ชมรมผู้สูงวัยสุขภาพดี จุฬาฯ-กาชาด นำคณะพร้อมสมาชิกชมรม ร่วมจัดกิจกรรมเพื่อสังคม ณ สถานสงเคราะห์คนชราบ้านบางแค ๒ โดยมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน จัดเลี้ยงอาหารกลางวัน และกิจกรรมสันทนาการ เพื่อร่วมส่งเสริมคุณภาพชีวิตทั้งด้านความเป็นอยู่และสุขภาวะทางใจของผู้สูงวัย โดยชมรมฯ ได้สานต่อกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องทุกปี ในการทำกิจกรรมจิตอาสา สร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต แล้วยังสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้สูงวัยอีกด้วย
นางสิริพร แสนสุข ประธานชมรมผู้สูงวัยสุขภาพดีจุฬาฯ–กาชาด กล่าวว่า การดูแลผู้สูงวัยไม่ใช่เพียงการสนับสนุนสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น แต่ยังรวมถึงการมอบกำลังใจ การใช้เวลาร่วมกัน และการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดี ซึ่งล้วนเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัย กิจกรรมของชมรมจึงมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ควบคู่กับการปลูกฝังจิตอาสาและการมีส่วนร่วมของสมาชิกในการตอบแทนสังคม

ภายในกิจกรรม สมาชิกชมรมได้ร่วมพูดคุย รับฟังเรื่องราว และทำกิจกรรมกับผู้สูงวัยอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่น สะท้อนให้เห็นว่าการดูแลผู้สูงวัยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสนับสนุนด้านปัจจัยในการดำรงชีวิต แต่ยังรวมถึงการเติมเต็มกำลังใจและความรู้สึกมีคุณค่าให้แก่ผู้สูงวัยอีกด้วย

นางวรรณี ลีลาเวชบุตร ประธานกรรมการบริหารบริษัทนิโอทาร์เก็ตจำกัดในฐานะประธานชมรมผู้สูงวัยสุขภาพดีจุฬาฯ–กาชาดรุ่นที่๑๗ กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงวัยตั้งแต่ ๖๐ ปีขึ้นไปประมาณ ๑๔ ล้านคน คิดเป็นร้อยละ ๒๑ ของประชากรทั้งประเทศ ส่งผลให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์ (Aged Society) และกำลังมุ่งสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society) ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า (ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ) จึงเป็นช่วงเวลาที่ทุกภาคส่วนควรร่วมกันส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัย ทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ และการมีส่วนร่วมในสังคม
“การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยเติมเต็มความจำเป็นด้านสิ่งของอุปโภคบริโภคแล้ว ยังเป็นการสร้างกำลังใจและส่งเสริมสุขภาวะทางใจให้แก่ผู้สูงวัย ผ่านการทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างสมาชิกจิตอาสาและผู้สูงวัย ซึ่งช่วยสร้างความสัมพันธ์ ความอบอุ่น และรอยยิ้มให้แก่ผู้ร่วมกิจกรรม พร้อมทั้งสะท้อนเจตนารมณ์ของชมรมที่มุ่งส่งเสริมให้สมาชิกได้ร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมและแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน เพราะเชื่อว่าพลังแห่งการให้และการมีส่วนร่วมของทุกคนสามารถสร้างคุณค่าที่ดีแก่สังคมได้อย่างยั่งยืน” นางวรรณีกล่าว

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อร่วมบรรเทาความขาดแคลนด้านสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตของผู้สูงวัย ควบคู่กับการส่งเสริมสุขภาวะทางใจผ่านกิจกรรมนันทนาการและการใช้เวลาร่วมกันระหว่างจิตอาสากับผู้สูงวัย อันเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการยกระดับคุณภาพชีวิตและคุณค่าของผู้สูงวัยในสังคม
ปัจจุบันสถานสงเคราะห์คนชราบ้านบางแค ๒ ซึ่งอยู่ในสังกัดกรุงเทพมหานคร ให้การอุปการะและดูแลผู้สูงวัยประมาณ๗๐–๘๐ คน โดยเปิดรับผู้สูงวัยที่มีทะเบียนบ้านในกรุงเทพมหานคร และให้การดูแลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ความร่วมมือจากภาคประชาชนและองค์กรต่าง ๆ นับเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนทั้งด้านสิ่งของจำเป็น การจัดกิจกรรมสร้างขวัญกำลังใจ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยควบคู่กับการดูแลของภาครัฐ
