Headlines

“ถนนไปสู่แหลมทอง” นิทรรศการภาพถ่ายในรอบ 20 ปีของไชยยศปิ่นประดับ บันทึกการเดินทางผ่านภูมิทัศน์ผู้คนและพหุวัฒนธรรมแห่งแหลมทอง

ดังคำกล่าวของ มาร์แซล พรุสต์ (Marcel Proust) นักเขียนชื่อดังชาวฝรั่งเศสที่ว่า การเดินทางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่การไปยังสถานที่ที่ไม่เคยรู้จักแต่คือการมองโลกใบเดิมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอดีตช่างภาพและหนึ่งในผู้ก่อตั้งนิตยสาร Phuket Bulletin ผู้กลับมาจับกล้องถ่ายภาพอีกครั้งในรอบเกือบ 20 ปี สมาคมศิลป์ภูเก็จ (Phuket Art Association) ขอเชิญชวนทุกท่านออกเดินทางสู่ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์และพหุวัฒนธรรมในถนนไปสู่แหลมทอง” (The Road to the Golden Peninsula) นิทรรศการภาพถ่ายโดย ไชยยศปิ่นประดับ 

ศิลปินชวนผู้ชมออกเดินทางผ่านผลงานภาพถ่าย 114 ภาพ ที่ทำหน้าที่เสมือน “สมุดบันทึก” การเดินทางจากปราณบุรีสู่ตากใบ สัมผัสวิถีชีวิต สถาปัตยกรรม และจิตวิญญาณแห่งแหลมทอง (Golden Chersonese) ชื่อที่นักเดินเรือชาวตะวันตกยุคโบราณเรียกคาบสมุทรมลายูและภาคใต้ของไทยมาตั้งแต่ยุคกรีก-โรมัน เรื่องเล่าผ่านเลนส์และมุมมองที่เปลี่ยนไปของชายผู้รักการถ่ายภาพที่หวนกลับมาจับกล้องฟิล์มอีกครั้งในวัยกว่า 70 ปี ที่อยากบอกเล่าเรื่องราวความสวยงามของภาคใต้-บ้านเกิดของเขา ผ่านความยิ่งใหญ่ของภูเขา ทะเล สถาปัตยกรรม ใบหน้าของผู้คน และเสน่ห์ของดินแดนพหุวัฒนธรรมในมิติที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง จัดแสดงวันที่ 28 กรกฎาคม – 9 สิงหาคม 2569 บริเวณผนังโค้งชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

จากถนนข้ามผ่านคาบสมุทรสู่จุดเริ่มต้นของถนนไปสู่แหลมทอง

ไชยยศปิ่นประดับ เป็นชาวภูเก็ตโดยกำเนิด เขาหลงใหลในการถ่ายภาพและกล้องฟิล์ม มากพอ ๆ กับความรักที่มีต่อปักษ์ใต้-บ้านเกิดของเขา หลังห่างหายจากการถ่ายรูปไปนานเกือบสองทศวรรษ กล้องฟิล์มสุดหวงที่เคยสะสมไว้ก็จำหน่ายจ่ายแจกไปจนหมด ก่อนที่สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงก็พัดผ่านเข้ามาในชีวิต ไชยยศหวนนึกถึงการถ่ายภาพที่ร้างลามานานปี เขาตัดสินใจโทร. หาเพื่อนเก่าในกรุงเทพฯ เพื่อจัดหากล้องHasselblad Xpan (กล้องฟิล์ม Rangefinder) แล้วเรื่องราวก็ลื่นไหลจากฟิล์ม 50 ม้วน สู่หนังสือและนิทรรศการภาพถ่ายในวัย 74 ปี

ผมก็เหมือนมือสมัครเล่นทั่วไปที่ถ่ายรูปเพราะใจรักความที่บ้านเกิดอยู่ภาคใต้ก็เลยเลือกความสะดวกในการทำงานและความเข้าใจในพื้นที่แต่ผมขายกล้องฟิล์มไปหมดแล้วเลยต้องไหว้วานให้เพื่อนเก่าอย่างคุณบิ๊ก (ศรีสุภัจจ์ เสถียรศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านห้องมืด ผู้ก่อตั้ง Min Black and White Darkroom) ที่อยู่กรุงเทพฯจัดหาอุปกรณ์ถ่ายรูปมาให้ทุกวันหยุดผมจะขับรถตระเวนถ่ายรูปไปเรื่อยๆโดยไม่สนใจสภาพดินฟ้าอากาศเริ่มต้นการทำงานจากปราณบุรีจ. ประจวบคีรีขันธ์ที่หลายคนเรียกว่าประตูสู่ภาคใต้ขับรถสำรวจบ้านเมืองไปเรื่อยๆแต่ผมรู้สึกว่ามันมีอะไรน่าสนใจมากกว่าที่คิดทั้งธรรมชาติบ้านเรือนสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์และวัดวาอารามทุกครั้งที่ผมออกไปทำงานก็จะส่งม้วนฟิล์มกลับไปให้คุณบิ๊กล้างขยายและตรวจดูความเรียบร้อยที่กรุงเทพฯทำอยู่อย่างนั้นเกือบ 5 เดือน

ถนนไปสู่แหลมทอง จึงมีจุดเริ่มต้นจากการเดินทางข้ามคาบสมุทรจากฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทย ผ่านมุมมองของชายที่เห็นโลกมาแล้วหลายยุคสมัย ตึกเก่าที่คุ้นเคยแต่อาจไม่คุ้นตาสำหรับนักเดินทาง ตลอดหลายเดือนของการเดินทางเพียงลำพังไปกับรถคู่ใจ ทำให้เขาค้นพบความสวยงามของเทือกเขาที่ทอดตัวยาว เรื่องราวระหว่างการเดินทาง และความหลากหลายของพหุวัฒนธรรมที่หลอมรวมอยู่ในดินแดนภาคใต้ จนกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของนิทรรศการภาพถ่ายในครั้งนี้

ช่างภาพและกล้องฟิล์มบนถนนสายใต้กว่า 150 วัน 

ตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 ถึงมกราคม 2568 ไชยยศตระเวนลงพื้นที่ตลอดแนวคาบสมุทร ตั้งแต่เทือกเขาตะนาวศรีที่ประจวบคีรีขันธ์ ไล่เรียงลงไปจนถึงเทือกเขาสันกาลาคีรีที่ชายแดนภาคใต้ โดยมี ‘ปัตตานี’ เป็นศูนย์กลางการทำงาน พร้อมได้รับความช่วยเหลือจาก ‘คุณโมนา ปัตตานี’ ในการเข้าถึงชุมชนท้องถิ่น เกือบทุกภาพในนิทรรศการนี้จึงไม่ได้เกิดจากการกดชัตเตอร์เพียงครั้งเดียว หากแต่เป็นผลจากการเดินทางกลับไปยังสถานที่เดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึง 2-3 ครั้ง เพื่อรอคอยจังหวะแสงและเวลาที่สมบูรณ์แบบที่สุด สะท้อนความอดทนและความพิถีพิถันแบบช่างภาพฟิล์มที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน

เราอาจคุ้นเคยกับทะเลจนหลงลืมความยิ่งใหญ่ของภูเขาระหว่างทางผมรู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมด้วยเทือกเขาขนาดใหญ่บางลูกสูงใหญ่เสียดฟ้าให้ความรู้สึกน่าเกรงขามบางลูกโค้งมนอ่อนโยนความที่ทิ้งการถ่ายภาพมานานผมเลยทำฟิล์มเสียหายไป 5 ม้วนพอทำความเข้าใจกับเครื่องมืออีกครั้งการถ่ายภาพก็สมูทขึ้น 

หลายภาพมีคุณค่าต่อจิตใจของผมอย่างมากผมได้เห็นวัดวาอารามที่ในชีวิตไม่เคยไปเที่ยวชมมาก่อนตั้งแต่ปลายนครศรีธรรมราชจรดสงขลาโดยเฉพาะรูปบนปกหนังสือคือกุฏิเจ้าอาวาสวัดชลธาราสิงเหอำเภอตากใบจังหวัดนราธิวาสเป็นศิลปะพื้นถิ่นที่ใกล้เคียงกับสกุลช่างสงขลาอย่างมากคาดไม่ถึงเลยว่าศิลปะเก่าแก่ของช่างฝีมือชั้นสูงยังได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีในวัดวาอารามทางภาคใต้แม้กระทั่งพลับพลาที่ประทับของรัชกาลที่ 4 หรือที่เรียกว่าศาลาพระวิหารแดงบนเขาตังกวนจังหวัดสงขลาก็เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปสีแดงที่สวยงามอย่างมาก

นอกจากความยิ่งใหญ่ของแนวเทือกเขา อีกสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดสายตาของไชยยศมาตลอดการเดินทาง คือ สถาปัตยกรรม ซึ่งสำหรับเขาไม่ได้เป็นเพียงสิ่งปลูกสร้าง หากเป็นหลักฐานที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และอัตลักษณ์ของผู้คนในแต่ละท้องถิ่น ภาพถ่ายหลายชิ้นจึงให้ความสำคัญกับองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมมากกว่ามุมมหาชน ไชยยศเลือกที่จะหันเลนส์ไปยังมุมธรรมดา ๆ ที่ชาวบ้านพบเห็นในชีวิตประจำวัน แต่กลับซ่อนรายละเอียด แสง เงา และเรื่องราวที่นักท่องเที่ยวอาจไม่เคยสังเกต ภาพถ่ายแต่ละใบจึงชวนให้ผู้ชมมองพื้นที่เดิมด้วยสายตาใหม่ และค้นพบความงามที่ซ่อนอยู่ในความคุ้นชิน

Hasselblad Xpan ห้องมืดและงานฝีมือที่อยู่ข้างหลังภาพ

หัวใจสำคัญของนิทรรศการ คือการเลือกใช้ Hasselblad Xpan กล้องฟิล์มพาโนรามา Rangefinder สัญลักษณ์ของความคลาสสิกและทรงคุณค่า ที่ช่างภาพสายสตรีทและศิลปินทั่วโลกต่างตามหา ด้วยสามารถบันทึกภาพในสัดส่วนพาโนรามา (24×65 มิลลิเมตร) ทำให้ได้มุมมองที่กว้างขวางตระการตาและมีความลึกทางมิติภาพที่ระบบดิจิทัลยากจะเลียนแบบ ศิลปินใช้ฟิล์มกว่า 50 ม้วน ในการสร้างสรรค์ผลงานภาพถ่าย 114 ภาพ เพื่อถ่ายทอดภูมิทัศน์และบรรยากาศของคาบสมุทรภาคใต้ผ่านภาษาของภาพฟิล์ม 

“ผมคุยกับคุณบิ๊กไว้ว่าเราน่าจะอัดภาพสีไว้บ้างเพื่อสร้างคอนทราสต์กับภาพขาวดำเพื่อเป็นจังหวะในการเล่าเรื่องด้วยภาพและผมอยากให้ผู้ชมสัมผัสความสวยงามของแหลมทองชื่อดั้งเดิมของคาบสมุทรภาคใต้ที่หลายคนอาจหลงลืมไปและนำมาใช้เป็นชื่อนิทรรศการถนนไปสู่แหลมทองผมอยากให้ผู้คนรับรู้ถึงคุณค่าของภาคใต้ผ่านภาพถ่ายในมุมมองของสถานที่ต่างๆที่ไม่จำกัดแค่แลนด์มาร์กโดยเฉพาะคนใต้ที่ย้ายรกรากไปอยู่กรุงเทพฯให้ลูกหลานหันกลับมามองรากเหง้าและเห็นคุณค่าของปักษ์ใต้บ้านเรา

ด้วยเหตุนี้ทุกภาพในนิทรรศการจึงผ่านกระบวนการล้างและอัดขยายด้วยห้องมืด (Darkroom) มาตรฐานสากล โดย ศรีสุภัจจ์เสถียรศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านห้องมืดและเพื่อนสนิทของไชยยศ ที่ร่วมเดินบนเส้นทางสายภาพถ่ายด้วยกันมากว่า 30 ปี ประสบการณ์ที่สั่งสมจากการทำงานร่วมกับช่างภาพมืออาชีพระดับนานาชาติ ถูกถ่ายทอดลงในทุกขั้นตอนของการสร้างภาพ ทำให้ผลงานแต่ละชิ้นไม่เพียงสะท้อนความงามของสถานที่และผู้คน หากยังสะท้อนให้เห็นคุณค่าของงานคราฟต์ ความละเอียดอ่อน และมิตรภาพที่อยู่เบื้องหลังภาพถ่าย

นิทรรศการ “ถนนไปสู่แหลมทอง” จึงเปรียบเหมือนบทสนทนาระหว่างอดีตและปัจจุบันของแหลมทอง ที่ไม่อาจหาได้จากกล้องดิจิทัล พร้อมเปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม – 9 สิงหาคม 2569  ผนังโค้งชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)  เวลา 10.00 – 20.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์) ผู้สนใจในศิลปวัฒนธรรมและความสวยงามของธรรมชาติในภาคใต้ สามารถเข้าร่วมชมงานฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย 

ติดตามรายละเอียดได้ที่ 

https://www.facebook.com/cpinpradab

———————————————————————————————————————————————

เกี่ยวกับศิลปิน 

ไชยยศ ปิ่นประดับ ช่างภาพผู้เกิดและเติบโตที่จังหวัดภูเก็ต ศิษย์เก่าสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เริ่มต้นเส้นทางอาชีพในกองบรรณาธิการนิตยสารยานยนต์และสำนักพิมพ์ในเครือบริษัทมหาชน ก่อนจะร่วมงานกับบริษัท เวลคัม (ประเทศไทย) ซึ่งเปิดโอกาสให้เขาได้เดินทางเรียนรู้วิถีชีวิตทั้งในซีกโลกเก่าและซีกโลกใหม่มาหลายปี ก่อนตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อร่วมบุกเบิกนิตยสาร ‘ภูเก็ตบูลเลทิน’ (Phuket Bulletin) ปัจจุบันศิลปินใช้ชีวิตอย่างสงบเงียบที่บ้านเกิด และยังคงเดินทางเพื่อบันทึกประวัติศาสตร์ผ่านเลนส์อย่างต่อเนื่อง