ปัจจุบันปัญหาการคอร์รัปชันเป็นปัญหาระดับโลกที่ส่งผลกระทบต่อทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และเศรษฐกิจโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นการติดสินบน การจ่ายผลประโยชน์ใต้โต๊ะ การล็อกสเปก หรือการใช้อำนาจเพื่อเอื้อประโยชน์พวกพ้อง ล้วนทำให้เกิดความเสียหายต่อองค์กร ประเทศ และความเชื่อมั่นของประชาชนทั่วโลก องค์กรต่าง ๆ จึงต้องแข่งขันบนพื้นฐานของความน่าเชื่อถือ องค์กรในหลายประเทศทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับการสร้างความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น หนึ่งเครื่องมือที่เข้ามาช่วยให้องค์กรได้รับการยอมรับในระดับสากล คือ ISO 37001 มาตรฐานการบริหารจัดการด้านการต่อต้านการติดสินบน (Anti-bribery Management System) ซึ่งพัฒนาโดย International Organization for Standardization (ISO) ทำให้องค์กรสามารถป้องกัน ตรวจจับ และรับมือกับความเสี่ยงด้านการติดสินบนได้อย่างเป็นระบบ
มาตรฐาน ISO 37001 จึงมุ่งเน้นการสร้างระบบบริหารจัดการเพื่อป้องกันการให้และรับสินบนภายในองค์กร โดยครอบคลุมตั้งแต่นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน การประเมินความเสี่ยง การควบคุมด้านการเงิน การตรวจสอบคู่ค้า (Due Diligence) ไปจนถึงระบบแจ้งเบาะแสและการตรวจสอบภายใน เพื่อให้องค์กรดำเนินงานอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ ในมุมของธุรกิจสมัยใหม่ ความโปร่งใสยังเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนและลูกค้าให้ความสำคัญ องค์กรที่มีระบบบริหารจัดการด้านการต่อต้านการติดสินบนที่ชัดเจนจะช่วยสร้างความเชื่อมั่น เพิ่มภาพลักษณ์ที่ดี และเสริมศักยภาพการแข่งขันในระดับสากล อีกทั้งยังสอดคล้องกับแนวคิดด้าน ESG (Environmental, Social and Governance) ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ

นายภูรี วัฒนศัพท์ กรรมการผู้จัดการบริษัทยูไนเต็ดรีจิสตร้าออฟซิสเท็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “องค์กรที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 37001 Anti-bribery Management System สามารถสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส มีจริยธรรม และให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาลอย่างแท้จริง เพราะมาตรฐานนี้ไม่ได้เป็นเพียงข้อกำหนดด้านเอกสารเท่านั้น แต่เป็นระบบบริหารจัดการที่ช่วยป้องกัน ควบคุม และลดความเสี่ยงจากการติดสินบนในทุกกระบวนการทำงาน ดังนั้นในนาม URS หน่วยงานตรวจรับรองมาตรฐานสากล หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกองค์กรจะให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และยกระดับการบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความน่าเชื่อถือ และการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต”
