บริษัทพรีโมเซอร์วิสโซลูชั่นจำกัด (มหาชน) หรือ PRI ผู้นำธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร (One Stop Service) เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีรายได้รวม 327 ล้านบาทและกำไรสุทธิ 32 ล้านบาทสะท้อนความสามารถในการรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจและความแข็งแกร่งของฐานรายได้ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังมีความท้าทายเดินหน้ากลยุทธ์ “PRIMO TRANSFORMATION ERA” อย่างต่อเนื่องโดยเข้าสู่เฟสการขับเคลื่อนเชิงปฏิบัติ (Execution Phase) ในไตรมาส 2/2569 ภายใต้แนวคิด “Execute Faster. Generate Revenue. Scale Together” ทำงานให้เร็วขึ้นสร้างรายได้ให้มากขึ้นและเติบโตไปด้วยกันเร่งยกระดับองค์กรสู่การเติบโตเชิงรุกผ่านการสร้างรายได้ใหม่การเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) และการต่อยอด Ecosystem ด้านการอยู่อาศัยและอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร
นางสุพินท์ มีชูชีพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทพรีโมเซอร์วิสโซลูชั่นจำกัด(มหาชน) หรือPRI เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาสแรกของปี 2569 มีรายได้รวม 327 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 32 ล้านบาท สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างรายได้ และศักยภาพของธุรกิจบริการในเครือ PRI แม้ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังอยู่ในช่วงปรับตัว บริษัทฯยังรักษาความสามารถในการทำกำไร และสร้างกระแสรายได้อย่างต่อเนื่องจากธุรกิจบริหารนิติบุคคล วิศวกรรมและซ่อมบำรุง บริการหลังการขาย และบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร
เปิดเกมรุกต่อในไตรมาส 2/2569 นี้ PRI เข้าสู่เฟสการขับเคลื่อนเชิงปฏิบัติ (Execution Phase) จะเร่งขับเคลื่อนองค์กรจาก ‘ช่วงวางรากฐาน’ สู่ ‘ช่วงแห่งการลงมือปฏิบัติจริง’ โดยมุ่งเน้นการสร้างรายได้ที่ชัดเจน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และขยายฐานรายได้ระยะยาว เพื่อยกระดับ PRI จากผู้ให้บริการอสังหาริมทรัพย์ ไปสู่แพลตฟอร์มบริการด้านการอยู่อาศัยและอสังหาริมทรัพย์สมัยใหม่ ที่สามารถเติบโต ขยายธุรกิจ และสร้างมูลค่าได้อย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Execute Faster. Generate Revenue. Scale Together” ทำงานให้เร็วขึ้น สร้างรายได้ให้มากขึ้น และเติบโตไปด้วยกัน
สำหรับทิศทางการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ จะมุ่งเน้น 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
1. Accelerate Revenue Generation เร่งสร้างรายได้และกระแสเงินสดจากทุก Business Unit ทั้งงานบริการ การบริหารโครงการ รายได้จากสัญญาระยะยาว รวมถึงโอกาสทางธุรกิจที่สามารถปิดการขายได้ในระยะสั้นถึงกลาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างรายได้ขององค์กร
2. Expand Recurring Income Base เพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำผ่านบริการด้าน Property Management, Engineering Services, Facility Management และ Residential Services เพื่อลดความผันผวนของรายได้ และสร้างเสถียรภาพทางธุรกิจในระยะยาว
3. Unlock Ecosystem Value ต่อยอดศักยภาพจากฐานลูกค้าขนาดใหญ่ภายในเครือ ผ่านกลยุทธ์ Cross-selling, Service Bundling และการเชื่อมโยงบริการระหว่างทุกหน่วยธุรกิจ เพื่อเพิ่มมูลค่าตลอด Customer Lifecycle และสร้างโอกาสรายได้ใหม่จากฐานลูกค้าเดิม
4. Drive Operational Excellence ยกระดับความคล่องตัวองค์กร ลดขั้นตอนการทำงาน เพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ และเชื่อมโยง KPI กับรายได้ อัตรากำไร และกระแสเงินสดอย่างชัดเจน เพื่อให้ทุกหน่วยธุรกิจสามารถขับเคลื่อนผลลัพธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและวัดผลได้จริง
ขณะเดียวกัน PRI ยังเดินหน้าขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มลูกค้ามูลค่าสูง อาทิ อาคารสำนักงาน โรงแรม Retail & Commercial Complex ภาคอุตสาหกรรม คลังสินค้า และโรงพยาบาล พร้อมเพิ่มสัดส่วนลูกค้าภายนอก (Third-Party Customers) ควบคู่กับการขยายพื้นที่ยุทธศาสตร์ใหม่ (New Geography) เช่น ขอนแก่น และภูเก็ต เพื่อสร้างความหลากหลายของแหล่งรายได้ และเสริมศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
“PRI เชื่อมั่นว่า กลยุทธ์ภายใต้ ‘PRIMO TRANSFORMATION ERA’ จะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันการเติบโตระยะต่อไป ผ่านการผสานศักยภาพของทุก Business Unit การขยายฐานรายได้ประจำ และการต่อยอด Ecosystem ด้านการอยู่อาศัยและอสังหาริมทรัพย์อย่างครบวงจร เพื่อยกระดับ PRI สู่การเป็นผู้นำแพลตฟอร์มบริการอสังหาริมทรัพย์สมัยใหม่ ที่มีความแข็งแกร่ง คล่องตัว และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว” นางสุพินท์ กล่าวปิดท้าย
สำหรับ บริษัทพรีโมเซอร์วิสโซลูชั่นจำกัด (มหาชน) หรือ PRI เป็นผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร
ชั้นนำของประเทศ มีประสบการณ์กว่า 15 ปี ปัจจุบัน ดำเนินธุรกิจภายใต้ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่
1.กลุ่มธุรกิจต้นน้ำ – บริการก่อนเข้าอยู่อาศัย (Pre-Living Services) ได้แก่ บริการให้คำปรึกษาและควบคุมงานก่อสร้างโครงการอสังหาฯ บริการงานวิศวกรรมและการให้คำปรึกษาทางด้านเทคนิค
2.กลุ่มกลางน้ำ – บริการการจัดการเพื่อการอยู่อาศัย (Living Services) ได้แก่ บริการบริหารนิติบุคคลอาคารชุด บ้านจัดสรร ห้างสรรพสินค้า อาคาร และสำนักงาน บริการนิติบุคคลอาคารชุดแบบลักชัวรี่ การบริหารจัดการ Residential Property และ Service Apartment บริการซื้อ-ขาย-ปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ตัวแทนในการซื้อ-ขาย-เช่า และบริการจัดหาผู้ร่วมลงทุน บริการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการบริการ และเทคโนโลยีด้านการอยู่อาศัย และตัวแทนประกันทั้งแบบ Life และ Non-Life
3.กลุ่มปลายน้ำ – บริการหลังการขายที่อยู่อาศัย (Living & Earning Services) ได้แก่ บริการออกแบบและตกแต่งภายใน บริการงานจ้างเหมาแบบเบ็ดเสร็จ บริการแม่บ้านทำความสะอาดและบริการงานช่าง บริการจัดการอาคาร และจัดจำหน่ายสินค้าตกแต่งบ้านและที่อยู่อาศัย แบบ Lifestyle
