Headlines

บี.กริมเพาเวอร์ลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ 406 เมกะวัตต์ในสหรัฐอเมริกา รุกขยายพอร์ท“พลังงานทดแทน” ตอกย้ำยุทธศาสตร์“GreenLeap” 

บริษัทบี.กริมเพาเวอร์จำกัด (มหาชน) หรือบี.กริมเพาเวอร์ ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการรุกตลาดพลังงานระดับโลกอย่างต่อเนื่องโดยส่งบริษัทย่อยเข้าลงทุนในสัดส่วน25%ในพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกากำลังการผลิตรวม406เมกะวัตต์ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรชั้นนำระดับโลกอย่างBrookfield NERH Aggregator LLC (Brookfield)

โดยบริษัทBGP Holding (US), LLC (BGP US)บริษัทย่อยที่บี.กริมเพาเวอร์ถือครองผลประโยชน์ทั้งหมด(membership interests) 100%ได้เข้าลงทุนโดยได้มาซึ่งสิทธิ์ในผลประโยชน์ในสัดส่วน25%ในบริษัทNew England Reliable Hydropower Holdings LLC (NERH)ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของBrookfield ภายหลังจากการบรรลุเงื่อนไขตามสัญญาซื้อขายที่ลงนามเมื่อวันที่10 กรกฎาคม 2568คิดเป็นมูลค่าการเข้าลงทุนรวม230.02ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ7,272.43ล้านบาท) ทั้งนี้ภายหลังจากการทำรายการเสร็จสิ้นNERHจะมีสถานะเป็นบริษัทร่วมของบี.กริมเพาเวอร์โดยสิทธิในผลประโยชน์ที่เหลือ 75% ในNERHจะถือโดยบริษัทในเครือของ Brookfield

NERH เป็นเจ้าของและดำเนินงานพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลากหลายแห่ง รวมทั้งสิ้น 26 แห่ง กำลังการผลิตรวม 406 เมกะวัตต์ พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ขนาด 8 เมกะวัตต์ โดยโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำตั้งอยู่ในรัฐเมนจำนวน 403 เมกะวัตต์ (25 โรงไฟฟ้า) และในรัฐนิวแฮมป์เชียร์จำนวน 3 เมกะวัตต์ (1 โรงไฟฟ้า) ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยพอร์ตโฟลิโอดังกล่าวมีปริมาณการผลิตไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ของการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำทั้งหมดในตลาดเสรี New England ซึ่งพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จะจำหน่ายในตลาด New England Independent System Operator (ISO-NE) และจ่ายให้กับผู้ซื้อไฟฟ้าภาคเอกชนหลายรายผ่านกลไกและสัญญาที่มั่นคง 

นายพีรเดช พัฒนจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจพัฒนาพลังงานหมุนเวียนบริษัทบี.กริมเพาเวอร์จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าภาคพลังงานของสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะในตลาดISO-NEนับเป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับบี.กริมเพาเวอร์เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าในภูมิภาคNew Englandมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก138 เทระวัตต์ชั่วโมงในปี2568 เป็น256 เทระวัตต์ชั่วโมงภายในปี2593โดยมีปัจจัยสำคัญทั้งจากการเติบโตทางเศรษฐกิจการปรับเปลี่ยนรูปแบบมาใช้พลังงานไฟฟ้าและนโยบายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานขณะเดียวกันทุกรัฐในภูมิภาคNew Englandยังได้กำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อย80% ภายในปี2593 ซึ่งถือเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่แหล่งพลังงานที่สะอาดและมั่นคงมากยิ่งขึ้น 

อีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตลาดพลังงานในสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะตลาดISO-NEมีความน่าสนใจคือโครงสร้างตลาดแบบเสรีที่มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพรวมถึงกลไกราคาไฟฟ้าที่สะท้อนต้นทุนพลังงานที่แท้จริงช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกได้เป็นอย่างดีนอกจากนี้ระบบตลาดเสรียังเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตไฟฟ้าสามารถสร้างรายได้ตามประสิทธิภาพและมูลค่าที่สร้างให้ระบบโดยเฉพาะโรงไฟฟ้าที่มีความยืดหยุ่นสูงและสามารถสั่งการผลิตได้ในช่วงเวลาที่ระบบต้องการ (Dispatchable)เช่นโรงไฟฟ้าพลังน้ำในพอร์ตโฟลิโอที่บี.กริมเพาเวอร์เข้าลงทุนซึ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับผลตอบแทนของบี.กริมเพาเวอร์ในระยะยาว 

สำหรับการลงทุนในครั้งนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์GreenLeapของบี.กริมเพาเวอร์ที่มุ่งเน้นขยายฐานสินทรัพย์พลังงานหมุนเวียนให้มีความหลากหลายทั้งในเชิงภูมิศาสตร์และประเภทเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนโดยเป็นการสืบต่อจากความสำเร็จในการเป็นพันธมิตรกับBrookfieldในการเข้าลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำMalacha ขนาดกำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ในมลรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อปี.. 2567 ทั้งนี้การลงทุนในสัดส่วนร้อยละ 25 ในNERHจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาวของบี.กริมเพาเวอร์ 

การลงทุนดังกล่าวไม่เพียงแต่ขยายฐานธุรกิจพลังงานหมุนเวียนของบี.กริมเพาเวอร์ในสหรัฐอเมริกาอย่างมีนัยสำคัญผ่านแพลตฟอร์มที่มีความมั่นคงสามารถขยายการลงทุนอย่างมีศักยภาพในระยะยาวแต่ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันกับBrookfield ในการสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืนภายใต้การลงทุนตลอดจนสนับสนุนเป้าหมายระยะยาวในการก้าวสู่องค์กรที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์หรือ Net-Zero Carbon Emissions ภายในปี 2593 (ปี ค.ศ. 2050) รวมถึงเป้าหมายกำลังการผลิตสู่10,000เมกะวัตต์ภายในปี 2573

#พลังงานสะอาด #ธุรกิจพลังงาน #บมจ.บี.กริมเพาเวอร์ (BGRIM) #BGrimmPowerUSA #BGrimmPowerGreenLeapStrategy #BGrimmPower #USA