Headlines

สัมผัสร่องรอยของโลกที่มองไม่เห็นผ่าน “Spirits Melt to Flesh” นิทรรศการโดย 8 ศิลปินเอเชียณ Bangkok Kunsthalle

บางกอก คุนส์ฮาเลอ (Bangkok Kunsthalle) นำเสนอ “Spirits Melt to Flesh” นิทรรศการกลุ่มครั้ง สำคัญของ 8 ศิลปินเอเชีย ที่ท้าทายขอบเขตการรับรู้ซึ่งอยู่เหนือการมองเห็น ผ่านผลงานภาพเคลื่อนไหว เสียง ประติมากรรมและภาพถ่ายจัด วางที่ตอบสนองต่อพื้นที่ จัดแสดงระหว่างวันที่ 5 มิถุนายน – 4 ตุลาคม 2569 ณ บางกอก คุนส์ฮาเลอ นิทรรศการนี้ได้รับการ สนับสนุนโดย เจแปนฟาวน์เดชั่น (The Japan Foundation) 

ร่องรอยของโลกที่ไม่อาจมองเห็นใต้ประวัติศาสตร์พื้นที่และการรับรู้

Spirits Melt to Flesh เป็นนิทรรศการที่รวบรวมผลงานภาพเคลื่อนไหว เสียง ประติมากรรมและภาพถ่ายจัดวางที่ ตอบสนองกับพื้นที่ (Site-responsive) โดยศิลปินชาวเอเชียทั้ง 8 คน ภายใต้แนวคิด และการคัดสรรของภัณฑารักษ์ แซม อี-ชาน (Sam I-shan)

นิทรรศการนี้ได้แปรเปลี่ยนพื้นที่อันดิบเปลือยของ บางกอก คุนส์ฮาเลอ ผ่านการผันแปรของแสงและ ความมืดตลอดจน การสั่นพ้องของเสียงสะท้อนและถ้อยคำที่โต้ตอบสนทนากัน อาคารได้กลายเป็นภาชนะซึ่งบรรจุถ้อยแถลง เป็นพื้นที่ของการ พบพานของเรื่องราวต่าง ๆ ที่ไหลเวียนอยู่ภายใน ขณะเดียวกันก็กระตุ้นให้ ผู้ชมตระหนักรู้ถึงห้วงเวลาดังกล่าวผ่านร่างกายของตน 

ผลงานเหล่านี้พิจารณาถึงภาพแทนของประวัติศาสตร์ในภูมิภาค และสภาวะอัตวิสัยส่วนบุคคล ผ่านการนำสองสิ่งมาจัด วางคู่กันทั้งสิ่งที่เป็นรูปธรรมกับความเร้นลับเหนือโลก และผ่านการขุดคุ้ยตำนาน ปรัมปรากับเรื่องเล่าจากชายขอบ 

นอกจากนี้ ผลงานยังสะท้อนความกังวลในยุคร่วมสมัยของโลกที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่าน ผ่านภาพคุ้นเคย ของทั้งสิ่งที่มีอยู่จริงและถูกจินตนาการขึ้น การคาดเดาถึงรูปแบบอื่น ของปัญญาที่อยู่ พ้นไปจากมนุษย์

 นิทรรศการนี้ใคร่ครวญถึงชีวิตและความเป็นจริงทางสังคม ว่าต่างถูกหล่อหลอมโดยอำนาจที่ไม่อาจเอื้อมถึงได้อย่าง ถ่องแท้ดังที่อัลเฆาะซาลี (Al-Ghazali) ได้กล่าวไว้ว่า

“โลกที่ประจักษ์อยู่นี้คือร่องรอยของโลกที่ไม่อาจมองเห็น และโลกใบแรกย่อมเดินตามโลกใบหลัง ประหนึ่งเงา”

ถอดรหัสผลงาน Spirits Melt to Flesh

นิทรรศการ “Spirits Melt to Flesh” รวบรวมผลงานของศิลปินร่วมสมัยจากเอเชีย ที่บอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่ ประวัติศาสตร์ ตำนานความเชื่อพื้นบ้าน ไปจนถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ผ่านสื่อศิลปะอันหลากหลายชวนผู้ชมร่วมออกเดินทาง สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ที่เปลี่ยนอาคารเก่าให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชิ้นงานได้อย่างน่าสนใจ

แอนโทนีชิน (Anthony Chin — สิงคโปร์) “Siam Mapped”

ผลงานจัดวางประติมากรรมและเสียงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือของ ธงชัย วินิจจะกูล และประวัติศาสตร์ ของอาคารซึ่งเคยเป็นสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช ชวนตั้งคำถามเกี่ยวกับรัฐชาติและเขตแดนผ่านงานจัดวางที่ผสานเสียง ประติมากรรม และบันทึกจากคลังข้อมูล อาทิ บันทึกเสียงจากเอกสารสำคัญ แผนที่และแบบเรียนประวัติศาสตร์ ภายในห้องเ ดียวกัน มีภาพวาดกายวิภาคของช้าง ขนาดเท่าจริงที่วาดด้วย มือ รวมถึงภาพถ่ายลวงตาที่สร้างขึ้นเฉพาะสำหรับนิทรรศการนี้

ไทกิศักดิ์พิสิษฐ์ (Taiki Sakpisit — ไทย “Maelstrom” (วังน้ำวน)

งานศิลปะจัดวางเสียงและจลนศิลป์ ถ่ายทอดเรื่องราวของ “แม่นาก” และ “สมเด็จโต” เพื่อสำรวจ ความเชื่อ เรื่องวิญญาณ และศรัทธาในวัฒนธรรมไทย ผ่านประสบการณ์ด้านเสียงและบรรยากาศที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามเวลา

โซยูนเว (Soe Yu Nwe — เมียนมา)  “On Ghost” และ “Spring Wound, Sprouted” 

On Ghost ได้รับแรงบันดาลใจจาก “ศาลพระภูมิ” ประกอบด้วยงานเซรามิกที่หล่อขึ้นจากอวัยวะ ของศิลปิน ผ่านเทคนิคการเผาแบบแซกการ์ ก่อให้เกิดพื้นผิวเถ้าถ่านที่ทรงพลังและหลากหลายบนประติ มากรรมในขณะที่ Spring Wound, Sprouted เป็นประติมากรรมพอร์ซเลนซึ่งผสานรูปร่างของมนุษย์ พืช และสัตว์เข้าไว้ด้วยกัน อันสื่อถึงภาวะแห่งการแปรสภาพและการเปลี่ยนแปลง

ฮีซูควอน (HeeSue Kwon — เกาหลีใต้)  “Only the Screen Sees the Screen”

ผลงานภาพเคลื่อนไหวและเสียง สำรวจความเป็นไปได้ของการรับชมภาพเคลื่อนไหวโดยปราศจาก จอภาพ ผ่านอุปกรณ์ที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษและฉายภาพของผู้ชมแบบเรียลไทม์ แต่สิ่งที่เห็นไม่ใช่ตัวเองในปัจจุบัน  ผู้ชมสามารถ มองเข้าไปยังกายภาพของ “อดีต” หรือ “อนาคต”นอกจากนี้ยังจะได้ยินเสียงที่ทับซ้อน กันด้วยระบบเสียงจากหลายช่องทิศทาง

สวี่เจ๋อหยูและเฉินว่านอิน (Hsu Che-Yu & Chen Wan-Yin — ไต้หวัน)

“The Unusual Death of a Mallard”, “Rabbit 314” และ “Zoo Hypothesis”

ผลงานวิดีโอ 3 ชิ้น สำรวจความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์กับความทรงจำทางประวัติศาสตร์ โดยที่ ศิลปินใช้เทคโนโลยีการสแกนภาพสามมิติ (3D-scanning) และบอกเล่าเรื่องราวอันลึกลับ และการจำลอง เหตุการณ์ที่ชวนรู้สึกแปลกประหลาด สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนในการรื้อประกอบประวัติศาสตร์ การเมืองขึ้นใหม่

แดเนียลฮุย (Daniel Hui — สิงคโปร์)  “Funeral Rites”

งานจัดวางศิลปะวิดีโอและเสียงเฉพาะพื้นที่ นำเสนอในห้องมืดที่มีร่องรอยการเผาไหม้ เสียงบทสนทนาของคู่รักชาย และหญิงคู่หนึ่ง ทั้งสองพลัดพรากจากกันด้วยระยะทาง กาลเวลา กล่าวถึงความรัก และการทรยศท่ามกลางยุคสมัยอันปั่นป่วน ในประวัติศาสตร์ภูมิภาค ภาพของนักแสดงทั้งสอง มีลักษณะวู บไหวเลือนราง ขยายแนวคิดเกี่ยวกับอดีตในฐานะความทรงจำ ที่มีชีวิตซึ่งแทรกซึมและครอบงำปัจจุบัน

ลิเอโกะชิงะ (Lieko Shiga — ญี่ปุ่น) “Blind Date

ระหว่างพำนักในกรุงเทพฯ ปี 2552 ลิเอโกะ ชิงะ ได้ติดตามและถ่ายภาพคู่รัก ที่ซ้อนท้ายรถจักร ยานยนต์กว่าร้อยคู่ ก่อนนำมาตัดต่อเป็นวิดีโอที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศิลปิน ผู้ถูกถ่ายภาพ และผู้ชม ผ่านการแลกเปลี่ยนสายตาและการ เคลื่อนผ่านของเวลาและพื้นที่

รายละเอียดการจัดแสดง (Exhibition Details)

ชื่อนิทรรศการ: Spirits Melt to Flesh

ภัณฑารักษ์: แซม อี-ชาน

ศิลปิน: แอนโทนี ชิน, ไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์, โซ ยู นเว, ฮีซู ควอน, สวี่ เจ๋อ-หยู และ เฉิน ว่าน-อิน, แดเนียล ฮุย, ลิเอโกะ ชิงะ

ระยะเวลาจัดแสดง: วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน – วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2569

สถานที่: ชั้น 4 และ 5 บางกอก คุนส์ฮาเลอ ถนนไมตรีจิตต์ กรุงเทพฯ

เวลาทำการ: วันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 12.00 – 20.00 น. (ปิดวันจันทร์และวันอังคาร)

ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี

สนับสนุนโดย: เจแปนฟาวน์เดชั่น

ติดตามข่าวสารและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:

Website: khaoyaiart.org

Facebook: Bangkok Kunsthalle

Instagram: @bangkok_kunsthalle

E-mail: info@bangkok-kunsthalle.org