Headlines

ชวนไขคำตอบทำไม “ไทวัสดุ” ยังเติบโตได้ในวันที่ตลาดบ้านชะลอตัวพร้อมอินไซต์กลยุทธ์การเข้าถึง- เข้าใจทุกดีมานด์ที่ขับเคลื่อนธุรกิจมากกว่าแค่ยอดขาย

2568 เป็นอีกหนึ่งปีที่อุตสาหกรรมก่อสร้างและสินค้าเพื่อบ้านของไทยเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัว กำลังซื้อที่ยังไม่กลับมาเต็มที่ ต้นทุนค่าขนส่ง รวมถึงตลาดที่อยู่อาศัยซึ่งชะลอตัวในหลายเซกเมนต์ ท่ามกลางบริบทเช่นนี้ ความสำเร็จไม่ได้เป็นของผู้เล่นที่ “ขยายเร็วที่สุด” แต่เป็นของแบรนด์ที่เข้าใจผู้บริโภคได้ลึกที่สุด และแปลงความเข้าใจนั้นเป็นกลยุทธ์ที่ใช้งานได้จริง

หนึ่งในกรณีศึกษาที่ชัดเจน คือ บริษัท ซีอาร์ซีไทวัสดุ จำกัดในเครือเซ็นทรัลรีเทล ที่สามารถรักษาการเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องถึง 15 ปี นับตั้งแต่การเปิดสาขาแรกที่บางบัวทองในปี พ.ศ.2553 และตอกย้ำบทบาทการเป็น ศูนย์รวมสินค้าวัสดุก่อสร้างและโซลูชันเพื่อบ้านอันดับหนึ่ง ที่อยู่ในใจและเข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศด้วยเครือข่ายโมเดิร์นเทรด ไทวัสดุ (Red Format) จำนวน 89 สาขา และไทวัสดุxบีเอ็นบีโฮม (White Format) จำนวน 19 สาขา ตลอดจนแพลตฟอร์มออนไลน์ทุกช่องทาง จึงทำให้ยอดขายรวมเติบโตเป็นบวก ในขณะที่ธุรกิจอื่นๆในอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้านยังคงหดตัวในปีที่ผ่านมา ซึ่งไทวัสดุ ได้รับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นจากนายช่าง เจ้าของบ้าน และผู้ประกอบการทั่วประเทศ จนได้รับรางวัลสำคัญ คือ Thailand Top Company Award 2025 และ Marketeer No.1 Brand Thailand 2025 พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์สู่การเป็น No.1 Omnichannel DIY Home Retailer และต่อยอดความสำเร็จบทใหม่ในปี 2569 อย่างต่อเนื่อง

อุตสาหกรรมก่อสร้างปี 2569” ตลาดชะลอแต่ดีมานด์เรื่องบ้านไม่ได้หายไปแค่เปลี่ยนรูปแบบ

ภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในปี 2569 สะท้อนแนวโน้มทรงตัวที่มูลค่า 1.41 ล้านล้านบาท  โดยภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยยังเผชิญความท้าทายจากต้นทุนก่อสร้างและค่าแรงที่สูงขึ้น  รวมทั้งสถานการณ์แผ่นดินไหวและอุทกภัยในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาคเอกชนโดยรวมยังคงระมัดระวังในการลงทุนใหม่มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ภายใต้ภาพรวมที่ดูชะลอตัว ดีมานด์เรื่องบ้านไม่ได้หายไป หากแต่เปลี่ยนรูปแบบพฤติกรรมของผู้บริโภคหรือเจ้าของบ้าน จากการสร้างใหม่มาสู่การซ่อมแซม ปรับปรุง
รีโนเวทและต่อเติมที่อยู่อาศัยมากขึ้น ให้สอดรับกับไลฟสไตล์ยุคใหม่ ทั้งการทำงานที่บ้าน การดูแลผู้สูงอายุ สุขภาพ ความปลอดภัย และการประหยัดพลังงาน ซึ่งดีมานด์เหล่านี้ ทำให้ธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญ โดยเฉพาะแบรนด์ที่สามารถจัดพอร์ตสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์งานซ่อมแซมและปรับปรุงได้อย่างครบถ้วน   ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ ซีอาร์ซี ไทวัสดุ สามารถปรับตัวและวางกลยุทธ์บน 4 ฐานอินไซต์พฤติกรรมของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพดังนี้ 

เข้าถึงเข้าใจความต้องการของลูกค้าในการปรับพื้นที่สโตร์ให้มีประสิทธิภาพ

จากความเข้าใจเชิงลึกต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคหลังช่วงโควิด ซึ่งหันมาให้ความสำคัญกับความสะดวกและการช้อปแบบ One Stop Solution มากขึ้น ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จึงพัฒนาโมเดล Hybrid Store หรือไทวัสดุ x บีเอ็นบีโฮม (White Format) ด้วยการผสานจุดแข็งของทั้งสองแบรนด์เข้าด้วยกัน เพื่อรองรับความต้องการเรื่องบ้านของลูกค้าอย่างรอบด้านในพื้นที่เดียว ซึ่งเป็น New Business Model ที่ได้มีการเปิดตัว ‘ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม’ อย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกที่ สาขาศรีสมาน จังหวัดนนทบุรี ในปีพ.ศ. 2564 นับเป็นไฮบริดสโตร์แรกของวงการค้าปลีกวัสดุก่อสร้างไทย 

ไทวัสดุ ที่นอกจากจะขยายสาขาใหม่ในทุกภูมิภาคแล้ว ยังพัฒนาสาขาเดิม  ให้เป็นไฮบริดสโตร์ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า ในพื้นที่จังหวัดเมืองรองที่มีศักยภาพสูงในการเติบโตเชิงเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม เกษตรกรรม อสังหาริมทรัพย์ และท่องเที่ยว ซึ่งมีผู้คนอยู่หนาแน่นได้มากขึ้น อาทิ การเปิด ‘ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม สาขาขอนแก่น 2’ ในปีพ.ศ. 2567 เป็นการรีโนเวทจากร้านบีเอ็นบี โฮม สาขามิตรภาพขอนแก่น นอกจากนี้ ในช่วงต้นปีพ.ศ. 2568 มีการรีโนเวทร้านไทวัสดุเดิมและเปิดโฉมใหม่ ‘ไทวัสดุและบีเอ็นบี โฮม’ พร้อมกันทั้ง 3 สาขาในจังหวัดภูเก็ต ได้แก่ สาขาภูเก็ตเฟสติวัล, สาขาถลาง และสาขาฉลอง

ทั้งนี้ในปี 2568 ที่ผ่านมา ซีอาร์ซี ไทวัสดุ เปิด 2 สาขาใหม่ได้แก่ “ไทวัสดุ สาขากาฬสินธุ์” ซึ่งนับเป็นไทวัสดุ สาขาที่ 88 เพื่อเติมเต็มดีมานด์ด้านการก่อสร้างและตกแต่งบ้านในพื้นที่ภาคอีสานตอนกลางอย่างครบวงจร และ “ไทวัสดุ สาขานครนายก” เป็นสาขาที่ 89 ของประเทศ นอกจากนี้ยังเดินหน้าขยายสู่เมืองท่องเที่ยวศักยภาพสูง โดยทำการเปิดตัว “ศูนย์สั่งซื้อและรับสินค้า (Order & Pick Up Center)” แห่งแรกที่เกาะสมุย พร้อมบริการจัดส่งฟรีตามรอบ ช่วยให้ลูกค้าบนเกาะสามารถเข้าถึงสินค้าของไทวัสดุได้ง่ายขึ้น สะดวกเหมือนไปช้อปที่สาขาในเมืองใหญ่ 

สำหรับปี 2569 ซีอาร์ซี ไทวัสดุ ยังมีแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่องทั้ง ไทวัสดุ (Red Format) และ
ไทวัสดุxบีเอ็นบี โฮม (White Format) รวมถึง 5 สาขา โดยประเดิมเปิดสาขาแรกรับปีใหม่ในเดือนมกราคมด้วยโมเดิร์นเทรด “ไทวัสดุxบีเอ็นบี โฮม สาขารัตนาธิเบศร์” ซึ่งนับเป็นไทวัสดุ สาขาที่ 90 และบีเอ็นบีโฮม สาขาที่ 20

เข้าถึงเข้าใจความคุ้มค่าในการใช้จ่ายของผู้บริโภค

เมื่อเดินเข้าไปในร้าน ไทวัสดุ และบีเอ็นบี โฮม สิ่งที่ผู้บริโภคสัมผัสได้ทันที คือสินค้าที่ลูกค้ามั่นใจได้เรื่องราคาถูกจริง มั่นใจได้ เพราะไทวัสดุ มีการตรวจสอบราคาและบริหารการขายให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค้าในทุกๆ การจับจ่าย ซึ่งสะท้อนกลยุทธ์ด้านราคาที่ไทวัสดุให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง  ทั้งนี้เบื้องหลังคือการใช้ กลยุทธ์ Big Volume Order จัดซื้อสินค้าในปริมาณมาก เพื่อบริหารต้นทุนให้ต่ำลง ขณะเดียวกันยังคงมาตรฐานคุณภาพของสินค้าไว้ พร้อมต่อยอดด้วยการจัดโปรโมชันอย่างสม่ำเสมอในทุกเดือน โดยจุดสำคัญคือ การตั้งราคาและโปรโมชันเดียวกันทั้งออนไลน์และหน้าร้าน ช่วยลดภาระการเปรียบเทียบราคาและสร้างความมั่นใจในการตัดสินใจซื้อ อีกทั้งผสานเข้ากับบริการจัดส่งฟรี จึงตอบโจทย์ทั้งกลุ่มช่างและผู้ประกอบการที่ต้องสั่งซื้อวัสดุในปริมาณมาก นอกจากนี้ ในช่วงวิกฤติต่างๆ ไทวัสดุ ยังมีการปรับราคาสินค้าลง โดยล่าสุด ในช่วงเดือน ธันวาคมที่ผ่านมา ไทวัสดุลดถูกลง อีกกว่า 8,000 รายการ สูงสุดถึง 70% ทุกหมวดหมู่ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้บริโภคชาวไทยทั้งประเทศ

ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับ DNA ของแบรนด์ไทวัสดุ ที่ให้ความสำคัญในเรื่อง “ราคาและความคุ้มค่า” ตั้งแต่การจัดหาสินค้า การจำหน่าย โปรโมชั่น และบริการ เพื่อมอบประสบการณ์ในการช้อปที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับลูกค้าไทวัสดุและบีเอ็นบี โฮม 

เข้าถึงเข้าใจพฤติกรรมช้อปปิ้งทั้งออฟไลน์และออนไลน์สู่ No.1 Omnichannel DIY Home Retailer

ในยุคที่ผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่ม DIY และเจ้าของบ้านรุ่นใหม่ หันมาให้ความสำคัญกับความสะดวกและความรวดเร็วในการเลือกซื้อผ่านช่องทางดิจิทัลมากขึ้น แต่ยังต้องการความมั่นใจจากประสบการณ์จริง ซีอาร์ซี ไทวัสดุ มองเห็นโอกาสและนำความเข้าใจลูกค้าเชิงลึกเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Omni-Seamless Experience เชื่อมโลกออฟไลน์และออนไลน์ให้เป็นหนึ่งเดียวภายใต้แนวคิด Phygital Retail ที่ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่สอดคล้องกันทุกช่องทาง ทั้งราคา โปรโมชั่น สินค้า และบริการหลังการขาย ไม่ว่าจะซื้อผ่านสาขา เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน ซึ่งช่วยการตัดสินใจและเสริมความเชื่อมั่นในระยะยาว 

ไทวัสดุ ยังพัฒนาแพลตฟอร์มแอปพลิเคชัน Thai Watsadu ที่มีฟีเจอร์เฉพาะทางสำหรับเจ้าของบ้านและผู้รับเหมา อาทิ การเช็คราคาเหล็กออนไลน์ การคำนวณปริมาณสี และการออกแบบผ้าม่านสั่งตัดด้วยตนเอง ควบคู่กับบริการ Quick Fulfillment ที่สามารถสั่งออนไลน์และรับสินค้าที่สาขา หรือจัดส่งถึงบ้าน ครอบคลุมสินค้ากว่า 50,000 SKUs ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกที่ใช้แอปพลิเคชันไทวัสดุแล้วกว่า 1 ล้านคน 

แนวทางนี้ทำให้ Omnichannel ไม่ใช่เพียงช่องทางการขาย แต่เป็นโครงสร้างหลักของการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยไทวัสดุตั้งเป้ายอดขายออนไลน์แตะ 5% ของยอดขายรวมในปี 2569 สะท้อนการยกระดับบทบาทสู่การเป็น No.1 Omnichannel DIY Home Retailer ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัลได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เข้าถึงเข้าใจไลฟสไตล์สู่กลยุทธ์บริการที่ตอบโจทย์ชีวิตและแพสชั่นผู้บริโภคอย่างแท้จริง

การเข้าถึงผู้บริโภคของ ซีอาร์ซี ไทวัสดุ ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการขายสินค้าเพื่อบ้าน แต่ขยายไปสู่การเข้าใจ ชีวิตจริงของลูกค้าในทุกมิติ ตั้งแต่การอยู่อาศัย การใช้เวลา ไปจนถึงแพสชันส่วนตัว หนึ่งในกลไกสำคัญที่สะท้อนแนวคิดนี้คือ วีฟิกซ์ (vFIX) ช่างมือ 1 เรื่องบ้านจากไทวัสดุ บริการที่เชื่อมต่อเจ้าของบ้านกับทีมช่างมืออาชีพ ครอบคลุมงานติดตั้ง ซ่อมแซม และปรับปรุงที่อยู่อาศัย ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ไม่มีเวลาหรือไม่สามารถจัดการงานช่างด้วยตนเองได้ ด้วยมาตรฐานงานที่เชื่อถือได้ ราคาโปร่งใส และคุณภาพที่ตรวจสอบได้ vFIX จึงไม่เพียงช่วยปิดจบปัญหาเรื่องบ้าน แต่ยังตอกย้ำบทบาทของไทวัสดุในฐานะผู้ให้บริการโซลูชันที่ครบวงจรและไว้วางใจได้

จากความเข้าใจอินไซต์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่ไม่ได้ผูกอยู่แค่เรื่อง “บ้าน” แต่ครอบคลุมถึงแพสชันส่วนตัว ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จึงต่อยอดกลยุทธ์การสื่อสารแบรนด์ไปสู่ Sport Marketing และ Entertainment เพื่อสร้างความผูกพันกับลูกค้าในมิติที่ลึกกว่าการซื้อขายสินค้า ผ่านการจัดการแข่งขันมวยไทย Fairtex Fight Thaiwatsadu Champions Tournament ต่อเนื่องถึง 3 ซีซั่น เพื่อเปิดโอกาสให้นักมวยรุ่นใหม่ได้พัฒนาศักยภาพสู่เวทีระดับสากล พร้อมด้วยการสนับสนุนกีฬาแข่งรถ โดยล่าสุด ทีมนักแข่งไทวัสดุ สามารถคว้าแชมป์ประเภททีมในรุ่น “Pickup Turbo THA Team” จากรายการ Idemitsu Super Turbo Thailand 2025 

ยิ่งไปกว่านั้น ในปีที่ผ่านมานี้ ไทวัสดุยังออกนอกกรอบเดิมๆ เดินเกมรุกกลยุทธ์การสื่อสารแบรนด์ผ่านละครสั้น ไทวัสดุเดอะซีรี่ส์ด้วยคอนเทนต์แนวไมโครดราม่า ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของพนักงานไทวัสดุที่มีภารกิจสำคัญในการเอาชนะใจลูกค้า พร้อมสอดแทรกจุดเด่นสินค้าและบริการของไทวัสดุผ่านเนื้อหาละครสั้นอย่างสนุกสนาน เข้าใจได้ง่ายและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ทุกเจเนอเรชันทั่วประเทศ โดยเผยแพร่ทั้งหมด 6 ตอน ผ่านช่องทาง TikTok YouTube และFacebook ของไทวัสดุ

นายธนวัฒน์ จิรังคพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีอาร์ซีไ ทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัลรีเทล กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของไทวัสดุนั้น เกิดจากความเข้าใจอินไซต์และพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงของลูกค้า เพื่อเข้าใจความต้องการที่แท้จริง และสามารถคาดการณ์ความต้องการล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ การฟังพันธมิตรคู่ค้าและทำงานร่วมกันภายใต้แนวคิด “We Win Together” สร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งตลอดซัพพลายเชน ตลอดจนการฟังพนักงาน เพื่อดูแล พัฒนา และเสริมศักยภาพบุคลากรให้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญขององค์กร พร้อมเติบโตและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน 

การเติบโตที่ยั่งยืนของไทวัสดุไม่ได้วัดจากความเร็วในการขยายธุรกิจเพียงอย่างเดียวแต่เกิดจากการฟังและเข้าใจเสียงของลูกค้าคู่ค้าและพนักงานอย่างจริงจังเพราะอินไซต์เหล่านี้คือจุดตั้งต้นของการพัฒนาสินค้าบริการและประสบการณ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างแท้จริงเมื่อองค์กรเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้งการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์จะมีความแม่นยำและสามารถดำเนินธุรกิจให้เติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว”