Headlines

มาสด้าพร้อมเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำในการสร้างประสบการณ์ลูกค้า  ถ่ายทอด Mazda Signature Experience สู่การปฏิบัติจริงทั่วประเทศ

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เดินหน้าสานต่อกลยุทธ์ด้านการบริการลูกค้าอย่างเป็นรูปธรรม Customer Experience จัดงาน Mazda National Dealer Manager Seminar 2026 ภายใต้ธีม “One Passion, Crafting Mazda Signature Experience For All Customers” ผสานพลังผู้บริหารและทีมบริหารจากผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ร่วมขับเคลื่อนแนวคิด Mazda Signature Experience เพื่อถ่ายทอดคุณค่าและปรัชญาของแบรนด์สู่ทุกประสบการณ์ให้ลูกค้าได้สัมผัส พร้อมยกระดับมาตรฐานการส่งมอบประสบการณ์ในแบบฉบับของมาสด้าให้เป็นหนึ่งเดียวตลอดเส้นทาง Customer Journey ผ่านการทำงานอย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้ทุกช่วงเวลาที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์มาสด้า ต้องเต็มเปี่ยมด้วยความประทับใจและทรงคุณค่าที่สัมผัสได้อย่างแท้จริง

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมาสด้าในการผลักดันแนวคิดด้าน Customer Experience ให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยหลอมรวมการทำงานของทุกภาคส่วนให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่มีมาตรฐานเดียวกันในทุกโชว์รูมและทุกศูนย์บริการทั่วทั้งประเทศ ร่วมกันสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และความผูกพันในระยะยาวระหว่างลูกค้ากับแบรนด์มาสด้าอย่างยั่งยืน

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทมาสด้าเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การดำเนินงานครั้งนี้ ได้พัฒนาต่อยอดจากแนวคิด “Drive Customer Experience Forward” ที่มาสด้าได้วางรากฐานไว้เมื่อปี 2568 ที่มุ่งสร้างความเข้าใจร่วมกันทั่วทั้งองค์กรและเครือข่ายผู้จำหน่าย โดยการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางของทุกการดำเนินงาน (Customer-Centricity) โดยในปี 2569 มาสด้าได้ก้าวสู่ระยะต่อไปของการขับเคลื่อนกลยุทธ์ ด้วยการนำแนวคิดดังกล่าวสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมผ่าน Mazda Signature Experience เพื่อถ่ายทอดคุณค่าและเอกลักษณ์ของแบรนด์ให้เกิดขึ้นจริงในทุกจุดสัมผัสตลอดเส้นทางของลูกค้า”

“การยกระดับครั้งนี้ไม่เพียงมุ่งสร้างความพึงพอใจสูงสุดเท่านั้น แต่ยังมุ่งสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างลูกค้าและแบรนด์ผ่านการส่งมอบประสบการณ์ที่มีความหมายและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกการเดินทางร่วมกับมาสด้าเต็มเปี่ยมด้วยความประทับใจ ความไว้วางใจ และคุณค่าที่สัมผัสได้อย่างแท้จริง โดยประกอบด้วย 3 ส่วน สำคัญ ดังนี้

  • จาก Product Differentiation สู่ Experience Differentiation

มาสด้าเชื่อว่าความแตกต่างที่แท้จริงจะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี หรือราคาอีกต่อไป แต่คือ “ประสบการณ์” ที่เปี่ยมไปด้วยความหมายที่ลูกค้าได้รับตลอดการเดินทางร่วมกับแบรนด์ โดยมุ่งสร้างประสบการณ์ที่ทำให้ลูกค้าได้สัมผัส คือ

  • Feel Alive – สัมผัสถึงความสุขและความมีชีวิตชีวาในการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า
  • Feel Belong – รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า
  • Feel Reassured – มั่นใจและอุ่นใจในทุกการดูแล
  • Feel Delighted – รู้สึกประทับใจมากกว่าความคาดหวังในทุกช่วงเวลา
  • Mazda Signature Experience: เปลี่ยนแนวคิดสู่การปฏิบัติจริง

เพื่อให้ Customer Experience เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด มาสด้าจึงได้พัฒนาแนวคิด Mazda Signature Experience เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานร่วมกันของผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อถ่ายทอดคุณค่าและเอกลักษณ์ของแบรนด์ให้ลูกค้าสามารถรับรู้และสัมผัสได้จริงในทุกช่วงเวลาของการเดินทางร่วมกับมาสด้า โดย Mazda Signature Experience ขับเคลื่อนผ่านแกนหลักสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

  • Experience Principles: การสร้างแนวคิด วิธีคิด และวัฒนธรรมการทำงานร่วมกัน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกได้รับการต้อนรับ เข้าใจ และใส่ใจ ในแบบฉบับของมาสด้า
  • Execution Excellence: การกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานและการส่งมอบประสบการณ์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างสม่ำเสมอในทุกๆ Touchpoint เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
  • Digital Experience: การนำข้อมูล เครื่องมือดิจิทัล และเทคโนโลยี มาช่วยเชื่อมโยงประสบการณ์ลูกค้าแบบไร้รอยต่อ อาทิ การนำระบบ SKY Journey ที่ช่วยให้สามารถติดตามและบริหารจัดการประสบการณ์ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมต่อยอดจากการรับฟังเสียงของลูกค้า เพื่อนำข้อมูลเชิงลึกมาพัฒนาการบริการ สร้างความพึงพอใจ และยกระดับความผูกพันธ์กับแบรนด์ในระยะยาว
  • Building The People Behind Mazda Signature Experience

มาสด้าเชื่อว่าประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมเริ่มต้นจากบุคลากรที่มีศักยภาพ โดยนำ Mazda Brand Experience Academy (MBEA) มาใช้เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับ Customer Experience ตั้งแต่ระดับผู้บริหารจนถึงบุคลากรหน้างาน ควบคู่กับเตรียมความพร้อมของผู้จำหน่ายในการก้าวสู่ยุคยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้ง ฝ่ายขาย ฝ่ายบริการ และฝ่ายซ่อมตัวถังและสี เพื่อสร้างบุคลากรที่พร้อมส่งมอบ Mazda Signature Experience ให้เป็นหนึ่งเดียวกันทั่วประเทศ

“วันนี้เราไม่ได้มุ่งมั่นเพียงแค่การสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าเท่านั้น แต่เรากำลังสร้างประสบการณ์ความประทับใจที่ลูกค้ารู้สึกได้จริง จดจำได้ และอยากกลับมาอยู่กับแบรนด์ในระยะยาว Mazda Signature Experience จึงไม่ใช่เพียงแนวคิด แต่เป็นวิธีการทำงานร่วมกันของคนมาสด้าทั้งประเทศ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่มีความหมายในทุกช่วงเวลาของการเดินทางกับแบรนด์” นายธีร์ กล่าวเสริม

มาสด้าจะยังคงเดินหน้ายกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวสู่การเป็น Top Customer Experience Provider และสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าผ่านประสบการณ์ที่มีคุณค่า มีความแตกต่าง และสะท้อนตัวตนของแบรนด์ในทุกมิติ เพื่อให้ทุกการเดินทางร่วมกับมาสด้าจะไม่ได้เป็นเพียงประสบการณ์ของการขับขี่ แต่เป็นประสบการณ์ที่ส่งมอบความสุข ความประทับใจ และความผูกพัน ที่เติบโตไปพร้อมกับลูกค้าในทุกช่วงเวลาของชีวิต เพื่อส่งต่อความสุขในการใช้ชีวิตตั้งแต่วันนี้และตลอดไป