ต่อร่างกายเราเป็นอย่างมาก เพราะอุดมไปด้วยโปรตีน ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ และไขมันชั้นดี ถ้าทานในปริมาณที่พอดีนั้น จะช่วยให้อิ่มท้องได้นาน นั่นจึงเป็นไอเดียแรกของที่ “NOSE TEA” ตีโจทย์ครื่องดื่มใหม่ เพื่อสร้างประสบการณ์สุดล้ำ เอาใจคนชอบทานชีส แต่ก็ยังรักสุขภาพของตัวเอง“Soft Kale” คือเมนูใหม่ที่ผสมผสาน ความเป็นซิกเนเจอร์สไตล์ “NOSE TEA” เข้าไปได้อย่างลงตัว ประกอบไปด้วยวัตถุดิบเพื่อสุขภาพ ได้แก่ ผักเคลสด แอปเปิ้ลเขียว กีวี่ ปั่นรวมกับชาเขียวมะลิ ด้านล่างเติมเลเยอร์ความฟินด้วยเจลลี่ชา ออนท็อปด้วยครีมชีสซิกเนเจอร์ ให้รสชาติที่กลมกล่อม นัว แต่ดื่มง่าย ตอบโจทย์คนที่อยากดูแลสุขภาพตัวเอง แต่ไม่จำกัดตัวเองให้กับรสชาติเดิมๆ“Soft Kale” คืออีกหนึ่งเมนูทางเลือกที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย บำรุงผิวพรรณ และเป็นประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ ไม่มีกลิ่น ไม่เหม็นเขียว... - [บริติช เคานซิล จัดงาน Alumni UK Talks and Networking เปิดมุมมอง “ทักษะแห่งอนาคต” และผู้นำยุคใหม่ท่ามกลางโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว](https://chillandfin.com/?p=37578): บริติช เคานซิล (British Council) จัดงาน Alumni UK Talks and Networking สำหรับศิษย์เก่าสหราชอาณาจักร เพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงเครือข่ายศิษย์เก่าสหราชอาณาจักร เปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และรับฟังมุมมองเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา เกี่ยวกับทิศทางโลกการทำงานและทักษะที่จำเป็นในอนาคต ท่ามกลางสภาพแวดล้อมของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง แดนนี่ไวท์เฮด (Danny Whitehead) ผู้อำนวยการบริติชเคานซิลประเทศไทย กล่าวว่า “เครือข่ายศิษย์เก่าสหราชอาณาจักรก่อให้เกิดสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น สร้างความเชื่อมั่นและความเข้าใจอันดีระหว่างทั้งสองประเทศ โดยมีกลุ่มนักเรียนนักศึกษามากความสามารถที่ไปศึกษาต่อสหราชอาณาจักรช่วยบอกเล่าเรื่องราวของประเทศไทยในขณะไปศึกษาต่อ และหลังเรียนจบก็กลับมาทำงานเป็นผู้นำในสาขางานต่าง ๆ ต่อไป ในปี 2568 นี้เป็นปีที่ไทยและสหราชอาณาจักรร่วมฉลองครบรอบ 170 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศ เครือข่ายศิษย์เก่าจะช่วยส่งเสริมให้ความสัมพันธ์อันยืนนานนี้ดำเนินต่อไปอย่างมั่นคง ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่กิจกรรมที่บริติช เคานซิลจัดขึ้นในวันนี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้ศิษย์เก่าได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และยังเป็นการแลกเปลี่ยน ข้อมูล ความรู้ จากสาขางานที่แต่ละคนเชี่ยวชาญ รวมถึงเป็นการขยายเครือข่ายความร่วมมือในการทำงานอีกด้วย” การเสวนาในครั้งนี้ มุ่งเน้นการพูดคุยเชิงลึกในประเด็น ทักษะแห่งอนาคต และ คุณลักษณะของผู้นำยุคใหม่ ที่ต้องพร้อมรับมือกับบริบทการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดยั้ง เปิดโอกาสให้ศิษย์เก่าสหราชอาณาจักรได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรียนรู้แนวโน้มสำคัญ และสร้างเครือข่ายกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายอุตสาหกรรม โดยหัวข้อการเสวนาครอบคลุมตั้งแต่ ทักษะที่กำลังเป็นที่ต้องการและทักษะที่เริ่มล้าสมัย ทิศทางของตลาดแรงงานและภาคธุรกิจในปี 2569 และในปีต่อ ๆ ไป คุณสมบัติของผู้นำในอนาคต การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการทำงานในสังคมยุคใหม่ ไปจนถึงความท้าทายร่วมสมัยในการทำงาน อาทิ ประเด็นด้านความเท่าเทียมในองค์กร และการดูแลสุขภาวะทางจิตใจของพนักงาน ร่วมเสวนาโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ อาทิ  โดยมี คุณพิภู พุ่มแก้วกล้า ผู้ประกาศข่าวและพิธีกรชื่อดัง ศิษย์เก่า Bournemouth University ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ โดยในช่วงเสวนา สามารถสรุปเนื้อหาที่วิทยากรทั้ง 5 ท่านได้พูดถึงทักษะแห่งอนาคตไว้ว่า สิ่งที่ทุกคนหนีไม่พ้นคือการเป็น AI Enabler การใช้ AI และดิจิทัลเป็นเครื่องมือเสริมศักยภาพการทำงาน และการมี Soft Skills ไม่ว่าคุณจะจบมาสาขาใด ในโลกการทำงานยุคใหม่จำเป็นต้องมี multi-skill เพื่อนำองค์ความรู้ที่มีมาผสานกับทักษะด้าน AI และดิจิทัลให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง เพราะแม้ traditional economy จะเติบโตช้าลง แต่ digital economy และ green... - [วุ้นเส้นต้นสนเปิดตัว “ต้นสนอีทซี่” ชู2 รสชาติ“ซุปไก่-แจ่วฮ้อน” อร่อยง่ายตอบโจทย์GEN ใหม่](https://chillandfin.com/?p=37575): บริษัท สิทธินันท์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวุ้นเส้นตราต้นสน และผลิตภัณฑ์อาหาร เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “วุ้นเส้นกึ่งสำเร็จรูป” ภายใต้แบรนด์ “ต้นสน อีทซี่” คุณพรรณา ปัญจวีณิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิทธินันท์ จำกัด เปิดเผยว่า การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “วุ้นเส้นกึ่งสำเร็จรูป” แบบคัพ ภายใต้แบรนด์ “ต้นสน อีทซี่” เพื่อมุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการอาหารที่ทานง่าย สะดวก และยังอร่อยแบบไม่รู้สึกผิด และยังเป็นการขยายตลาดกลุ่มสินค้าภายใต้แบรนด์ต้นสน แบรนด์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอันดับ 1 ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งของบริษัท โดยเปิดตัว 2 รสชาติ ได้แก่ “รสซุปไก่” หอมกลิ่นพริกไทยแท้ ซดคล่อง ถึงเครื่อง และ “รสแจ่วฮ้อน”  หอมกลิ่นสมุนไพรไทย แซ่บฮ้อน ถึงเครื่อง มาพร้อมจุดขาย รสชาติเข้มข้นแบบต้นตำรับ บวกกับ “วุ้นเส้นเหนียวนุ่ม ชุ่มน้ำซุป เด้งดีไม่มีเละ” ชูจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร ไขมัน 0% และน้ำตาลน้อย ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ  จากความแข็งแกร่งของแบรนด์ “ต้นสน” ที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 64 ปี การันตีด้วยรางวัลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรางวัล Superbrands ที่ได้รับติดต่อกัน 7 ปี รางวัล Superior Taste Award ติดต่อกัน 2 ปี และล่าสุดกับรางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2025” แบรนด์วุ้นเส้น ยอดนิยมอันดับ 1 ที่ครองใจผู้บริโภคทั่วประเทศ จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะต่อยอดไปสู่สินค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ โดยขยายไลน์จากกลุ่มวุ้นเส้นที่เป็นที่นิยมไปสู่สินค้าอาหารกลุ่มอื่นๆ นำมาสู่การเปิดตัว “ต้นสน อีทซี่ คัพ” ซึ่งเชื่อว่าจะสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาด และช่วยขยายฐานลูกค้าของแบรนด์ต้นสนให้กว้างขึ้น  “ต้นสน อีทซี่” แบบคัพ เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของครอบครัวต้นสน มีวางจำหน่ายแล้วที่ช่องทางออนไลน์ Tonson Family Store ครอบคลุมทั้งลาซาด้า,... - [ลาลามูฟส่งแคมเปญ “Santa LALA’s Ride” ร่วมฉลองเทศกาลแห่งความสุข  แจกใหญ่ส่งท้ายปีแทนคำขอบคุณผู้ใช้งานและพาร์ทเนอร์คนขับ](https://chillandfin.com/?p=37570): ลาลามูฟแพลตฟอร์มให้บริการขนส่งด่วนและบริการรับส่งผู้โดยสารแบบออนดีมานด์จัดแคมเปญส่งท้ายปี “Santa LALA’s Ride” ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ชวนผู้ใช้งานและพาร์ทเนอร์คนขับร่วมสัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขผ่านกิจกรรมสุดพิเศษพร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมายเพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่อบอุ่น ประทับใจ และเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มตลอดช่วงเทศกาล จากข้อมูลการใช้บริการรับส่งผู้โดยสารของลาลามูฟ ในปีที่ผ่านมาพบว่า ความต้องการเดินทางด้วยบริการรับส่งผู้โดยสารทั้งรถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนพฤศจิกายน 2568 ยอดการใช้บริการ Lalamove Ride เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่ทั้งบริการรถมอเตอร์ไซค์ (เปิดให้บริการในเดือนมีนาคม 2568) และรถยนต์ ต่างมีอัตราการเติบโตสูงถึง 100% สะท้อนความต้องการเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงปลายปี  บริการ Lalamove Ride พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยพาร์ทเนอร์คนขับมืออาชีพ มาพร้อมราคาที่คุ้มค่าและโปร่งใสผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่าย ครบจบในแอปเดียว ครอบคลุมประเภทรถที่หลากหลาย และระบบติดตามเส้นทางแบบเรียลไทม์ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและความอุ่นใจตลอดการเดินทาง ส่งผลให้บริการรับส่งผู้โดยสารของลาลามูฟ (Lalamove Ride) กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ผู้ใช้งาน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลและช่วงเวลาสำคัญ เพื่อตอบรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ลาลามูฟจึงจัดแคมเปญส่งท้ายปี เพื่อยกระดับทุกการเดินทางในช่วงคริสต์มาสให้พิเศษยิ่งกว่าเดิม โดยผู้ใช้งานที่เรียกออเดอร์บริการรับส่งผู้โดยสารและกรอกโค้ด “LALAXMAS” มีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลมากมาย อาทิ ชุดของขวัญลิมิเต็ดเอดิชันจาก HARNN และ Rolling Pin รวมถึงรางวัลใหญ่ iPhone 17 Pro (256 GB)  สี Cosmic Orange สำหรับผู้ใช้งานที่มียอดการใช้บริการ Lalamove Ride สะสมสูงสุดตลอดระยะเวลาแคมเปญ นอกจากนี้ ลาลามูฟยังร่วมส่งต่อความสุขให้แก่พาร์ทเนอร์คนขับที่เข้าร่วมกิจกรรม ด้วยการมอบของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ โทรศัพท์มือถือ และเสื้อแจ็กเก็ตคอลเลกชันพิเศษต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส เพื่อแทนคำขอบคุณในความทุ่มเท และร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งความสุขไปด้วยกัน แคมเปญนี้สะท้อนบทบาทของลาลามูฟในฐานะคู่หูในช่วงเทศกาลแห่งความสุข (Festive Companion) ที่ไม่เพียงมอบบริการขนส่งสินค้าและบริการรับส่งผู้โดยสารที่รวดเร็ว สะดวก และคุ้มค่า แต่ยังร่วมสร้างความสุขผ่านกิจกรรมและของรางวัล เพื่อขอบคุณผู้ใช้งานและพาร์ทเนอร์คนขับทุกคนที่ให้ความไว้วางใจลาลามูฟเสมอมา ทั้งนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถใช้บริการขนส่งสินค้าของลาลามูฟในการส่งของขวัญให้คนพิเศษได้ตลอดช่วงเทศกาล ลาลามูฟขอเชิญชวนทุกคนร่วมเดินทาง ร่วมเฉลิมฉลอง และสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขไปด้วยกันในเทศกาลปลายปีนี้ สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถศึกษาข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับลาลามูฟได้ที่เว็บไซต์  www.lalamove.com/th-th/  และติดตามช่องทางโซเชียลมีเดียของลาลามูฟเพื่ออัปเดตข่าวสาร กิจกรรม แคมเปญ และโปรโมชั่นต่าง ๆ สำหรับผู้ที่สนใจสมัครเป็นพาร์ทเนอร์คนขับ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.lalamove.com/th-th/driver - [NocNoc ขับเคลื่อนงานคราฟท์ฝีมือคนไทยกลุ่ม Home & Living  6 ภาค  มอบรางวัลสุดยอดงานคราฟท์“NocNoc Craft Awards 2025”  ให้SMEs ไทยขยาย-เข้าถึง-เติบโตในอาเซียน ด้วยความร่วมมือระหว่างNocNoc และกรมการพัฒนาชุมชน(OTOP)](https://chillandfin.com/?p=37561): NocNoc แพลตฟอร์มเรื่องบ้านของคนไทยเดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยหนุนแบรนด์ไทย และผู้ประกอบการท้องถิ่น กลุ่ม Home and Living โดยร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน (OTOP) มอบรางวัล “NocNoc Awards 2025” ในสาขารางวัล Craft Awards เพื่อยกย่อง 6 ผู้ประกอบการท้องถิ่นจาก 6 ภาคทั่วไทย ที่ผลิตสินค้างานคราฟท์ให้มีดีไซน์โดดเด่น มีความคิดสร้างสรรค์ และแสดงถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่น ให้ขยายสู่ตลาดดิจิทัล เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง และเติบโตสู่ภูมิภาคอาเซียน  นายอนุพงศ์ ทะสดวก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเบ็ตเตอร์บีมาร์เก็ตเพลสจำกัดหรือNocNoc แพลตฟอร์มเรื่องบ้านของคนไทยเปิดเผยว่า รางวัลสุดยอดงานคราฟท์ (Craft Awards) เกิดจากความร่วมมือระหว่าง NocNoc และหน่วยงานภาครัฐที่เป็นแรงสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น อย่าง กรมการพัฒนาชุมชน (OTOP) ที่ต่างเล็งเห็นศักยภาพของผู้ประกอบการไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มท้องถิ่นที่มีงานฝีมือ และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ขาดช่องทางเข้าถึงตลาด และขาดเครื่องมือดิจิทัลในการขยายธุรกิจ NocNoc จึงต้องการเป็นแพลตฟอร์มที่เข้าไป ‘ต่อจุด’ และ “ช่วยแก้ปัญหา” ของผู้ประกอบการท้องถิ่นให้ขยายตลาดท้องถิ่นสู่ตลาดระดับประเทศ และในอนาคตสู่ระดับอาเซียนได้ ปัจจุบันNocNoc ได้รวบรวมสินค้างานคราฟท์จากผู้ประกอบการท้องถิ่นทั่วประเทศกว่า 5,000 รายการจากร้านค้าที่เติบโตขึ้นกว่า 76% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าผ่านแคมเปญ “NocNoc Craft”ซึ่งเป็นแคมเปญที่จะช่วยสร้างดีมานด์ให้กับกลุ่มคนที่ชื่นชอบตกแต่งบ้านด้วยสินค้างานคราฟท์ทั้งงานสานงานไม้งานปั้นที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์และเทรนด์การใช้ชีวิตโดย NocNoc ได้เล่าเรื่องราวงานคราฟท์ผ่าน NocNoc Livingverse ในรายการ Found Design By NocNoc เพื่อให้สินค้างานคราฟท์เข้าถึงง่ายขึ้นและมีแผนในการขยายตลาดสู่อาเซียนวางแผนปักหมุดที่แรกบนแพลตฟอร์ม Renos ที่ประเทศอินโดนีเซียเพื่อดันแบรนด์ไทยให้เข้าถึงผู้บริโภคในภูมิภาคได้มากขึ้นนายอนุพงศ์กล่าวเพิ่มเติม สำหรับรางวัล NocNoc Awards 2025 สาขารางวัล Craft Awards จะเป็นอีกหนึ่งรางวัลที่สร้างแรงบันดาลใจ และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการชุมชน วิสาหกิจชุมชน หรือธุรกิจ SMEs ไทย ให้ได้เรียนรู้เรื่องการตลาด การสร้างแบรนด์ การออกแบบ การขยายช่องทางการจัดจำหน่ายออนไลน์ เปิดร้านจริงบนแพลตฟอร์ม NocNoc เพื่อช่วยเพิ่มการมองเห็น (visibility) กับกลุ่มเป้าหมายในตลาด Home & Living ซึ่งนับเป็นโอกาสในการสร้างเส้นทางการเติบโตในระยะยาวให้กับผู้ประกอบการได้  6 รายชื่อผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ชนะ... - [เสียวหมี่ประเทศไทยเตรียมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ดึง‘ใบเฟิร์นพิมพ์ชนก’ เปิดตัวREDMI Note 15 Series](https://chillandfin.com/?p=37558):  เสียวหมี่ ประเทศไทย – เขย่าวงการสมาร์ทโฟนอีกครั้ง กับการเปิดตัว REDMI Note 15 Series สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่ยกระดับความแกร่งและประสิทธิภาพในทุกมิติ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ด้วยการเปิดตัว “ใบเฟิร์น–พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” นางเอกแถวหน้าของวงการ ขึ้นแท่น พรีเซนเตอร์คนใหม่อย่างเป็นทางการ การร่วมงานครั้งนี้สะท้อนภาพลักษณ์ของ REDMI Note 15 Series ได้อย่างชัดเจน ไม่ต่างจากตัวตนของใบเฟิร์นที่พิสูจน์ฝีมือมาแล้วในทุกบทบาท ตั้งแต่นางเอกสายหวาน ไปจนถึงบทบาทที่ต้องใช้พลังและความแข็งแกร่งอย่างรอบด้าน — เฟิร์นเฟิร์ม ถึงความแกร่งของ REDMI Note 15 Series ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่พร้อมลุยทุกสถานการณ์ เหมือนกับเส้นทางการทำงานของเธอที่ไม่เคยหยุดพัฒนา REDMI Note 15 Series มาพร้อมเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างครบถ้วน ทั้งหน้าจอที่ลื่นไหล แบตเตอรี่ทรงพลังใช้งานได้ยาวนาน ระบบกล้องที่ถ่ายสวยในทุกโมเมนต์ และฟีเจอร์ AI อัจฉริยะที่ช่วยให้ทุกวันง่ายและสนุกยิ่งขึ้น — ความแข็งแกร่งที่ไม่ได้พูดเพียงอย่างเดียวแต่พิสูจน์ได้จริง ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและกิจกรรมพิเศษได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียของ Xiaomi Thailand ทุกแพลตฟอร์ม ห้ามพลาด กับสุดยอดสมาร์ทโฟนที่คุ้มค่าที่สุดแห่งปี 2026 ที่จะทำให้คุณตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น - [แสนสิริเขย่าตลาดต้นปี! ส่งโปรโมชัน “DEAL POP TOP CHART”](https://chillandfin.com/?p=37555): ดีลแรงติดท็อปป็อบทุกโครงการลดสูงสุด 12 ล้านบาท*บัตรเครดิตเคทีซีรับคะแนน KTC FOREVER 10 เท่า* ก้าวข้ามกรอบการตลาดดึงเพลงระดับโลก “Dynamite” จาก BTS เจาะนิวเจน  ตั้งเป้าทุบสถิติยอดขายไตรมาสแรก สีสันใหม่แห่งวงการอสังหาฯ ! แสนสิริ เดินเกมส์การตลาดปี 2569 พลิกวงการอสังหาฯ ครั้งใหญ่ ด้วยแคมเปญ “DEAL POP TOP CHART ดีลแรงติดท็อปป็อบทุกโครงการ“ ผสานดีลสุดปัง กับจังหวะเพลงฮิตระดับโลก “Dynamite” จาก BTS ที่ทุบสถิติชาร์ตเพลง และสร้างปรากฏการณ์ไวรัลไปทั่วโลก มาเป็นหัวใจหลักของการสื่อสารแคมเปญ มั่นใจช่วยดันยอดขายทุบสถิติไตรมาสแรก พร้อมยกระดับประสบการณ์การซื้อบ้านให้เต็มไปด้วยพลังบวก ความสนุก และอารมณ์ร่วมในทุกโมเมนต์ พร้อมตื่นเต้นไปกับไลน์อัพดีลพิเศษที่ยกขบวนมาครบทั้งบ้านทาวน์โฮมและคอนโดจากแสนสิริส่วนลดสูงสุด 12 ล้านบาท* พร้อมจับมือบัตรเครดิตเคทีซีมอบคะแนน KTC FOREVER เพิ่ม 10 เท่า** (สูงสุด 1,000,000 คะแนน) ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2569 นี้เท่านั้น บริษัทแสนสิริจำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปีใหม่นี้แสนสิริจะป็อบกว่าที่เคย! ด้วยการก้าวข้ามกรอบการตลาดแบบเดิม เปิดตัวแคมเปญ “DEAL POP TOP CHART ดีลแรงติดท็อป ป็อปทุกโครงการ” โดยหยิบเพลงฮิตระดับโลก “Dynamite” จาก BTS ศิลปินบอยแบนด์จากประเทศเกาหลีใต้ มาเป็นแกนกลางของแคมเปญ เชื่อมโยงพลังของเสียงเพลงเข้ากับโปรโมชันอย่างกลมกลืน ทั้งนี้ “Dynamite” ถือเป็นเพลงภาษาอังกฤษเพลงแรกของ BTS ที่ขยายฐานสู่ตลาดโลก และประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย ด้วยการขึ้นอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 พร้อมสร้างปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่ข้ามจากแฟนด้อมสู่การเป็นเพลงที่คนทุกเจเนอเรชันทั่วโลกรู้จัก สะท้อนพลังของดนตรีที่เชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และความสุขเข้าไว้ด้วยกัน แสนสิรินำพลังบวกจากเพลงที่คนทั่วโลกรัก มาผสานกับดีลพิเศษต้นปี เพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย และสร้างแรงบันดาลใจให้การเลือกบ้านกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสุขในปีใหม่นี้ “DEAL POP TOP... - [“จากพัทยาถึงภูเก็ต...เติมเต็มช่วงเวลาของครอบครัว ด้วยการพักผ่อนเหนือระดับในสไตล์อมารี”](https://chillandfin.com/?p=37543): ปลายปีนี้ หากคุณมองหาช่วงเวลาคุณภาพที่จะได้ใช้ร่วมกับครอบครัวและคนที่คุณรัก ท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลที่เงียบสงบ สง่างาม และเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น “อมารี” (Amari) แบรนด์โรงแรมในเครือออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) บริษัทชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ด้านการบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ และที่พักอาศัยระดับหรู ขอเชิญคุณและครอบครัวออกเดินทางสู่ประสบการณ์การพักผ่อนที่ทั้งผ่อนคลาย เต็มไปด้วยความหมาย กับตอบโจทย์ทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างพัทยา เมืองชายทะเลอันสงบอย่างหัวหิน หรือมนต์เสน่ห์ของทะเลใต้อย่างภูเก็ต ทุกจุดหมายพร้อมต้อนรับคุณด้วยรอยยิ้มและความประทับใจที่ยากจะลืม “อมารี” (Amari) แบรนด์โรงแรมที่ผสานความหรูหราร่วมสมัยเข้ากับความอบอุ่นละเมียดละไม ซึ่งถูกถ่ายทอดผ่านงานออกแบบที่ประณีตพิถีพิถัน รวมไปถึงการบริการอย่างโอบอ้อมอารีตามฉบับของไทย ทำให้อมารีกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่พร้อมสร้าง “Magic Moment” ให้กับทุกคนในครอบครัวอย่างแท้จริง  พร้อมกันนี้ อมารียังมอบสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันสำหรับทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น Kids Club สวนน้ำสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ห้อง Family Suite ร้านอาหารที่มีเมนูสำหรับทุกวัย รวมถึงสปาและกิจกรรมที่รองรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ตลอดจนระบบความปลอดภัยที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อครอบครัวโดยเฉพาะ  อมารีพัทยา (Amari Pattaya) โอเอซิสแห่งการพักผ่อนริมทะเลที่หลอมรวมความอบอุ่นของการบริการแบบไทยเข้ากับความสง่างามร่วมสมัย ห้องพักทุกห้องมีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางและโปร่งสบาย หน้าต่างบานใหญ่ภายในห้องพักที่สูงจากพื้นจรดเพดาน ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการวันพักผ่อนแสนอบอุ่น เติมสีสันให้วันหยุดสำหรับคุณหนูตัวน้อยด้วยความสนุกจากสไลเดอร์และเครื่องเล่นในสวนน้ำ รวมทั้งยังสามารถสนุกสนานไปกับโลกแห่งจินตนาการได้ที่ “เดอะทรีเฮ้าส์คิดส์คลับ” (The Tree House Kids’ Club) หรือเลือกอิ่มอร่อยไปกับเมนูอาหารหลากหลายสไตล์  ได้ที่ “อมาญาฟู้ดแกลเลอรี่” (Amaya Food Gallery) มีให้เลือกทั้งอาหารไทยต้นตำรับ อาหารเอเชีย และนานาชาติ โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นมาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการรังสรรค์เมนูรสเลิศ หรือจะเป็น “เปรโก้” (Prego) ร้านอาหารอิตาเลียนที่นำเสนอความอร่อยของรสชาติต้นตำรับจากตำรับครอบครัวของเชฟมาร์โค บอสกาอินี ที่สืบทอดกันมากว่าศตวรรษ ทุกจานปรุงด้วยวัตถุดิบคุณภาพสูงอย่างพิถีพิถัน และปิดท้ายวันด้วยการผ่อนคลายอย่างแท้จริงที่ “ไหม สปา” (maai spa) ซึ่งพร้อมมอบประสบการณ์สปาที่ผสานศาสตร์การนวดด้วยเทคนิคไทยสมัยใหม่เข้ากับส่วนผสมจากธรรมชาติคุณภาพสูง อาทิ มัลเบอร์รี่ ข้าว และโปรตีนไหม ซึ่งล้วนมีคุณสมบัติโดดเด่นในการผ่อนคลายและฟื้นฟูสุขภาพอย่างลึกซึ้ง เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่งดงามเฉกเช่น “การเดินทางของไหม” อมารีหัวหิน (Amari Hua Hin) จุดหมายแห่งความสงบที่โอบล้อมด้วยเสน่ห์ของหาดเขาตะเกียบ ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ เพียงไม่นาน... - [“UDON COUNTDOWN 2026”](https://chillandfin.com/?p=37540): ณฐพล วิถี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานในงาน “UDON COUNTDOWN 2026” จัดโดย         ภาสกร วีรชาติยานุกูล รองกรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้ายูดี ทาวน์ ร่วมกับ วรวุฒิ คำป้อม บริษัท ไทยเบฟ       เวอเรจ จำกัด มหาชน, หฤทธิ์ พุธละ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด, ชูวิทย์ ศิริเวชกุล   รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, อภิสรา ประกายศรีโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ โรงแรม โฮเทล โมโค, และ สาวิตรี สังข์ศรีสวัสดิ์ผู้จัดการสถานีไทยแอร์เอเชียอุดรธานี ณ ศูนย์การค้ายูดี ทาวน์ จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันก่อน        บุคคลในภาพจากซ้ายจากซ้าย 1. อภิสรา ประกายศรีโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ โรงแรม โฮเทล โมโค  2. ภาสกร วีรชาติยานุกูล  รองกรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้ายูดี ทาวน์ 3. วรวุฒิ คำป้อม ผู้จัดการ การค้าเบียร์ จังหวัดอุดรธานี  บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด มหาชน 4. ณฐพล วิถี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี  5. หฤทธิ์ พุธละ ผู้จัดการเขตการขาย ช่องทางร้านอาหาร บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด 6. ชูวิทย์ ศิริเวชกุล รองผู้ว่าการ... - [“เจมส์” กอด “กาด” แน่นเพราะติดอยู่ในสถานการณ์จุกอก “แฟ้ม-แมทธิว” เผลอใจเมื่อความใกล้ที่เกินเส้นเป็นเหตุ!! ](https://chillandfin.com/?p=37530): เปิดศักราชใหม่ 2569 ด้วยสัญญาณหัวใจที่ดังขึ้นกว่าเดิม สำหรับซีรีส์ Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวังทางสถานีโทรทัศน์ช่อง8 ที่ใน อีพี2 เตรียมพาแฟนซีรีส์เข้าสู่โหมดลุ้น เจ็บจี๊ดไปพร้อมกัน กับเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นระหว่างทริปต่างจังหวัด ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์ทั้งสี่คนของ “เจมส์ เพรสคอท”(จิมมี่) “กาด พลอยสุภา” (โต๋) “เดวิด แมทธิว โรเบิร์ตส” (เต๋) และ“แฟ้ม ตนุภัทร พ่วงสุวรรณ” (ปลายฟ้า) แบบไม่ทันตั้งตัว  เมื่อทริปที่ตั้งใจจะเป็นช่วงเวลาดี ๆ ของกลุ่มเพื่อน กลับเต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนของหัวใจ ความรู้สึกบางอย่างค่อย ๆ ชัดขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่ใกล้เกินกว่าเหตุผลจะควบคุมได้ ความสัมพันธ์ที่เคยมั่นคงเริ่มสั่นไหว และเส้นบาง ๆ ของความรู้สึกเผลอใจอาจกลายเป็นเรื่องเห็นแก่ตัว ก็กำลังจะถูกมองข้ามโดยไม่รู้ตัว งานนี้ (จิมมี่) และ (โต๋) ต้องเผชิญกับอารมณ์ที่ยากจะอธิบาย เมื่อความไว้ใจถูกท้าทาย ขณะที่อีกด้าน (เต๋) และ  (ปลายฟ้า) กำลังดึงคนดูเข้าสู่เกมความรู้สึก ทั้งหวั่นไหวและชวนตั้งคำถามว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือความเผลอใจหรือ ความตั้งใจตั้งแต่แรก  เบื้องหลังฉากสำคัญในอีพีนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งฉากสำคัญที่ 4 นักแสดงอย่าง เจมส์ กาด แมทธิว แฟ้ม ต้องทุ่มพลังการแสดงอย่างหนัก เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกที่ซับซ้อนของตัวละคร ผ่านสายตา อารมณ์ และบรรยากาศที่ชวนให้คนดูต้องกลั้นหายใจ โดยเฉพาะเส้นความสัมพันธ์ที่ยังไม่ถูกพูดออกมา แต่กลับชัดเจนในความรู้สึก งานนี้แอบกระซิบแฟนซีรีส์ว่า อีพีนี้จะทำให้คำว่า “มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง” เริ่มชัดขึ้นในหัวใจคนดู และอาจทำให้คุณอยากย้อนกลับไปทบทวนทุกสัญญาณที่เคยมองข้ามจากอีพีแรกอีกครั้งก็เป็นได้ ห้ามพลาดชมในซีรีส์ Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวังอีพี2 วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม  เวลา 22.15 น.  ทางช่อง 8 กดเลข27 รับชมย้อนหลังได้ที่ Viu / inter-national fandom รับชมผ่าน GagaOOLala  - [สลัดแฟคทอรี่เดินหน้ายกระดับสวัสดิภาพสัตว์ประกาศนโยบายใช้ไข่ไก่แบบไม่ขังกรง](https://chillandfin.com/?p=37525): เชนร้านอาหารดังวางเป้าใช้วัตถุดิบไข่ไก่แบบไม่ขังกรง 100% ภายในปี 2571 มุ่งยกระดับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ในไทย สลัดแฟคทอรี่ แบรนด์ร้านอาหารเพื่อสุขภาพชั้นนำของไทย ประกาศเป้าหมายว่าภายในปี 2571 ร้านอาหารทุกสาขาทั่วประเทศจะเปลี่ยนมาใช้และเสิร์ฟเฉพาะไข่ไก่แบบไม่ขังกรง (cage-free) ในทุกเมนู การประกาศเจตนารมณ์นี้นับเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ในประเทศไทย และในฐานะพันธมิตรที่ร่วมผลักดันนโยบายนี้ของทางร้านมาโดยตลอด Humane World for Animals (เดิมชื่อ Humane Society International) องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรระดับโลกที่มุ่งยุติการทารุณกรรมสัตว์ ได้ร่วมแสดงความชื่นชมต่อก้าวย่างสำคัญดังกล่าวด้วย ระบบการเลี้ยงแบบกรงตับนั้นได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เนื่องจากแม่ไก่ต้องใช้ชีวิตอย่างแออัดในพื้นที่ขนาดไม่เกินกระดาษ A4 ตลอดอายุขัย จนไม่สามารถใช้ชีวิตตามธรรมชาติได้ ทั้งการเดิน การเกาะคอน หรือแม้แต่การกางปีก ซึ่งในประเทศไทยไก่ไข่ส่วนใหญ่ยังคงถูกเลี้ยงในระบบนี้ ในทางกลับกัน ระบบการเลี้ยงแบบไม่ขังกรง ช่วยให้แม่ไก่มีอิสระในการเคลื่อนไหวและใช้ชีวิตตามธรรมชาติได้มากกว่า ทั้งการทำรังวางไข่ การเกาะคอน การเดิน และการกระพือปีก ซึ่งนับเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของสัตว์ให้ดียิ่งขึ้น นายปิยะ ดั่นคุ้ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสลัดแฟคทอรี่ กล่าวถึงแนวคิดเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้ว่า “อาหารทุกจานของเราล้วนมีเรื่องราว และเรื่องราวนั้นเริ่มต้นที่วัตถุดิบ การเลือกใช้ไข่ไก่เคจฟรี สะท้อนจุดยืนของเราที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทั้งเพื่อผู้คน สัตว์ และโลก ที่ผ่านมาสลัดแฟคทอรี่ให้ความสำคัญกับหลัก ESG และความรับผิดชอบต่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง การได้ร่วมงานกับ Humane World for Animals ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่า สวัสดิภาพสัตว์กับการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนนั้นเป็นเรื่องที่เดินไปด้วยกันได้ การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ไข่ไก่แบบไม่ขังกรง (cage-free) เป็นเป้าหมายที่เป็นไปได้จริงและส่งผลดีต่อการเติบโตในระยะยาว เราหวังว่าเส้นทางที่เราเลือกเดินนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้บริษัทอื่น หันมาร่วมกันยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ในห่วงโซ่อุปทานของตัวเองไปด้วยกัน” ปัจจุบัน สลัดแฟคทอรี่เปิดให้บริการกว่า 50 สาขาในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงเป็นผู้ผลิตน้ำสลัดหลากหลายแบรนด์ โดยบริษัทวางแผนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบรับเทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพที่กำลังเติบโตในประเทศไทย ด้านคุณลลดา ตั้งเจิดจรัส ผู้จัดการประจำประเทศไทยในโครงการเพื่อการปกป้องและดูแลสวัสดิภาพสัตว์ องค์กร Humane World for Animals กล่าวว่า “การประกาศเจตนารมณ์ของสลัดแฟคทอรี่ถือเป็นต้นแบบสำคัญให้กับอุตสาหกรรมอาหารไทย สะท้อนให้เห็นว่าภาคธุรกิจสามารถยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ในห่วงโซ่อุปทานของตนได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะผู้บริโภคชาวไทยให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์ และ Humane World for Animals พร้อมสนับสนุนภาคเอกชนในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้” Humane World for Animals มุ่งขับเคลื่อนการยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มทั่วโลกผ่านความร่วมมือที่อิงหลักวิทยาศาสตร์ เราทำงานประสานกับภาคธุรกิจ เกษตรกร... - [ประสบความสำเร็จเกินคาด ‘น่าน The Legacy of Love’ งานสืบสานวัฒนธรรมไทยเติมเต็มความสุขต้อนรับปีใหม่2569 คนแห่ร่วมงานทะลุ100,000 คนพร้อมเร่งยกระดับเมืองวัฒนธรรมน่าเที่ยวคู่เศรษฐกิจดีในอนาคต](https://chillandfin.com/?p=37511): จังหวัดน่านประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ “น่าน The Legacy of Love” งานสืบสานประเพณีวัฒนธรรมและเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง “น่าน The Legacy of Love : น่านศรีนคราพื้นฟ้าสิเนหาสถิตในแผ่นดินถิ่นแห่งพระมหากรุณาธิคุณนิรันดร์” คนไทยนักท่องเที่ยวแห่ร่วมงานคักคักกว่า 100,000 คนเมื่อวันที่ 29-31ธันวาคม 2568 เตรียมยกระดับจังหวัดที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในอนาคต นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เปิดเผยความสำเร็จจากการจัดงานใหญ่ในจังหวัดน่าน เป็นครั้งแรกว่า NAN : THE LEGACY OF LOVE “ “ศรีนคราฟื้นฟ้า สิเนหาสถิตในแผ่นดิน ถิ่นแห่งพระมหากรุณาธิคุณนิรันดร์” เป็นงานสืบสานประเพณี วัฒนธรรม และเทิดพระเกียรติ และความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นดั่ง “พระแม่ของแผ่นดิน” ผู้มอบแสงสว่างและชีวิตใหม่ให้แก่ราษฎรผ่านงานศิลปาชีพ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน จึงสถิตอยู่ในหัวใจของชาวน่าน และบนผืนแผ่นดินน่านอย่างมิรู้เลือน  โดยจังหวัดน่านได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่เป็นผลสำเร็จจากกระแสตอบรับเป็นอย่างมากกว่า 100,000 คน จากประชาชนชาวจังหวัดน่านและพื้นที่ใกล้เคียง คิดเป็นประมาณ 70% ของผู้ร่วมงาน ขณะที่อีก 30% เป็นนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัดที่เดินทางมาร่วมสัมผัสความงดงามของศิลปวัฒนธรรม สืบสานประเพณี และบรรยากาศ ที่โอบล้อมด้วยความรักในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ระหว่างวันที่ 29-31 ธันวาคม 2568  บรรยากาศที่คึกคักในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เกิดขึ้นในหลายโซน ไม่ว่าจะเป็น “เงาฮักแห่งวันวาน” การแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่น อาหารพื้นเมืองที่ตลาดล้านนาโบราณ งานแสดง “Gallery ฮักน่าน” นิทรรศการภาพพระราชกรณียกิจฯ พระพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินจังหวัดน่าน ไปจนถึงการแสดงดนตรีในสวน ระบำล้านนาร่วมสมัย (เจ้าพระญาผานอง) และ “Naga Spotlight” ประติมากรรมโคมพญานาค 8 องค์ ระยะทางกว่า 888 เมตร และ Highlight การแสดงพลุและโดรน ที่มีขึ้นตั้งแต่เวลา 24.00 น. ของวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถึงเวลา... - [ไอคอนสยามตัวแทนเคานต์ดาวน์ประเทศไทยชนะใจเวทีโลก  สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งผ่านสำนักข่าวระดับโลกตอกย้ำGlobal Countdown Destination](https://chillandfin.com/?p=37497): ไอคอนสยาม กับบทพิสูจน์ความสำเร็จของ Global Countdown Destination จากมหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ริมเจ้าพระยา สู่เวทีสื่อสารภาพลักษณ์ประเทศในสายตาโลก โดยในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไอคอนสยาม ได้ก้าวข้ามบทบาทของผู้สร้างสรรค์การจัดงานเฉลิมฉลองส่งท้ายปี สู่การเป็น Top of Mind Global Countdown Destination ที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน Top 3 จุดหมายปลายทางเคานต์ดาวน์ระดับโลกบนเวทีนานาชาติ ตอกย้ำสถานะของประเทศไทยบนแผนที่การเฉลิมฉลองระดับโลกอย่างสง่างาม ภายใต้แนวคิด Win the World for Thailand ที่ใช้พลังความคิดสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และ Soft Power ไทย เชื่อมโยงสายตาผู้ชมจากทั่วโลกเข้าด้วยกัน พร้อมบทพิสูจน์สำคัญคือ การที่ CNN ปักหมุดถ่ายทอดสดการเคานต์ดาวน์ 2026 ที่ไอคอนสยาม พร้อมสำนักข่าวรอยเตอร์, AFP และอีกหลากหลายประเทศ ส่งภาพการเฉลิมฉลองริมแม่น้ำเจ้าพระยาออกสู่สายตาชาวโลกเคียงข้างมหานครชั้นนำระดับสากล  ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนผ่าน การรวมพลังระดับชาติครั้งประวัติศาสตร์ ในการสร้างสรรค์ปรากฏการณ์เหนือผืนฟ้าเจ้าพระยาอย่างเต็มรูปแบบต่อเนื่องกว่า 20 นาที ผสานแสง สี เสียง โดรน และพลุ เข้ากับภูมิทัศน์เมืองระดับไอคอนิก กลายเป็นภาพจำใหม่ของการเฉลิมฉลองข้ามปีที่งดงาม ทรงพลัง และแตกต่างในระดับโลก รวมทั้งการส่งมอบความสุขผ่านประสบการณ์ความบันเทิงสุดอลังการจากศิลปินไอคอนิกระดับโลกมาร์คต้วนและศิลปินไทยทุกค่ำคืนกว่า 200 ชีวิตสามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมชมงานมากกว่า 1.8 ล้านคน งาน Amazing Thailand Countdown 2026 ณไอคอนสยาม เป็นศูนย์กลางเฉลิมฉลองส่งท้ายปีที่ดึงดูดชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศ มากกว่า 1.8 ล้านคน  พร้อมสร้างการรับชมถ่ายทอดสดและคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องจากทั่วโลกหลายร้อยล้านวิว ผ่านสื่อระดับนานาชาติและแพลตฟอร์มดิจิทัล ขณะที่กระแสบนโซเชียลมีเดียพุ่งขึ้นติด อันดับ 1 เทรนด์บนแพลตฟอร์ม X และอีกหลายแพลตฟอร์ม ตอกย้ำสถานะของไอคอนสยามในฐานะ Global Experiential Destination ในทุกเทศกาลของประเทศไทยอย่างแท้จริง อีกหนึ่งบทพิสูจน์ความสำเร็จที่สำคัญ คือการที่ CNN ปักหมุดถ่ายทอดสดการเคานต์ดาวน์ 2026 จากไอคอนสยามให้เป็นหนึ่งในจุดสำคัญของภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก ถ่ายทอดภาพการเฉลิมฉลองอันงดงามริมแม่น้ำเจ้าพระยาออกสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก เคียงข้างมหานครชั้นนำระดับสากล พร้อมด้วยการรายงานข่าวจากสำนักข่าวระดับโลกอาทิ Reuters, AFP และสื่อชั้นนำจากหลากหลายประเทศภาพที่ปรากฏจึงไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลเฉลิมฉลองส่งท้ายปี หากแต่ทำหน้าที่เสมือน... - [ฉลองไทยสะกดโลก! มหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ระดับโลก“Amazing Thailand Countdown 2026”ยิ่งใหญ่ริมเจ้าพระยาณริเวอร์พาร์คไอคอนสยาม](https://chillandfin.com/?p=37484): การเฉลิมฉลองส่งท้ายปีครั้งสำคัญของประเทศไทย “Amazing Thailand Countdown 2026 At ICONSIAM” สร้างมหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ระดับโลก ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ภายใต้ความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ระหว่าง ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรระดับนานาชาติ ร่วมกันรังสรรค์ค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “A GLOBAL PHENOMENAL CELEBRATION AT THE ICON UNRIVALED – มหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ผนึกกำลังสุดยิ่งใหญ่ฉลองไทยสะกดโลก” ไฮไลต์สำคัญของค่ำคืน 31 ธันวาคม คือการถ่ายทอดอัตลักษณ์ความเป็นไทยสู่สายตาชาวโลก ผ่านประสบการณ์ความบันเทิงระดับเวิลด์คลาส กับการแสดง 4D Sky อันทรงคุณค่า เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้สถิตในดวงใจปวงชนชาวไทย ก่อนผสานอย่างสง่างามกับการแสดงพลุรักษ์โลกจากข้าวเหนียวไทย ความยาวกว่า 1,400 เมตร ส่องประกายเหนือท้องฟ้าและผืนน้ำเจ้าพระยา พร้อมด้วยไพโรเทคนิคสุดตระการตา  พร้อมกันนี้ ยังเติมเต็มค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองด้วยการแสดงจากศิลปินระดับโลก ร่วมกับกองทัพศิลปินชั้นนำของประเทศไทย ด้วยโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ สร้างปรากฏการณ์แห่งความประทับใจ ตอกย้ำภาพลักษณ์ของ ประเทศไทย ในฐานะหนึ่งใน Global Countdown Destination ที่ทั่วโลกจับตามอง #AmazingThailandCountdown2026 #ICONSIAM #ICONSIAMCountdown2026 #CountdownatICONSIAM #เคานต์ดาวน์ปีนี้ที่ไอคอนสยาม - [เขย่าหัวใจแห่งปี “ฟลุค” ไม่ถูกใจแต่คนดูกดไลค์ “นาตาลี&นาตาชา” พาระทึกข้ามโลก!](https://chillandfin.com/?p=37475):    เปิดปีใหม่ด้วยความสนุกสนานหวาดเสียวปนช็อก! เมื่อ ฟลุค&นาตาลี ต้องเป็นทั้ง “พิธีกร” และ “ผู้ประสบภัย” ในเวลาเดียวกัน กับเทปพิเศษเขย่าหัวใจแห่งปี ต้องเผชิญหน้าความหวาดเสียวที่สุดในชีวิต สุดระทึกท่ามกลางพายุครั้งใหญ่ และทริปที่ไม่ค่อยจะถูกใจฟลุค แต่คนดูกดไลก์ประทับใจกันทั้งประเทศ ฮ่าๆๆ ส่วน น้องนาตาชา มารับหน้าที่พิธีกรตัวน้อยเลยได้ทำหลายอย่างเป็นครั้งแรกในรายการ แต่ก็ทำเอาคนเป็นพ่อเป็นแม่ลุ้นตัวโก่งไม่น้อย ติดตามใน “หนีเที่ยวกัน” วันเสาร์ที่ 3 ม.ค. นี้ 09.00 น. ทาง Workpoint ช่อง 23 ดูย้อนหลังได้ทาง YouTube FlukeLee https://www.youtube.com/c/FlukeLee/featured และติดตามหนีเที่ยวกันได้ทุกช่องทางทั้ง Facebook https://www.facebook.com/nheetiew/ IGhttps://www.instagram.com/nheetiewgun.th/ TikTokhttps://www.tiktok.com/@nheetiewgun_th - [ไอคอนสยามเปิดเวทีแห่งความภาคภูมิใจของไทยสู่สายตาโลก“Amazing Thailand Countdown 2026” สร้างมหาปรากฏการณ์Global Countdown Destination ](https://chillandfin.com/?p=37461): ค่ำคืนเคานต์ดาวน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา กลายเป็นภาพประทับใจระดับโลก เมื่อ โอปอลสุชาตาช่วงศรี Miss World 2025 ปรากฏตัวอย่างสง่างามบนเวที Amazing Thailand Countdown 2026 at ICONSIAM ร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ปีใหม่ ท่ามกลางแสง สี เสียง และบรรยากาศการแสดงระดับเวิลด์คลาส  โดยพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ ได้รับเกียรติจาก คุณอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)  พร้อมด้วย คุณศุภชัยเจียรวนนท์, คุณณรงค์เจียรวนนท์, คุณชฎาทิพ จูตระกูลและคณะผู้บริหารบริษัทไอคอนสยามจำกัด พันธมิตรภาครัฐ และภาคเอกชน ขึ้นเวที ร่วมส่งสารแห่งความภาคภูมิใจ ตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก ที่พร้อมผสานวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความบันเทิงร่วมสมัยได้อย่างกลมกลืน ไอคอนสยาม ในฐานะ Global Countdown Destination และแลนด์มาร์กสำคัญของประเทศ ยังคงทำหน้าที่เป็นเวทีที่หลอมรวมพลังซอฟต์พาวเวอร์ไทย ถ่ายทอดความงดงามของผู้คน ศิลปวัฒนธรรม และศักยภาพอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่สายตานานาชาติ ผ่านการจัดงานเคานต์ดาวน์ที่ยิ่งใหญ่เหนือความคาดหมายในทุกมิติ ค่ำคืนนี้จึงไม่ใช่เพียงการนับถอยหลังสู่ปี 2026 แต่คือการเฉลิมฉลองภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศไทย บนเวทีระดับโลก ที่ไอคอนสยาม ภูมิใจเป็นศูนย์กลางแห่งแรงบันดาลใจ และจุดหมายแห่งการเฉลิมฉลองของผู้คนจากทั่วโลก  #AmazingThailandCountdown2026 #ICONSIAM #ICONSIAMCountdown2026 #CountdownatICONSIAM #เคานต์ดาวน์ปีนี้ที่ไอคอนสยาม - [เปิดประวัติ “น้องน้ำ-หทัยชนก” หวานใจ “ครูเต้ย” ในมุมที่หลายคนยังไม่รู้](https://chillandfin.com/?p=37453): หากพูดถึง ‘น้องน้ำ–หทัยชนก‘ หลายคนอาจรู้จักเธอในฐานะแฟนสาวของ ‘ครูเต้ย–อภิวัฒน์‘ ภายใต้รอยยิ้มที่สดใสและดูเป็นธรรมชาติเรียบง่ายนั้น น้องน้ำ คือหญิงสาวที่มีมุมมองและความมุ่งมั่น เธอไม่ได้เป็นเพียงเด็กสาว Gen Z ที่สนใจเรื่องการเงินการลงทุนเพียงผิวเผิน แต่เธอเลือกที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองในแบบฉบับของตัวเองอย่างน่าสนใจ เกี่ยวกับ “น้องน้ำหทัยชนก“  ชื่อจริง หทัยชนก นพเก้า วันเกิด วันที่ 18 กันยายน (อายุ 19 ปี)  ภูมิลำเนา จังหวัดขอนแก่น                การศึกษา เส้นทางการศึกษาของน้องน้ำเธอเริ่มต้นสอบเข้าเรียนได้ที่โรงเรียนสาธิตศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นตั้งเเต่ ระดับอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. (ห้องคู่ขนาน)  ในช่วงปิดเทอม Summer ก่อนขึ้นม.5 เธอเลือกไปเรียนรู้และใช้ชีวิตที่ประเทศแคนาดา การตัดสินใจครั้งนี้ไม่เพียงแต่เปิดโลกให้เธอเท่านั้น แต่ยังทำให้เธอได้ค้นพบตัวเองอย่างแท้จริง ก่อนจะกลับมาเลือกเส้นทางการสอบเทียบวุฒิการศึกษาด้วย GED (Genera Educational Development) ซึ่งเป็นวุฒิการศึกษามาตรฐานจากสหรัฐอเมริกา เเละเลือกที่จะใช้ Gap Year ในการเทคคอร์สกราฟเทคนิคต่างๆ ศึกษาเรื่องหุ้น เเละกิจการของที่บ้านไปพร้อมกัน              ปัจจุบันน้องน้ำกำลังศึกษาชั้นปีที่  1 คณะบริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC)  ด้านชีวิตครอบครัว น้องน้ำเธอเติบโตในครอบครัวธรรมดา ที่มีคุณพ่อเป็นทันตแพทย์ส่วนคุณเเม่เป็นเภสัชกร เธอเป็นลูกสาวคนโตของบ้าน โดยมีธุรกิจครอบครัวเปิดคลีนิกทันตกรรมในจังหวัดขอนแก่นเเละนครราชสีมา ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งที่หล่อหลอมให้เธอมีความฝันที่อยากจะเป็น  นักธุรกิจอายุน้อย นอกจากนี้ น้องน้ำยังชอบทำกิจกรรมต่างๆ จิตอาสา  ทำอาหาร ร้องเพลง และเล่นอะคูเลเล่  และอีกมุมที่น่าสนใจในฐานะเด็ก Gen Z  น้องน้ำยังมีงานอดิเรกที่ชื่นชอบ   นั่นก็คือการศึกษากราฟหุ้น (Technical Analysis) และอ่านหนังสือด้านการเงินการลงทุน ที่เจ้าตัวเคยโพสต์คลิปลงในโซเชียลมีเดีย (TikTok: narmhns) ให้ได้เห็นกันบ้าง โดยน้องน้ำแย้มมาว่า “น้ำเลือกลงทุนในพอร์ตระยะยาว 3 ปีแล้ว ซึ่งตั้งใจลงทุนออมเงินในหุ้นไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นอาชีพเสริมให้กับตัวเอง... - [เอปสันจับมือสยามเซ็นเตอร์ เสริมทักษะยังก์ดีไซเนอร์ไทยผสานเทคโนโลยีกับความคิดสร้างสรรค์](https://chillandfin.com/?p=37446): เอปสัน ร่วมกับ สยามเซ็นเตอร์ เดินหน้าสนับสนุนพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ผ่านเวที VISIONARY STAGE at Siam Center 2025 เวทีแห่งโอกาสสำหรับยังก์ดีไซเนอร์ นิสิต–นักศึกษาสาขาการออกแบบและแฟชั่นจากทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มพูนทักษะ ความรู้ และประสบการณ์จริง ตั้งแต่แนวคิดการออกแบบไปจนถึงการผลิตผลงานที่สามารถใช้งานได้จริง พร้อมต่อยอดสู่เวทีแฟชั่นระดับประเทศและสากล เวที VISIONARY STAGE at Siam Center จัดขึ้นต่อเนื่องสู่ปีที่ 18 ในปีนี้ สยามเซ็นเตอร์ ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน สร้างสรรค์โครงการเพื่อสนับสนุนไทยสร้างสรรค์ โดยร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ เอปสัน นำเสนอคอลเล็กชันพิเศษที่ครีเอตสำหรับรันเวย์นี้โดยเฉพาะ Siam Center x ททท. ตอน Thai Creative Experience – เที่ยวไทยสร้างสรรค์ ในรูปแบบ Absolute Siam Collection ซึ่งเฉลิมฉลองความคิดสร้างสรรค์และมรดกทางวัฒนธรรมของไทย ผ่านแฟชั่นร่วมสมัยที่ผสานอัตลักษณ์ท้องถิ่นเข้ากับนวัตกรรม คอลเล็กชันดังกล่าวเกิดจากผลงานของนิสิต–นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาชั้นนำด้านการออกแบบและแฟชั่น รวม 12 สถาบันทั่วประเทศ ได้แก่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ (CIDI) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหา วิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สงขลาที่ได้ร่วมกันถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากผ้าทอหัตถกรรม ลวดลาย และเรื่องราวจากจังหวัดที่มีผ้าทอหัตถกรรมอันมีอัตลักษณ์เฉพาะตัว อาทิ สุรินทร์ บุรีรัมย์ น่าน ยะลา อุบลราชธานี มุกดาหาร และเลย เพื่อสร้างมูลค่าใหม่ให้กับผ้าพื้นเมือง และยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่แฟชั่นระดับสากล หนึ่งในบทบาทสำคัญของเอปสัน คือการสนับสนุนการเรียนรู้แบบครบวงจรจากต้นน้ำถึงปลายน้ำผ่านการจัด Digital Textile Workshop ณ ศูนย์การเรียนรู้ Nexttech ผู้จำหน่ายและให้บริการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์งานพิมพ์สกรีนแบบครบวงจรของเอปสัน โดยเปิดโอกาสให้นิสิต-นักศึกษาได้สัมผัสกระบวนการผลิตจริง ตั้งแต่การออกแบบลวดลาย การพิมพ์สิ่งทอด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ไปจนถึงการตัดเย็บเป็นผลงานจริงบนรันเวย์ Visionary Stage ศูนย์การเรียนรู้ Nexttech ทำหน้าที่เป็นมากกว่าโชว์รูม แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้... - [ใครๆก็ไม่พลาด “Avatar: Fire and Ash อวตาร: อัคนีและธุลีดิน” เดินหน้าทำรายได้ในประเทศไทยมุ่งสู่300 ล้านบาท หยุดยาวนี้ไปฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กับศึกใหญ่แห่งแพนดอร่า  และระทึกกับความดุเดือดของ“เผ่าธุลี” ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ](https://chillandfin.com/?p=37440): ยังคงสร้างปรากฏการณ์อย่างต่อเนื่องสำหรับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ระดับโลก “Avatar: Fire and Ash อวตาร: อัคนีและธุลีดิน” ที่ปลุกกระแสผู้ชมให้กลับเข้าสู่โรงภาพยนตร์ พร้อมเดินหน้ากวาดรายได้ในประเทศไทยมุ่งสู่ 300 ล้านบาท การกลับมาครั้งนี้ไม่เพียงตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของจักรวาล Avatar แต่ยังยกระดับประสบการณ์การชมภาพยนตร์ในโรงให้ “ต้องดูบนจอใหญ่เท่านั้น” ด้วยงานภาพอันตระการตา เทคโนโลยีการถ่ายทำระดับโลก ฉากแอ็กชันที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม และไฮไลต์ที่ผู้คนพูดถึงกันมากคือชาวนาวีเผ่าใหม่ “เผ่าธุลี” กับผู้นำหญิงสุดโหด “วารัง” ตัวร้ายเสน่ห์แรงที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับสมดุลของโลกแพนดอร่า อีกทั้งยังทำให้ศึกใหญ่ครั้งนี้เดือดและเข้มข้นกว่าทุกภาคที่ผ่านมา ใครยังไม่ได้ดู อย่าพลาด “Avatar: Fire and Ash อวตาร: อัคนีและธุลีดิน” ฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์ ทั้งในระบบ IMAX, Dolby Vision และ Atmos และระบบพิเศษทั่วประเทศ นอกจากจะพาผู้ชมไปลุ้นระทึกกับศึกใหม่ครั้งใหญ่ของนักรบชาวนาวี “Avatar: Fire and Ash อวตาร: อัคนีและธุลีดิน” ยังมาพร้อมกับชนเผ่าลึกลับที่เต็มไปด้วยพลัง ความดุดัน และวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่เคยเห็นในจักรวาลแพนดอร่า อย่างเผ่าธุลี ที่เพิ่มมิติใหม่ให้เรื่องราวเข้มข้นขึ้น  ย้อนไปในอดีตเผ่า “มังกวัน” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เผ่าธุลี” เคยมีวิถีชีวิตคล้ายกับเผ่า Omatikaya หรือเผ่าป่า ก่อนจะเกิดเหตุภูเขาไฟระเบิด ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้เผ่าธุลีละทิ้งเอวา (Eywa) ผู้เป็นพลังนำทางของแพนดอร่า Ash Village บ้านเกิดของพวกเขา จึงกลายเป็นพื้นที่กันดาร ตรงกันข้ามกับภาพอันงดงามและอุดมสมบูรณ์ของแพนดอร่าอย่างสิ้นเชิง  ด้านบุคลิกลักษณะของชาวธุลีก็แตกต่างจากเผ่าอื่นอย่างชัดเจน มีความดุดัน ไร้ปราณี รูปลักษณ์ภายนอกของพวกเขาถูกอาบทาด้วยขี้เถ้าผสมกับน้ำทั่วร่างกาย จนเป็นเหมือนสัญลักษณ์บ่งบอกตัวตนของผู้คนในเผ่า ซึ่งคาเมรอนอธิบายว่า “ชาวธุลีแสดงให้เห็นว่า เป็นไปได้ที่คนบางกลุ่มจะหลุดออกจากพรแห่งเอวา หลุดจากความใฝ่ฝันแห่งความสมดุลที่ชาวนาวีเรียกว่า ‘great balance’ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นกับพวกเขา หลังจากภูเขาไฟปะทุทำลายแผ่นดินและที่อยู่อาศัย จนเกือบล้างเผ่าพันธุ์ของพวกเขาให้ดับสูญ ทว่าเอวาคือเอวาคือสิ่งมีชีวิตทางชีวภาพ เป็นจิตสำนึกที่อยู่ทั่วแพนดอร่า ทั้งในต้นไม้ ป่า ระบบราก แต่เธอไม่สามารถควบคุมการปะทุของภูเขาไฟได้” เผ่าธุลีมีหัวหน้าเผ่าเป็นหญิงชาวนาวีชื่อว่า “วารัง” (Varang) ซึ่งถูกยกย่องว่าเป็นผู้กอบกู้ของเผ่า เธอขี่ Nightwraith สัตว์ร้ายที่น่าสะพรึงกลัว และเชี่ยวชาญการใช้ธนูเพลิง แถมยังมีความสามารถในการครอบงำจิตใจคนด้วย ผู้กำกับ... - [“Amazing Thailand Countdown 2026 at ICONSIAM”วันที่สามยกระดับความมันสร้างปรากฏการณ์พลังร็อกไร้ขีดจำกัดบนเวทีริมน้ำเจ้าพระยา](https://chillandfin.com/?p=37430): ทวีความสนุกขึ้นเรื่อยๆกับงาน “Amazing Thailand Countdown 2026 at ICONSIAM” มหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ที่จัดใหญ่จัดเต็มตลอด 5 วัน 5 คืนเข้าสู่วันที่สาม (29 ธันวาคม 2568) พลิกโฉมเวทีริมน้ำเจ้าพระยาให้เป็นอาณาจักรร็อกที่อัดแน่นด้วยพลังและความเร้าใจในธีม ROCK INFINITY พร้อมไลน์อัพศิลปินชั้นนำที่ต่างขนพลังแห่งเสียงดนตรีและโชว์สุดพิเศษมาสร้างประสบการณ์ร็อกแบบจัดเต็มณริเวอร์พาร์คไอคอนสยาม เริ่มต้นอุ่นเครื่องความสนุกด้วยโชว์จาก ศิลปินค่าย I AM ทั้งต้านันคุณ, Sammy Niche, แพรวรัตนาพรและ TURBO ที่ชวนทุกคนขยับตัวไปตามจังหวะเพลิน ๆ ก่อนจะเร่งดีกรีความร้อนแรงกับทัพศิลปินรุ่นใหม่จากค่าย WAYDAY ที่ยกขบวนมาเติมสีสันด้วยซาวด์ป๊อป ร็อก อัลเทอร์เนทีฟสุดเท่ ทั้ง EYERICE, Market Feel, หางนกยูง, WHITE LIE และแดนสนธยา เรียกเสียงกรี๊ดและแรงเชียร์จากแฟนเพลงได้ตลอดทั้งโชว์ จากนั้นเวทีก็ลุกเป็นไฟเมื่อ Y2Z บอยแบนด์กระแสแรงขึ้นมาสาดเสน่ห์ พร้อมเพลงฮิตติดหูและการแสดงสุดจัดเต็ม สะกดทุกสายตา ก่อนที่ความสนุกจะพุ่งทะยานถึงขีดสุดกับการปรากฏตัวของ Three Man Down วงป๊อปร็อกแถวหน้าของไทย ที่พาผู้ชมอินไปกับทุกอารมณ์เพลง ส่งเพลงฮิตให้แฟน ๆ ร้องตามกันดังลั่นทั้งพื้นที่ อาทิ ถ้าเธอรักฉันจริง, คุยคนเดียวเก่ง, ฝนตกไหม ฯลฯ และปิดท้ายค่ำคืนด้วยวงร็อกระดับตำนานSlot Machine ที่จัดเต็มเพลย์ลิสต์ฮิต อาทิ ผ่าน, จันทร์เจ้า (Goodbye) ฯลฯ มาระเบิดพลังความมันต่อเนื่องยาวกว่า 1 ชั่วโมง ให้สายร็อกได้ปลดปล่อยพลังกันแบบสุดเหวี่ยง ท่ามกลางบรรยากาศสุดอลังการริมแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกได้ว่า วันที่สามของงาน Amazing Thailand Countdown 2026 at ICONSIAM คือค่ำคืนที่รวมทุกพลังร็อก และความทรงจำสุดพิเศษไว้ในที่เดียว  มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน “Amazing Thailand Countdown 2026 at ICONSIAM” ภายใต้แนวคิด “A GLOBAL PHENOMENAL CELEBRATION AT THE... - [“บินใกล้พักสบายงดงามเหนือความคาดหมาย”  ออนิกซ์ฮอสพิทาลิตี้กรุ๊ปชวนคุณออกเดินทางเติมความสุขส่งท้ายปลายปี กับเส้นทางพักผ่อนมาเลเซีย- และศรีลังกา](https://chillandfin.com/?p=37424): หากคุณกำลังมองหา “ทริปปลายปีที่คุ้มค่า และพิเศษกว่าการพักผ่อนทั่วไป” ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป บริษัทบริหารจัดการโรงแรมชั้นนำที่มีชื่อเสียงในระดับภูมิภาค ชวนคุณออกเดินทางสู่จุดหมายยอดนิยมใกล้ประเทศไทย เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขไปกับครอบครัว เพื่อนฝูงและคนที่คุณรัก สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนที่ผสานความสบาย บรรยากาศอันงดงาม การบริการที่อบอุ่นเหนือระดับ และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าหลงใหลและเต็มไปด้วยเรื่องราว เนรมิตวันหยุดปลายปีของคุณให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม เริ่มต้นทริปด้วยการเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่จุดหมายปลายทางที่ประเทศมาเลเซีย กับเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างปีนัง และยะโฮร์บาห์รู ก่อนเดินทางต่อไปยังโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา โดยทุกจุดหมายสามารถเดินทางด้วยเที่ยวบินตรงใช้เวลาเพียง 1–3 ชั่วโมง เหมาะกับไลฟ์สไตล์นักเดินทางที่ต้องการพักผ่อนให้คุ้มค่าสำหรับทริป 7–10 วัน ที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ครบทั้ง เสน่ห์ของวัฒนธรรม ความมีชีวิตชีวาของเมือง และความสงบของธรรมชาติ ในคราวเดียวกัน ปีนังประเทศมาเลเซีย สัมผัสเสน่ห์มรดกโลกกับที่พักที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เปิดประสบการณ์พักผ่อนที่ปีนังด้วย 2 โรงแรมในเครือ ออนิกซ์ฯ ที่พร้อมมอบความสบายในทำเลคุณภาพ  โรงแรมอมารีสไปซ์ปีนัง โรงแรมระดับหรู ซึ่งตั้งอยู่ติดกับศูนย์การประชุม SPICE Convention Centre และ SPICE Arena อยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติปีนังเพียง 5 กม. โดดเด่นด้วยห้องพักกว้างขวาง สระว่ายน้ำและฟิตเนสทันสมัย พร้อมห้องอาหารและบาร์ 5 แบบ 5 สไตล์ให้คุณได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ท่ามกลางความสงบและเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนอย่างมีระดับ โรงแรมคอนเซปต์สนุก ๆ อย่าง โอโซ่จอร์จทาวน์ปีนัง ตั้งอยู่ใจกลางย่านเมืองเก่า จอร์จทาวน์ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ให้คุณได้เดินเล่น เก็บภาพประทับใจ และเพลิดเพลินกับคาเฟ่สุดชิค รวมถึงสตรีทฟู้ดชื่อดังอย่าง Char Koay Teow และ Asam Laksaที่พักแห่งนี้ตอบโจทย์นักเดินทางที่หลงใหลใน งานศิลปะวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์เมือง จากนั้นเดินทางต่อสู่ยะโฮร์บาห์รูเมืองแห่งความสนุกและไลฟ์สไตล์ครบครัน เมืองท่องเที่ยวใกล้สิงคโปร์ที่ผสานความทันสมัยและความสะดวกสบายไว้ในที่เดียว กับ 4 โรงแรมในเครือออนิกซ์ฯ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ  เริ่มด้วยโรงแรมเปิดใหม่อย่าง “โอโซ่เมดินี” (OZO Medini) โรงแรมดีไซน์ทันสมัย เหมาะกับสายแอคทีฟและนักเดินทางรุ่นใหม่ พร้อมให้คุณออกค้นหาความสนุกของเมือง ตามคอนเซปต์ Unpack.  Good. Vibes.  “โรงแรมอมารียะโฮร์บาห์รู (Amari Johor Bahru)” โรงแรมระดับ... - [Wasabi-O ตอกย้ำบทบาทแบรนด์ที่ขับเคลื่อนสังคมอย่างยั่งยืน ในงานThailand Friendly Design Expo 2025 พลังของการออกแบบเพื่อทุกคนการสร้างคุณค่าร่วม(CSV) และโครงการ“ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต”](https://chillandfin.com/?p=37413): Wasabi – เดินหน้าตอกย้ำจุดยืนของแบรนด์ที่เชื่อว่าธุรกิจสามารถ เติบโตควบคู่กับการสร้างผลกระทบ เชิงบวกให้สังคมได้อย่างแท้จริง ผ่านความร่วมมือกับ Zy Movement  Foundation ภายในงาน Thailand Friendly Design Expo 2025 งานแสดงนวัตกรรมและการออกแบบ ที่มุ่งส่งเสริมความเท่าเทียมและ การเข้าถึงของทุกคนในสังคม การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนภาพลักษณ์ของ Wasabi-O ในฐานะ แบรนด์ที่ใส่ใจสังคม แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงแนวคิด “ทำดีได้ง่ายๆแค่เลือกซื้อ” ที่แบรนด์ตั้งใจสื่อสาร และลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม ยกย่องผู้นำการเปลี่ยนแปลงผ่านรางวัล Friendly Design Award 2025 หนึ่งในช่วงเวลาที่สร้างแรงบันดาลใจสูงสุดของงาน คือการที่ มร.วอลเตอร์ลี  ผู้ก่อตั้ง และประธานบริหาร Zy Movement Foundation ได้รับ รางวัล Friendly Design Award 2025 ในสาขา Inspiring Project จาก โครงการ “Climb to Change a Life (ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต)” รางวัลอันทรงเกียรตินี้ได้รับการมอบโดย นายอัคราพรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อยกย่องโครงการที่ใช้พลังของกิจกรรม การออกแบบประสบการณ์ และความ ร่วมมือของจิตอาสา ในการสร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้บกพร่องทางการเคลื่อนไหว พร้อมทั้งเปลี่ยนมุมมอง ของสังคมต่อคำว่า “ความพิการ” อย่างลึกซึ้ง “ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต” จากการปีนเขาสู่การปีนข้ามข้อจำกัดของชีวิต โครงการ “ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต” ดำเนินกิจกรรมมาแล้วกว่า 32 ครั้ง โดยมีจิตอาสามากกว่า 130 คน ร่วมแรง ร่วมใจพาน้อง ๆ ผู้บกพร่องทางการเคลื่อนไหวก้าวขึ้นสู่พื้นที่ที่ท้าทาย ทั้งทางร่างกายและจิตใจ Zy Movement Foundation ก่อตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนเด็กพิการทางการเคลื่อนไหวกว่า 450,000 คนในประเทศไทย และมากกว่า 10 ล้านคนในภูมิภาคอาเซียน ด้วยแนวคิดที่ชัดเจนว่าทุกก้าวที่ก้าวขึ้นไม่ใช่เพียงการพิชิตความสูงแต่คือการพิชิตความกลัวการสร้างความหวังและการยืนยันคุณค่าในตัวเอง กิจกรรมแต่ละครั้งไม่เพียงสร้างรอยยิ้มและความทรงจำที่งดงาม แต่ยังช่วยเปลี่ยนทัศนคติของสังคมให้ มองเห็นศักยภาพของผู้พิการในฐานะ “พลัง” ที่สามารถเติบโตได้ หากได้รับโอกาส... - [ไอคอนสยาม และ B.Duck เนรมิตอาณาจักรแห่งความสนุก  ชวนเด็กๆผจญภัยใน“The Iconic Children’s Playground 2026: Funtastic Playland”  ยกทัพแก๊งเป็ดน้อยมามอบความสดใสพร้อมอัดแน่นด้วยกิจกรรมความสนุกมากมายระหว่างวันที่7–11 มกราคมนี้](https://chillandfin.com/?p=37407): ไอคอนสยามแลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยาจับมือ B.Duck คาแรกเตอร์เป็ดน้อยสุดไอคอนิกจากฮ่องกงและองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) พร้อมด้วยพันธมิตรชวนทุกครอบครัวร่วมเปิดประสบการณ์ความสนุกครั้งใหญ่ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติในงาน “The Iconic Children’s Playground 2026: Funtastic Playland” เนรมิตพื้นที่ทั่วไอคอนสยามและไอซีเอสให้กลายเป็นเพลย์แลนด์แห่งการเรียนรู้และจินตนาการเปิดประตูให้เด็กๆได้ก้าวสู่โลกแห่งความสนุกความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจอย่างไร้ขอบเขตระหว่างวันที่ 7-11 มกราคม 2569 จัดเต็มไฮไลต์มากมายโดยมีน้องเกล – แอบิเกลรังษีสิงห์พิพัฒน์และคุณแม่ชมพู่ – อารยาเอฮาร์เก็ตมาร่วมเปิดโลกแห่งความสนุกในวันที่ 10 มกราคม 2569 เวลา 9.30 – 11.00 น.ณ​ ริเวอร์พาร์คไอคอนสยาม ไอคอนสยาม ร่วมกับ B.Duck คาแรกเตอร์เป็ดน้อยที่โด่งดังไปทั่วโลก ด้วยความขี้เล่น สดใส และเต็มไปด้วยพลังบวก แปลงโฉม ริเวอร์ พาร์คให้กลายเป็นอาณาจักร B.Duck ที่แสนสดใส ยกเอาเครื่องเล่นเป่าลมขนาดยักษ์สุดอลังการมาให้เด็ก ๆ ได้ปล่อยพลัง ปีน ป่าย และผจญภัยอย่างเต็มที่ ท่ามกลางบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อม B.Duck Pop-up Shop โซนของที่ระลึกสุดน่ารักที่ยกขบวนมาให้แฟน ๆ ได้เลือกช้อปอย่างจุใจ และยังเพิ่มสีสันด้วยเหล่า B.Duck Mascot ทั้ง 5 คาแรกเตอร์ ที่จะออกมาเดินทักทายสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคน วันละ 3 รอบ เวลา 15.00-15.30 น., 17.00–17.30 น. และ 19.00 –19.30 น. ตลอดช่วงวันเด็ก  พิเศษ! รับบัตรเข้า B.Duck Bouncy Adventure ฟรี! เพียงสแกนรับสิทธิ์ผ่าน ONESIAM SuperApp โดยอาณาจักร B.Duck จะเปิดให้สนุกยาว ๆ ระหว่างวันที่ 7-19 มกราคม 2569 และ 27 มกราคม – 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่... - [แพสชั่น เรียลเตอร์ เครือพรีโมฯ โชว์ฟอร์มแกร่งหลังลุยอสังหาภูเก็ตเพียง 2 เดือนครึ่งทำยอดขาย 300 ล้านบาทจากโครงการดิออริจิ้นกะทู้-ป่าตองชูจุดแข็งด้านบริการยกระดับการอยู่อาศัย](https://chillandfin.com/?p=37401): บริษัทแพชชั่นเรียลเตอร์จำกัด (Passion Realtor) ให้บริการเป็นตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ (BROKERAGE) ยกระดับบริการแบบ One-Stop Service เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการอสังหาฯในทุกด้าน และทำการตลาดโครงการแบบครบวงจร พร้อมทั้งให้บริการก่อนและหลังการขายอสังหาฯทั้งเพื่อการอยู่อาศัย และเพื่อการลงทุน รับบริหารการขายโครงการในรูปแบบ Sole Agent ทั้งโครงการบ้านจัดสรร และคอนโดมิเนียมในเครือบมจ.พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น หรือ PRI เดินหน้าขยายธุรกิจสู่ตลาดภูเก็ตอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา บริหารงานขายโครงการแรก คือ โครงการดิออริจิ้นกะทู้ป่าตอง (The Origin Kathu-Patong) คอนโดมิเนียมใจกลางกระทู้ ติดถนนใหญ่  ซึ่งจะเป็นโครงการพร้อมอยู่โครงการแรกของกลุ่มออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ที่พัฒนาในภูเก็ต โดดเด่นด้วยฟังก์ชัน งานดีไซน์ ทำเลและคุณภาพ ซึ่งพร้อมให้ลูกบ้านเข้าอยู่ต้นปี 2569 โชว์ฟอร์มแกร่งเพียง 2 เดือนครึ่งสามารถกวาดยอดขายจากการเป็นตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ให้โครงการนี้กว่า 300 ล้านบาท การยกทัพบุกตลาดอสังหาฯภูเก็ตของพรีโมและบริษัทในเครือ ประกอบด้วย Passion Realtor ที่เข้ามารับงานบริหารโครงการบนทำเลภูเก็ต เพื่อร่วมสร้างแผนรุกตลาดแบบ One-Stop Service พร้อมด้วย Crown Residences ให้บริการงานนิติบุคคลระดับ Luxury Management ที่ตอบโจทย์ตลาดลงทุนซื้อปล่อยเช่า และ Hampton Hotel and Residence Management ที่เข้ามาดูแลห้องพักในรูปแบบ Investment Program สำหรับลูกบ้านและนักลงทุน รวมทั้งให้บริการด้านการอยู่อาศัย ซึ่งจะช่วยจัดหาและคัดเลือกผู้พักอาศัยให้แก่ผู้ที่ต้องการปล่อยเช่าคอนโดมิเนียม พร้อมทั้งมีบริการหลากหลายระดับ แบบ Service Residences ถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของจุดแข็งในการดำเนินการภายใต้กลยุทธ์ “Synergy to 2026” ที่มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกบ้าน ความพึงพอใจในระยะยาวเพื่อยกระดับการให้บริการคุณภาพของการอยู่อาศัยและมาตรฐานเดียวกับโครงการชั้นนำในกรุงเทพฯ พร้อมชวนลูกค้าร่วมงาน “Say Hi Phuketian – สวัสดีภูเก็ต” เชื่อมโยงลูกบ้านให้เข้ากับชุมชน และไลฟ์สไตล์ท้องถิ่นอย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิด ‘คอมมูนิตี้แห่งความสุข ความอบอุ่น และความสนุกในทุกช่วงเวลา’ ด้วยการมอบสิทธิพิเศษจากร้านค้า และบริการต่างๆ ภายในจังหวัดภูเก็ตให้แก่ลูกบ้าน รวมทั้งยังจัดกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างลูกบ้าน และดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)... - [โซเชียลมีสะดุ้ง! “ลาล่า” เทียบชัดฝรั่ง vs คนไทยแบบไหนแซ่บ เปิดเหตุผลทำไมยังโสดทั้งที่มี“แม็กซ์” อยู่ข้างกาย](https://chillandfin.com/?p=37391): ถ้าพูดถึงชื่อของ “ลาล่า ขวัญนภา” หรือ “ลาล่า โปงลางสะออน” ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไร ก็กลายเป็นกระแสให้คนจับตามองได้เสมอ โดยเฉพาะเรื่องหัวใจที่แฟน ๆ และชาวโซเชียลอยากรู้กันทั้งประเทศ ล่าสุดลาล่าขอเปิดใจแบบไม่มีกั๊ก ในรายการ “โสดโซไซตี้ (Single Society) ซีซัน 2”  อีพี9 ทางยูทูบช่อง KRP Entertainment กับพิธีกรตัวแม่ด้านความโสด “เอ๊ะ – อิศริยาสายสนั่น” เมื่อคำถามสุดไวรัลที่หลายคนอยากรู้ถูกหยิบขึ้นมากลางรายการว่า ผู้ชายฝรั่งดีกว่าคนไทยจริงไหม? ฝรั่งเค้าจะมีความเทคแคร์ ถ้าเป็นฟิวเรานะเรารู้สึกว่าน่าเบื่อจังวะ เหมือนจะอยากได้ แต่พอได้มาแล้วไม่ชอบ เวลาเค้าเข้าตัว เค้าจะชอบโอบ แล้วเวลาโอบเรารู้สึกอึดอัด จะฟิวติดสกินชิพ แต่คนไทยจะเป็นสิ่งที่เราต้องการแต่เราไม่เคยได้ มันรู้สึกแบบ กรี๊ด ทำไมอยากได้จังเลยมันรู้รุกท้าทาย สมมุติว่าถ้าเกิดเรางอน เค้าก็หาวิธีง้อ แต่ถ้าฝรั่งจะไม่ง้อ เค้าจะไม่เข้าใจ แล้วอยากมีลูกไหม ? อยากมีมากค่ะตอนนี้ เคยซ้อมเป็นแม่เอาหลานมาไว้แล้วนะอาทิตย์นึง หลังจากอาทิตย์นั้นรีบขับรถกลับส่งบ้านเลย หลานเรียกลาล่า ลาล่า ตั้งแต่ตี 5 นม ทุกอย่างต้องพร้อมเปลี่ยนผ้าอ้อม อะไรต่าง ๆ เราถึงขั้นพูดว่า อิสระของฉันหายไปไหน แล้วสถานะตอนนี้เป็นยังไง ? โสด โสดจริง ๆ แต่แค่มีความสุขในการคุย  แล้วกับคุณแม็กซ์เป็นยังไงบ้างล่า ? เค้าเข้ามาจะเรียกว่าพรหมลิขิตหรือเปล่านะ ตอนนั้นเค้าเดินเข้ามากับทีมงาน เค้าทำยอดได้ก็เลยพากันไปเที่ยว เราก็ถ่ายรูปอยู่ แล้วอยู่ ๆ เค้าก็เดินเข้ามา ต้องมีใครแกล้งอะไรเราแน่ ๆ เลยทุกคนก็เลยบอกว่าร้อง ๆ ไว ๆ เพราะกลัวว่าเป็นมิดฉาชีพ แต่ด้วยความที่เราเฟรนด์ลี่ เราก็ลืมตัว นึกว่าอุ๊ยฉันมีแฟนคลับโปงรางสะออนดังไกลถึงต่างประเทศ ต้องติดตามเราแน่ ๆ เลย ก็ให้โทรศัพท์เค้าไปกด โซเชียลมีเดียเรายื่นให้เลย ดีนะไม่วิ่งหนี(หัวเราะ) หลังจากนั้นเราก็มีความคุยกัน  เราถึงได้รู้ว่าเค้าเป็นนักแสดงของประเทศฝรั่งเศส แต่เค้าก็ยังไม่ได้ดังมากพยายามที่จะแคสตัวเองให้เป็นสตาร์ตัวท็อปอยู่ ก็เลยค่อย ๆ คุยกัน  ตอนนั้นภาษอังกฤษก็ต่างคนต่างไม่แน่นกัน ถ้าถามว่า you boring... - [“ความหวัง” เทรนด์ใหม่แห่งการเดทของคนโสด Gen Z ไทย ต้อนรับปี2569 ด้วยDating Sunday วันเดทที่คึกคักที่สุดบนTinder](https://chillandfin.com/?p=37385): สำหรับคนโสดไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่ปีใหม่ คำนิยามการเดทของ Gen  Z คือ “ความหวัง”1 จากรายงาน Tinder’s Year in SwipeTM 2025 เผยว่าคนโสดวัย Gen Z กำลังก้าวสู่ปี 2569 พร้อมกับมุมมองใหม่ ๆ โดยเชื่อในความสัมพันธ์ที่มีความหมายแชร์ความสนใจร่วมกัน และกล้าเปิดใจที่จะออกเดทอีกครั้ง ซึ่งเอนเนอร์จี้ของการมีความหวังนี้จะฮอตสุด ๆ ในวัน Dating Sundayซึ่งตรงกับวันที่ 4 มกราคมและเป็นวันที่แอพ Tinder คึกคักที่สุดของปี จากข้อมูลปี 2568 ที่ผ่านมา สมาชิกเกิดการ Match380 คู่ต่อวินาทีและพบว่าจำนวนการ Match เพิ่มขึ้นถึง 13%2 Dating Sunday กลายเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นใหม่ เมื่อเหล่าคนโสดเข้าแอพพร้อม ๆ กันด้วยความตั้งใจ ชัดเจนและตื่นเต้นกับโมเมนต์ที่รอคอย เมื่อเข้าสู่ช่วงไฮซีซันกระแสความคึกคักเข้าสู่วันวาเลนไทน์ Tinder ได้สังเกตเห็นการเชื่อมต่อที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งขับเคลื่อนด้วยการมองโลกในแง่ดีและการเปิดใจทางอารมณ์ ทั้งนี้ “การกระทำเอาใจใส่” กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นจนกลายเป็นสไตล์แสดงความรักยอดนิยมของคนโสดไทยบน Tinder ในปี 25683  ดังนั้น Vibe สนุก ๆ ที่เป็นกันเอง ไม่กดดัน และการพูดคุยแบบตรงไปตรงมา กำลังจะกลายเป็นกุญแจสำคัญของการเชื่อมต่อที่จริงใจและมีความหมายมากขึ้นในปี 2569 เผยตัวเลข Dating Sunday2 ที่มาแรง ทุก ๆ ปี Dating Sunday มอบความคึกคัก เมื่อคนโสดพร้อมมองหาการเชื่อมต่อใหม่ ๆ ด้วยบทสนทนาและการเชื่อมต่อสนุก ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาเดียวกัน Dating Sunday จึงเป็นจังหวะเริ่มต้นดี ๆของช่วงซีซั่นการออกเดทที่คึกคักที่สุดของปี เมื่อคนโสดไทยเชื่อมต่อกันผ่านความสนใจร่วมกัน อินไซต์จาก Tinder’s Year in SwipeTM 2025 ระบุให้เห็นว่า คนโสดมักจะเชื่อมต่อกันผ่านความสนใจและสิ่งเล็ก ๆ ที่แชร์ร่วมกันในชีวิตประจำวัน ซึ่งทำให้บทสนทนาไหลลื่นอย่างเป็นธรรมชาติ ความสนใจยอดนิยมบน Tinder ของคนไทยในปี 25683... - [โตเป็นหนุ่มเต็มตัว! “เจมส์เพรสคอท” ปล่อยของไม่กั๊ก NC ทำถึง จนเห็นตัวตน“จิมมี่” ชัดทุกองศาในซีรีส์Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง](https://chillandfin.com/?p=37373): หลังจากออกอากาศอีพีแรกไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา ซีรีส์Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวังทางสถานีโทรทัศน์ช่อง8 ก็สร้างกระแสพูดถึงทันทีในโลกโซเชียล โดยเฉพาะการกลับมาพบกันอีกครั้งของ “เจมส์ เพรสคอท” และ “กาด พลอยสุภา” ที่ยังคงเสิร์ฟเคมีละมุนให้แฟน ๆ ได้ฟินส่งท้ายปีแบบไม่ผิดหวัง แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนหยุดเลื่อนฟีดและต้องย้อนกลับมาพูดถึงกันซ้ำ ๆ คือ ฉาก NC ของตัวละคร “จิมมี่” และ “รัน” (รับบทโดย ดิว จิรเมธ ศรีหนองห้าง) ที่เรียกได้ว่า ทำถึง ไม่ใช่แค่ในแง่ความเร่าร้อน แต่คือการใช้ฉากนี้เป็นเครื่องมือเล่าตัวตนของตัวละคร ได้อย่างชัดเจน ฉากดังกล่าวสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ของ รัน และ จิมมี่ ว่าความใกล้ชิดไม่ได้เกิดขึ้นแบบเลื่อนลอย แต่เป็นผลลัพธ์ของนิสัย เสน่ห์ และความเจ้าชู้ที่อยู่ในตัวจิมมี่อย่างแท้จริง จนหลายเสียงในโลกออนไลน์ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าฉากนี้ไม่ได้ขาย NC แต่ขายคาแรกเตอร์ ขณะเดียวกัน แฟนซีรีส์ก็พร้อมใจกันลงความเห็นว่า เจมส์ เพรสคอท โตเป็นหนุ่มเต็มตัวแล้วจริง ๆ เพราะทั้งสายตา อินเนอร์ และจังหวะการแสดง มีความนิ่ง มั่นใจ และชัดเจนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับผลงานก่อนหน้า ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงถูกเลือกให้มารับบท จิมมี่ หนุ่มหล่อเจ้าเสน่ห์ที่อันตรายต่อหัวใจคนรอบข้างแบบนี้ งานนี้อีพีแรกจึงไม่ใช่แค่การเปิดเรื่องแบบธรรมดาทั่วไป แต่คือการปูภาพตัวละครหลักทุกตัวให้คนดู เชื่อ และ อิน ตั้งแต่ต้น ว่าความรักในเรื่องนี้ไม่ได้มาแบบปลอดภัย และทุกหัวใจต้องอ่านป้ายเตือนให้ดี ๆ ไม่งั้นอาจจะต้องเสียน้ำตา ใครที่ยังไม่ได้ติดตาม ซีรีส์ Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวังสามารถติดตามได้ทุกวันวันอาทิตย์เวลา 22.15 น.  ทางช่อง 8 กดเลข27 เสนอเป็นตอนแรกรับชมย้อนหลังได้ที่ Viu / inter-national fandom รับชมผ่าน GagaOOLala  - [สีสันแห่งความสุขช่วงเทศกาล Happitat เปิดไฟ The Enchanted Treesเตรียมพร้อมมอบประสบการณ์จริงปี 2569](https://chillandfin.com/?p=37367): Happitat (แฮปปี้แทท) อาณาจักรแห่งความสุขแห่งใหม่ในย่านบางนาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีด้วยการเปิดไฟประติมากรรมต้นไม้ The Enchanted Trees 3 ต้นบริเวณหน้าโครงการริมถนนบางนา–ตราด แต่งแต้มสีสัน สร้างบรรยากาศ และความมีชีวิตชีวาให้กับย่านบางนา ตอกย้ำให้เห็นถึงความพร้อมและความคืบหน้าในการก่อสร้างและพัฒนาโครงการ ซึ่งกำลังเดินหน้าก้าวเข้าสู่เฟสสำคัญ ส่งสัญญาณเตรียมมอบประสบการณ์ความสุขเต็มรูปแบบในปี 2569 การแสดงไฟที่ “The Enchanted Trees” ในครั้งนี้ ใช้เทคโนโลยีสุดพิเศษ Special LED Illumination Technology โดยซ่อนความหมายผ่านสีสันของไฟที่แตกต่างกันทั้งหมด 3 ธีม 2. ประกายแห่งการเฉลิมฉลอง (Spark of Celebration) ใช้สีทองและสีฟ้าเพื่อสื่อถึงพลังแห่งความสุขและการเริ่มต้นที่ดีในปีใหม่ การผสมผสานระหว่างสีทองและสีฟ้า สะท้อนถึงสมดุล และความสงบ สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังบวกและแรงบันดาลใจ ในช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองส่งท้ายปี 3. มหัศจรรย์แห่งความสุขเกิดขึ้นที่นี่ (Magical Awakening) ใช้สีแดงและสีม่วง สื่อถึงความสว่างไสว และการเปล่งประกายของความสุข ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนที่มาเยือน Happitat จะได้สัมผัส การแสดงไฟครั้งนี้ เปรียบเสมือนสัญญาณความพร้อมของ Happitat ในการเป็น The Magical Destination of Happiness จุดหมายปลายทางแห่งความสุขที่ผสานไลฟ์สไตล์ ธรรมชาติ และประสบการณ์พิเศษต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน การเปิดไฟหลากสีสันบน “The Enchanted Trees” จะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 19.00 – 00.15 น. โดยสำหรับคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2568 จะจัดการแสดงไฟถึง 00.15 น. ของวันที่ 1 มกราคม 2569 เพื่อร่วมนับถอยหลังและเป็นการเฉลิมฉลองปีใหม่ไปพร้อมกับทุกคน ชาวบางนาและผู้ที่สัญจรผ่านถนนบางนา-ตราด สามารถร่วมสัมผัสความสวยงามของการแสดงไฟได้ตลอดช่วงเทศกาล - [เริ่มแล้ว! “Amazing Thailand Countdown 2026 at ICONSIAM”  4EVE, PiXXiE, DMD BOYS, ATLAS และXEBIS เปิดเวทีวันแรก เสิร์ฟความสนุกด้วยพลังความสดใสของ“POP POWER”](https://chillandfin.com/?p=37357): “Amazing Thailand Countdown 2026 at ICONSIAM” เปิดงานวันแรกอย่างยิ่งใหญ่ด้วยธีม “POP POWER” ยกทัพศิลปิน T-POP แถวหน้าของไทยเสิร์ฟความสนุกบนเวทีพาโนรามิคใหญ่ที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยาท่ามกลางแฟนๆและนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงานคับคั่ง วันแรกของงานเคานต์ดาวน์ระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา  ประเดิมเปิดเวทีด้วยวง 4EVE ขนเพลงฮอตมาร้องเต้น  อาทิ Hot2Hot, วัดปะหล่ ฯลฯ ที่แจกความสดใสพร้อมปลุกเวทีให้ลุกเป็นไฟด้วยความน่ารักของทั้ง 7 สาว ก่อนพริ้วไปกับ 3 สาว Pixxie ที่โชว์เสน่ห์ทั้งร้องทั้งเต้น  อย่างเพลง ติดฝน, Dejayou ฯลฯ เพิ่มความร้อนแรงให้กับบรรยากาศภายในงาน ตามด้วย DMD Boys จากบ้าน Domundi ที่สาดเคมีดีงามจนแฟน ๆ กรี๊ดสนั่น และที่ทำเอาเสียงกรี๊ดดังไม่ขาดสายคือโชว์ของหนุ่ม ๆ ATLAS ที่ต่างปล่อยพลังแบบจัดเต็มทุกเพลง อาทิ Bad Comeday, boyfriend ฯลฯ  จนยกระดับความสนุกหน้าเวทีให้พีคถึงขีดสุด ก่อนต่อด้วยโชว์จากศิลปิน XEBIS Entertainment ซึ่งมาพร้อมพลังป๊อปใสๆ  มอบความสุขส่งท้ายค่ำคืนแรกด้วยความประทับใจ เริ่มวันแรกยังจัดเต็มขนาดนี้ รับประกันได้ว่าดีกรีความสนุกจะพุ่งขึ้นเรื่อย ๆ อย่างแน่นอนกับ “Amazing Thailand Countdown 2026 at ICONSIAM” งานเฉลิมฉลองส่งท้ายปี เก่าต้อนรับปีใหม่สุดยิ่งใหญ่ภายใต้แนวคิด “A GLOBAL PHENOMENAL CELEBRATION AT THE ICON UNRIVALED – มหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ผนึกกำลังสุดยิ่งใหญ่ฉลองไทยสะกดโลก” จัดเต็มความบันเทิง 5 วัน 5 คืน ระหว่างวันที่ 27-31 ธันวาคม 2568 นอกจากความสนุกบนเวทีโดยดีเจชั้นนำและศิลปินไทยกว่า 200 ชีวิต ยังมีไฮไลต์ระดับโลกที่พลาดไม่ได้ ทั้ง 4D Sky “In Eternity Reverence” ครั้งแรกของโลกกับการรวมพลังศิลปะแห่งท้องฟ้า จากพลุรักษ์โลก ความยาวกว่า... - [ไอคอนสยามผนึกกำลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติกรุงเทพมหานครกรมเจ้าท่า และพันธมิตรทุกภาคส่วนยกระดับมาตรการความปลอดภัยระดับสากล ครอบคลุมทางบก–ทางน้ำตลอด24 ชั่วโมง สร้างความเชื่อมั่นต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกร่วมฉลองAmazing Thailand Countdown 2026](https://chillandfin.com/?p=37340): ไอคอนสยามแลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยาผนึกกำลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรมเจ้าท่ากรุงเทพมหานคร  และพันธมิตรทุกภาคส่วนเดินหน้ายกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกอย่างรอบด้านเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่จะเดินทางมาร่วมมหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ระดับโลก “Amazing Thailand Countdown 2026 at ICONSIAM” ระหว่างวันที่ 27–31 ธันวาคม 2568 ณริเวอร์พาร์คไอคอนสยาม ไอคอนสยาม ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนโดยรอบ จัดพิธีปล่อยแถวกำลังพลปฏิบัติการด้านความปลอดภัยและซักซ้อมการปฏิบัติงาน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยมีผู้แทนจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กองบังคับการตำรวจน้ำ กองบังคับการตำรวจจราจร กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ รวมถึงสถานีตำรวจในพื้นที่ ได้แก่ สถานีตำรวจนครบาลปากคลองสาน สมเด็จเจ้าพระยา และสำเหร่ เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจอย่างพร้อมเพรียง นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากกรุงเทพมหานคร โดยมีรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมหน่วยงานด้านความปลอดภัย สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานเขตคลองสาน ตลอดจนหน่วยงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข อาทิ โรงพยาบาลตากสิน และคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทรธิราช รวมถึงภาคการขนส่งสาธารณะ ได้แก่ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และรถไฟฟ้า BTS ร่วมบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและดูแลความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว ไอคอนสยาม ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความสะดวกสบายของผู้ร่วมงาน โดยวางแผนบริหารจัดการพื้นที่และมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการกำหนดเส้นทางเข้า–ออกพื้นที่ การบริหารจัดการจราจร การควบคุมกิจกรรมบันเทิง และการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในทุกมิติ เพื่อให้การจัดงานเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล และตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะหนึ่งใน Global Countdown Destination อย่างแท้จริง มาตรการรักษาความปลอดภัยตลอดช่วงการจัดงาน ครอบคลุมทุกพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ที่พร้อมใช้งานทั่วศูนย์การค้า การจัดกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำการอย่างเต็มอัตรา การตรวจคัดกรองบุคคลและยานพาหนะทุกจุดเข้า–ออก รวมถึงการเตรียมความพร้อมของทีมแพทย์ พยาบาล จุดปฐมพยาบาล และรถพยาบาล เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างทันท่วงทีตลอดการจัดงาน ในมิติทางน้ำ ไอคอนสยามร่วมกับ กรมเจ้าท่า กองทัพเรือ กองบังคับการตำรวจน้ำ ตรวจสอบความพร้อมด้านความปลอดภัยของเรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ เรือสายตรวจ และเรือดับเพลิง เฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยตลอดแนวแม่น้ำ ขณะเดียวกัน ยังร่วมกับสถานีดับเพลิงและกู้ภัย ลงพื้นที่ชุมชนใกล้เคียงเพื่อตรวจสอบถังดับเพลิง อุปกรณ์รับมือเหตุฉุกเฉิน และระบบความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่จัดงานอย่างรอบคอบ ด้านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ... - [สยามคูโบต้าเดินเกมรุกตอกย้ำเบอร์หนึ่งตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรชูแคมเปญ ](https://chillandfin.com/?p=37332): “แคร์อุ่นใจ 5 ปี” กลยุทธ์บริการหลังการขายสู่บทบาท Trusted Partner เสริมความเชื่อมั่นเกษตรกรพร้อมเสริมไลน์อัปผลิตภัณฑ์หนุนตลาดสมาร์ทฟาร์มมิ่งเติบโต บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรของไทย เดินหน้ากลยุทธ์รักษาแชมป์ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ผันผวน ด้วยการยกระดับบทบาทจากผู้ผลิตเครื่องจักรเกษตร สู่พันธมิตรเกษตรกรไทย ชูบริการหลังการขายเป็นหัวใจหลักผ่านแคมเปญ “แคร์อุ่นใจ 5 ปี” ขยายการดูแลจาก 2 ปี เป็น 5 ปี และโปรแกรม Care Help Check รถพร้อม คนพร้อม” ดูแลทั้งเครื่องจักรและสุขภาพควบคู่กัน พร้อมเสริมศักยภาพเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ พร้อมเสริมพอร์ตด้วยไลน์อัปรุ่นใหม่รองรับเทรนด์ Smart Farming ในการขยายฐานเติบโตสู่ตลาดต่างประเทศที่สร้างรายได้ราว 40% ของรายได้รวม ตลอดจนการมุ่งเดินหน้าขยายขีดความสามารถเชิงรุกบนฐานนวัตกรรมและความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง นายปุณนะ วงศ์ธนาศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ผู้จัดการทั่วไปสายงานขายตลาดและบริการบริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่นจำกัด กล่าวว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและภาคการเกษตรจะเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย แต่สยามคูโบต้ายังคงสามารถรักษาการเติบโตของธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยการเติบโตที่เกิดขึ้นมีปัจจัยสำคัญจากการดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกที่ไม่ยึดติดกับการแข่งขันด้านราคาเพียงด้านเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าระยะยาวให้กับลูกค้า ผ่านทั้งการการพัฒนานวัตกรรมสินค้า ควบคู่กับกลยุทธ์ด้านความเข้าใจ การยกระดับบริการหลังการขาย และโซลูชันทางการเงินเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ “สยามคูโบต้ามีการยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขายผ่านแคมเปญ “แคร์อุ่นใจ 5 ปี” ที่ขยายระยะเวลาการดูแลจาก 2 ปีเป็น 5 ปีครอบคลุมการตรวจเช็กมากกว่า 11 ครั้งพร้อมส่วนลดอะไหล่บำรุงรักษาสูงสุด 20% สำหรับแทรกเตอร์คูโบต้า M-SERIES ซึ่งเป็นรุ่นยอดนิยมของเกษตรกรด้วยแพ็กเกจการดูแลรักษาให้ฟรีตลอดอายุการใช้งานควบคู่กับระบบติดตามและให้คำปรึกษาแบบเรียลไทม์ผ่านวิดีโอคอลกับช่างผู้เชี่ยวชาญสำหรับบริการดังกล่าวขับเคลื่อนโดยเครือข่ายทีมแคร์ที่แข็งแกร่งด้วยวิศวกรกว่า 1,700 คนกระจายอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศซึ่งผ่านมาตรฐานการรับรองด้านเทคนิคและบริการทำให้สามารถเข้าไปดูแลติดตามและตรวจเช็กเครื่องจักรได้อย่างใกล้ชิดสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรวางแผนการใช้งานได้อย่างต่อเนื่องภายใต้แนวคิด “Purchase Once, Lifetime Confidence” รวมทั้งยังมีโครงการ “KUBOTA Care Help Check รถพร้อมคนพร้อม” ดูแลเกษตรกรครบวงจรทั้งตรวจเช็กบำรุงเครื่องจักรพร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพและให้คำแนะนำการดูแลตนเองเพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการเจ็บป่วยจากการทำงานในภาคการเกษตร” นอกจากนี้ยังมีการพัฒนากลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์โดยเดินหน้าส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตรและโซลูชันเกษตรสมัยใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการทำเกษตรแบบSmart Farming ที่เน้นการทำงานอย่างแม่นยำบริหารจัดการด้านทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่แทรกเตอร์คูโบต้าเจเนอเรชันใหม่อาทิแทรกเตอร์คูโบต้ารุ่น L5228 รองรับทั้งงานนาและงานไร่และรถเกี่ยวนวดข้าวคูโบต้ารุ่น DC-120X Cabin ที่ออกแบบเพื่อการทำงานหนักในสภาพพื้นที่ท้าทายไปจนถึง Precision Farming อาทิโดรนการเกษตรและโซลูชันการจัดการน้ำซึ่งช่วยลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพรวมทั้งการใช้แทรกเตอร์ติดแอร์ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนตลาดราว 5% และคาดว่าจะเติบโตเป็น 10% ในอนาคตโดยเฉพาะในกลุ่ม Smart Farmer และคนรุ่นใหม่สะท้อนทิศทางการวางตำแหน่งแบรนด์สยามคูโบต้าที่ไม่ได้แข่งขันกับตลาดเดิมแต่เลือกสร้างตลาดใหม่จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป” นายปุณนะกล่าวเพิ่มเติมว่าสยามคูโบต้ามีการขับเคลื่อนภาคการเกษตรบนกลยุทธ์ความเข้าใจเกษตรกรเป็นศูนย์กลาง โดยมองลึกไปถึงข้อจำกัดจริงของการทำเกษตรในแต่ละพื้นที่... - [วัตสัน Beauty Express ส่งตรงความสวยสุขภาพดีและความสุขรับปีใหม่ 2569 แบบด่วนพิเศษตอกย้ำภาพ Holistic Well-Being Destination ](https://chillandfin.com/?p=37327): วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของไทย ต้อนรับปี 2569 ชวนทุกคนขึ้นขบวนด่วนพิเศษแห่งความสวย สุขภาพดี และความสดชื่น ที่พร้อมส่งต่อพลังบวกและแรงบันดาลใจในการดูแลตัวเองตั้งแต่ก้าวแรกของปีใหม่ ด้วย “Beauty Express” ส่งความสวยสูงสุด 45%  ตอกย้ำบทบาทของวัตสันในฐานะ เดสทิเนชันด้านบิวตี้และไลฟ์สไตล์ ที่อยู่เคียงข้างคนไทยเสมอ ในฐานะเพื่อนสุดซี้ที่เข้าใจทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมคัดสรรไอเทมเพื่อสุขภาพและความงามกว่า1,000 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลผิว ผม สุขภาพ ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ เพื่อให้ทุกคนเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการดูแลตัวเองแบบครบทุกมิติ ให้การดูแลตัวเองและคนที่คุณรักเป็นเรื่องง่าย สนุก และเข้าถึงได้มากกว่าที่เคย ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2568 – 21 มกราคม 2569 ที่ร้านวัตสันทุกสาขาทั่วประเทศและทางวัตสันออนไลน์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สื่อประชาสัมพันธ์ ณ จุดขาย หรือ Line Official @WatsonsTH, เว็บไซต์ Watsons.co.th หรือผ่านแอป WatsonsTH ดาวน์โหลดได้ที่ Google Play Store และ App Store - [ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขวีเอสทีอีซีเอส (ประเทศไทย) จัดโปรแรงส่งท้ายปีซื้อ iPad รุ่นที่ร่วมรายการรับสิทธิ์แลกซื้อ Belkin BOOSTCHARGE™ ในราคาเพียง 690 บาท](https://chillandfin.com/?p=37324): บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าไอทีชั้นนำของประเทศ จับมือ Belkin แบรนด์อุปกรณ์เสริมระดับโลก จัดแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษส่งท้ายปี มอบความคุ้มค่าให้กับผู้ที่กำลังมองหาของขวัญชิ้นใหญ่ ด้วยสิทธิประโยชน์สุดพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อ iPad รุ่นที่ร่วมรายการ ณ iStudio by SPVi และ iStudio by UFicon สาขาที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2569  โปรสุดคุ้มสำหรับสาวก iPad เมื่อซื้อ iPad Pro M5 หรือ iPad Air M3 รับสิทธิ์แลกซื้อ พาวเวอร์แบงค์Belkin BOOST CHARGE™ ความจุ 10,000 mAh พร้อมสายเคเบิล ในราคาพิเศษเพียง 690 บาท จากราคาปกติ 1,490 บาท เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานทุกที่ทุกเวลา ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: VST ECS – Thailand หรือที่ร้าน iStudio by SPVi และ iStudio by UFicon สาขาที่ร่วมรายการ โปรโมชั่นตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มกราคม 2569 หมายเหตุ: ของสมนาคุณมีจำนวนจำกัดเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด - [ปล่อยดาเมจแรงรับอีพี 1 “เจมส์” เปียกน้ำจน “กาด” ใจบาง “แมทธิว” มีคำเตือนระวังหัวใจพี่ชายจะไม่ปลอดภัย!! ](https://chillandfin.com/?p=37314): เปิดอีพีแรกก็ทำเอาแฟนซีรีส์ฟินใจสั่น สำหรับซีรีส์ Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง8 เพราะแค่ฉากแรก ๆ ก็ปล่อยเคมีฟุ้งทะลุจอ เมื่อ “เจมส์ เพรสคอท” ในบท จิมมี่ ปรากฏตัวพร้อมออร่าหนุ่มเจ้าชู้ที่ทำเอา “กาด พลอยสุภา” หรือ โต๋ ถึงกับเผลอมองเพลิน ใจเต้นไม่เป็นจังหวะโดยไม่รู้ตัว งานนี้คนที่รับรู้สัญญาณอันตรายได้ไวที่สุดไม่ใช่ใครอื่น แต่คือเต๋ น้องชายที่หวงพี่ชายเข้าเส้น รับบทโดย “เดวิด แมทธิว โรเบิร์ตส” จึงขอออกโรงเตือน โปรดระมัดระวัง เพราะรู้ดีว่าเพื่อนคนนี้ เจ้าชู้ตัวพ่อ และไม่อยากเห็นพี่ชายต้องเสี่ยงกับความเสียใจ ฉากชวนฟินเกิดขึ้นเมื่อ จิมมี่(เจมส์) อาสาซ่อมก๊อกน้ำให้โต๋(กาด) แต่ดันพลาดจนเปียกไปทั้งตัว และนั่นแหละ จุดเริ่มต้นของหัวใจที่เริ่มไม่ปลอดภัย เมื่อ โต๋ เผลอมอง จิมมี่ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวั่นไหว รอยยิ้มบาง ๆ กับความหล่อแบบไม่ตั้งใจ ทำเอาอาการ ตกหลุมรักเงียบ ๆ ถูกจับได้โดย เต๋(แมทธิว) แบบเต็มตาทันทีที่สถานการณ์เริ่มเกินควบคุม เต๋ ก็ขอปักป้ายเตือนแรง ๆ ทั้งกับพี่ชายและเพื่อนสนิท พร้อมยื่นคำขาดชัดเจนว่าอย่ามายุ่งกับพี่ชายของผม เบื้องหลังฉากนี้เรียกว่าฟินทุกช็อต เพราะได้เห็น เจมส์ ในลุคเปียกน้ำแต่ดาเมจแรงไม่ไหว ขณะที่ กาด ถ่ายทอดอาการหวั่นไหวแบบเก็บอาการได้พอดี น่ารักกรุบกริบจนคนดูต้องยิ้มตาม ส่วน แมทธิว ก็จัดเต็มอารมณ์น้องชายสายหวงพี่ กันท่าแบบจริงจัง ดับไฟรักตั้งแต่ยังไม่ทันลุก ช็อตใจพี่ชายไปเบาๆ ฉากนี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของความสัมพันธ์ที่เริ่มสั่นคลอน ระหว่าง เพื่อน ที่อาจเผลอข้ามเส้น และ พี่ชาย ที่กำลังจะเผลอใจ งานนี้ความรักจะเตือนทันหรือหัวใจจะพัง ต้องลุ้นกันยาว ๆ ต่อได้ในซีรีส์ Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวังวันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม  เวลา 22.15 น.  ทางช่อง 8 กดเลข27 เสนอเป็นตอนแรก รับชมย้อนหลังได้ที่ Viu / inter-national fandom... - [PropertyGuru Asia Real Estate Summit เปิดเวทีขับเคลื่อนอสังหาฯเอเชียชูเทรนด์-นวัตกรรมสร้างความเชื่อมั่นตลาดและชุมชนยั่งยืน](https://chillandfin.com/?p=37306): พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป บริษัทเทคโนโลยีอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดเวทีงานประชุมสุดยอดด้านอสังหาริมทรัพย์ PropertyGuru Asia Real Estate Summit ครั้งที่ 11 สนับสนุนโดย Sybarite Architects ต้อนรับผู้นำ ผู้สร้างนวัตกรรม ผู้มีวิสัยทัศน์ และนักลงทุนในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์จากทั่วประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กว่า 400 คน เมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่นโฮเทล กรุงเทพฯ การจัดประชุมนี้เป็นส่วนหนึ่งของ PropertyGuru Week 2025 ภายใต้ธีม “Trusted Marketplaces and Thriving Communities” พร้อมมุ่งแลกเปลี่ยนอินไซต์วงการอสังหาริมทรัพย์ เทคโนโลยี และการออกแบบสามารถขับเคลื่อนผลกระทบทางสังคมในระยะยาวได้อย่างไร นายจูลส์เคย์ผู้จัดการทั่วไปพร็อพเพอร์ตี้กูรูเอเชียพร็อพเพอร์ตี้อวอร์ดส์แอนด์อีเวนต์กล่าวว่า “เราดึงเรื่องราวและข้อมูลที่น่าสนใจทั้งเรื่องเทคโนโลยี งานดีไซน์ การเงิน ความยั่งยืน ดาต้าจากประสบการณ์การดำเนินงานจริง รวมถึงนโยบายต่างๆ พร้อมด้วยนวัตกรรม มานำเสนอในเวทีการประชุมPropertyGuru Asia Real Estate Summit ครั้งที่ 11 นี้” เวทีการประชุมเริ่มต้นด้วยการพูดคุยข้อมูลเชิงลึกด้านเศรษฐกิจมหภาคจาก Syetarn Hansakul นักวิเคราะห์อาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ The Economist Intelligence Corporate Network ตามด้วยการนำเสนอผลงานด้านการออกแบบจาก Simon Mitchell ผู้ร่วมก่อตั้ง Sybarite Architects ในหัวข้อ “พลังแห่งสถานที่” นอกจากนั้นยังมีการบรรยายและพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นในเรื่อง Branded Residence และการสร้างมูลค่า ความปลอดภัยของข้อมูลในตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย AI ความเท่าเทียมและการเข้าถึงในตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วเอเชีย การพัฒนาชุมชนที่เน้นเรื่องสุขภาพ และความสามารถในการปรับตัวของเมืองในเศรษฐกิจดิจิทัล วิทยากรประกอบด้วยผู้นำระดับสูงและผู้เชี่ยวชาญ ที่มาแลกเปลี่ยนความรู้อีกหลายหัวข้อจาก Six Senses, Nobu Hospitality, Marriott International, The Ascott Limited, Knight... - [“คาราบาวกรุ๊ป” ผนึกกำลัง Baosteel Packaging ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ร่วมเปิด“มิติใหม่ของความร่วมมือ” สร้างแต้มต่อในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้](https://chillandfin.com/?p=37303): เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG และบริษัท Baosteel Packaging ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์โลหะรายใหญ่จากประเทศจีน จัดพิธีลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์อย่างยิ่งใหญ่ ณ โรงแรมเป่าซาน นครเซี่ยงไฮ้ นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงการยกระดับความร่วมมือด้านธุรกิจและการบูรณาการระบบซัพพลายเชนเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว ทั้งสองบริษัทจะผสานเครือข่ายระหว่างกำลังการผลิตที่ Baosteel Packaging มีในประเทศเวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้ากับความแข็งแกร่งด้านแบรนด์และช่องทางการจัดจำหน่ายของ “คาราบาวกรุ๊ป” เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการให้บริการแบบ Localization และเพิ่มประสิทธิภาพเชิงบูรณาการในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  Baosteel Packaging เป็นบริษัทชั้นนำของกลุ่มอุตสาหกรรมวัสดุใหม่ ภายใต้ China Baowu กลุ่มบริษัทเหล็กยักษ์ใหญ่ของรัฐบาลจีน พร้อมเดินหน้าผลักดันมาตรฐานการผลิตอัจฉริยะและนำประสบการณ์การบริหารจัดการของจีนสู่ระดับสากล ผ่านกลยุทธ์การขยายธุรกิจในต่างประเทศที่ยึดแนวคิด “first connecting, then integrating”  ผู้บริหารของ Baosteel Packaging กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ และเป็นการปฏิบัติตามกลยุทธ์ “ความเป็นสากล ผนึกกับความร่วมมือเชิงบูรณาการ” (Internationalization + Synergy) ของกลุ่ม Baowu อย่างเป็นรูปธรรม โดยอาศัยจุดแข็งด้านกระบวนการผลิตกระป๋องโลหะ การวางโครงสร้างกำลังการผลิตในภูมิภาค และการบริหารจัดการระบบซัพพลายเชน โดย Baosteel Packaging จะผนึกกำลังกับ “คาราบาวกรุ๊ป” ในประเทศไทยและตลาดโดยรอบ เพื่อร่วมกันคว้าโอกาสการเติบโตในตลาดบรรจุภัณฑ์โลหะแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นายร่มธรรมเสถียรธรรมะ กรรมการ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG กล่าวว่า บริษัทมีความเชื่อมั่นจากความร่วมมือกันในครั้งนี้ โดย “คาราบาวกรุ๊ป” ในฐานะแบรนด์ชั้นนำของตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัล (Functional Drink) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความร่วมมือเชิงลึกกับ Baosteel Packaging และเชื่อว่าด้วยศักยภาพด้านเทคโนโลยี และโครงสร้างการดำเนินงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของ Baosteel Packaging จากความร่วมมือในครั้งนี้จะสามารถยกระดับประสิทธิภาพของระบบซัพพลายเชนและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่อง  ทั้งนี้ หากมองจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระยะ 5 ปี ฉบับที่... - [เทศบาลเมืองต้นเปาชวนสัมผัสเสน่ห์ศิลปะพื้นบ้านสืบสานภูมิปัญญาหัตถศิลป์ไทยกว่า 100 ปีใน “เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง 2569” หัตถกรรมสร้างสรรค์สีสันนานาชาติครั้งที่ 4116 - 18 มกราคม 2569 ณหมู่บ้านบ่อสร้างอ.สันกำแพงจ.เชียงใหม่](https://chillandfin.com/?p=37299): เทศบาลเมืองต้นเปา ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานเชียงใหม่) สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยเครือข่ายภาคชุมชนและภาคเอกชน เตรียมจัดงาน เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพงครั้งที่ 41 (Bo-Sang Umbrella andSan Kamphaeng Crafts Festival) ภายใต้แนวคิด “หัตถกรรมสร้างสรรค์ สีสันนานาชาติ” หนึ่งในเทศกาลหัตถกรรมระดับตำนานที่สะท้อนเสน่ห์วิถีชีวิตล้านนา และเป็นหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ระหว่างวันที่ 16 – 18 มกราคม 2569 ณหมู่บ้านบ่อสร้างตำบลต้นเปาอำเภอสันกำแพงจังหวัดเชียงใหม่  นายสุชาติ ไชยมงคล นายกเทศมนตรีเมืองต้นเปา กล่าวว่า “เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง ไม่ได้เป็นเพียงงานประเพณีของท้องถิ่น แต่เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชน เทศบาลเมืองต้นเปามุ่งยกระดับการจัดงานให้มีความเป็นนานาชาติ ควบคู่การสืบสานภูมิปัญญาร่มบ่อสร้าง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสเสน่ห์ของเชียงใหม่อย่างใกล้ชิด และร่วมกันสร้างรายได้ สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน” การจัดงานครั้งนี้สอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่กำหนดให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภายใต้นโยบาย IGNITE THAILAND’S TOURISM ที่มุ่งผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาค (Tourism Hub) โดยจังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นหัวใจของการท่องเที่ยวภาคเหนือ อุดมสมบูรณ์ด้วยมรดกทางศิลปวัฒนธรรมงานหัตถกรรม และอาหารพื้นถิ่นที่มีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะ หมู่บ้านบ่อสร้าง แหล่งกำเนิดร่มบ่อสร้าง งานหัตถกรรมชื่อดังระดับโลก ซึ่งยังคงรักษาเสน่ห์ดั้งเดิมควบคู่กับการพัฒนาสู่ความร่วมสมัย และเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง ครั้งที่ 41 จึงถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชนในการยกระดับงานสู่ความเป็นสากล ควบคู่การส่งเสริมบทบาทของเชียงใหม่ในฐานะ เมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN) สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน พร้อมสร้างภาพลักษณ์จังหวัดเชียงใหม่ให้เป็น มหานครแห่งหัตถศิลป์สร้างสรรค์ ภายในงานนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัส 4 ไฮไลต์กิจกรรมหลักที่ผสานศิลปะ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวไว้อย่างครบครัน ตั้งแต่ กิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาและกิจกรรมเวิร์คชอป ด้านหัตถกรรม, ร่ม, กระดาษสากว่า 20 บูธ พร้อมเดินชม ตลาดวัฒนธรรม (กาดหมั้ว) ที่รวบรวมร้านค้าสินค้าวัฒนธรรมและอาหารพื้นถิ่นกว่า 30 ร้าน ท่ามกลางบรรยากาศล้านนาแท้  อีกทั้งขบวนพาเหรดนานาชาติสุดยิ่งใหญ่ ที่ตกแต่งด้วยร่มและหัตถกรรมชุมชน มีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายเชื้อชาติกว่า5 ประเทศ พร้อมขบวนเทิดพระเกียรติ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ถึงการทรงงานหนักเพื่อประชาชน โดยเฉพาะด้านอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมไทย... - [The Grace of Work, the Depth of Life มาริษา เจียรวนนท์ ผู้ขับเคลื่อนการศึกษาอาหารไทยและศิลปะร่วมสมัย](https://chillandfin.com/?p=37287): มีคำกล่าวที่ว่า ‘ผู้นำ’ ไม่ได้วัดจากเสียงที่ดังที่สุด แต่วัดจากความสง่างาม ความถ่อมตน การช่วยเหลือสังคม และเปิดโอกาสให้ผู้คนได้เติบโตบนเส้นทางของตัวเอง เช่นเดียวกับ มาริษา เจียรวนนท์ ผู้หญิงเก่งที่น้อยคนจะรู้จักตัวตนของเธอในทุกมิติ มาริษาไม่เคยมุ่งแสวงหาความสำเร็จส่วนตน หากแต่ส่งเสริมเรื่อง ‘การให้’ ที่เธอทุ่มเทมากว่า 20 ปี บนความเชื่อที่ว่า “ความสำเร็จที่แท้จริง คือการเปิดพื้นที่ให้ผู้อื่นได้เติบโตในแบบฉบับของตัวเอง” มาริษาสวมหมวกหลายใบ ทั้งในบทบาทที่ปรึกษาประธานอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด นักขับเคลื่อนสังคม ผู้สนับสนุนงานศิลปะร่วมสมัย และผู้ผลักดันการศึกษาของไทย ซึ่งไม่ว่าจะบทบาทใด ปรัชญาในการทำงานของเธอนั้นเรียบง่ายและมั่นคงเสมอมา คือการทำเพื่อผู้อื่น ไม่ใช่เพื่อตัวเอง นอกเหนือจากบทบาททั้งหมดเธอยังมีความสุขกับบทบาทของความเป็น ‘แม่’ ที่เธอให้คุณค่าสูงสุด “การเป็นแม่สอนให้เราฟังก่อนเสมอ” มาริษากล่าว “เราไม่ได้มีหน้าที่ปั้นใครให้เป็นแบบที่เราคิด แต่เรามีหน้าที่สนับสนุนความฝันและช่วยให้เขาได้เติบโตบนเส้นทางของตัวเอง” แนวคิดนั้นหลอมรวมอยู่ในปรัชญาการใช้ชีวิตอันละเมียด และขยายสู่การทำงานเพื่อสังคมในทุกมิติ Foundation of Giving: เพราะ ‘การให้’ เริ่มต้นจากความเข้าใจ การให้ของมาริษา ไม่ได้เริ่มจากความเหนือกว่า แต่เริ่มจากการยืนเคียงข้างและการรับฟังด้วยหัวใจ จนตลอดกว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา ได้ก่อให้เกิดมูลนิธิขึ้นถึง 2 แห่ง ได้แก่ มูลนิธิเดอะบิวด์ (The BUILD Foundation) ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2548 จากคำถามที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งที่ว่า “เราจะช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในชนบทห่างไกลได้อย่างไร” โดยไม่พรากพวกเขาออกจากรากเหง้าและความสุขเรียบง่ายในชีวิตประจำวัน จากประสบการณ์ที่ได้คลุกคลีกับเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล มาริษาเชื่อว่า การช่วยเหลือที่ยั่งยืนไม่ใช่การพาเด็กออกจากชุมชน แต่คือการมอบทักษะที่ติดตัวไปตลอดชีวิต มูลนิธิฯ เริ่มต้นขึ้นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาสำหรับเยาวชนในชนบทที่การเข้าถึงยากลำบาก โดยมุ่งพัฒนาโครงการด้านการศึกษา โภชนาการ สุขอนามัย และทักษะแห่งอนาคต ตั้งแต่การสร้างโรงเรียน การพัฒนาคุณภาพชีวิต และล่าสุดการเปิดตัว ‘BUILD Skills Lab’ ศูนย์ฝึกอาชีพต้นแบบแห่งแรกของชุมชน ณ โรงเรียนบ้านหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านการทำอาหาร ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม โครงการนี้เปิดพื้นที่การเรียนรู้ให้ทั้งเยาวชนและคนในชุมชน ได้พัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อโลกปัจจุบัน รองรับการท่องเที่ยวที่กำลังเติบโต และต่อยอดสู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับตนเองและชุมชน ไม่เพียงเท่านั้น ในช่วงเวลาที่ทั่วโลกเผชิญวิกฤต COVID-19 มาริษาได้ก่อตั้ง มูลนิธิเชฟแคร์ส(Chef Cares Foundation) ด้วยความห่วงใยที่มีต่อบุคลากรทางการแพทย์ โดยเธอเชื่อว่า “พวกเขาคู่ควรที่จะได้รับสิ่งที่ดีที่สุด”... - [สถาบัน ITD เปิดรายงาน UNCTAD ชี้ชัด “ไทยครองแชมป์ความหลากหลายสินค้า”](https://chillandfin.com/?p=37283): ใน Global South แต้มต่อสำคัญพลิกวิกฤตภาษีโลกเป็นโอกาสใหม่ภาคเศรษฐกิจไทยแนะเร่งต่อยอดบริการดิจิทัล–เศรษฐกิจสีเขียวชิงโอกาสและสู้ความผันผวนในตลาดโลก สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD เปิดรายงานการค้าและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำปี 2568 (UNCTAD Trade and Development Report 2025) ระบุว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับสภาวะชะลอตัวและความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้า แต่ในขณะเดียวกันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงมีสัญญาณบวกจากการขยายตัวของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะประเทศไทยที่ยังมีความโดดเด่นในฐานะประเทศที่มีความยืดหยุ่นสูง โดยครองอันดับ 1 ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (Global South) ด้านความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ส่งออก และติดอันดับต้น ๆ ของโลกในด้านความหลากหลายของคู่ค้าซึ่งเป็นเกราะป้องกันสำคัญจากพายุภาษีศุลกากรและความผันผวนทางการเงินโลก ที่พร้อมก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสีเขียวและบริการดิจิทัลของอาเซียน  นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา(ITD) กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย กำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลกและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการกีดกันทางการค้าผ่านนโยบายภาษี แต่ในขณะเดียวกันภูมิภาคอาเซียนยังคงแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก แม้ตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2568 และ 2569 จะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 2.6% แต่จากการวิเคราะห์ของ UNCTAD พบว่ากลุ่มประเทศกำลังพัฒนารวมถึงอาเซียนยังคงมีสัญญาณบวก โดยคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจไว้ที่ 4.3% ในปี 2568 และ 4.2% ในปี 2569 ซึ่งถือเป็นกลไกหลักที่ช่วยประคองการเติบโตของโลก โดยเฉพาะประเทศไทยที่รายงานระบุชัดเจนว่ายืนอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ได้เปรียบที่สุดจุดหนึ่งในกลุ่มประเทศ Global South และมีความโดดเด่นอยู่ที่การครองอันดับ 1 ในดัชนีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ (Trade Product Diversity Index) อาทิ ความสามารถในการกระจายฐานการส่งออกครอบคลุมทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรมการผลิต และสินค้าแปรรูปมูลค่าสูง ด้วยคะแนน 1.02 ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก ซึ่งความหลากหลายนี้จะเป็นเกราะป้องกันทางการค้าที่สำคัญ เมื่อต้องเผชิญกับพายุภาษีศุลกากรใหม่จากสหรัฐฯ แม้ไทยจะได้รับผลกระทบจากภาษีเพิ่มเติมในอัตราประมาณ 10% ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในกลุ่มคู่ค้าที่ถูกเรียกเก็บใหม่ แต่การมีฐานสินค้าและคู่ค้าที่หลากหลายจะช่วยให้ไทยปรับตัวและสลับไปใช้ตลาดทดแทนได้ทันทีเมื่อเกิดความผันผวน พร้อมทั้งเอื้อให้ประเทศไทยสามารถในการปรับสมดุลและบริหารความเสี่ยงทางการค้าได้ดี และรองรับแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงของนโยบายการค้าโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทั้งนี้จากรายงาน TDR 2025 ได้ส่งสัญญาณเตือนถึงภาวะที่ภาคการเงินเข้ามามีบทบาทเหนือภาคการผลิตจริง (Financialization) โดยเฉพาะในตลาดสินค้าเกษตรและอาหารซึ่งไทยเป็นผู้เล่นหลักปัจจุบันรายได้ของบริษัทค้าอาหารยักษ์ใหญ่ทั่วโลกกว่า 75% มาจากการเป็นตัวกลางทางการเงินมากกว่าการขายสินค้าจริงภาวะนี้ส่งผลให้ราคาเกิดความผันผวนและกระทบต่อเกษตรกรต้นน้ำโดยตรงประกอบกับปรากฏการณ์การเร่งส่งออกล่วงหน้า (Frontloading) เพื่อเลี่ยงภาษีในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ที่กำลังจะหมดลงยิ่งซ้ำเติมให้การค้าโลกเข้าสู่ภาวะชะลอตัวที่แท้จริงดังนั้นเพื่อให้ประเทศไทยและประชาคมอาเซียนให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนต้องเน้นแนวทางปฏิบัติเชิงรุกผ่านการสร้างความร่วมมือในภูมิภาคควบคู่ไปกับการสร้างห่วงโซ่คุณค่าในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอาทิยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเศรษฐกิจสีเขียวนอกจากนี้รายงานยังชี้ชัดว่าการค้าบริการกำลังเติบโตเร็วกว่าการค้าสินค้าแบบดั้งเดิมไทยและอาเซียนจึงต้องเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อคว้าโอกาสในกลุ่มบริการออนไลน์ (Digitally Deliverable Services) ซึ่งจะเป็นเครื่องยนต์ใหม่ในการสร้างความมั่งคั่งโดยเฉพาะในปี 2569... - [แว่นท็อปเจริญขานรับนโยบายกระทรวงพาณิชย์ร่วมมหกรรม  “พาณิชย์ลดราคาNew Year Mega Sale 2026” จัดดีลพิเศษแว่นตาเพียง69 บาท](https://chillandfin.com/?p=37280): แว่นท็อปเจริญ นำโดย นายแพทย์นพวุฒิ ตรีพรชัยศักดิ์ ผู้อำนวยการบริหารแว่นท็อปเจริญ– บริษัทร่วมเจริญพัฒนาจำกัด(มหาชน) ขานรับนโยบายกระทรวงพาณิชย์เข้าร่วมมหกรรม “พาณิชย์ลดราคาNew Year Mega Sale 2026” นำทัพสินค้าและบริการด้านสายตามาจัดโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะภายในงานอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมคุณภาพชีวิตด้านการมองเห็นของประชาชนในช่วงเทศกาล ระหว่างวันที่ 23–25 ธันวาคม 2568 ที่ลานอเนกประสงค์ กระทรวงพาณิชย์ โดยได้รับเกียรติจาก นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์พร้อมด้วยนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายในและผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ ร่วมให้การต้อนรับ ในพิธีเปิดโครงการฯ  ภายในบูธแว่นท็อปเจริญ ประชาชนสามารถเข้ารับบริการตรวจวัดสายตาฟรี โดยหมอสายตา (นักทัศนมาตร) และผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัย รวมถึงนำเทคโนโลยี AI เข้ามาอำนวยความสะดวกและเพิ่มความแม่นยำในการตัดแว่นตาเฉพาะบุคคล พร้อมมอบโปรโมชั่นแว่นตาและสินค้าราคาพิเศษภายในงาน เริ่มต้นเพียง 69 บาท และดีลส่วนลดสูงสุดกว่า 80% ติดตามข่าวสารและกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ Facebook.com/TopCharoenOpticalOfficial และเว็บไซต์ www.topcharoen.co.th - [“บุ๊ค” เสียใจโดน “ฟอส” หลอกสวมรอยเป็นคนรัก  ตามสืบเรื่อง“จูเนียร์” !!](https://chillandfin.com/?p=37270): ทำเอา “บทเพลง” (บุ๊ค–กษิดิ์เดช) ทั้งอึ้งและช็อค หลังรู้ความจริงว่า “แทนคุณ” (ฟอส–จิรัชพงศ์) ปลอมตัวเป็น “ทันพบ” (จูเนียร์–ปณชัย) คนรักของเขาในอดีต เพื่อเข้าหา “บทเพลง” เพราะสงสัยว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของ “ทันพบ” ซึ่ง “แทนคุณ” ก็พยายามอธิบายทุกอย่างกับ “บทเพลง” จนทั้งคู่ร่วมมือกันตามสืบเรื่อง “ทันพบ” โดยตามไปพักอยู่ที่บ้านยายคนหนึ่ง เมื่อครั้งที่ “ทันพบ” เคยไปเจรจาจะซื้อที่ดิน ทำเป็นโฮมสเตย์ตามความฝันที่มีกับ “บทเพลง” งานนี้พวกเขาจะค้นหาความจริงสำเร็จหรือไม่? ตามลุ้นพร้อมกัน ติดตามชมซีรีส์ “ความลับในบทเพลงที่บรรเลงไม่รู้จบ Melody of Secrets” ในวันศุกร์ที่ 26 ธันวาคมนี้เวลา 20.30 น. ทางช่อง ONE31 และรับชมย้อนหลังทาง Viu เวลา 22.30 น. และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook / Instagram / X / TikTok / YouTube / Weibo: GMMTV Link ตัวอย่าง EP.4 : https://youtu.be/qTHEBcxjaQE?si=ZdR58f90IpUVwbRm - [มันส์ยาวไม่สะดุด! “โตเกียวรีเวนเจอร์ส” 2 ภาครวดลงจอทรูโฟร์ยู 3 มกราคมนี้](https://chillandfin.com/?p=37263): ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 เติมเต็มความบันเทิงรับศักราชใหม่ เอาใจคอภาพยนตร์แอ็คชันดราม่าด้วยการนำเสนอภาพยนตร์ญี่ปุ่นกระแสแรง “โตเกียวรีเวนเจอร์ส” ทั้งภาค 2.1 และภาค 2.2 ต่อเนื่องในวันเดียว ถ่ายทอดเรื่องราวการย้อนเวลา การต่อสู้ และมิตรภาพของวัยรุ่นนักเลงที่ครองใจผู้ชมทั่วเอเชีย นำแสดงโดยนักแสดงแถวหน้าของญี่ปุ่น พร้อมฉากแอ็คชันเข้มข้นและอารมณ์ดราม่าที่ตราตรึง โดยภาพยนตร์ “โตเกียวรีเวนเจอร์ส” ถ่ายทอดเรื่องราวของ ทาเคมิจิฮานางากิ (ทาคุมิคิตามูระ) ชายหนุ่มผู้ล้มเหลวในชีวิตและบังเอิญย้อนเวลากลับไปเมื่อ 12 ปีก่อน สมัยยังเป็นนักเรียนมัธยม เพื่อเปลี่ยนแปลงอนาคตอันเลวร้าย เมื่อเขาพบว่าการตายของ ทาจิบานะฮินาตะ (มิโอริทาคิโมโตะ) คนรักในอดีต มีความเกี่ยวข้องกับแก๊งนักเลงโตเกียวมันจิไค การย้อนเวลาทำให้ทาเคมิจิได้เข้าไปพัวพันกับกลุ่มนักเลงระดับตำนาน ภาคแรกว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงอดีตเพื่อปกป้องคนสำคัญ ขณะที่ภาคสองยกระดับความเข้มข้นสู่ศึกปะทะครั้งใหญ่ การทรยศ และบทพิสูจน์มิตรภาพ ภาพยนตร์โดดเด่นด้วยการแสดงที่เข้าถึงอารมณ์ ฉากแอ็คชันสมจริง และได้รับกระแสตอบรับอย่างอบอุ่นในญี่ปุ่น พร้อมกวาดรายได้และคำชื่นชมในฐานะภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชันจากมังงะยอดนิยมที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ติดตามชมภาพยนตร์ “โตเกียวรีเวนเจอร์ส 2.1” เวลา 12.30 น. และภาค 2 .2 เวลา 14.30 น. ในวันเสาร์ที่ 3 มกราคม 2569 ทางทรูโฟร์ยูช่อง 24 พร้อมรับชมสดออนไลน์ได้ที่ https://true4u.com/live/ - [สุดยอดมหกรรมเรือยอช์ท Thailand International Boat Show 2026  กระตุ้นไฮซีซัน– ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทย](https://chillandfin.com/?p=37257): งานแสดงเรือยอช์ทและซูเปอร์ยอช์ทแบรนด์ชั้นนำดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มไฮเอนด์15 – 18 มกราคม 2569 นี้ณภูเก็ตยอร์ชเฮเว่นมารีน่า แจนด์อีเวนต์ (JAND Events) เตรียมจัดงาน ‘ไทยแลนด์อินเตอร์เนชั่นแนลโบ๊ทโชว์’ ปีที่ 4Thailand International Boat Show A Luxury Lifestyle Eventระหว่างวันที่ 15–18 มกราคม 2569 นี้ณภูเก็ตยอร์ชเฮเว่นมารีน่าเพื่อกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซันจ.ภูเก็ตและสะท้อนบทบาทการเติบโตของการท่องเที่ยวทางทะเลและชายฝั่งในฐานะแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทยซึ่งการจัดงานครั้งนี้ได้เปิดพื้นที่ให้ภาคธุรกิจเรือยอช์ทการท่องเที่ยวไลฟ์สไตล์ระดับลักชัวรีและอสังหาริมทรัพย์มารวมตัวกันเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงนักเดินทางระยะยาวรวมถึงเจ้าของฮอลิเดย์โฮมหรือบ้านหลังที่สองในประเทศไทย นายเดวิดเฮย์สซีอีโอแจนด์อีเวนต์ (JAND Events) เจ้าของและผู้จัดงานไทยแลนด์อินเตอร์เนชั่นแนลโบ๊ทโชว์เปิดเผยว่า “การท่องเที่ยวทางทะเลและชายฝั่งไม่ได้เป็นตลาดเฉพาะกลุ่มอีกต่อไปแต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในจุดหมายปลายทางชายฝั่งทั่วประเทศไทย ในส่วนของพื้นที่การจัดงานฯ ในปี 2569 มีผู้ประกอบการจากแบรนด์ต่างๆ ตอบรับเป็นจำนวนมากส่งผลให้พื้นที่จัดแสดงภาคพื้นดินใกล้เต็มแล้ว รวมถึงพื้นที่จัดแสดงบนผืนน้ำที่ได้รับการตอบรับจากผู้เข้าร่วมแสดงงานจากปีก่อน  รวมถึงการเข้าร่วมของกลุ่มซูเปอร์ยอช์ทสะท้อนความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่งต่อประเทศไทยในฐานะฮับสำคัญของการท่องเที่ยวมูลค่าสูงและกิจกรรมทางทะเล” การจัดงานฯ สอดรับกับกลยุทธ์ “The New Thailand” ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่มุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ส่งเสริมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว และประสบการณ์การเดินทางที่มีคุณค่าโดยความต้องการทางด้านกิจกรรมไลฟ์สไตล์ทางน้ำยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเช่าเรือยอช์ทการท่องเที่ยวระหว่างเกาะ กีฬาทางน้ำ รวมถึงการใช้ชีวิตริมชายฝั่งระดับลักชัวรี โดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคม ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ นักเดินทางจากภูมิภาคใกล้เคียง และเจ้าของฮอลิเดย์โฮม เดินทางและพำนักอยู่ในภูเก็ตเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ดี ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมทางทะเลของประเทศไทย การจัดงานในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและระดับจังหวัดที่สำคัญ อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและจังหวัดภูเก็ต ยิ่งตอกย้ำถึงบทบาทของงานในฐานะแพลตฟอร์มระดับประเทศด้านการท่องเที่ยวทางทะเลและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง สำหรับงานในปี 2569 ได้รวบรวมผู้จัดแสดงด้านอุตสาหกรรมทางทะเลที่หลากหลาย สะท้อนเสน่ห์ที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในสายตาแบรนด์เรือยอช์ทระดับโลกและกลุ่มผู้ซื้อในภูมิภาค ภายในงานพบกับแบรนด์เรือยอช์ทชั้นนำอาทิ Beneteau, Prestige Yachts, Sunreef Yachts, Gulf Craft และ Excess พร้อมด้วยเรือมัลติฮัลล์จาก Fountaine Pajot, Leopard Catamarans, Lagoon และ Max Cruise Marine ไฮไลต์สำคัญสำหรับตลาดประเทศไทย คือการเปิดตัว Aquila 42 Coupe ครั้งแรกในเอเชียโดย Primus Marine ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสและชมโมเดลดังกล่าวก่อนใคร ภูเก็ตก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของซูเปอร์ยอช์ทในภูมิภาค จากความพร้อมของเส้นทางเดินเรือ การมีมารีนาหลายแห่ง และเสน่ห์ที่ตอบโจทย์นักเดินทางกลุ่มกำลังซื้อสูง ส่วนไฮไลท์ปีนี้ ได้แก่เรือยอช์ท SeaBear... - [เอ็นไอเอชูกลยุทธ์ใหม่สำหรับกลุ่มองค์กร โชว์INNOProductivity โมเดลหนุนเอสเอ็มอีไทยโตได้ด้วยนวัตกรรม](https://chillandfin.com/?p=37254): ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง (ที่ 4 จากซ้าย) ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA พร้อมด้วย นายสุรเชษฎ์ พลวณิช (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้อำนวยการสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ดร.อัมพร แสงมณี (ที่ 5 จากซ้าย)  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด และนางสาวสุพิชญา หลิมตระกูล (คนขวา) รองผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์และบริหารองค์กร สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมเผยผลสำเร็จการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของเอสเอ็มอีไทยสู่การเป็นธุรกิจฐานนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ จากโครงการ “INNOProductivity for SMEs – เร่งสปีด SMEs ไทยให้เติบโตด้วยนวัตกรรม” พร้อมมอบเกียรติบัตรแก่ 3 องค์กรต้นแบบที่มีศักยภาพและความพร้อมในการพัฒนาองค์กรด้วยนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้  ณ อาคารสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ถนนโยธี - [ช่อง 8 ประกาศศักดาเปิดแคมเปญใหญ่ “ลุยเลือกตั้ง 69 : ศึกเปลี่ยนประเทศ” ทวีความเข้มข้น“คนดังนั่งเคลียร์Debate : ศึกเปลี่ยนประเทศ” เพื่ออนาคตไทย](https://chillandfin.com/?p=37250): สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ประกาศขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ข่าวครั้งสำคัญ เปิดตัวแคมเปญใหญ่ “ลุยเลือกตั้ง 69 : ศึกเปลี่ยนประเทศ” ปูพรมรายงานสถานการณ์สดแบบ Realtime ทั่วประเทศ พร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยรายการพิเศษคนดังนั่งเคลียร์ Debate : ศึกเปลี่ยนประเทศการประชันกันระหว่าง “นักการเมือง” ปะทะ “คนดัง” ตัวตึงระดับประเทศ ถามตรง ตอบสด โดยจุดประสงค์หลัก เพื่อถามแทนใจชาวบ้าน เคลียร์นโยบายกันสด ๆ บนเวที ให้คนดูเป็นผู้ตัดสินใจชี้ชะตาประเทศเมื่อการเลือกตั้งปี 2569 คือหมุดหมายสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องขยับตัว สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ในฐานะสื่อมวลชนที่เข้าถึงใจมหาชน จึงเปิดฉากแคมเปญ “ลุยเลือกตั้ง 69 : ศึกเปลี่ยนประเทศ” เพื่อเกาะติดสมรภูมิการเมืองที่ร้อนแรงที่สุด โดยมุ่งเน้นการส่งต่อข้อมูลที่ฉับไว แม่นยำ และเข้าถึงทุกประเด็นความเคลื่อนไหวในทุกพื้นที่แบบเกาะติดสถานการณ์จริง (Realtime) เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนก่อนการตัดสินใจครั้งสำคัญ ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือการเปิดเวทีดีเบตในรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในรายการ                          คนดังนั่งเคลียร์ Debate : ศึกเปลี่ยนประเทศ ซึ่งจะเป็นการเผชิญหน้ากันครั้งแรกระหว่าง “นักการเมือง” ผู้คุมนโยบาย และ “คนดัง” ตัวตึงระดับประเทศที่อาสามาเป็นตัวแทนกระบอกเสียงของประชาชน โดยมีโจทย์สำคัญคือการ “ถามแทนใจชาวบ้าน” และ “เคลียร์นโยบายกันสดๆ บนเวที” เพื่อกะเทาะเปลือกแผนงานของแต่ละพรรคการเมืองให้ชัดเจนที่สุด แบบไม่มีอ้อมค้อม เพื่อให้ผู้ชมทั่วประเทศได้ใช้เป็นบรรทัดฐานในการตัดสินใจในคูหาเลือกตั้ง ทางสถานีฯ เชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่กติกาตามระบอบประชาธิปไตย แต่คือ        “ศึกเปลี่ยนประเทศ” ที่แท้จริง ตามสโลแกนหลักของแคมเปญที่ว่า “ทุกเสียงของท่านเปลี่ยนอนาคตประเทศไทย“ ช่อง 8 จึงขอเชิญชวนคนไทยร่วมลุยไปกับการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางใหม่ให้กับประเทศ เตรียมพบกับความเข้มข้นของการเจาะลึกศึกเลือกตั้งได้ทาง ช่อง 8 กดหมายเลข 27 เริ่มติดตามบรรยากาศการสมัครเลือกตั้ง ตั้งแต่ วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม นี้ และติดตามข่าวสารผ่านแพลตฟอร์ม... - [Royal Thai โกอินเตอร์ยกระดับแบรนด์เปิดตัวความร่วมมือทางศิลปะสุดพิเศษกับศิลปินระดับโลก “Manoela (Mojo + Muse)” ณพิพิธภัณฑ์ศิลปะ The Metropolitan Museum of Art (The MET)](https://chillandfin.com/?p=37244): นิวยอร์ก, สหรัฐอเมริกา —Royal Thai ผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมพรมทอ Axminster และพรมทอมือ (Hand-tufted) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านความคิดสร้างสรรค์ครั้งสำคัญร่วมกับ Manoela Grigorova ศิลปินผู้เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์เจ้าของสตูดิโอ Mojo + Muse เพื่อสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญในการผสานมรดกงานฝีมืออันประณีตของแบรนด์ Royal Thai เข้ากับศิลปะร่วมสมัยชั้นสูง ความร่วมมือสุดพิเศษนี้ได้มีการเปิดตัวรอบพิเศษ (Soft Launch) ภายในงานกาล่าครั้งยิ่งใหญ่ “Destination Indulgence: An Evening at The Met” ซึ่งจัดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ The Metropolitan Museum of Art (The Met) ควบคู่ไปกับงาน Boutique Design New York (BDNY) 2025  การหลอมรวมระหว่างงานฝีมือและศิลปะร่วมสมัย (A Fusion of Art and Loom) Manoela Grigorova หรือที่รู้จักในนาม Mojo + Muse ได้นำมุมมองทางศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์มาสร้างนิยามใหม่ให้กับโลกแห่งวัสดุปูพื้น โดยเธอได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติผ่านเลนส์กล้องจุลทรรศน์ พร้อมมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมผ่านการเลือกใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุอัปไซเคิล เพื่อสร้างสรรค์ผลงานในแนวทาง “Colourful Escapism” หรือโลกแห่งสีสันที่มอบความรู้สึกผ่อนคลาย  Royal Thai ได้ร่วมกับ Manoela พัฒนาคอลเลกชันพิเศษ (Bespoke) ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของพรมแบบเดิมโดยการถ่ายทอดเทคนิคการปักผ้าและสื่อผสม (Mixed Media) อันเป็นเอกลักษณ์ของเธอผ่านเทคโนโลยีการทอและปักพรมขั้นสูงของ Royal Thai เปลี่ยนพื้นผิวให้กลายเป็นผืนผ้าใบสำหรับการเล่าเรื่องราวที่สร้างประสบการณ์เสมือนจริง (Immersive Storytelling)  ประสบการณ์ที่เหนือระดับณ The Met การประกาศความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นไฮไลท์สำคัญของงานกาล่า ซึ่งมีผู้นำและผู้มีอำนาจตัดสินใจในอุตสาหกรรม Hospitality ระดับโลกเข้าร่วมกว่า 550 ท่าน  “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Manoela เข้าสู่ครอบครัว Royal Thai ความเชี่ยวชาญทางศิลปะของเธอคือส่วนผสมที่ลงตัวสำหรับทิศทางสร้างสรรค์ใหม่ของเราซึ่งเห็นได้ชัดจากการติดตั้งงานศิลปะลอยตัว (Custom Installations)... - [ประสบการณ์สุดพิเศษกับตำนานกองหลังระดับโลก Nemanja Vidić ฉายา The Iron Wall ในกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Carabao Meet The Legend ครั้งที่ 2 ปี 2025](https://chillandfin.com/?p=37230): Carabao Meet The Legend ครั้งที่ 2 ปี 2025 : Nemanja Vidić งานแฟนมีตที่มีมากกว่าการถ่ายรูปและขอลายเซ็น งานนี้เครื่องดื่มคาราบาวสร้างโมเมนต์สุดพิเศษให้แฟนฟุตบอลได้ชนแก้ว กระทบไหล่ กับตำนานนักฟุตบอลอย่างใกล้ชิดแบบแก้วต่อแก้ว ตัวต่อตัว ประสบการณ์แบบนี้มีแต่เครื่องดื่มคาราบาวเท่านั้นที่มอบให้ได้ เครื่องดื่มคาราบาว และเครื่องดื่มตะวันแดง ตอกย้ำความสำเร็จของแบรนด์ “คาราบาว” สู่แบรนด์ระดับโลก ผนึกกำลังกับ EFL (English Football League) ผู้จัดการแข่งขันคาราบาว คัพ สร้างโมเมนต์ประวัติศาสตร์พาตำนานนักฟุตบอลระดับโลกมาเยือนเมืองไทย ตอกย้ำความเป็นแบรนด์เครื่องดื่มเพื่อแฟนฟุตบอลตัวจริง ให้แฟนฟุตบอลได้ชนแก้ว กระทบไหล่ กับตำนานนักฟุตบอลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คนรักฟุตบอลได้เติมเต็ม Passion ของตัวเอง เพราะคาราบาวเชื่อว่า ทุกคนต้องเข้าถึงกีฬาที่รัก และนักฟุตบอลที่ชอบ ภายใต้แคมเปญ “เชียร์บอล เชียร์บาว – เชียร์ได้สุด เชียร์กับคาราบาว” ให้คนไทยได้สัมผัสความสุข ความสนุกสนาน ผ่านกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Carabao Meet The Legend ครั้งที่ 2 ปี 2025 : Nemanja Vidić ในวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม 2568 เวลา 14.30–18.30 น. ณ Mono Studio โดยในวันที่ 13 ธันวาคม 2568 ที่ Mono Studio มีแฟนฟุตบอลจำนวนมากมารวมตัวเพื่อพบกับ Nemanja Vidić นักฟุตบอลระดับตำนานผู้ได้รับฉายา “กำแพงเหล็ก” (The Iron Wall) ของวงการฟุตบอลระดับโลก ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุด เคยคว้าแชมป์มาแล้วมากมาย รวมถึงแชมป์ลีกคัพ หรือคาราบาว คัพ ในปัจจุบัน  ความพิเศษของงานนี้ คือนอกจากแฟนฟุตบอลๆ จะได้ฟังสัมภาษณ์ ถ่ายภาพ และรับลายเซ็น ภายในงาน Nemanja Vidić... - [BR เปิดเมนูหรูงานเลี้ยงปีใหม่ระดับโรงแรม “เป็ดย่างฮ่องกง, เป็ดกงฟีต์, อกเป็ดพาสตรามี่, เป็ดอบผลไม้”   ตอบโจทย์ทุกงานเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีแบบเลิศรสสะดวกคุ้มค่า](https://chillandfin.com/?p=37224): เข้าสู่ช่วงเทศกาลแห่งความสุขและการเฉลิมฉลองเข้าสู่ปีใหม่ หลายๆครอบครัว รวมถึงบริษัทฯ ต่างๆ ก็กำลังเตรียมการจัดงานเลี้ยงฉลอง ซึ่งการทำอาหารมื้อพิเศษ รับประทานร่วมกัน ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมยอดนิยม ด้วยเหตุนี้ บริษัทบางกอกแร้นช์จำกัด (มหาชน) หรือ “BR Group” ผู้นำธุรกิจ เนื้อเป็ดครบวงจร จึงได้เตรียมผลิตภัณฑ์จากเป็ดสำหรับประกอบเมนูระดับภัตตาคาร เพื่อให้เป็น มื้อพิเศษมากกว่าที่เคย สำหรับงานเฉลิมฉลองในช่วงส่งท้ายปี โดยสามารถทำได้อย่างสะดวกสบายและคุ้มค่ากว่า เริ่มต้นเมนูแรกด้วย เป็ดย่างเต็มตัวพร้อมน้ำราด (Roasted Duck) เมนูเป็ดพร้อมปรุงที่แช่แข็ง มาพร้อมน้ำราดรสชาติเข้มข้นที่แสนอร่อย เนื้อเป็ดย่างหอมนุ่ม ผ่านการปรุงรสอย่างพิถีพิถัน อร่อย ได้อย่างง่ายๆ สะดวก พร้อมปรุงเพื่อเป็นเมนูไฮไลท์สำหรับงานเลี้ยงสังสรรค์ โดยเพียงนำถุงเป็ด ออกจากช่องแช่แข็ง ปล่อยให้ละลายในช่องแช่เย็นธรรมดา ก็สามารถนำมาอุ่นแล้วรับประทานได้เลย เมนูถัดมาคือน่องเป็ดกงฟีต์(Duck Leg Confit)เป็นเมนูอาหารฝรั่งเศส น่องเป็ดตุ๋นเนื้อนุ่มละมุนลิ้น ปรุงรสชาติน่องเป็ดกลมกล่อม และมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มลิ้น หอมกลิ่นเครื่องเทศ โดยสามารถนำมาปรุงง่ายๆ เพียงนำน่องเป็ดออกมาผัดกับน้ำมันเป็ดที่บรรจุอยู่ในซอง เพื่อให้หนังเป็ดมีความกรอบหอม แต่ยังคงความนุ่มฉ่ำไว้ข้างใน สามารถรับประทานได้เลย หรือ เสิร์ฟพร้อมกับมันฝรั่งลูกเล็ก และผักชนิดต่างๆ ที่ผ่านการผัดกับน้ำมันเป็ดทำให้อร่อยยิ่งขึ้น เพียงเท่านี้ก็จะได้เมนูเป็ดอาหารนานาชาติ ระดับภัตตาคาร เสิร์ฟในงานเลี้ยงสังสรรค์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตามมาด้วย อกเป็ดพาสตรามี่ (Pastrami Duck Breast) อกเป็ดพาสตรามี่แช่แข็ง รสชาติเข้มข้น ได้กลิ่นหอมพริกไทยดำ และเครื่องเทศ อกเป็ดหอมนุ่ม ผ่านการปรุงรสอย่างพิถีพิถัน อร่อยได้อย่างง่ายๆ สะดวก พร้อมปรุง สามารถนำไปทานเป็นเมนูอาหารจากหลัก หรือเมนูเรียกน้ำย่อยก็ลงตัว โดยสามารถ อุ่นร้อนได้หลากหลายวิธีเพื่อให้ได้รสสัมผัสตามที่ชอบ ไม่ว่าจะเป็น การนำลงไปทอดในน้ำมัน, หม้ออบลมร้อน , เตาอบ หรือ ไมโครเวฟ หั่นสไลด์เป็นชิ้น และรับประทานคู่กับอาหารได้หลากหลายเมนู อาทิ ทานคู่กับสลัดผัด หรือ ทานคู่กับขนมปังแซนด์วิช เหมาะสำหรับเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยในงานเลี้ยงสังสรรค์ประจำปีอย่างดูมีระดับ และปิดท้ายอย่างพิเศษ! ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส ด้วย เป็ดอบผลไม้สุดพรีเมียมฉลองคริสต์มาส(Christmas Duck Seasonal Stuffing) ปรุงจากวัตถุดิบคุณภาพสูง เปิดจองเฉพาะพื้นที่กรุงเทพ และปริมณฑลเท่านั้น ในราคาเพียง 599 บาท สั่งจองโทร.... - [LIV-24 เผยโฉมธุรกิจใหม่ “LIV-PARK DONMUEANG” ลานจอดอัจฉริยะ ใกล้สนามบินดอนเมืองเพียง3 นาทีดูแลความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีAI 24 ชม.  ฉลองสาขาแรก! เสิร์ฟโปรโมชันพิเศษถึงเม.ย. 69](https://chillandfin.com/?p=37217): บริษัทลิฟ-24 จำกัด (LIV-24 – ลิฟทเวนตี้โฟว์) ผู้ให้บริการโซลูชัน Smart Tech ครบวงจรสำหรับธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจใหม่ ล่าสุดเปิดตัว “LIV-PARK DONMUEANG” ลานจอดรถอัจฉริยะดูแลความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี AI ตลอด 24 ชั่วโมง เดินทางสะดวก ใกล้สนามบินดอนเมืองเพียง 3 นาที* รองรับการจอดรถ 160 คัน พร้อมบริการรถรับ-ส่ง ฟรี ไปยังทางเชื่อมสนามบินดอนเมืองตลอดทั้งวัน โดยเปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้ นางสาวนิรมลดิเรกมหามงคลกรรมการผู้จัดการบริษัทลิฟ-24 จำกัด เปิดเผยว่า LIV-24 พัฒนา Smart Tech Ecosystem โซลูชันความปลอดภัยและเสริมประสิทธิภาพให้กับธุรกิจอย่างครบวงจร โดย LIV-PARK DONMUEANG เป็นการนำเทคโนโลยีเรือธงของ LIV-24 มาต่อยอดสู่ธุรกิจลานจอดรถอัจฉริยะ ผ่านการผสานระบบ AI CCTV Analytic ในการตรวจจับเหตุผิดปกติแบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งระบบ License Plate Recognition (LPR) หรือระบบอ่านป้ายทะเบียนรถอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและเสริมความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการ การนำเทคโนโลยี AI และ LPR มาใช้ ช่วยยกระดับการดูแลความปลอดภัยให้เป็นระบบมากขึ้น โดยเมื่อเกิดเหตุผิดปกติ ระบบจะแจ้งเตือนไปยังศูนย์บัญชาการกลาง (Command Centre) ของ LIV-24 แบบเรียลไทม์ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานทีมรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เข้าดำเนินการได้ทันที ช่วยลดความเสี่ยงและสามารถจัดการเหตุการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับการให้บริการ LIV-PARK DONMUEANG มีรถรับส่งตลอด 24 ชั่วโมง โดยให้บริการรับ–ส่งระหว่างลานจอดกับสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง ในช่วงเวลา 05.00–23.59 น. และรับ–ส่งไปยังสนามบินดอนเมือง ในช่วงเวลา 00.00–04.59 น. เพื่อรองรับการเดินทางของผู้ใช้บริการในทุกช่วงเวลา LIV-PARK DONMUEANG รองรับการชำระเงินรูปแบบออนไลน์ ผู้ใช้บริการสามารถเข้าจอดได้ทันทีเมื่อสแกนป้ายทะเบียนรถอัตโนมัติและไม้กั้นเปิด โดยชำระค่าบริการด้วยการสแกน QR Code บนบัตรจอดผ่าน Mobile Banking เพิ่มความสะดวก... - [ออริจิ้นเวอร์ติเคิลเตรียมอวดโฉม ‘โซออริจิ้นศิริราช’ คอนโดฯระดับพรีเมียมใหม่ใกล้ศิริราชเริ่ม4.99 ล้านบาท*](https://chillandfin.com/?p=37214): บริษัทออริจิ้นเวอร์ติเคิลคอร์ปอเรชั่นจำกัดหรือORIGIN VERTICAL โดยนายกิตติชัย อัศวเกศมรกต ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการพร้อมด้วยพันธมิตรทางธุรกิจ อาทิ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท โคห์เลอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท เตก้า (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท โอทิส เอเลเวเทอร์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ยูเวิร์ค999 จำกัด, บริษัท นีโอ 727 จำกัด, บริษัท 22 คอนซัลแต้นท์ แอนด์ แมเนจเม้นท์ จำกัด และ บริษัท ธนบดี อะลูมินั่ม จำกัด ร่วมพิธีเทปูนปิดงานก่อสร้างโครงสร้างอาคารภายนอก(TOPPING OFF CEREMONY) โครงการโซออริจิ้นศิริราช(SO Origin Siriraj) คอนโดฯ ระดับพรีเมียมแห่งใหม่ ตั้งอยู่ใจกลาง Medical Hub & Boutique Lifestyle บนทำเลศักยภาพย่านไฟฉาย-ศิริราช ใกล้สถานีรถไฟฟ้า MRT สถานีไฟฉาย สามารถทำยอดขายได้แล้ว 97% โดยคาดว่าโครงการจะเริ่มเปิดให้ลูกค้าตรวจสภาพห้อง และรับมอบห้องชุด ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 โครงการโซออริจิ้นศิริราช (SO Origin Siriraj) เป็นคอนโดฯ High Rise ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 1-3-2 ไร่ อาคารสูง 19 ชั้น จำนวน 256 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 4.99 ล้านบาท* มีจุดเด่นห้องแบบ DUO Space ซึ่งเป็น Signature ที่มอบพื้นที่การใช้ชีวิตให้มากขึ้นเป็นสองเท่า โดยออกแบบเป็น Double Volume... - [กระแสตอบรับรถไฟฟ้า Mazda6e ลูกค้าหลั่งไหลร่วมงานสุดคึกคัก โรดโชว์ 8 จังหวัด เก็บยอดจองเพิ่มอีกกว่า 1,000 คัน รวมทะลุ 4,000 คัน](https://chillandfin.com/?p=37206): มาสด้าเผยกระแสตอบรับงาน Mazda6e Electric Showcase ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ลูกค้าหลั่งไหลเข้าร่วมสัมผัสยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นแรกจากมาสด้าในประเทศไทยกันอย่างเนืองแน่นที่โชว์รูมมาสด้า ภายหลังจัดกิจกรรมไปแล้ว 8 จังหวัด คว้ายอดจองสิทธิ์แพ็คเกจเพิ่มอีกกว่า 1,000 สิทธิ์ คาดการณ์ยอดจองแพ็คเกจรวมทะลุเกิน 4,000 สิทธิ์ มาสด้าขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านสำหรับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี และขอเชิญชวนลูกค้าในจังหวัดสงขลาและเชียงใหม่ เตรียมพบกับกิจกรรมรอบสุดท้ายของเดือนธันวาคม ณ มาสด้า ชูเกียรติยนต์ หาดใหญ่ และ มาสด้า เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 26-27 ธ.ค. 2568 พร้อมเดินหน้าจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอดเดือนมกราคม 2569 โดยลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดหรือลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้แล้วตั้งแต่วันนี้ The All-Electric Mazda6e คือรถไฟฟ้า BEV 100% รุ่นแรกจากมาสด้าในประเทศไทย ที่เปี่ยมไปด้วยดีเอ็นเอของมาสด้าในทุกมิติ คงไว้ด้วยเอกลักษณ์ด้านสมรรถนะความสนุกสนานในการขับขี่สไตล์มาสด้า พัฒนาโดยยึดหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลาง มอบความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างผู้ขับขี่กับรถ ตามแนวคิด จินบะ-อิตไต มีการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ให้ความสมดุลและมั่นคงในการขับขี่ ผสานความงดงามตามศิลปะแบบญี่ปุ่น Kodo Design – Soul of Motion ความสง่างามของการออกแบบรถไฟฟ้ายุคใหม่ โดดเด่นด้วย Flying Signature กระจังหน้าแบบ Electric เอกลักษณ์เฉพาะมาสด้า พร้อมฟังก์ชั่นแสดงสถานะการชาร์จไฟ สปอยเลอร์หลังปรับอัตโนมัติตามความเร็วรถ มอบสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล ตอบสนองฉับไว ราบรื่น และเป็นธรรมชาติ ด้วยระบบช่วงล่างอันลือชื่อ แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 77.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ขับขี่ได้ระยะทางไกลกว่า 654 กม.** พร้อม DC Fast Charging ชาร์จไฟจาก 30%-80% เร็วสูงสุดใน 15 นาที*** ตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางท่องเที่ยวในระยะทางไกล นายภพนิพิฐจิรวัฒนานนท์ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัลบริษัทมาสด้าเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า กิจกรรม Mazda6e Electric Showcase จัดงานไปแล้ว 8 จังหวัด ประกอบด้วย นครราชสีมา, ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม,... - [ต่างวัย ต่างเป้าหมาย ต่างสูตรการเติบโต ฮาคูโฮโด เผยบทสรุปปี 2568  คนไทยพร้อมใจเติมพลังเพื่อไปต่อ](https://chillandfin.com/?p=37201): กรุงเทพฯประเทศไทย, ธันวาคม 2568 – สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโดอาเซียน (ประเทศไทย) หรือ Hakuhodo Institute of Life and Living ASEAN (THAILAND) เผยผลสำรวจฉบับพิเศษส่งท้ายปี 2568 ชี้ให้เห็นว่า ภาพรวมของปีนี้ถือเป็นปีแห่งการเติบโตของคนไทย ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา คนไทยใช้ชีวิตกันหลากหลายโหมด ไม่ว่าจะเป็น การเอาตัวรอดจากพิษเศรษฐกิจและภัยพิบัติทางธรรมชาติ การฮีลใจจากความเหนื่อยล้า ไปจนถึงกระแสความภูมิใจใน Thai DNA การปรับตัวเหล่านี้ ชี้ให้เห็นว่า คนไทยพร้อมรับทุกสถานการณ์ แต่การที่เราจะก้าวต่อไปให้ดีขึ้นนั้น ควรต้องมีพลังและทักษะในตัวเอง ทั้งการจัดการใจ การเงิน ความยืดหยุ่น รวมไปถึงการพึ่งพาตัวเองให้มากขึ้น ภาพรวมของการใช้จ่ายในเดือนธันวาคมนี้ เพิ่มขึ้นกว่า +4 เมื่อเทียบกับผลสำรวจเดือนตุลาคมที่ผ่านมา (69 vs 65) จุดนี้เองสามารถสื่อได้ว่า ตอนนี้ถึงช่วงเวลาของใครหลายคนที่จะได้พักหายใจ หายเหนื่อย หลังเจอเรื่องหนักหนามาตลอดทั้งปี ผู้บริโภคยอมใช้จ่ายเพื่อฮีลใจไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวในประเทศ การทานอาหารมื้อพิเศษนอกบ้าน การซื้อของตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าไปจนถึงเครื่องดับประดับ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ช่วงปลายปีคือช่วงเวลาเพิ่มพลังใจของคนไทยอย่างแท้จริง ช่วงเวลานี้เอง ถือเป็นโอกาสอันดีของแบรนด์ในการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภคในตอนนี้ คุณอรุณโรจน์เหล่าเจริญวงศ์รองผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโดอาเซียน (ประเทศไทย)  ได้มองเห็นโอกาสสำคัญในครั้งนี้และเชื่อว่า ยิ่งแบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งกลายเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความผูกพันที่ยั่งยืน พร้อมให้คำแนะนำแบรนด์ไว้ 2 ข้อ ดังนี้ ปลายปี คือช่วงเวลาที่ผู้บริโภคอยากพักใจหลังเผชิญกับความหนักหนามาตลอดทั้งปี แบรนด์จึงควร ‘ชื่นชมความเข้มแข็งของคนไทย’ และช่วยออกแบบโมเมนต์ดี ๆ ส่งท้ายปี ที่ไม่ใช่แค่การขายเพียงอย่างเดียว เช่น Year-End Gratitude Film ที่ขอบคุณผู้บริโภคที่สู้มาด้วยกัน หรือ Encouragement Card ที่สร้างข้อความให้กำลังใจเฉพาะบุคคล หรือ Healing Day ที่ลดราคาสินค้าเพื่อเติมพลังใจให้แก่ผู้บริโภค การทำสิ่งเหล่านี้ จะทำให้แบรนด์กลายเป็นเพื่อนร่วมทางในวันที่เหนื่อยล้า และช่วยให้คนไทยเริ่มต้นปีหน้าได้อย่างมีพลังและมีความสุขไปพร้อมกัน เมื่อคนในแต่ละช่วงวัยต้องการทักษะที่แตกต่างกัน การทำแคมเปญตามแต่ละวัยจะช่วยให้แบรนด์เข้าใจผู้คนลึกขึ้นและสร้างความผูกพันกับผู้บริโภคได้มากขึ้น ช่วงวัย 20 – 29: สามารถทำ Self-Discovery Tools / Emotional Check-in /... - [เวทีราชดำเนินฉลองยิ่งใหญ่ครบ 80 ปีแถลงเปิดศึกประวัติศาสตร์ส่งท้ายปี “R80 Rajadamnern Anniversary” จัดเต็ม8 คู่มวยไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบปี เดิมพันโบนัสเฉียด8 ล้านบาทระเบิดความมันส์27 ธันวาคมนี้!](https://chillandfin.com/?p=37196): เวทีมวยราชดำเนิน สังเวียนมวยไทยระดับตำนาน บ้านเกิดของมวยไทย จัดงานแถลงข่าวประกาศความพร้อมเตรียมสร้างปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ฉลองครบรอบ 80 ปี กับรายการมวยไทยศึกใหญ่ที่สุดแห่งปี โดยในทุกวันที่ 23 ธันวาคมของทุกปี ถือเป็นวันสถาปนาเวทีมวยราชดำเนิน และรายการ RWS Rajadamnern World Series ยังคงเดินหน้าสร้างอีเวนต์ใหญ่ประจำปี เพื่อตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของวันเกิดสนามอย่างต่อเนื่อง และปีนี้ศึก “R80 Rajadamnern Anniversary” เตรียมระเบิดความมันส์ในวันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม 2568 กับการรวมสุดยอดคู่มวยที่ดีที่สุดของปีมาไว้ในค่ำคืนเดียว นำทัพโดย 3 คู่ซูเปอร์ไฟต์หยุดโลก คู่ชิงแชมป์ราชดำเนิน 1 คู่ และคู่ประกอบรายการอีก 4 คู่ นายเธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทโกลเบิลสปอร์ตเวนเจอร์สจำกัด(GSV) บอร์ดบริหารเวทีราชดำเนินและประธานรายการRWS กล่าวถึงความพิเศษของศึกครั้งนี้ว่า “วาระครบรอบ 80 ปีของเวทีมวยราชดำเนิน ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์วงการมวยไทย ไม่เพียงในฐานะสนามมวยแห่งแรกและตำนานของประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการริเริ่มและสืบทอดศิลปะแม่ไม้มวยไทยจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างยาวนาน รายการ ‘R80 Rajadamnern Anniversary’ จึงไม่ใช่แค่การแข่งขันชกมวยทั่วไป แต่เป็นการเฉลิมฉลองคุณค่าและจิตวิญญาณของมวยไทย ผ่านการคัดสรรนักชกที่เก่งที่สุด และคู่มวยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุคมาพบกันบนสังเวียนเดียวกัน เพื่อพิสูจน์ฝีมือให้สมศักดิ์ศรีกับตำนานของเวทีราชดำเนิน ในโอกาสพิเศษครั้งนี้ เราตั้งใจยกระดับประสบการณ์ของแฟนมวยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยมาตรฐานการจัดการแข่งขันระดับโลก ควบคู่ไปกับการรักษาอัตลักษณ์และเสน่ห์ดั้งเดิมของมวยไทยไว้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ การร่วมมือกับ RISE องค์กรกีฬามวยชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ยังสะท้อนถึงทิศทางการผลักดันมวยไทยสู่เวทีสากลอย่างเป็นรูปธรรม โดยนี่จะเป็นครั้งแรกที่รายการศิลปะการต่อสู้ชั้นนำจากต่างประเทศ ส่งนักชกที่ดีที่สุดของรายการมาชิงแชมป์ราชดำเนิน นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและยกระดับการแข่งขันมวยไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ศึก R80 Rajadamnern Anniversary จึงไม่เพียงเป็นการแข่งขันที่แฟนมวยไม่ควรพลาด แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงศักยภาพของเวทีมวยราชดำเนินในยุคใหม่ ที่พร้อมเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการมวยไทย และเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ที่เราตั้งใจมอบให้กับแฟนมวยทุกคน เพื่อร่วมส่งท้ายปีด้วยความภาคภูมิใจในมรดกทางกีฬาของชาติ” สำหรับคู่มวยไฮไลต์ในรายการ นำโดย คู่เอกซูเปอร์ไฟต์หยุดโลกรุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวต เป็นการพบกันของสองยอดมวยต่างรุ่นที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน ระหว่าง ‘แดเนียลโรดริเกวซ’ แชมป์ราชดำเนินรุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวต(154 ปอนด์) เจ้าของสถิติครองแชมป์ยาวนาน 1,300 วัน ปะทะ ‘เพชรมรกตบังมัดคลองตัน’ แชมป์รุ่นมิดเดิลเวต (160 ปอนด์) ผู้เคยปราบยอดมวยอย่าง แสนชัย พีเค.แสนชัยมวยไทยยิมมาแล้ว โดยทั้งคู่เคยเกือบจะโคจรมาพบกันหลายครั้งหลายครา แต่ก็คลาดกันมาโดยตลอด คราวนี้ถึงเวลาแล้วที่ทั้ง 2... - [ขิงยกสวน! ก๊วนพิธีกรแห่งปี “นาตาชา” ไม่น้อยหน้าพี่ๆ“ซัน-บอล-ลูกเกด-ฐิสา-ธันวา”](https://chillandfin.com/?p=37189):  ตลอดปี 2568 “หนีเที่ยวกัน” พาฟินกินเที่ยวจัดเต็มกับเหล่าพิธีกรครบทุกรสชาติ ทั้งตัวพ่อตัวแม่ตัวตึงที่มีสไตล์และความสามารถเฉพาะตัว ส่งท้ายปีทั้งทีเลยขอขิงกันเบาๆ สายกวนฮา ซัน-ประชากรพาท่องเที่ยวสโลว์ไลฟ์ โชว์ทำหัตถกรรมท้องถิ่นสุดเฟี้ยว ฟากคู่รัก บอล&ลูกเกด โชว์เหนือด้วยความหวานฉ่ำทะลุจอ ส่วนพิธีกรตัวน้อย น้องนาตาชามาพร้อม พ่อฟลุค&แม่นาตาลี แต่ขอฉายเดี่ยวโชว์ฝีมือทำอาหารพร้อมโปรยเสน่ห์ความน่ารักแซงหน้าพี่ๆ ปีนี้ยังมีอะไรใหม่ๆ เปิดตัวพิธีกรใหม่ดีกรีพระเอกนางเอก ธันวากับ ฐิสาที่ไม่ได้เจ๋งแค่เล่นละคร แต่พอมารับหน้าที่พิธีกรครั้งแรกก็ปั๊วะปังสุดๆ ติดตามที่สุดความประทับใจแห่งปี “หนีเที่ยวกัน” วันเสาร์ที่ 27 ธ.ค. นี้ 09.00 น. ทาง Workpoint ช่อง 23 ดูย้อนหลังได้ทาง YouTube FlukeLee https://www.youtube.com/c/FlukeLee/featured และติดตามหนีเที่ยวกันได้ทุกช่องทางทั้ง Facebook https://www.facebook.com/nheetiew/ IGhttps://www.instagram.com/nheetiewgun.th/ TikTokhttps://www.tiktok.com/@nheetiewgun_th - [เอ็นไอเอ ชวนส่อง 2 โมเดลห้องเรียนนวัตกรรมระดับโลก  พร้อมเดินหน้าดันSTEAM4INNOVATOR สู่เครื่องมือผลิตนวัตกรรุ่นเยาว์ของประเทศไทย](https://chillandfin.com/?p=37182): สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เดินหน้าผลักดันทักษะนวัตกรให้กับเยาวชนไทยผ่านหลักสูตร STEAM4INNOVATOR ซึ่งเป็นกระบวนการสร้างสรรค์นวัตกรรมบนฐาน STEAM ได้แก่ วิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) ศิลปศาสตร์ (Arts) และคณิตศาสตร์ (Mathematics) ผสานกับแนวคิดทางด้านธุรกิจอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างทักษะการคิดค้นนวัตกรรมและการประกอบการของคนรุ่นใหม่ในอนาคต มุ่งเสริมทักษะคิดสร้างสรรค์ แก้ปัญหา และต่อยอดสู่อาชีพนวัตกรรม เพื่อวางรากฐานประเทศไทยสู่การเป็นชาตินวัตกรรมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน พร้อมชูตัวอย่างความสำเร็จจากสองประเทศต้นแบบด้านนวัตกรรมการศึกษา ได้แก่ เอสโตเนีย และ สิงคโปร์ ที่ชี้ให้เห็นว่าการเรียนรู้เชิงนวัตกรรมต้องเริ่มตั้งแต่วัยเยาว์จึงจะสามารถสร้างพลเมืองที่มีทักษะคิดเชิงเหตุผล ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการแก้ปัญหาจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนด้านการศึกษา และการพัฒนาครู คือกุญแจสำคัญของการสร้างคนรุ่นใหม่ที่พร้อมแข่งขันในโลกอนาคต  ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กล่าวว่า การเรียนการสอนในยุคปัจจุบัน นอกเหนือจากการเรียนรู้เนื้อหาทางวิชาการแล้ว การสร้างพื้นที่ให้แก่เด็กและเยาวชน ได้มีความคิดสร้างสรรค์ ถือเป็นส่วนสำคัญสำหรับแนวทางการสร้างนวัตกรรุ่นใหม่ ซึ่ง NIA เริ่มดำเนินโครงการด้านการพัฒนาเยาวชนมาเป็นเวลากว่า 8 ปี ผ่านการทำงานอย่างเป็นระบบร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรทั้งโรงเรียน มหาวิทยาลัยและหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน โดย NIA ออกแบบกระบวนการ STEAM4INNOVATOR เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการกระตุ้นการสร้างสรรค์นวัตกรรมในกลุ่มเยาวชนมากว่า 10,000 ราย ในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งกระบวนการนี้สร้างขึ้นจากประสบการณ์การทำงานร่วมกับผู้ประกอบการนวัตกรรมไทยมากกว่า 10 ปี จึงทำให้มองเห็นแนวทางในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นขั้นเป็นตอน นำมาวางกระบวนการให้ง่ายต่อการเรียนรู้สำหรับเยาวชน สามารถนำไปใช้พัฒนาทักษะด้านนวัตกรรมให้กับเยาวชนได้อย่างไม่ซับซ้อน โดยมี 4 ขั้นตอนในการสร้างนวัตกรรม ได้แก่ 1. Insight รู้ลึก รู้จริง 2. Wow Idea คิดสร้างสรรค์ไอเดีย 3. Business Model แผนพัฒนาธุรกิจ และ 4. Production & Diffusion การผลิตและการกระจาย ทั้งนี้ หากมองในระดับสากล ก็จะพบว่านานาประเทศต่างมีความเชื่อว่าเยาวชนคนรุ่นใหม่ คือขุมกำลังที่จะตอบโจทย์การสร้างชาตินวัตกรรมในอนาคต ด้วยเหตุนี้ จึงมุ่งพัฒนากลไกการสร้างคนที่มีศักยภาพ เริ่มตั้งแต่ระดับปฐมวัย... - [ดีป้า ชี้ผลประเมินแผนแม่บทฯระยะที่ 2 ครึ่งเทอมถึงเวลาปรับทิศทางรับการเปลี่ยนแปลงโลกดิจิทัล](https://chillandfin.com/?p=37178): ดีป้า เผยผลการประเมินความก้าวหน้าการขับเคลื่อนแผนแม่บทการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ระยะที่ 2 ช่วงกึ่งกลางแผนที่ดำเนินการร่วมกับ มูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง ระบุแม้การดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกได้วางรากฐานที่สำคัญไว้แล้ว แต่ถึงเวลาที่ต้องเร่งประเมินและปรับกลยุทธ์ เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีดิจิทัลที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว นางสาวกษมา กองสมัคร รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มงานยุทธศาสตร์และความมั่นคง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า ผลการประเมินความก้าวหน้าการขับเคลื่อนแผนแม่บทการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) ในช่วงกึ่งกลางแผนที่ดำเนินการร่วมกับ มูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง ได้ยืนยันถึงความจำเป็นที่ต้องมีการปรับปรุงแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ โดยเฉพาะในเชิงคุณภาพ ท่ามกลางยุคที่เทคโนโลยีถูกพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยได้เสนอแนะทิศทางการขับเคลื่อนตาม 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 1: การสร้างกำลังคนดิจิทัลคุณภาพ การขับเคลื่อนด้านกำลังคนบรรลุเป้าหมายเชิงจำนวนผ่านการพัฒนาและยกระดับทักษะดิจิทัลให้กับประชาชนในวงกว้าง แต่เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัล ดีป้า ในฐานะหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนแผนแม่บทฯ จึงได้ปรับทิศทางเชิงรุก โดยมุ่งเน้นการสร้างและพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลระดับ Professional โดยเฉพาะสาขา AI ที่มีคุณภาพสูง ตลอดจนแนวทางการพัฒนาระบบติดตามผลด้านคุณภาพแรงงาน พร้อมชี้ข้อเสนอแนะว่า ประเทศไทยควรเพิ่มกลไกด้านภาษี โดยเฉพาะในภาคประชาชน เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการยกระดับทักษะในทุกระดับ พร้อมกันนี้ยังจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการส่งเสริมกลุ่มผู้สูงอายุที่มีทักษะให้เกิดการจ้างงานต่อเนื่อง และมีการ Upskill, Reskill และ New Skill เพื่อให้กลุ่มผู้สูงอายุและแรงงานในกลุ่มอาชีพอิสระอื่น ๆ สามารถกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานใหม่ ยุทธศาสตร์ที่ 2: การเปลี่ยนเศรษฐกิจดั้งเดิมสู่เศรษฐกิจดิจิทัลมูลค่าสูง ยุทธศาสตร์นี้มุ่งเน้นการสนับสนุน SMEs เกษตรกร และชุมชนให้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทั้งนี้ ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งขับเคลื่อน Digital Transformation ในวงกว้างผ่านกลไกทางภาษี และส่งเสริมกลุ่มดิจิทัลสตาร์ทอัป มุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนา Deep Tech สัญชาติไทย ควบคู่กับการจูงใจให้เกิดการจดสิทธิบัตร และจำเป็นต้องเร่งส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ให้กลายเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ โดยการผลักดัน (ร่าง) พ.ร.บ.ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกม พ.ศ. …. เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมเกมและสาขาอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องสร้างอาชีพ สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม อีกทั้งเป็นแหล่งจัดเก็บภาษีใหม่ของภาครัฐ ตลอดจนการสนับสนุนแพลตฟอร์มดิจิทัลสัญชาติไทย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงตลาด และแหล่งเงินทุน เพื่อเพิ่มขีดวามสามารถทางการแข่งขันกับแพลตฟอร์มข้ามชาติ ซึ่งนับเป็นอีกกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศได้ ยุทธศาสตร์ที่ 3: การสร้างโอกาสใหม่กระจายความเจริญอย่างเท่าเทียม การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City)... - [Wasabi-O ตอกย้ำบทบาทแบรนด์ที่ขับเคลื่อนสังคมอย่างยั่งยืน ในงานThailand Friendly Design Expo 2025 พลังของการออกแบบเพื่อทุกคนการสร้างคุณค่าร่วม(CSV) และโครงการ“ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต”](https://chillandfin.com/?p=37165): Wasabi – เดินหน้าตอกย้ำจุดยืนของแบรนด์ที่เชื่อว่าธุรกิจสามารถ เติบโตควบคู่กับการสร้างผลกระทบ เชิงบวกให้สังคมได้อย่างแท้จริง ผ่านความร่วมมือกับ Zy Movement  Foundation ภายในงาน Thailand Friendly Design Expo 2025 งานแสดงนวัตกรรมและการออกแบบ ที่มุ่งส่งเสริมความเท่าเทียมและ การเข้าถึงของทุกคนในสังคม การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนภาพลักษณ์ของ Wasabi-O ในฐานะ แบรนด์ที่ใส่ใจสังคม แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงแนวคิด “ทำดีได้ง่ายๆแค่เลือกซื้อ” ที่แบรนด์ตั้งใจสื่อสาร และลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม ยกย่องผู้นำการเปลี่ยนแปลงผ่านรางวัล Friendly Design Award 2025 หนึ่งในช่วงเวลาที่สร้างแรงบันดาลใจสูงสุดของงาน คือการที่ มร.วอลเตอร์ลี  ผู้ก่อตั้ง และประธานบริหาร Zy Movement Foundation ได้รับ รางวัล Friendly Design Award 2025 ในสาขา Inspiring Project จาก โครงการ “Climb to Change a Life (ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต)” รางวัลอันทรงเกียรตินี้ได้รับการมอบโดย นายอัคราพรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อยกย่องโครงการที่ใช้พลังของกิจกรรม การออกแบบประสบการณ์ และความ ร่วมมือของจิตอาสา ในการสร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้บกพร่องทางการเคลื่อนไหว พร้อมทั้งเปลี่ยนมุมมอง ของสังคมต่อคำว่า “ความพิการ” อย่างลึกซึ้ง “ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต” จากการปีนเขาสู่การปีนข้ามข้อจำกัดของชีวิต โครงการ “ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต” ดำเนินกิจกรรมมาแล้วกว่า 32 ครั้ง โดยมีจิตอาสามากกว่า 130 คน ร่วมแรง ร่วมใจพาน้อง ๆ ผู้บกพร่องทางการเคลื่อนไหวก้าวขึ้นสู่พื้นที่ที่ท้าทาย ทั้งทางร่างกายและจิตใจ Zy Movement Foundation ก่อตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนเด็กพิการทางการเคลื่อนไหวกว่า 450,000 คนในประเทศไทย และมากกว่า 10 ล้านคนในภูมิภาคอาเซียน ด้วยแนวคิดที่ชัดเจนว่าทุกก้าวที่ก้าวขึ้นไม่ใช่เพียงการพิชิตความสูงแต่คือการพิชิตความกลัวการสร้างความหวังและการยืนยันคุณค่าในตัวเอง กิจกรรมแต่ละครั้งไม่เพียงสร้างรอยยิ้มและความทรงจำที่งดงาม แต่ยังช่วยเปลี่ยนทัศนคติของสังคมให้ มองเห็นศักยภาพของผู้พิการในฐานะ “พลัง” ที่สามารถเติบโตได้ หากได้รับโอกาส... - [แอกซ่าประกันภัยจัดโปรโมชั่นยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีมอบส่วนลดพิเศษ 25% สำหรับแผนประกันภัยการเดินทาง “Smart Traveller’s Choice”](https://chillandfin.com/?p=37161): แอกซ่าประกันภัย ร่วมฉลองเทศกาลท่องเที่ยวส่งท้ายปี มอบของขวัญพิเศษเอาใจนักเดินทางด้วยส่วนลด 25% สำหรับแผนประกันภัยการเดินทาง “Smart Traveller’s Choice” แผน Advance และ Max* เพื่อตอบรับกระแสความต้องการคุ้มครองที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะบุคคล โดยแอกซ่าพร้อมสนับสนุนให้ทุกการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้เต็มไปด้วยความมั่นใจและความอุ่นใจสูงสุด เพียงกรอกโค้ดส่วนลด “AXAOHO” ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568 ผลสำรวจล่าสุด** เผยให้เห็นเทรนด์การท่องเที่ยวในปี 2569 ที่นักเดินทางต่างมองหาประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบ “Ultra-personalized” หรือการออกแบบทริปที่สะท้อนตัวตน ความสนใจ และเป้าหมายเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น ความเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้ความต้องการด้านประกันภัยการเดินทางเปลี่ยนไป โดยผู้บริโภคต้องการความคุ้มครองที่ยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ตามรูปแบบการเดินทางที่หลากหลาย แผนประกันภัยการเดินทาง AXA Smart Traveller’s Choice พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับเทรนด์ดังกล่าว โดยมอบอิสระให้ลูกค้าสามารถเลือกปรับแต่งความคุ้มครองได้ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน การเดินทางไปทำธุรกิจ ทริปผจญภัย หรือการท่องเที่ยวแบบครอบครัว เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกย่างก้าวของการเดินทางจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด เพื่อเป็นการต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขและสนับสนุนการวางแผนท่องเที่ยวช่วงปลายปี แอกซ่าขอมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อแผนประกันภัยการเดินทาง Smart Traveller’s Choice แผน Advance หรือ Max ผ่านช่องทางออนไลน์ รับส่วนลดทันที 25% เพียงใช้โค้ด “AXAOHO” ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568  นางสาวปวีณา เขมะรังสรรค์ ผู้อำนวยการสายงานบริหารลูกค้าบริษัทแอกซ่าประกันภัยจำกัด(มหาชน) กล่าวว่า “นักเดินทางในยุคปัจจุบันให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่สะท้อนความเป็นตัวเอง โดยพวกเขาต้องการความคุ้มครองที่ยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ แอกซ่าจึงพัฒนา Smart Traveller’s Choice เพื่อมอบอิสระในการเลือกความคุ้มครองให้เหมาะสมกับทุกการเดินทาง โปรโมชั่นส่งท้ายปีของเราในครั้งนี้ จึงเป็นความตั้งใจที่จะช่วยให้นักเดินทางทุกคนออกไปสำรวจโลกกว้างได้อย่างมั่นใจ โดยมีแอกซ่าคอยดูแลเคียงข้างในทุกเส้นทาง” AXA Smart Traveller’s Choice มาพร้อมความคุ้มครองที่ครอบคลุมสิทธิประโยชน์ที่จำเป็น อาทิ ความคุ้มครองการเสียชีวิตและการสูญเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศ การรักษาพยาบาลต่อเนื่องในประเทศไทย การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน รวมถึงความคุ้มครองจากกีฬาสันทนาการ นอกจากนี้ นักเดินทางยังสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองเสริม (Add-on) ได้ตามความต้องการ เช่น ความคุ้มครองกรณีเครื่องบินล่าช้า (Trip Protection) ความคุ้มครองกิจกรรมเดินป่าและกิจกรรมในพื้นที่ห่างไกล (Extra Protection) และความคุ้มครองทรัพย์สินและสัมภาระ (Property... - [‘ฮ่องกง’ เตรียมจัดงานเคาต์ดาวน์รูปแบบใหม่ณถนน Chater Road  ตระการตากับการแสดงแสงไฟภายใต้ธีม“New Hopes, New Beginnings”  เพื่อส่งต่อพลังบวกและคำอวยพรจากใจสู่คนทั่วโลก](https://chillandfin.com/?p=37155): การท่องเที่ยวฮ่องกงประกาศงานเฉลิมฉลองนับถอยหลังสู่ปีใหม่ในปีนี้ ที่จะจัดขึ้น ณ ถนนคนเดิน Chater Road ย่านเซ็นทรัล โดยจะมาในรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานการแสดงสดจากศิลปินชื่อดัง เข้ากับการโชว์แสงไฟสุดตระการตา เพื่อส่งต่อพลังบวกและคำอวยพรแก่ผู้ร่วมงานทุกคน  นอกจากนี้ การท่องเที่ยวฮ่องกงยังได้รวบรวมรายละเอียดกิจกรรมเคาต์ดาวน์อื่น ๆ จากทั่วฮ่องกงไว้บนเว็บไซต์ https://www.discoverhongkong.com/seasia/what-s-new/events/new-year-countdown.html เพื่ออำนวยความสะดวกให้ทั้งชาวฮ่องกงและนักท่องเที่ยวสามารถร่วมเฉลิมฉลองและต้อนรับปีใหม่ไปพร้อมกันได้อย่างง่ายดาย การแสดงนับถอยหลังมิติใหม่: ความลงตัวของสุนทรียภาพแห่งดนตรีและแสงสี ตั้งแต่เวลา 23:30 น. ของคืนส่งท้ายปีเก่า ไปจนถึงเวลา 00:10 น. ของวันปีใหม่ ผู้ร่วมงานจะได้เพลิดเพลินกับการแสดงดนตรีสุดตื่นเต้น นำโดยวงดนตรีระดับตำนานอย่าง Air Supply ที่จะมาขับขานบทเพลงคลาสสิกตลอดกาล ร่วมด้วยศิลปินฮ่องกงชื่อดัง Jay Fung และ Cloud Wan พร้อมการแสดงจากคณะประสานเสียงเด็กและวงดุริยางค์ตำรวจฮ่องกง ศิลปินที่จะขึ้นแสดงในงาน HKTB New Year Countdown ดนตรีระดับนานาชาติ Air Supply     ศิลปินชาวฮ่องกง Jay Fung             ศิลปินชาวฮ่องกง Cloud Wan นอกจากนี้ ผู้ชมยังจะได้ตื่นตาไปกับ “Immersive Light Show” ที่สาดส่องไปบนผนังอาคารสำคัญจำนวน 8 อาคารในย่านเซ็นทรัล จะปรากฏเป็นภาพนาฬิกานับถอยหลังขนาดยักษ์ โดยมีการแสดงแสงไฟพิเศษนาน 3 นาที ภายใต้ธีม “New Hopes, New Beginnings” งานเคาต์ดาวน์ในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จาก Hongkong Land พันธมิตรผู้ร่วมสร้างสรรค์ Winter Wonderland ในย่านเซ็นทรัล พร้อมถ่ายทอดสดผ่านสื่อต่างๆและช่องทางฟรีทีวีร่วมต้อนรับปีใหม่ไปพร้อมกับคนทั้งโลก ติดตั้งจอภาพขนาดยักษ์ ณ Chater Garden และ Edinburgh Place พร้อมการฉายภาพไลฟ์สดกลางแจ้ง ณ ศูนย์วัฒนธรรมฮ่องกง (Hong Kong Cultural Centre) (ย่านจิมซาจุ่ย)... - [“พชร์ อานนท์” นำทีม “เจ๊แต๋ว–แพนเค้ก” เปิดกาล่าสุดวังเว่อร์อลังปัง “หอแต๋วแตกแหกหลีหู” เตรียมฮาส่งท้ายปีดูแล้วรวยข้ามปีเข้าฉายแล้ววันนี้ทุกโรงภาพยนตร์](https://chillandfin.com/?p=37140): เสียงหัวเราะกลับมาสนั่นโรงอีกครั้ง กับภาพยนตร์คอมเมดี้ฟอร์มยักษ์ส่งท้ายปี “หอแต๋วแตกแหกหลีหู” ผลงานล่าสุดจาก MONO Original และ M STUDIO ผลิตโดย Film Guru ของผู้กำกับ “พชร์ อานนท์” ภายใต้การนำของ “ธัญญา วชิรบรรจง” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตรายการและผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ MONO29 และ “สุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร M STUDIO โดยได้จัดงานเปิดตัวรอบ กาล่าพรีเมียร์ อย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568 ณ Infinity Hall ชั้น 5 พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน บรรยากาศภายในงานคึกคักเป็นพิเศษ เมื่อแฟนภาพยนตร์พร้อมใจแต่งกายในธีม “ชุดจีน” ร่วมเดินพรมแดงกับทีมนักแสดงจากจักรวาล หอแต๋วแตกแหหลีหู ก่อนเข้าชมภาพยนตร์รอบพิเศษ ฟรี! ร่วมกับดารานำของเรื่อง ภาคนี้ยังคงจัดเต็มความฮาแบบไม่มีเบรก นำทีมโดย“เจ๊แต๋ว” จตุรงค์ พลบูรณ์, โก๊ะตี๋–ชัยกฤต,พร้อมขยายจักรวาลความสนุกด้วยทัพนักแสดงและอินฟูฯ ทั่วฟ้าเมืองไทย อาทิ ดัง พันกร, แพรรี่ ไพรวัลย์, แต๋ง กฤษฏิ์กุล, ดุจดิว, จูดี้ จารุกิตติ์, นาราเครปกะเทย, น้องฉัตร–ฉัตรชัย, เอแคลร์ จือปาก, หมอปลายพรายกระซิบ, หมอปลา–ป้ารัตนา, ปรายปรเมศร์, แพรว–เฌอมาวีร์, มาร์ค–ธุวานนท์และอีกมากมาย อัดแน่นด้วยมุกฮาทันกระแส มีมร่วมสมัย ฉากเซอร์ไพรส์ และโปรดักชันสุดอลังการ ตลอดระยะเวลาเกือบ 19 ปี กว่า 11 ภาคของแฟรนไชส์ “หอแต๋วแตก” ยังคงเป็นภาพยนตร์ที่สร้างเสียงหัวเราะให้คนไทยมาอย่างต่อเนื่อง และในภาคนี้ยังคงเป็นตำนานหนังตลกไทยที่ครองใจผู้ชม กับความวังเว่อร์และความแปลกใหม่จาก จักรวาลหอแต๋วแตก ที่ไม่เคยมีคำว่าภาคสุดท้าย! “หอแต๋วแตกแหกหลีหู” เข้าฉายแล้ว 25 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ ดูแล้วรวย ฮาแล้วปังส่งท้ายปี #หอแต๋วแตกแหกหลีหู #หอแต๋วแตก #MonoOriginal... - [สยามพารากอนเนรมิตความสุขสุดมหัศจรรย์ส่งท้ายปี  “Siam Paragon The Magical Celebration 2026”  ยกทัพเวิลด์คลาสอีเวนต์ฉลองคริสต์มาส–เคานต์ดาวน์สุดยิ่งใหญ่](https://chillandfin.com/?p=37127): สยามพารากอน Global Landmark Destination ที่ได้รับการยกย่องและเป็นที่หนึ่งในใจของผู้มาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและครองความเป็นผู้นำในการมอบประสบการณ์ยิ่งใหญ่เหนือความคาดหมายอย่างต่อเนื่องสร้างปรากฏการณ์แห่งความสุขส่งท้ายปลายปี “Siam Paragon The Magical Celebration 2026” เชิญทุกคนร่วมฉลองและมีความสุขไปกับมหกรรมอีเว้นท์และเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ฉลองคริสต์มาส–เคานต์ดาวน์สุดยิ่งใหญ่พร้อมโปรโมชั่นพิเศษเอาใจนักช้อปทั้งศูนย์ฯและห้างฯส่งท้ายเดือนธันวาคมนี้ สยามพารากอน ร่วมกับ ธนาคารกสิกรไทย ยกทัพ World Class Iconic Events สร้างปรากฏการณ์มหัศจรรย์แห่งความสุขแบบเหนือความคาดหมายด้วยโชว์ชุดพิเศษจากต่างประเทศ ร่วมฉลองความมหัศจรรย์ของฤดูกาล ณ พาร์ค พารากอน โดยเปิดให้เข้าชมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ได้แก่ นอกจากนี้ยังเต็มอิ่มด้วยมหกรรมงานเฉลิมฉลองด้วยเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอนเสิร์ตร่วมนับถอยหลังเข้าสู่ศักราชใหม่ เตรียมพบกับเซอร์ไพรส์สุดพิเศษจากเหล่า ซานต้า แซนตี้ และขบวนพาเหรดแฟนซี ที่จะพาทุกคนเดินทางเข้าสู่บรรยากาศเทศกาลคริสต์มาส ทั่วทุกพื้นที่ของสยามพารากอน ระหว่างวันที่ 24-25 ธันวาคม 2568 และทุกวันเสาร์ อาทิตย์ เวลา 13.00 น. / 15.00 น. และ 17.00 น. Fashion Hall ชั้น 1 ส่งความสุขแบบต่อเนื่อง สยามพารากอน เนรมิตช่วงเวลาส่งท้ายปีให้เต็มไปด้วยความสุขและความมหัศจรรย์ทั่วทุกพื้นที่ มอบเป็นของขวัญพิเศษให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจากทั่วโลก โดยบริเวณแฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1จะถูกเติมเต็มด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองจากการแสดงของวงดนตรีเพลงประสานเสียงที่จะมาร่วมสร้างสีสันและส่งต่อความสุขในช่วงเทศกาล ระหว่างวันที่ 24-25 ธันวาคม 2568 วันละ 2 รอบเวลา 15.00 น. และ 18.00 น. พร้อมกันยังมีมินิคอนเสิร์ตจากทัพศิลปินไทยชื่อดังที่พาเหรดเตรียมมามอบความสุขอย่างคับคั่ง NEXTOPIA ร่วมมอบความสุขเต็มพิกัด NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต ร่วมมอบความสุขเต็มพิกัด สนุกไปกับไลน์อัพศิลปินที่มาร่วมนับถอยหลังพาทุกท่านอิ่มเอมไปกับบรรยากาศช่วงเทศกาล ระหว่างวันที่ 24-31 ธันวาคม 2568ณ NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอนเปิดให้บริการถึง 24.00 น. นอกจากนี้ “EATELIER”  ชั้น 4 สยามพารากอน Dining Entertainment  แห่งแรกของประเทศไทย นำเสนอประสบการณ์แห่งความสุขพบกับ ‘ซุปเปอร์เตย’... - [ยืนหยัดแชมป์ผู้นำอสังหาฯ! แสนสิริคว้ากว่า 50 รางวัลตลอดปี 68 ตอกย้ำความสำเร็จที่ไร้ขีดจำกัดพร้อมทะยานสู่มาตรฐานระดับโลก](https://chillandfin.com/?p=37124): ด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการส่งมอบการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ แสนสิริ ในฐานะ No.1 ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย ปิดฉากปี 2568 อย่างสง่างาม ประกาศความสำเร็จคว้ารางวัลอันทรงเกียรติรวมกว่า 50 รางวัล ทั้งในระดับประเทศและสากล สะท้อนถึงความเป็นเลิศรอบด้านที่โดดเด่น พร้อมยืนหยัดในเจตนารมณ์ที่จะส่งมอบคุณค่าและประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เหนือระดับ เพื่อความภาคภูมิใจสูงสุดของลูกค้าในทุกย่างก้าวของการใช้ชีวิต แสนสิริไม่หยุดสร้างสถิติใหม่ เริ่มต้นด้วยการติดอันดับใน 2025 Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยนิตยสารฟอร์จูน (Fortune) สื่อธุรกิจชั้นนำระดับโลกซึ่งแสนสิริได้รับการจัดอันดับที่ 41 ของประเทศไทยและครองอันดับ 1 ในกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยของไทย  โมเมนตัมแห่งความสำเร็จนี้ยังคงพุ่งทะยานต่อเนื่องจนถึงไตรมาสที่ 4 ด้วยรางวัลที่พิสูจน์ความแข็งแกร่งในทุกมิติ อาทิ ผู้นำด้าน ESG ที่แข็งแกร่งในวงการอสังหาฯทั้งในระดับประเทศและระดับอาเซียน, พลเมืองดีแห่งปีองค์กรที่สังคมภาคภูมิใจ, ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลและ AI เพื่อขับเคลื่อนการตลาดสู่ยุคใหม่ปิดท้ายด้วย Design Leader ของวงการอสังหาฯไทยด้วยการคว้ารางวัล Bronze สาขา Design หมวด Event Storytelling จากเวที Adman AWARDS & SYMPOSIUM 2025 จากผลงานนิทรรศการ Sansiri Good Mood Pavilion นิทรรศการที่ถ่ายทอดแบรนด์ผ่านงานออกแบบเชิงประสบการณ์ (Experiential Design) และเป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจการใช้ชีวิตให้กับผู้เข้าชม ที่จัดแสดงในงาน Bangkok Design Week 2025  ด้วยรากฐานที่แข็งแกร่งตลอด 40 ปี และความสำเร็จอันท่วมท้นในปี 2568 แสนสิริพร้อมปักหมุดความสำเร็จครั้งใหม่ในปีหน้า และปีต่อๆ ไป เดินหน้ายกระดับความแข็งแกร่งสู่มาตรฐานระดับสากล เพื่อส่งมอบโครงการและบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ผ่านการผสมผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ พร้อมคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพื่อสร้างสรรค์คุณค่าที่ยั่งยืนให้กับลูกค้า คู่ค้าใน Ecosystem และสังคมไทยต่อไป #SansiriNo1Brand #Sansiri #Everydaylifeisgood #แสนสิริแบรนด์อันดับหนึ่ง #แสนสิริ - [บิ๊กอีเว้นต์แห่งปี!  ห้างเซ็นทรัลชิดลมในเครือเซ็นทรัลรีเทลสร้างปรากฏการณ์หลังการทรานส์ฟอร์มในงาน “Central Chidlom Every Moment With You”กระแสตอบรับล้นหลามตอกย้ำ Luxury Flagship – The Store of Bangkok](https://chillandfin.com/?p=37098): ห้างเซ็นทรัลชิดลมในเครือเซ็นทรัลรีเทล ประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับบิ๊กอีเว้นต์แห่งปี “Central Chidlom Every Moment With You” โมเมนต์หลังการทรานส์ฟอร์มที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 14 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ณห้างเซ็นทรัลชิดลม โดยได้รับการตอบรับอย่างคึกคักจากลูกค้า นักช้อป และแฟนคลับศิลปินตลอดทั้ง 3 วัน ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ Mastercard, Central The1 Credit Card, CardX, UOB และ Samsung Galaxy งานครั้งนี้ได้นำเสนอประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟผ่านกิจกรรม ความบันเทิง และข้อเสนอพิเศษที่คัดสรรมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ สร้างโมเมนต์แห่งความประทับใจ และตอกย้ำบทบาทของห้างเซ็นทรัลชิดลมในฐานะ Luxury Flagship ภายใต้เอกลักษณ์ ‘The Store of Bangkok’ ที่สร้างแรงบันดาลใจในทุกการมาเยือน ประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟตลอด 3 วันเต็ม เปิดเช้าวันพิเศษด้วย Coffee & Tea Treat สุดเอ็กซ์คลูซีฟ บริเวณทางเข้า Sky Terrace ชั้น 1 กับกาแฟจาก % Arabica และ   ชาเขียวจาก Good Cha สำหรับลูกค้า 100 ท่านแรก พร้อมกิจกรรมเซอร์ไพรส์ลุ้นร่วม Special Photo Moment กับนักแสดงสุดฮอต จิมมี่จิตรพลและซีทวินันท์ สร้างบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเองที่ลาน The Atrium ชั้น G ภายในงานยังมีการแจกกาแฟ % Arabica และชาเขียว Good Cha รวมกว่า 550 แก้ว พร้อมกิจกรรม มัทฉะเพ้นต์แก้ว โดยศิลปิน Cucather (อิงนภัสกรบุญคง) ซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้าอย่างมาก – Sweet Treat... - [เอ็นไอเอรีเฟรมเอสเอ็มอีไทยก้าวพ้นกับดักเศรษฐกิจผันผวนชูกลยุทธ์ใหม่สำหรับกลุ่มองค์กร  พร้อมโชว์โปรไฟล์3 องค์กรดาวเด่นปิดแก็ปการเติบโตด้วย"การจัดการนวัตกรรม](https://chillandfin.com/?p=37087): สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ และบริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด เดินหน้ายกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทย ผ่านโครงการ “INNOProductivity for SMEs – เร่งสปีด SMEs ไทยให้เติบโตด้วยนวัตกรรม” โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของเอสเอ็มอีไทยสู่การเป็นธุรกิจฐานนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยสามารถปรับตัว อยู่รอด และเติบโตได้อย่างยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายด้านเศรษฐกิจและการแข่งขันที่รุนแรง โดยโครงการมุ่งพัฒนานวัตกรรมควบคู่ผลิตภาพผ่านการประเมินและให้คำปรึกษาเชิงลึก ช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นจุดแข็ง–จุดอ่อน และเตรียมความพร้อมสู่แหล่งเงินทุน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานสะท้อนว่าเอสเอ็มอีไทยส่วนใหญ่อยู่ในระดับ “Managed Level” และมีบางส่วนที่พร้อมก้าวสู่การเป็นองค์กรนวัตกรรม โดย NIA ได้มอบเกียรติบัตรแก่ 3 องค์กรต้นแบบที่มีศักยภาพและความพร้อมในการพัฒนาองค์กรด้วยนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติหรือNIA เปิดเผยว่า เอสเอ็มอีไทยถือเป็นกำลังสำคัญของระบบเศรษฐกิจประเทศ แต่ในขณะเดียวกันกลับต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งต้นทุนที่สูงขึ้น การแข่งขันที่รุนแรง และข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยีและองค์ความรู้ ดังนั้น การเสริมสร้างขีดความสามารถให้เอสเอ็มอีไทยปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงจึงเป็นภารกิจสำคัญที่ NIA ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง เพราะการที่จะผลักดันให้ประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลางได้นั้น จำเป็นต้องเร่งยกระดับเอสเอ็มอีให้สามารถเติบโตจากวิสาหกิจรายย่อยและขนาดย่อม ไปสู่การเป็น ‘Smart SME’ และต่อยอดสู่การเป็นวิสาหกิจขนาดกลางที่มีความเข้มแข็ง มีระบบการบริหารจัดการที่เป็นมาตรฐาน และสามารถใช้นวัตกรรมเป็นเครื่องมือในการสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น หัวใจสำคัญคือการพัฒนา ‘นวัตกรรม’ ควบคู่กับการพัฒนา ‘ผลิตภาพ’ ในการดำเนินธุรกิจ ที่ไม่ใช่การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นการวางระบบการจัดการนวัตกรรมในองค์กรอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับบริบท ขนาด และศักยภาพของแต่ละธุรกิจ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ทั้งในมิติการเพิ่มรายได้ การลดต้นทุน และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว จากแนวคิดดังกล่าว NIA จึงได้ริเริ่ม ‘โครงการINNOProductivity for SMEs – เร่งสปีดSMEs ไทยให้เติบโตด้วยนวัตกรรม’ โดยผนึกความร่วมมือกับสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการเพิ่มผลิตภาพ และบริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินและพัฒนาองค์กร เพื่อออกแบบกระบวนการสนับสนุนเอสเอ็มอีไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การประเมินศักยภาพ การให้คำปรึกษาเชิงลึก ไปจนถึงการวางแผนพัฒนาองค์กรเชิงกลยุทธ์อย่างเป็นระบบ “หนึ่งในหัวใจสำคัญของโครงการคือกระบวนการ Consultative Assessment ที่ทำหน้าที่เสมือน... - [ศิลปินดาราเหล่าคนดังร่วมใจส่งมอบความสุขต้อนรับปีใหม่ ที่บูธสภาสังคมสงเคราะห์ฯในงานกาชาด2568](https://chillandfin.com/?p=37082):  สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นองค์กรการกุศล  ที่มีนโยบายคำนึงถึงความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชนทั่วไป ได้ร่วมออกร้านสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ในงานกาชาด มาตั้งแต่ปี 2515 จนถึงปัจจุบัน  และล่าสุดในวันสุดท้ายของการจัดงานกาชาด ประจำปี 2568  ภายใต้แนวคิด “ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา”  เพื่อถวายความอาลัย และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์   พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ณ สวนลุมพินี  กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีเหล่าคนดัง พร้อมด้วยกลุ่มศิลปินรุ่นใหม่ ได้แก่ อิสรีย์ สุวรรณวิทย์, เชน เฮฟเฟอร์แนน, เอ็มมิลี่ ชีวัน เฮฟเฟอร์แนน, พญ.รุ่งไพลิน รัตนชีวร, สุทธิ์คุณ วันทานุ, เกรียงศักดิ์ เกรียงไกรนิยม ผู้บริหาร “WHiZ Global Entertainment” ที่ส่งศิลปิน PROJEXT 52   มาร่วมมอบความสุขส่งท้ายปลายปี ภายในร้านสภาสังคมสงเคราะห์ฯ โดยมี ร้อยตำรวจโทดร. มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ, ณธิดารักษ์ สัจจพงษ์ เลขาธิการ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ, นงลักษณ์ รอมไธสง ผู้อำนวยการบริหาร, สมบูรณ์ ประชุมพันธ์ ผู้อำนวยการบริหารงานหารายได้, นพ.ศิริพงษ์ เอกัคคตาจิต กรรมการอำนวยการ เป็นต้น ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น        ร้อยตำรวจโทดร. มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ  ได้กล่าวว่า “งานกาชาดประจำปี 2568  ภายในร้านของสภาสังคมสงเคราะห์ฯ  มีการจัดกิจกรรมพิเศษหลากหลายต่างๆ  อาทิ การจำหน่ายบัตรนำโชค, เกมบิงโก, จับฉลากพาโชค, เกมปารูปภาพ, เกมยิงปืนยาวโบราณ, เกมปากระป๋อง, เกมโยนลูกบอล, เกมโยนห่วง, เกมยิงปืนอัดลม, การละเล่นย้อนยุค พร้อมจุดจำหน่ายสินค้าราคาถูก  อีกทั้งมีการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม  ตลอดจนร้านจิปาถะ By สภาสังคมสงเคราะห์ฯ... - ["เบ็คกี้-แอปเปิ้ล-มิ้ม" นักแสดง 4 Element บ้านวาทินวณิช สวัสดีปีใหม่ "ติ๊ก กัญญารัตน์" ผู้จัดซีรีส์ค่าย North Star Entertainment แจกความสดใสรับปี 2569](https://chillandfin.com/?p=37075): ส่งต่อรอยยิ้มและความสดใสต้อนรับศักราชใหม่ 2569 กันอย่างอบอุ่น สำหรับสามนักแสดงสาว “เบ็คกี้ รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง – แอปเปิ้ล ลาภิสรา อินทรสูต – มิ้ม ปัณฑิตา เจนเจริญธรรม” นักแสดงจากซีรีส์เรื่อง 4 Element ร่วมด้วย “เรเน่ เวโรนิก้า ปากาโน่” และอีกมากมาย ที่แท็กทีมกันเข้าพบและร่วมสวัสดีปีใหม่ “ติ๊ก กัญญารัตน์” ผู้จัดซีรีส์สาวสวยแห่งค่าย North Star Entertainment บรรยากาศการพบกันเต็มไปด้วยความเป็นกันเองและเสียงหัวเราะ โดยเหล่านักแสดงได้มอบคำอวยพรดี ๆ พร้อมส่งพลังบวกให้ผู้จัดคนสำคัญ ขอให้ปีใหม่เป็นปีแห่งความสำเร็จ มีผลงานคุณภาพออกมาให้แฟน ๆ ได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอบคุณที่ให้โอกาสและดูแลนักแสดงในสังกัดอย่างอบอุ่นเสมอมา ด้าน “ติ๊ก กัญญารัตน์” ก็ได้กล่าวขอบคุณและอวยพรกลับด้วยรอยยิ้ม พร้อมเผยว่า “ในปี 2569 ค่าย North Star Entertainment ยังมีโปรเจกต์ใหม่ ๆ ที่น่าจับตามอง เตรียมสร้างสีสันและความประทับใจให้กับวงการซีรีส์ไทยอย่างแน่นอน“ เรียกได้ว่าเป็นโมเมนต์ดี ๆ ที่ทั้งอบอุ่นและสดใส สมกับการเริ่มต้นปีใหม่ พร้อมส่งต่อกำลังใจให้แฟน ๆ ของซีรีส์ 4 Element และผลงานจากค่าย North Star Entertainment ได้ตั้งตารอผลงานคุณภาพในปีหน้าอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ผู้จัดซีรีส์สาวสวย “ติ๊ก กัญญารัตน์” ยังได้นำทีมนักแสดง และทีมงานทุกคนร่วมใจกันไหว้ขอพรองค์พระพิฆเนศเพื่อเป็นการเบิกฤกษ์เอาชัย ขอความสำเร็จในทุก ๆ ด้านให้กับซีรีส์ทุกเรื่องภายใต้การผลิตของค่าย North Star Entertainment อีกด้วย   #NorthStarEntertainment #NorthStarArtist #4Element - [“Disney” ครองอันดับ 1 สตูดิโอฮอลลีวูดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลัง“Avatar: Fire and Ash อวตาร: อัคนีและธุลีดิน” สร้างปรากฏการณ์เขย่าบ็อกซ์ออฟฟิศไทยด้วยรายได้เปิดตัว150 ล้านบาท ทำสถิติเป็นภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่เปิดตัวสูงสุดของปี2025 ในประเทศไทย](https://chillandfin.com/?p=37064): บริษัทเดอะวอลท์ดิสนีย์ประกาศความสำเร็จในการก้าวขึ้นเป็น สตูดิโอภาพยนตร์ฮอลลีวูดอันดับ 1 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำปี 2025 หลังจากสร้างผลงานสั่นสะเทือนบ็อกซ์ออฟฟิศตลอดทั้งปี โดยมี “Lilo & Stitch ลีโลแอนด์สติทช์”, “Zootopia 2 นครสัตว์มหาสนุก 2” และ “The Fantastic Four: First Steps เดอะแฟนแทสติก 4: จุดเริ่มต้นปฐมบทใหม่” เป็นภาพยนตร์เรือธงที่ทำผลงานสูงสุดในประเทศไทย ก่อนการมาถึงของ “Avatar: Fire and Ash อวตาร: อัคนีและธุลีดิน” ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาจะสร้างปรากฏารณ์ใหม่ เป็นภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่เปิดตัวสูงสุดของปี 2025 ในประเทศไทย ด้วยรายได้เปิดตัว 150 ล้านบาท และยังเดินหน้ากวาดรายได้อย่างต่อเนื่อง มุ่งสู่ 200 ล้านบาท  ขณะที่ในระดับโลก บริษัทเดอะวอลท์ดิสนีย์ สร้างปรากฏการณ์ที่ยังไม่เคยมีสตูดิโอใดทำมาได้มาก่อน ด้วยสถิติสุดยิ่งใหญ่ ทำรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศรวมทะลุ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ซึ่งนับเป็นสตูดิโอแรกและสตูดิโอเดียวของปีนี้ที่สามารถทำได้ และยังเป็นสตูดิโอเดียวที่ทำสถิตินี้ติดต่อกันสองปีซ้อน โดยความสำเร็จนี้นับเป็นครั้งที่สามที่ดิสนีย์ทำรายได้ทะลุ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับจากครั้งแรกตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งไม่มีสตูดิโออื่นใดสามารถทำได้ในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งนี้แรงขับเคลื่อนสำคัญของความสำเร็จในปีนี้มาจากการที่ “Zootopia 2 นครสัตว์มหาสนุก 2” สร้างสถิติเปิดตัวทั่วโลกสูงสุดของปี 2025ซึ่งเป็นการเปิดตัวสูงสุดเป็นอันดับ 4 ของโลกตลอดกาล และยังเป็นการเปิดตัวทั่วโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภาพยนตร์แอนิเมชันในประวัติศาสตร์ของดิสนีย์ นอกจากนี้ยังเป็นภาพยนตร์จาก Walt Disney Animation Studios ที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 2 ตลอดกาลในประเทศไทยอีกด้วย Rachel Fong, Executive Director & Studio General Manager บริษัทเดอะวอลท์ดิสนีย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวถึงความสำเร็จนี้ว่า “การที่ดิสนีย์ก้าวขึ้นเป็นสตูดิโอฮอลลีวูดอันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า พลังของเรื่องราวจากดิสนีย์สามารถเข้าถึงผู้ชมได้อย่างแท้จริง ความผูกพันอันยาวนานกับแฟน ๆ ในประเทศไทยมีรากฐานมาจากการเล่าเรื่องที่เปี่ยมคุณภาพผ่านแบรนด์และแฟรนไชส์ต่าง ๆ ของเรา ซึ่งถ่ายทอดสารที่เข้าถึงผู้คนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นพลังของชุมชนในZootopia... - [EnCo เดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ตอกย้ำบทบาทต้นแบบอาคารสีเขียว คว้ารางวัล‘Thailand Energy Awards 2024’](https://chillandfin.com/?p=37061): บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด(EnCo) เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์(Net Zero) ภายในปี2593 สะท้อนวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจควบคู่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการพัฒนาอาคารสีเขียวที่ให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนสะท้อนได้จากรางวัลThailand Energy Awards 2024 สุดยอดรางวัลด้านพลังงานของประเทศไทยในระดับสากลสาขาการอนุรักษ์พลังงานประเภทอาคารควบคุมจากผลงาน“ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์” โดยนายศิรศักดิ์จันเทรมะกรรมการผู้จัดการใหญ่EnCo เข้ารับรางวัลจากนายอรรถพลฤกษ์พิบูลย์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานณอาคารอิมแพ็คฟอรั่มเมืองทองธานี ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ได้รับการยอมรับในฐานะต้นแบบของอาคารยั่งยืน (Sustainable Building), อาคารอัจฉริยะ (Intelligent Building) และ อาคารเขียว (Green Building) ที่ออกแบบและพัฒนาภายใต้มาตรฐาน LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่มุ่งเน้นการประหยัดพลังงาน การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ EnCo ตลอดระยะเวลากว่า 21 ปี ในการบูรณาการเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงานเข้ากับการออกแบบสถาปัตยกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร ควบคู่กับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล และสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้กับสังคมไทยในระยะยาว ภายใต้เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 โดยดำเนินโครงการอนุรักษ์พลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง อาทิ การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ การปรับปรุงหอผึ่งน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อน และการติดตั้งอุปกรณ์วาล์วอัจฉริยะ ส่งผลให้สามารถลดการใช้พลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ EnCo พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับการรักษาสมดุลของธรรมชาติ มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางด้านพลังงานยั่งยืนในอนาคต #EnCo #Energycomplex #เอนโก้ #ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ #ยั่งยืนไปด้วยกันกับ EnCo - [Chapter นี้มีแต่ความสุข!! 7 หนุ่ม “WHIB” เขียนความทรงจำร่วมกับ AnD ชาวไทย แฟนคอนเสิร์ตครั้งแรกในไทย“สนุก-ซึ้ง–ฟิน” ครบทุกโมเมนต์!](https://chillandfin.com/?p=37047): ส่งความสุขส่งท้ายปีด้วยรอยยิ้ม และโมเมนต์ฟินยกด้อม แฟนคอนเสิร์ตครั้งแรกในประเทศไทยของ 7 หนุ่ม WHIB “คิมจุนมิน (Kim Junmin), ฮาซึง (Haseung), จินบอม (Jinbeom), ยูกอน (Ugeon), อีจอง (Leejeong), แจฮา (Jaeha) และ วอนจุน (Wonjun)” ซึ่งไม่ใช่เพียงการแสดงบนเวที แต่คือการเริ่มต้น Chapter ใหม่ ที่ทั้ง 7 หนุ่ม และ AnD ชาวไทย (AnD ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการ) ร่วมกันเขียนขึ้นด้วยความรัก และความทรงจำอันแสนพิเศษที่ไม่มีวันลืม ในงาน “WHIB 1st FANCON [AnD : New Chapter] In Bangkok” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ จัดโดย C JeS Studio, Looplabel ร่วมกับพาร์ทเนอร์ บริษัท ทริปเปิล เช็ค จำกัด WHIB เปิดเวทีระเบิดเสน่ห์กับเพลง ‘BANG OUT’ และ เพลง DIZZY’ ท่ามกลางเสียงกรี๊ดดังสนั่นฮอลล์แทบแตกของ AnD ชาวไทย ที่ทำเอาศิลปินอึ้ง! พวกเขาบอกว่าเป็นเสียงกรี๊ดดังที่สุดตั้งแต่เดบิวต์มา ยิ่งเติมเอเนอร์จี้ให้ลุยแบบไม่ออมพลังทั้งงาน จากนั้นก็พาแฟนๆ เข้าสู่ช่วงเล่นเกม “ชี้เป้าพูดคุย – คำตอบคือ…นาย!” ที่ทั้ง 7 หนุ่มจะต้องสุ่มโจทย์ข้อความ และเข้ากอดสมาชิกในวง 1 คนที่มีลักษณะตรงใช่เลย! กับข้อความที่เลือกได้ และให้สมาชิกในวงที่เหลือช่วยกันเดาว่าทำไมถึงเลือกคนนี้ งานนี้หนุ่มๆ สอบผ่านฉลุยช่วยกันทายจนถูก เรียกว่าเป็นวงที่รู้ใจกันที่สุด ปาโมเมนต์น่ารักในช่วงเล่นเกมไปแล้ว ทั้ง 7 หนุ่ม ก็เติมความสุขให้แฟนในฮอลล์ต่อกับเพลง  ‘Make it’ ที่มาพร้อมเซอร์ไพรส์แรกจาก AnD ชาวไทย... - [ทรูโฟร์ยูช่อง 24 ตอกย้ำเบอร์หนึ่งหนังไทย เปิดผังมูฟวี่พรีเมียร์อัดแน่นภาพยนตร์คุณภาพ พร้อมมอบประสบการณ์บันเทิงครบอรรถรสตลอดปี2569](https://chillandfin.com/?p=37037): ทรูโฟร์ยูช่อง 24 เดินหน้ากลยุทธ์คอนเทนต์บันเทิง ตอกย้ำความเป็นผู้นำฟรีทีวีที่ฉายหนังไทยมากที่สุด เปิดผัง มูฟวี่พรีเมียร์ล็อตใหม่ ต้อนรับปี 2569 รวมภาพยนตร์ไทยฟอร์มเด่นกว่า 23 เรื่อง ครอบคลุมทุกอรรถรส อัดแน่นด้วยนักแสดงระดับแถวหน้าของวงการ ถ่ายทอดประสบการณ์ความบันเทิงอย่างต่อเนื่อง คืนวันอาทิตย์ เวลา 21.00 น. พร้อมเสริมความพิเศษด้วยหนังใหม่จากโรงภาพยนตร์ ที่ฉายครั้งแรกบนฟรีทีวี เดือนละ 2 เรื่อง รับชมฟรีตลอดปี ผังมูฟวี่พรีเมียร์ ปักหมุดหนังใหม่ปี 2569 ของทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ผู้ชมทุกกลุ่ม ด้วยภาพยนตร์ไทยคุณภาพหลากหลายแนว ตั้งแต่ตลก ดราม่า แอ็กชัน สยองขวัญ โรแมนติก ไปจนถึงแฟนตาซี อัดแน่นด้วยนักแสดงชื่อดัง อาทิ อนันดา เอเวอริงแฮม, ญาญ่า อุรัสยา, มาริโอ้ เมาเร่อ, เจมส์ จิรายุ, คริส พีรวัส, เป้ อารักษ์และ เท่ง เถิดเทิง ผสานงานสร้างที่ใส่ใจทุกรายละเอียด เพื่อยกระดับประสบการณ์รับชมอย่างต่อเนื่องตลอดปี เริ่มต้นไตรมาสแรกด้วยความครบรส เดือนมกราคมเปิดศักราชด้วยเสียงหัวเราะและความหลอนจาก “ตำรวจแต่งกำเนิดผู้พิทักษ์สันติหลุด” และ “ปอบแม่ใหญ่แดง” ต่อด้วยเดือนกุมภาพันธ์กับเรื่องราวโรแมนติกกลิ่นอายอีสานใน “ผาดา–คำไอ่ซินเดอเรลล่าสตอรี่” มีนาคมเติมสีสันด้วยหนังธรรมะสายฮา “แต่งMonk” พร้อมการกลับมาของตำนานความสนุก “หลวงพี่เท่งCome Back” ขณะที่เมษายนอบอวลด้วยเรื่องรักและความผูกพัน ผ่าน “ฮักสัปปะลี่กับคดีสีชมพู” และดราม่าต่างศาสนา “ผู้บ่าวนิกะห์”  ครึ่งปีหลังยกระดับความเข้มข้น พฤษภาคมมากับดราม่าแอ็กชัน “วัยหนุ่ม 2544” และอาชญากรรมสุดมันส์ “ปิดเมืองล่า Pattaya Heat” มิถุนายนจัดเต็มพลังวัยรุ่นใน “วัยเป้งนักเลงขาสั้น 2” ต่อเนื่องความเดือดด้วย “4 Kings ภาค 2” กรกฎาคมพาผู้ชมท่องโลกแฟนตาซี “อคิลลิสเคิร์สกับสมบัติต้องคำสาป” สลับอารมณ์ด้วยโรแมนติกคอมเมดี้ “สวัสดีวันจันทร์(ส)” ก่อนจะตื่นตากับไซไฟไทยฟอร์มยักษ์ “ตาคลีเจเนซิส” และแอ็กชันระทึกขวัญ “โฮมสวีทโฮม : กำเนิดใหม่” ในเดือนสิงหาคมกันยายนเพิ่มดีกรีความสยองกับ... - [10 ปีอิตาเลียน–ไทยบิสซิเนสฟอรั่มรวมทัพนักธุรกิจระดับโลกขับเคลื่อนความร่วมมือเศรษฐกิจไทย–อิตาลีสู่โอกาสการค้า-การลงทุน](https://chillandfin.com/?p=37034): ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและอิตาลีเดินหน้าอย่างแข็งแกร่งโดยข้อมูลจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกระทรวงพาณิชย์ระบุว่าการค้าระหว่างไทย–อิตาลีปี 2568 (มกราคม–ตุลาคม) มีมูลค่ารวม 4,286.84 ล้านเหรียญสหรัฐฯขยายตัว 1.30% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยในโอกาสครบรอบ 10 ปีของการประชุม อิตาเลียน–ไทยบิสซิเนสฟอรั่ม (Italian–Thai Business Forum: ITBF) เวทีสำหรับการพบปะ แลกเปลี่ยนความคิด และส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทวิภาคีระหว่างภาคธุรกิจระดับแถวหน้าของไทยและอิตาลี ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ ณ โรงแรมพาร์ค            ไฮแอท กรุงเทพฯ ดำเนินงานโดยหอการค้าไทย หอการค้าอิตาเลียน–ไทย และสถานเอกอัครราชทูตของทั้งสองประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับศักยภาพการค้าและการลงทุนระหว่างไทย–อิตาลีตลอดจนเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือในหลากหลายอุตสาหกรรมเป้าหมายให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งได้รวบรวมผู้บริหารระดับสูงและนักธุรกิจชั้นนำจากไทยและอิตาลีรวม 29 บริษัท ได้แก่ บริษัทจากไทย 19 บริษัทและจากอิตาลี 10 บริษัท ครอบคลุมอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ ยานยนต์ การธนาคาร โครงสร้างพื้นฐานและการขนส่ง อาหาร ประกันภัย เฟอร์นิเจอร์ ไลฟ์สไตล์ น้ำมันและก๊าซ พลังงานหมุนเวียน เครื่องจักร น้ำตาล ค้าปลีก ยาง ปิโตรเคมี และการท่องเที่ยว รวมทั้งมีหน่วยงานสำคัญจากภาครัฐเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเศรษฐกิจและโอกาสการลงทุน การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้มีบทบาทสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนการค้าการลงทุนเข้าร่วมงานคับคั่ง อาทิ ฯพณฯนายพุทธพร อิ้วตกส้าน เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐอิตาลี ฯพณฯนายเปาโล ดีโอนีซี เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย นางสาวบุษบา จิราธิวัฒน์ ที่ปรึกษากลุ่มเซ็นทรัล และประธานร่วมฝ่ายไทย นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกิตติมศักดิ์ของกลุ่มมิตรผล นายดาวิเด คาวักญ่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คาวักญ่า กรุ๊ป ผู้ประกอบธุรกิจอุปกรณ์และชิ้นส่วนควบคุมก๊าซอัดแรงดันจากประเทศอิตาลี และ จีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทประกันภัยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) และ  รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นต้น  หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การบรรยายโดย ดร. ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “Thailand... - [5 เหตุผลห้ามพลาดซีรีส์จีนระดับปรากฏการณ์ “ทางรักคู่ขนาน (SPEED AND LOVE)” ดูตอนจบ–เบื้องหลังเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใครกับiQIYI VIP พรีเมียม](https://chillandfin.com/?p=37023): กระแสแรงส่งท้ายปีอย่างต่อเนื่องสำหรับ “ทางรักคู่ขนาน (SPEED AND LOVE)” ซีรีส์โรแมนติก-ดราม่าสุดเข้มข้น ที่สร้างปรากฏการณ์แรงทั่วโซเชียล ครองพื้นที่หน้าไทม์ไลน์แทบทุกแพลตฟอร์มทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ พบกับสองซูเปอร์สตาร์แดนมังกร Esther Yu และ He Yu ที่มาถ่ายทอดเรื่องราวของ เจียงมู่ และ จิ้นเจา บนเส้นทางความรักที่ต้องเผชิญทั้งอุปสรรค ความกดดัน และการแข่งขันอันดุเดือด ด้วยพล็อตที่เข้มข้น โปรดักชันคุณภาพสูง ผสานเคมีนักแสดงที่ดึงอารมณ์คนดูอยู่หมัด ส่งผลให้ “ทางรักคู่ขนาน (Speed and Love)” ก้าวขึ้นแท่น ซีรีส์มาแรงอันดับ 1 ในหลายพื้นที่ทั่วโลกต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ใครที่ไม่อยากตกกระแส iQIYI (อ้ายฉีอี้) ขอชวนไปเปิด 5 เหตุผลสำคัญ ที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง หนึ่งในหัวใจสำคัญที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จ คือการแสดงที่ทรงพลังของ Esther Yu และ He Yu ที่ถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครออกมาได้อย่างลึกซึ้งและเข้าถึงใจคนดู ทุกฉากเต็มไปด้วยรายละเอียดและความจริงใจ จนแฟน ๆ ต่างยกให้เป็นอีกหนึ่งผลงานขึ้นหิ้ง อีกหนึ่งไฮไลต์ที่แฟน ๆ พูดถึง คือการปรากฏตัวของนักแสดงไทยในซีรีส์จีน เริ่มจาก “ไมค์ พิรัชต์” ในบท ลินซุ่ย เพื่อนสนิทและนักแข่งร่วมทีมของพระเอก และ “แพทริค ณัฐวรรธ์” กับบท เหลียงหยานเฟิง คู่แข่งคนสำคัญ ที่ช่วยเพิ่มมิติให้เรื่องราวน่าติดตามยิ่งขึ้น นับเป็นความภาคภูมิใจ ที่ซีรีส์เรื่องนี้เลือกประเทศไทยเป็นหนึ่งในโลเคชันหลักในการถ่ายทำ ที่ไม่เพียงถ่ายทอดความสวยงามของสถานที่และวัฒนธรรมไทยสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก แต่ยังผลักดันเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว สร้างความประทับใจและบอกต่อให้แฟนซีรีส์ทั่วโลกรู้จักประเทศไทยในหลากหลายมุม นอกจากซับไทยแล้ว iQIYI (อ้ายฉีอี้) ยังจัดเต็มด้วยพากย์ไทยคุณภาพจากทีมพากย์มืออาชีพ ช่วยให้การรับชมได้อย่างเต็มอิ่มเข้าถึงอารมณ์ของตัวละครได้มากยิ่งขึ้น พิเศษสุดสำหรับสมาชิก iQIYI VIP พรีเมียม สามารถรับชมตอนจบของซีรีส์ได้ก่อนใคร พร้อมคลิปเบื้องหลังสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่เคยเผยที่ไหนมาก่อน สำหรับสมาชิก iQIYI VIP มาตรฐาน ก็สามารถรับชมล่วงหน้าได้เช่นกัน เพียงสมัครแพ็กเกจ Express ตั้งแต่วันนี้ – 28 ธันวาคม เวลา 17.00 น. ก็สามารถดูยาว ๆ... - [แสนสิริ สนับสนุน Art Community ภูเก็ต เปิดพื้นที่โชว์เคสงานศิลปะท้องถิ่น  ครั้งแรก กับ “ฟู่ฟู่” ฟิกเกอร์ยักษ์กลางแจ้ง ที่ The Society เชิงทะเล  เชื่อมศิลปะ และ ชุมชน ให้เติบโตไปด้วยกัน](https://chillandfin.com/?p=37017): แสนสิริภูเก็ตผู้นำแบรนด์อสังหาฯในฐานะ Design Leader ตอกย้ำความมุ่งมั่นของการเป็นส่วนหนึ่งของเมืองภูเก็ตอย่างยั่งยืนสนับสนุน Art Community เชิดชูศิลปะท้องถิ่นพร้อมเปิดสเปซให้ชุมชนได้       จัดแสดงนิทรรศการงานศิลปะและสิ่งแวดล้อมผ่านงานสร้างสรรค์ครั้งแรกกับ “ฟู่ฟู่” ที่ The Society เชิงทะเล–บางเทามาสคอตค้างคาวนำโชคจากงาน Thailand Phuket Biennale 2025 มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติโดยเปิดต้อนรับทุกคนเข้าชมงานฟรีตั้งแต่วันนี้ – 31 ม.ค. 2569 ที่ The Society            ‘ฟู่ฟู่’ ฟิกเกอร์ขนาดยักษ์ พลังของการร่วมสร้างคอมมูนี้ตี้ เบี๋ยนฟู่(ฺBien Foo) หรือชื่อเล่น ‘ฟู่ฟู่’ Art Toy ค้างคาวนำโชคแห่งภูเก็ตสัญลักษณ์ของ “พลังร่วมสร้างเมือง“ ในงาน Thailand Phuket Biennale 2025สร้างสรรค์โดย อาจารย์ พรชัย ใจมา ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงใหม่ บอกเล่าถึงธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ของเมืองภูเก็ต โดยนำลวดลายธรรมชาติจากกิ่งไม้และใบไม้ มาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะพ่นสีในแบบเฉพาะตัว รวมถึงถ่ายทอดเอกลักษณ์วัฒนธรรมชาวจีนในภูเก็ต ผ่านลายเสื้อที่ฟู่ฟู่สวมใส่ ใบหน้าที่มั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ และเปี่ยมความสุข  โดยรายได้ส่วนหนึ่งของการสนับสนุนผลงานศิลปะ ฟู่ฟู่ ครั้งนี้ จะนำไปสร้างประโยชน์ในโครงการของไทยแลนด์ เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2025 เพื่อมุ่งสู่การเป็น World Art & Culture Tourism Destination ศูนย์กลางศิลปะระดับโลกที่เชื่อมโยงผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก ด้วยพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์และวัฒนธรรมท้องถิ่นไว้ด้วยกัน เชื่อมโยงศิลปะ และ ชุมชน เติบโตไปด้วยกันกับชาวภูเก็ต แสนสิริมุ่งมั่นจุดประกายแนวคิดด้านการสร้างประโยชน์บนพื้นที่ในชุมชนต่างๆผ่านการสร้างสรรค์งานศิลปะและการออกแบบตลอดจนสร้างจุดเปลี่ยนด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยในช่วงที่ผ่านมาได้สนับสนุน Art Community ในท้องถิ่น เชื่อมเอกลักษณ์ส่งต่อความมุ่งมั่นสู่ระดับประเทศและภูมิภาค อาทิ ร่วมกับ Luda (ลูด้า) ศิลปินชาวต่างชาติที่มีใจรักเมืองภูเก็ต สร้างสรรค์งานศิลปะในงานเปิดตัว The Society เชิงทะเล-บางเทา คอมมูนิตี้ของการเชื่อมต่อความสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจ, Sansiri Phuket x... - [Cloud 11 ประกาศความพร้อมก่อนเปิดจริงรวม Creative Communitiesและพันธมิตรกว่า 50% ของพื้นที่ผ่านงาน ‘Collective Table’](https://chillandfin.com/?p=37009): Cloud 11 (คลาวด์ อีเลฟเว่น) จัดงาน Collective Table เพื่ออัปเดตความก้าวหน้าของโครงการ พร้อมรวมตัวพาร์ทเนอร์และผู้เช่า (Partners & Tenants) ที่ตอบรับเข้าร่วมแล้วกว่า 50% ของพื้นที่โครงการ สะท้อนพลังความร่วมมือในการร่วมกันสร้าง ระบบนิเวศสร้างสรรค์ (Creative Ecosystem) อย่างแข็งแรงและเป็นรูปธรรม งานดังกล่าวตอกย้ำศักยภาพและความพร้อมของ Cloud 11 ก่อนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือน มีนาคม 2569 ภายใต้วิสัยทัศน์สู่การเป็น Asia’s New Creative Capital โดย Cloud 11 ไม่ได้เป็นเพียงโครงการพาณิชย์ แต่ถูกออกแบบให้เป็น “แม่เหล็กเศรษฐกิจ” แห่งใหม่ ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของผู้ประกอบการและคอมมูนิตี้สร้างสรรค์จากหลากหลายสาขา ผ่านการทำงานร่วมกันบนแกนหลัก 4C: Creativity, Culture, Communities และ Commerce Cloud 11: ศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของกรุงเทพฯตั้งอยู่ในย่านเมืองที่มีศักยภาพสูงที่สุด Cloud 11 ตั้งอยู่ในย่าน South Sukhumvit จุดตัดระหว่างเเนวถนนสุขุมวิทตั้งเเต่ย่านอ่อนนุช-บางนา ซึ่งเป็นหนึ่งในทำเลที่เติบโตเร็วที่สุดของกรุงเทพฯ และเป็นพื้นที่ที่มีกำลังซื้อระดับพรีเมียมสูงสุดแห่งหนึ่งของประเทศ ทำเลนี้สามารถเข้าถึงฐานประชากรมากกว่า 2,000,000 คน ในรัศมี 5–7.5 กิโลเมตร โดยกลุ่มกำลังซื้อสำคัญในพื้นที่ประกอบด้วย ทั้งหมดนี้ทำให้ Cloud 11 กลายเป็น “จุดยุทธศาสตร์” ที่พร้อมรองรับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ และสร้างแรงดึงดูดให้ทั้งธุรกิจและนักสร้างสรรค์เติบโตไปพร้อมกัน นายพอลสิริสันต์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโครงการ Cloud 11 กล่าวว่า “Cloud 11 ถูกพัฒนาขึ้นในฐานะศูนย์กลางของนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ที่เชื่อมโยงวัฒนธรรม ความคิดใหม่ และธุรกิจแห่งอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน เราไม่ได้มอง Cloud 11 เป็นเพียงพื้นที่รวมตัวของครีเอเตอร์หรืออุตสาหกรรมสร้างสรรค์เท่านั้น แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เอื้อให้เกิดการสร้างสรรค์ การทดลอง และการต่อยอดทางธุรกิจในรูปแบบใหม่ สิ่งที่ทำให้ Cloud 11 แตกต่าง คือระบบนิเวศที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งการใช้ชีวิต การทำงาน และการสร้างธุรกิจในยุคใหม่ โดยมีผู้ประกอบการและองค์กรจากหลากหลายอุตสาหกรรมทำงานอยู่ร่วมกันบนพื้นที่เดียวกัน ตั้งแต่ไลฟ์สไตล์ อาหาร ศิลปะ ภาพยนตร์... - [5 เหตุผลที่แฟนอนิเมะไม่ควรพลาด‘Disney Twisted-Wonderland: The Animation’ ซีรีส์โลกเวทมนตร์ส่งท้ายปี สตรีมครบทุกตอนแล้วบน Disney+](https://chillandfin.com/?p=37005): แฟน ๆ อนิเมะที่มองหาซีรีส์ไว้ดูยาว ๆ ส่งท้ายปีต้องห้ามพลาด เตรียมดำดิ่งสู่โลกเวทมนตร์กับ Disney Twisted-Wonderland: The Animation  ซีรีส์อนิเมะที่ผสมผสานการเล่าเรื่องที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตัวละครในดิสนีย์ กับการถ่ายทอดเรื่องราวในรูปแบบอนิเมะอย่างกลมกล่อม พร้อมให้รับชมครบทุกตอนแล้วบน Disney+ ที่เดียวเท่านั้น เมื่อ Yuken Enma เด็กหนุ่มมัธยมปลายธรรมดาจากโตเกียว ถูกพัดพาเข้าสู่ Night Raven College อย่างไม่ทันตั้งตัว เขาต้องเผชิญโลกเวทมนตร์ที่ไม่คุ้นเคย กฎเกณฑ์ซับซ้อน และความวุ่นวายตั้งแต่วันแรก Yuken จึงต้องดิ้นรนเอาตัวรอด พร้อมออกผจญภัยร่วมกับเพื่อนร่วมชั้นอย่าง Ace และ Deuce ภายใต้แรงกดดันของ Riddle Rosehearts ผู้นำหอพักสุดเข้มงวด เพื่อค้นหาหนทางกลับบ้านให้ได้ 5 เหตุผลที่ไม่ควรพลาด Disney Twisted-Wonderland: The Animation   ปิดท้ายปีนี้ด้วยการเดินทางสู่โลกเวทมนตร์ที่ทั้งเข้มข้น มีเสน่ห์ และเต็มไปด้วยหัวใจDisney Twisted-Wonderland: The Animation  พร้อมให้รับชมครบทั้ง 8 ตอนแล้ววันนี้สาวกดิสนีย์และแฟนอนิเมะตัวจริงต้องห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง พร้อมโปรโมชันส่วนลด 50% สำหรับแพ็กเกจ Disney+ มาตรฐานรายเดือน หรือพรีเมียมรายเดือน มอบความคุ้มค่าส่งท้ายปีสำหรับผู้ที่เคยสมัครแพ็กเกจ Disney+ และอยากกลับมาสตรีมความบันเทิงอีกครั้ง สมัครได้ตั้งแต่วันที่ 15–27 ธันวาคม 2568 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ วิธีการสมัครแพ็กเกจ สามารถสมัครตรงทางเว็บไซต์ได้ง่าย ๆ ที่ www.disneyplus.com โดยกด “สมัครเลย” จากนั้นเลือกเข้าสู่ระบบด้วยเบอร์มือถือ (ได้ทุกเครือข่าย) หรือสแกน QR Code หากคุณล็อกอินบนมือถืออยู่แล้ว เพียงกรอกข้อมูลให้ครบ เลือกแพ็กเกจที่ต้องการ และชำระเงินผ่านวอลเล็ท (True Money) บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต / บัตรเสมือน (เช่น TrueMoney Virtual Card, K Online Debit, SCB Prepaid Card,  Krungthai... - [ดึงหน้าปลูกผมต้องเลือกอย่างไรให้มั่นใจ เสริมความงามเสริมความปัง!  “BLS Surgery Center & BLS Hair Center”  ยกระดับแพทย์ไทยได้รางวัลระดับเอเชียแปซิฟิก](https://chillandfin.com/?p=36999): เทรนด์ในปี 2025 เป็นปีที่ให้ความสำคัญกับตัวเอง ทั้งภายในและภายนอก เช่นเรื่องของ Mental, Health, Aging รวมไปถึงการดูแลภาพลักษณ์เพื่อให้ดูดีและมั่นใจขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่ล้วนเป็นสิ่งที่ทำเพื่อตัวเอง เมื่อทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น ก็มาพร้อมกับความมั่นใจในตัวเอง ส่งพลังบวกออกมาได้ทั้งรอยยิ้มและความสุขที่สัมผัสได้ โดยปัจจุบันสิ่งที่ได้รับความนิยมมีทั้ง การทำหัตถการความงาม รวมไปถึงศัลยกรรมตกแต่ง ที่กู้อายุผิวให้อ่อนกว่าวัยด้วยเทคนิคต่าง ๆ จึงทำให้หน้าเป๊ะ เด็กกว่าอายุจริง เช่น การทำศัลยกรรมดึงหน้า Facelift ที่มีเทคนิคในการดึงหน้าชั้นลึก การดึงคอ Necklift รวมถึงการส่องกล้องยกคิ้ว Endoscopic brow lift โดยมีแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งในการผ่าตัด ที่เป๊ะและต้องดูเป็นธรรมชาติมาก ๆ ด้วย เช่นเดียวกับ การปลูกผมถาวร ซึ่งเทรนด์การปลูกผมในปัจจุบันต่างจากเมื่อก่อน โดยก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่จะเป็น “ผู้ชาย” ที่นิยมปลูกผม เพื่อแก้ปัญหาศีรษะล้าน เนื่องจากพออายุมากขึ้นศีรษะจะเริ่มเว้าเป็นรูปตัว M แต่เทรนด์การปลูกผมในปัจจุบัน “ผู้หญิง” หันมาให้ความสนใจปลูกผมเพื่อปรับรูปหน้าให้สวย ละมุน ลดอายุให้ดูอ่อนวัยลง ทำให้ตอนนี้เทรนด์การปลูกผมเพื่อปรับรูปหน้าได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งมีเทคนิคการปลูกผมเป็นธรรมชาติ เมื่อได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ จึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจ เพราะตอบโจทย์รอบด้าน ทั้งความมั่นใจ บุคลิกภาพ และคุณภาพชีวิต รวมถึงพร้อมบอกต่อเคล็ดลับดี ๆ ว่าไปดึงหน้าและปลูกผมจากที่คลินิกไหน ถึงจะมอบความไว้วางใจให้แพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลได้ จะดีแค่ไหน ถ้าได้รู้จักคลินิกด้านความงามที่ครบวงจร เพื่อเรียกความมั่นใจให้กับตัวเอง โดย BLS Surgery Center ให้บริการในด้านศัลยกรรมตกแต่งยกกระชับย้อนวัย ดึงหน้า ดึงคอ ส่องกล้องยกคิ้ว ศัลยกรรมส่องกล้องเสริมหน้าอก และ BLS Hair Center เป็นคลินิกปลูกผมภายใต้ BLS Medical Center ให้บริการการปลูกผมด้วยแผนการรักษาเฉพาะบุคคล โดยแพทย์ปลูกผมที่ได้รับการรับรองจาก American Board of Hair Restoration Surgery (ABHRS) และ International Society of Hair Restoration Surgery (ISHRS) ภายใต้มาตรฐานการรักษาระดับสากลมอบผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของแพทย์  อีกทั้งเป็นการยกระดับมาตรฐานทางการแพทย์และความเชี่ยวชาญของแพทย์ไทย... - [ปอร์โต เดอ ภูเก็ต ชวนเปิดมุมมองใหม่ของเทศกาลแสนอบอุ่น  กับ“Porto de Phuket Christmas Village” พื้นที่เฉลิมฉลองสำหรับครอบครัว ร่วมส่งต่อความสุขปลายปีในแบบฉบับของภูเก็ตอย่างแท้จริง](https://chillandfin.com/?p=36994): ศูนย์การค้าปอร์โต เดอ ภูเก็ต (Porto de Phuket) ไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้มอลล์ ในเครือกลุ่มเซ็นทรัล เตรียมต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี ด้วยการจัดงาน “Porto de Phuket Christmas Village” ระหว่างวันที่ 19 – 31 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์การค้า ปอร์โต เดอ ภูเก็ต ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ภายใต้แรงบันดาลใจจากชีวิตชายฝั่งของเกาะภูเก็ต ผสานกับจิตวิญญาณแห่งคริสต์มาส กลายเป็นโลกใบเล็กที่ธรรมชาติและมนุษย์ร่วมเฉลิมฉลองไปด้วยกัน พร้อมกิจกรรมหลากหลายสำหรับทุกเพศทุกวัย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาล และสร้างพื้นที่แห่งความสุขร่วมกันของชุมชนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว คุณพงศ์ ศกุนตนาค กรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มเซ็นทรัล เปิดเผยว่า “การจัดงาน Porto de Phuket Christmas Village สะท้อนความตั้งใจของ กลุ่มเซ็นทรัล ที่จะสร้างพื้นที่แห่งความสุขสำหรับครอบครัวและชุมชนในจังหวัดภูเก็ต รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้มาใช้เวลาในช่วงเทศกาลอย่างมีความหมาย เสมือน Leisure Destination ที่สร้างความทรงจำร่วมกัน พร้อมแนวคิดด้านความยั่งยืน ผ่านองค์ประกอบต่าง ๆ ของงาน” Porto de Phuket Christmas Village เทศกาลคริสต์มาสในแบบฉบับของภูเก็ตครั้งแรกที่การเฉลิมฉลอง ที่หมู่บ้านคริสมาสแห่งนี้ เต่าทะเลในหมวกซานต้า ปลาวาฬลากเลื่อนและต้นคริสต์มาสปะการัง เป็นสัญลักษณ์ของการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และธรรมชาติอย่างสร้างสรรค์ พร้อมกิจกรรมมากมาย อาทิ The Light Tree ต้นคริสต์มาสสูง 12 เมตร ที่นำวัสดุกลับมา ใช้ซ้ำเพื่อตอกย้ำแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า Merry Lane ตลาดคริสต์มาสจากร้านค้าหลากหลาย อาทิ Islanatural, Rasa Alchemy, Ruedookarn, Phuketique เป็นต้น โซนต้นปะการังคริสต์มาส Wish Upon the Sea เขียนอวยพรด้วยการ์ดลายสัตว์ทะเล กิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นโซนระบายสีขนาดใหญ่ใน Jelly Jam Playground, Santa’s... - [“ดอกเตอร์มัม” จัดงานฉลองครบรอบ 2 ปี  ยืนหยัดสุขภาพดีและมีความสุขไปด้วยกันพร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เอาใจสายรักสุขภาพ](https://chillandfin.com/?p=36981): ก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 อย่างมั่นคง “ดอกเตอร์มัม” (Dr.Mom) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่อยากให้ทุกคนสุขภาพดีและมีความสุข แบบ Stay Healthy, Stay Happy โดย “หมอแม่” แห่ง drmomdiary “พญ.พิศศรี  กิจนิรันดร์สิน” และ “คุณภาวินท์ กิจนิรันดร์สิน” จัดกิจกรรมฉลองครบรอบ 2 ปี เพื่อแทนคำขอบคุณทุกคนอย่างจริงใจที่จับมือเดินเคียงคู่ ดอกเตอร์มัม แบรนด์ที่เป็นทั้งเพื่อน แม่ และหมอ ที่จะอยู่เคียงข้างทุกคนในทุกมิติของชีวิต เพื่อตอกย้ำแนวคิดว่า “สุขภาพดีและความสุข คือสิ่งที่ทุกคนควรมีจนวันสุดท้ายของชีวิต” ณ บริเวณลานน้ำพุ ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต ดอกเตอร์มัม แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่เติบโตมาจากความตั้งใจของ “แม่คนหนึ่งที่เป็นหมอ” สู่แบรนด์ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ลูกค้าไว้ใจ เพราะแบรนด์ไม่ได้เริ่มจากการขายสินค้า แต่เริ่มจากการให้ความรู้และความเข้าใจเรื่องสุขภาพ – ครอบครัว สร้างชุมชนที่แข็งแกร่งผ่านการพูดคุยเรื่องสุขภาพกาย สุขภาพใจ ความสัมพันธ์ และการรักตัวเอง แล้วจึงเริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิด “แม่ใช้ แม่ชอบ แม่เลยทำ” ที่ออกแบบสำหรับทุกช่วงวัยโดยมีผลการวิจัยรับรองผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ทุกคนรู้สึกเหมือน…มีแม่คอยดูแลอยู่เสมอ และยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นอยู่เสมอ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการในการดูแลสุขภาพอย่างครบถ้วน โดยยึดหลักสำคัญ 3 ประการคือ “ปลอดภัย” ผ่านการทดสอบและรับรองมาตรฐาน ให้คุณมั่นใจได้ทุกครั้งที่ใช้ “ใส่ใจ” ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ ไปจนถึงการส่งมอบถึงมือคุณ และ “จริงใจ” ให้คำแนะนําตรงไปตรงมา เพื่อให้คุณมั่นใจและสบายใจเสมอ ซึ่งได้รับความไว้วางใจด้วยดีตลอด 2 ปีที่ผ่านมา จากทั้งแฟนคลับ และลูกค้าจำนวนมาก ทั้งคุณแม่ วัยทำงาน คนชอบออกกําลังกาย วัยทอง และครอบครัว ความสำเร็จของดอกเตอร์มัมในวันนี้จึงไม่ได้วัดจากยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่คือจำนวนคนติดตามช่องที่หันกลับมาดูแลตัวเองได้อย่างเข้าใจและอ่อนโยน กิจกรรมในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อแทนคำขอบคุณทุกคนอย่างจริงใจ ที่ร่วมเดินทางกับดอกเตอร์มัมตลอด 2 ปีที่ผ่านมา พร้อมสร้างพื้นที่ให้ผู้หญิงและครอบครัวได้กลับมาฟังร่างกาย หัวใจ และตัวเองอีกครั้ง โดยมีกิจกรรมไฮไลต์ คือ Special Talk การพูดคุยบนเวทีกับคอนเทนต์โดนใจ อาทิ สุขภาพดีและมีความสุขฉบับหมอแม่, Dr.Mom... - [แรงไม่แผ่ว “อ้อมกอดใกล้ฉัน” (Hug Near Me)” ซิงเกิ้ลใหม่วงY2Z!!  ทะลุล้านวิวแบบปังๆ](https://chillandfin.com/?p=36978): กระแสแรงไม่มีแผ่วและแรงอย่างต่อเนื่องจริงๆ สำหรับ T-POP วง Y2Z แห่งค่าย A BEAR DAY (อะแบร์เดย์) ในเครือ ข้าวสารเอ็นเตอร์เทรนเม้นท์ ที่ได้ส่งเพลงน่ารักฟิลกู๊ด “อ้อมกอดใกล้ฉัน (Hug Near Me)” ที่แฝงไปด้วยความขี้เล่น สดใส น่ารัก ความเป็นกันเอง แถมด้วยความที่ฟังแล้วสบายหูและฟังแล้วดีต่อใจแบบสุดๆเลยทำให้เพลงนี้มียอดวิว ทะลุล้านวิวไปเรียบร้อยแล้วภายในเวลาไม่ถึงเดือน   สำหรับ “อ้อมกอดใกล้ฉัน” โชว์ลูกคอสุดฟินและทำให้ผู้ฟังเคลิ้มสุดๆโดย “เจฟฟ์- จักริน เมืองสุข, กาโต้- พิสิษฐ์ ละมาต, ปอล์ล -วรพล เพชรโอภาส, บิ๊ก-วรพงษ์ อุดมกิจวิบูลย์ , สตางค์-นนทชา พัฒนโพธิกร, ริวริว-สหชัย ศรีสุขเจริญพร” และ “มอร์แกน- ศักรวัสส์ กิตติชัยการ”    ยังสามารถรับฟังเพลง “อ้อมกอดใกล้ฉัน (Hug Near Me)” รีบไปฟังกันได้แล้ววันนี้ทางช่อง YouTube : A BEAR DAY ENTERTAINMENT และฟังเพลงได้ทุกช่องทาง Music Streaming หรือคลิกฟังได้ที่ลิ้งค์นี้เลย https://youtu.be/rpscYddsgYg?si=YbI1uvriuXWl3_7N #y2z_Hugnearme #อ้อมกอดใกล้ฉัน #Y2Z #Tpop - [โก โฮลเซลล์ ร่วมขบวน “พาณิชย์ลดราคา New Year Mega Sale 2026" ยกขบวนสินค้าราคาพิเศษลดต้นทุนบรรเทาค่าครองชีพส่งสุขข้ามปี](https://chillandfin.com/?p=36975): โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ที่มีความสดใหม่ตลอดเวลาเพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล นำโดย นายจิระศักดิ์จิราธิวัฒน์ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานการตลาด และ นางสาวอรวรรณศิริโชติรัตน์ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานสื่อสารองค์กรและรัฐสัมพันธ์ ให้การต้อนรับ ร้อยตรีจักรายอดมณีรองปลัดกระทรวงพาณิชย์, นายวิทยากรมณีเนตรอธิบดีกรมการค้าภายในและคณะผู้บริหารกระทรวง ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมบูธแสดงสินค้าของ โก โฮลเซลล์ ในงาน “พาณิชย์ลดราคาNew Year Mega Sale 2026” ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 3 กระทรวงพาณิชย์  ที่นำสินค้าราคาพิเศษลดสูงสุด 50% ทั้ง อาหารสด อาหารแช่แข็ง สินค้าอุปโภคบริโภค สำหรับในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองมาจำหน่าย รวมทั้ง โก โฮลเซลล์ ทั้ง 14 สาขา ก็ร่วมขบวนแคมเปญของภาครัฐด้วย การส่งความสุขไปยังผู้ประกอบการร้านค้า ครอบครัวขนาดใหญ่ และลูกค้าทั่วไป  โดยนำสินค้ามากกว่า 5,000 รายการ ลดราคาสูงสุดกว่า 50% รวมทั้งสินค้ายอดนิยมประจำช่วงการเฉลิมฉลอง อาทิ ชุดวัตถุดิบชาบู – หมูกระทะ ผักผลไม้ปลอดภัยคุณภาพดีสดจากสวน อาหารแช่แข็ง อาหารนำเข้าจากทั่วโลก เครื่องปรุงต่างๆ  ฯลฯ  เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนในช่วงเทศกาล ตั้งแต่วันนี้ – 6 มกราคม พ.ศ.2569  #GOWHOLESALE #GOAlwaysFreshForward #GOสดใหม่ตลอดเวลาเพื่อคุณ #GOสดครบคุ้ม - [“อีจุนโฮ” คัมแบ็คไทยต่อความฟินจากซีรีส์เรตติ้งถล่มทลายสู่แฟนมีตติ้งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ  “Typhoon Family Drama Fan Meeting in Bangkok” ปักหมุด31 ม.ค. พร้อมเปิดขายบัตรแล้ววันนี้!](https://chillandfin.com/?p=36970): เรียกว่านาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก “อีจุนโฮ” (LEE JUNHO) นักแสดงและศิลปินชื่อดังจากประเทศเกาหลีใต้ ผู้ฝากผลงานคุณภาพทั้งด้านดนตรีและการแสดง จนก้าวขึ้นเป็นอีกหนึ่งศิลปินแถวหน้าที่ครองใจแฟน ๆ ทั่วโลก ล่าสุดกับผลงานซีรีส์ดรามา-คอเมดี้ สุดอบอุ่นหัวใจ “Typhoon Family” ที่สร้างปรากฏการณ์กวาดเรตติ้งอย่างถล่มทลาย และถูกพูดถึงอย่างกว้างบนโลกโซเชียลในฐานะซีรีส์ที่ไม่ควรพลาดแห่งปี 2025 ความสำเร็จดังกล่าวส่งผลให้เกิดกระแสแฟนมีตติ้งในหลายเมืองทั่วเอเชีย เริ่มด้วย คอนเสิร์ตที่โตเกียวอย่างยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีทั้ง 2 รอบการแสดง และกำลังจะเดินสายทัวร์ต่อในวันที่ 27–28 ธันวาคมนี้ ที่ NTU SPORTS CENTER ณ เมืองไทเป ขณะเดียวกัน ผลงานการแสดงเรื่องใหม่อย่าง “CASHERO” ก็เตรียมลงจอให้แฟน ๆ ได้ติดตาม โดยจะเริ่มออกอากาศทาง Netflix ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคมนี้ ล่าสุด SOLE U ENTERTAIN (โซลยูว์ เอ็นเตอร์เทน) ขอมอบของขวัญพิเศษต้อนรับปี 2026 ด้วยการประกาศจัดงานแฟนมีตติ้งของ “อีจุนโฮ” ที่ประเทศไทยอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ กับงาน “Typhoon Family Drama Fan Meeting in Bangkok with LEE JUNHO” พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์สุดพิเศษ ที่แฟน ๆ จะได้ใกล้ชิดกับอีจุนโฮมากกว่าที่เคย รวมถึงเซอร์ไพรส์ที่เตรียมมาเพื่อแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ โดยจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2026 ณ แจ้งวัฒนะ ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ แฟน ๆ ชาวไทย เตรียมมาเติมความสุข รับโมเมนต์สุดฟินในงาน “Typhoon Family Drama Fan Meeting in Bangkok with LEE JUNHO” สามารถซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ทาง Ticketmelon (https://www.ticketmelon.com/studiomaillard/typhoonfamily) ราคาบัตร 6,300 / 5,300 / 4,300... - [ห้องอาหารซัมเมอร์พาเลซแนะนำติ่มซำตำรับฮ่องกงเมนูใหม่ให้บริการทุกวันทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ](https://chillandfin.com/?p=36956): “อาหารจีนตำรับฮ่องกงส่งตรงสู่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ สัมผัสรสชาติอาหารกวางตุ้งอย่างแท้จริง” ห้องอาหาร ซัมเมอร์ พาเลซ (Summer Palace) โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ (InterContinental Bangkok) ห้องอาหารจีนที่ให้บริการอาหารกวางตุ้งต้นตำรับจากฮ่องกง ส่งตรงสู่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ขอเชิญทุกท่านมาลิ้มรสติ่มซำเมนูใหม่ รังสรรค์โดยเชฟชาวฮ่องกง เชฟ ซุย วิง เหยา (Shui Wing Yau) หัวหน้าพ่อครัวประจำห้องอาหาร ซัมเมอร์ พาเลซ และเชฟ พุย ควน ฉาน (Pui Kwan Chan) เชฟติ่มซำ ที่ได้นำรสชาติอาหารกวางตุ้งแบบฮ่องกงมาให้บริการทุกท่านถึงใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ทั้งแบบ ออ ยู แคน อีท (All-you-can-eat Dim Sum) เพื่อให้ทุกท่านอิ่มอร่อยอย่างไม่จำกัด หรือติ่มซำจานเดี่ยว (À La Carte Dim Sum) โดยติ่มซำเมนูใหม่จะพร้อมให้บริการตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ติ่มซำถือเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมด้านอาหารอันมีเอกลักษณ์ จุดเริ่มต้นมาจากมณฑลกวางตุ้งตั้งแต่สมัยโบราณที่ให้บริการติ่มซำในโรงน้ำชาเพื่อต้อนรับนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก และได้สืบทอดวัฒนธรรมนี้มาอย่างยาวนานจากรุ่นสู่รุ่น ในปัจจุบันเรามักจะได้ลิ้มรสชาติของติ่มซำในหลากหลายรูปแบบมากยิ่งขึ้น ผ่านกรรมวิธีนึ่ง อบ ทอด และผัด โดยที่ห้องอาหาร ซัมเมอร์ พาเลซ ได้คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมอย่างใส่ใจ ปรุงเป็นติ่มซำหลากชนิดให้บริการแบบ ออ ยู แคน อีท โดยมี ฮะเก๋ากุ้ง (Ha Gao) ขนมจีบหมูเห็ดชิตาเกะ เป็นติ่มซำยอดนิยมตลอดกาลที่ขาดไม่ได้ รวมไปถึง ซี่โครงหมูนึ่งเต้าซี่ กุยช่ายนึ่งไส้กุ้ง และลูกชิ้นเนื้อนึ่ง ซึ่งเป็นติ่มซำที่คนไทยชื่นชอบ นอกจากนั้นยังมีติ่มซำประเภทนึ่ง ทอด อบ และผัด รายการใหม่น่ารับประทานอีกหลายชนิดให้เลือกรับประทานอย่างไม่จำกัด อาทิ ก๋วยเตี๋ยวหลอดไส้กุ้งซากุระราดซอสสูตรพิเศษ  แป้งข้าวเหนียวทอดไส้หมู พายทะเลสไตล์ฮ่องกง เกี๊ยวเห็ดทรัฟเฟิลไส้ผักรวม สูตรเฉพาะที่มีรสชาติกลมกล่อมลงตัวไม่เหมือนใคร ขนมผักกาดผัดซอสเอ็กซ์โอสูตรพิเศษ และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกเหนือจากติ่มซำรายการใหม่ที่เชฟได้เพิ่มในเมนูเพื่อให้ทุกท่านได้เลือกรับประทานได้อย่างไม่จำกัดแล้ว ยังมีอาหารเรียกน้ำย่อย... [comment]: # (Generated by Hostinger Tools Plugin)