Headlines

The All-Electric Mazda6e กระแสแรงเกินต้าน  ส่งยอดจองมาสด้าครึ่งทางมอเตอร์โชว์ทะลุกว่า2 พันคัน

มาสด้าตอกย้ำความสำเร็จของก้าวแรกในการก้าวเข้ายุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทย The All-Electric Mazda6e สร้างกระแสตอบรับสุดร้อนแรงส่งผลให้ยอดจองในงานมอเตอร์โชว์รวมทุกรุ่นทะลุเกิน 2,100 คัน หลังผ่านครึ่งทางของงานฯ พร้อมเปิดราคาจำหน่ายสุดเร้าใจเริ่มต้นเพียง 1,169,000 บาท ในขณะที่ยนตรกรรมครอสโอเวอร์เอสยูวีไฟฟ้ายุคใหม่ The All-New Mazda CX-6e ที่นำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในอาเซียน และมีแผนที่จะเปิดตัวภายในปีนี้ ก็มีลูกค้าเข้ามาชมอย่างหนาแน่นตลอดทั้งวัน ซึ่งมาสด้าได้จัดแคมเปญมอบข้อเสนอพิเศษมากมายสำหรับรถไฟฟ้าและรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น และได้รับความสนใจจากลูกค้าอย่างเนืองแน่นตลอดทั้งวัน ผู้สนใจสามารถเข้าชมยนตรกรรมคันจริงได้ที่งาน มอเตอร์ โชว์ อิมแพค เมืองทองธานี หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mazda.co.th 

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอบริษัทมาสด้าเซลส์(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มาสด้าขอขอบคุณเป็นอย่างสูง สำหรับกระแสตอบรับอย่างท้วมท้นต่อ The All-Electric Mazda6e ยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นแรกจากมาสด้าในประเทศไทย ทั้งจากช่องทางสื่อสารมวลชนต่างๆ และจากลูกค้าทุกท่าน ซึ่งแม้รถรุ่นนี้จะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของแบรนด์มาสด้าไว้อย่างเต็มเปี่ยมเช่นเดียวกับรถยนต์มาสด้าของเราทุกรุ่น โดยเฉพาะการถ่ายทอดแนวคิด จินบะ-อิตไต ที่ได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าทั่วโลก ดังนั้นแล้ว เมื่อนำมาประกอบกับความเชี่ยวชาญของมาสด้าในการดูแลลูกค้าตลอดระยะเวลา 75 ปี ในประเทศไทย มาสด้าเชื่อว่า รถไฟฟ้ารุ่นนี้ จะตอบโจทย์ความต้องการ และลดความกังวลใจของลูกค้าที่จะหันมาเลือกใช้รถไฟฟ้าได้ ซึ่งมาสด้า ขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างสูง ที่ให้การตอบรับเป็นอย่างดียิ่ง เรารอคอยที่จะส่งมอบรถรุ่นนี้ให้กับลูกค้าทุกท่าน และเชื่อว่ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ จะมอบประสบการณ์ความสุขในการเดินทางให้กับทุกท่านได้อย่างแน่นอน”

นอกจากนี้ นายธีร์ ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์และแผนธุรกิจของ Mazda6e เพิ่มเติม ดังต่อไปนี้

  • ความสำคัญของ The All-Electric Mazda6e ต่อแผนธุรกิจมาสด้าในประเทศไทย

The All-Electric Mazda6e คือรถไฟฟ้า BEV รุ่นแรก ในประเทศไทย ที่จะมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกด้านรูปแบบพลังงานให้กับลูกค้า ตามแนวทาง Multi-solution ที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับไลน์อัพของมาสด้า ซึ่งมาสด้าเชื่อว่า ภายหลังจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นนี้แล้ว จะทำให้มาสด้ากลับมาเป็นหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์ได้อีกครั้ง

  • The All-Electric Mazda6e มีเอกลักษณ์อะไรของความเป็นมาสด้า

รถไฟฟ้ารุ่นนี้คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของแบรนด์มาสด้าไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบ สมรรถนะในการขับขี่ ระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยและความสะดวกสบายต่างๆ ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า แม้รถรุ่นนี้จะเป็นรถไฟฟ้า แต่ก็ยังไว้ซึ่งดีเอ็นเอเฉกเช่นเดียวกับรถยนต์มาสด้ารุ่นอื่นๆ ของเรา

  • ตำแหน่งทางการตลาดของ The All-Electric Mazda6e

มาสด้าเชื่อว่า The All-Electric Mazda6e จะสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้ายุคใหม่ ที่มองหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะผู้ที่มีความเชื่อมั่นในแบรนด์รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น โดยมาสด้ามุ่งมั่นที่จะส่งมอบคุณค่าใหม่ให้กับลูกค้า ผ่านการผสานสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง เข้ากับดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และดีเอ็นเอความเป็นมาสด้าให้กับลูกค้าในประเทศไทย 

  • จุดแข็งที่จะทำให้รถยนต์ไฟฟ้าของมาสด้าประสบความสำเร็จ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในปัจจุบัน

มาสด้าได้เตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดีเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าชาวไทย โดยครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนารถยนต์ ที่คงไว้ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์มาสด้าไว้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ มาสด้ายังมีข้อได้เปรียบจากการมีประสบการณ์อย่างยาวนานในการดูแลลูกค้าในประเทศไทยแบบครบวงจร ทำให้เข้าใจความต้องการของลูกค้า รวมถึงเรายังมีโชว์รูม ศูนย์บริการ ศูนย์ซ่อมตัวถังและสี ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ  พร้อมมีระบบกระจายและสำรองอะไหล่ที่มีความพร้อมและมีประสิทธิภาพ ด้วยจุดแข็งเหล่านี้ เราจึงมั่นใจว่ารถรุ่นนี้จะประสบความสำเร็จในตลาดประเทศไทย และตอบรับความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

  • แผนกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ของมาสด้าในประเทศไทย

มาสด้ามีแผนเปิดตัวรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบ ถึง 5 รุ่น ระหว่างปี พ.ศ. 2568 – 2570 เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า โดยจะเป็น รถยนต์พลังงานไฟฟ้า BEV 2 รุ่น รถ PHEV 1 รุ่น และรถ HEV 2 รุ่น ซึ่ง The All-Electric Mazda6e คือรถรุ่นแรกที่เปิดตัวในครั้งนี้ และจะตามมาด้วยรถไฟฟ้าครอสโอเวอร์เอสยูวีอีกหนึ่งรุ่นในปี 2569 นี้ หรืออาจจะกล่าวได้ว่า มาสด้ากำลังเดินหน้าอย่างเต็มที่ เพื่อส่งมอบทางเลือกของรถยนต์ให้กับลูกค้าในประเทศไทย 

สำหรับงานมอเตอร์ โชว์ ครั้งนี้ รถยนต์ทุกรุ่นจากมาสด้ายังคงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเช่นเคย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์นั่ง Mazda2, Mazda3, รถยนต์ครอสโอเวอร์เอสยูวี Mazda CX-3, CX-30, CX-5, CX-8 และ BT-50 ในขณะที่รุ่นอื่นๆ ก็มีผู้เข้าชมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ทำให้ในงานมอเตอร์ โชว์ ครั้งนี้ มาสด้ามียอดจองถึง 2,100 คัน หลังจากผ่านมาเพียงแค่เจ็ดวัน และสำหรับครอสโอเวอร์เอสยูวี The All-Electric Mazda6e ที่นำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในอาเซียน ASEAN PREMIERE ในงานนี้ ก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเช่นกัน ซึ่งมาสด้ามีแผนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในปลายปี 2569 นี้

สำหรับลูกค้าที่สนใจยนตรกรรมไฟฟ้าจากมาสด้า และยนตรกรรมจากมาสด้าทุกรุ่น สามารถเข้าชมได้ที่งาน มอเตอร์ โชว์ 2026 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ได้จนถึงวันที่ 5 เมษายน 2569 นี้ หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ผู้จำหน่ายมาสด้าทั่วประเทศ โดยข้อเสนอต่างๆ มีดังต่อไปนี้

The All-Electric Mazda6e 

  • ดอกเบี้ย 1.78% 
  • ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 
  • ฟรี Home Charger จากแบรนด์ ABB ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมติดตั้งฟรี ทั่วประเทศ
  • ฟรี ระบบ Mazda Connectivity 5 ปี 
  • ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถไฟฟ้า 8 ปี Electric Mazda Ultimate Service (e-MUS) ประกอบด้วย
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์ นานสูงสุด 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
  • ฟรี Electric Mazda Care แพ็กเกจบำรุงรักษารถไฟฟ้า นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
  • ให้การคุ้มครองแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน นานสูงสุด 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
  • ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร

นอกจากนั้น มาสด้ายังมอบข้อเสนอมากมายสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มาสด้ารุ่นอื่นๆ ทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดสูงสุด 130,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% นานสูงสุด 60 เดือน ฟรีประกันภัยชั้น 1 ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ Mazda Ultimate Service (MUS) นานสูงสุด 7 ปี ฟรีขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. ฟรีของพรีเมี่ยมสุดพิเศษจากมาสด้า และพิเศษสำหรับลูกค้า Mazda Family และครอบครัว มาสด้ายังมอบบัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุดอีก 20,000 บาท 

มาสด้าจะยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมยนตรกรรมตามแนวทาง Multi-solution เพื่อมอบทางเลือกที่หลากหลายของรูปแบบพลังงานต่อไป เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความสุขในการขับขี่ และความสุขในการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้า ตลอดจนเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับโลกของของเรา อันเป็นปณิธานสูงสุดของแบรนด์ที่มุ่งมั่นมาอย่างยาวนาน ทั้งในวันนี้และสำหรับคนรุ่นต่อไปจนถึงในอนาคต