Headlines

เจแอลแอล ประเทศไทยร่วมแสดงความยินดีในโอกาสเปิดตัว AIA Connect อย่างเป็นทางการพร้อมต่อยอดความร่วมมือด้านการบริหารจัดการอาคารกับเอไอเอประเทศไทย

โครงการมิกซ์ยูสแลนด์มาร์กแห่งใหม่นี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ของเอไอเอประเทศไทยโดยเจแอลแอลได้รับการแต่งตั้งให้ส่งมอบบริการบริหารจัดการอาคารแบบครบวงจรเพื่อสนับสนุนการสร้างมูลค่าและประสิทธิภาพของสินทรัพย์ในระยะยาว

กรุงเทพฯ 22 กรกฎาคม 2569 — เจแอลแอล ประเทศไทย (NYSE: JLL) บริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ร่วมแสดงความยินดีกับ เอไอเอ ประเทศไทย ในพิธีเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ AIA Connect โครงการมิกซ์ยูสระดับแลนด์มาร์ก ซึ่งจะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ที่กำลังเติบโตของ เอไอเอ ประเทศไทย พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับประสบการณ์การทำงานระดับพรีเมียมในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) แห่งใหม่ทางโซนเหนือของกรุงเทพฯ 

การเปิดตัวในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ AIA Connect โครงการมิกซ์ยูสแห่งอนาคตที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้เช่ายุคใหม่ ด้วยการผสานพื้นที่สำนักงานระดับพรีเมียม สิ่งอำนวยความสะดวกด้านไลฟ์สไตล์ มาตรฐานด้านความยั่งยืน และเทคโนโลยีอาคารอัจฉริยะ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้อาคาร 

AIA Connect ตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษก-พระราม 9 ประกอบด้วยพื้นที่สำนักงานระดับพรีเมียมสูง 27 ชั้น และยังมีพื้นที่ค้าปลีก 5 ชั้น ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4,500 ตารางเมตร โครงการนี้ได้รับการออกแบบที่ผสานการทำงานและการใช้ชีวิตเข้าด้วยกันอย่างลงตัว มีทั้งร้านกาแฟ ฟิตเนส ร้านค้าสะดวกซื้อ และบริการที่จำเป็นต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการพื้นที่ทำงานคุณภาพสูงที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะที่ดีของพนักงาน ความยืดหยุ่นในการทำงาน และการเชื่อมต่อที่สะดวกสบาย

เพื่อตอกย้ำถึงมาตรฐานด้านความยั่งยืนและเทคโนโลยี AIA Connect ได้รับการรับรองมาตรฐานเบื้องต้น (Pre-certification) ในระดับ LEED Gold, WELL Gold และ WiredScore Platinum

โครงการนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ของ เอไอเอ ประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันประกอบด้วยอาคารชั้นนำอย่าง อาคารเอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ (AIA Capital Center), อาคารเอไอเอ สาทร ทาวเวอร์ (AIA Sathorn Tower) และอาคารเอไอเอ อีสต์ เกตเวย์ (AIA East Gateway) เมื่อรวมกันแล้วมีพื้นที่อาคารพาณิชย์ระดับพรีเมียมกว่า 425,000 ตารางเมตร ครอบคลุมย่านธุรกิจสำคัญและทำเลที่มีศักยภาพเติบโตทั่วกรุงเทพฯ เจแอลแอล ประเทศไทย ได้รับความไว้วางใจให้เป็นพันธมิตรผู้บริหารอาคารเอไอเอ คอนเน็ค ซึ่งเป็นอีกหนึ่งก้าวของความร่วมมือระหว่างสององค์กรในการบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโออาคารพาณิชย์ทั้งหมดของ เอไอเอ ประเทศไทย

ด้วยการบริหารจัดการอาคารแบบครบวงจร เจแอลแอล ประเทศไทย ได้รับมอบหมายรับผิดชอบการบริหารจัดการงานปฏิบัติการภายในอาคาร งานวิศวกรรมและการบำรุงรักษา การดำเนินงานด้านความยั่งยืน กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์กับผู้เช่า ตลอดจนการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของอาคารในระยะยาวและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ผู้เช่า 

“ในปัจจุบัน ความสามารถในการแข่งขันของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของอาคารเพียงอย่างเดียว เจ้าของอาคารและผู้เช่าต่างคาดหวังความเป็นเลิศด้านการดำเนินงาน (Operational Excellence) ประสิทธิภาพด้านความยั่งยืน และประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมของผู้เช่าตลอดอายุการใช้งานของอาคาร ”นายกฤชปิ่มหทัยวุฒิกรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยและหัวหน้าหน่วยธุรกิจบริการด้านการลงทุนเจแอลแอลประเทศไทย กล่าว “เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้สนับสนุน AIA Connect และพอร์ตอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ทั้งหมดของ เอไอเอ ประเทศไทย ด้วยการบริหารจัดการอาคารแบบครบวงจร ซึ่งจะช่วยรักษามูลค่าของสินทรัพย์ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ธุรกิจและผู้คนเติบโต”

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของในการส่งมอบมาตรฐานระดับสากลสำหรับสินทรัพย์เชิงพาณิชย์ระดับพรีเมียม โดยรองรับทั้งความต้องการด้านการดำเนินงานในปัจจุบันและเป้าหมายการลงทุนในระยะยาว

“สำหรับ เอไอเอ ประเทศไทย โครงการ AIA Connect สะท้อนวิสัยทัศน์ของเราที่มีต่ออนาคตของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ ที่ผสานคุณภาพของสถานที่ทำงานระดับพรีเมียม ความยั่งยืน และการสร้างมูลค่าในระยะยาวเข้าไว้ด้วยกัน” นาย Eric Lu, Chief Investment Officer ของ AIA Thailand กล่าว “ในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดตัวและการเติบโตในอนาคตของ AIA Connect เราให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านการบริหารจัดการอาคารที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน ทั้งในด้านความเป็นเลิศในการดำเนินงาน ประสบการณ์ของผู้เช่า และการดูแลสินทรัพย์อย่างมีความรับผิดชอบ ประสบการณ์ของเจแอลแอลในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ระดับพรีเมียม และการมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าในระยะยาว สอดคล้องกับเป้าหมายของเราทั้งสำหรับ AIA Connect และพอร์ตอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์โดยรวม”

การแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนแนวโน้มของตลาดที่เจ้าของสินทรัพย์ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญมากขึ้น โดยมองว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเสริมศักยภาพการแข่งขันของสินทรัพย์ สนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืน และรักษาฐานผู้เช่าให้อยู่กับโครงการในระยะยาว

นายจักรพันธ์ภวังคะรัตน์หัวหน้าฝ่ายบริหารอาคารเจแอลแอลประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “อาคารคุณภาพระดับสากลจำเป็นต้องได้รับการบริหารจัดการที่สอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากล เพื่อสร้างผลการดำเนินงานของสินทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดวงจรชีวิตของอาคาร การบริหารจัดการอาคารที่มีประสิทธิภาพมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาประสิทธิภาพของอาคาร การปรับตัวให้สอดรับกับความคาดหวังของผู้เช่าที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และการทำให้มั่นใจว่าอาคารจะยังคงมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่มีความซับซ้อนและพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เราภูมิใจที่ได้เป็นพันธมิตรกับ เอไอเอ ประเทศไทย ในการสนับสนุนความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของ AIA Connect และพอร์ตอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ของเอไอเอ ประเทศไทยทั้งหมด”

ปัจจุบัน เจแอลแอล ประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นพันธมิตรด้านการบริหารจัดการอาคารในพอร์ตอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ทั้งหมดของ เอไอเอ ประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย อาคาร AIA Capital Center, AIA Sathorn Tower, AIA East Gateway และ AIA Connect ครอบคลุมพื้นที่อาคารรวม (Gross Floor Area) มากกว่า 425,000 ตารางเมตร