ความทรงจำ ประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และวัฒนธรรมอาจเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราคุ้นเคย แต่เมื่อศิลปินนำมาตีความผ่านงานศิลปะ ก็อาจเผยแง่มุมและความหมายใหม่ที่เราไม่เคยมองเห็น
บางกอก คุนส์ฮาเลอ (Bangkok Kunsthalle) พื้นที่ศิลปะร่วมสมัยในอาคารเก่าย่านเยาวราช ชวนไปสัมผัส 3 นิทรรศการร่วมสมัย กับประสบการณ์ทางศิลปะที่แตกต่าง ผ่านสื่อศิลปะหลากหลาย ทั้งภาพเคลื่อนไหว เสียง ประติมากรรม และงานจัดวาง โดยแต่ละนิทรรศการนำเสนอแนวคิดและประเด็นร่วมสมัยผ่านรูปแบบเฉพาะตัว



ตั้งแต่การเดินทางของเรื่องเล่าที่เปลี่ยนแปลงไปตามภาษา วัฒนธรรม และผู้คน โลกก้ำกึ่งระหว่างสิ่งที่มองเห็นกับสิ่งที่อยู่เหนือการรับรู้ ไปจนถึงการบันทึกและสืบสานรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง ทั้ง 3 นิทรรศการพาผู้ชมไปรู้จักประเด็นเหล่านี้ผ่านผลงานของศิลปินร่วมสมัยจากหลากหลายภูมิหลัง
Mooring
24 กรกฎาคม – 27 กันยายน 2569
นิทรรศการแรกจากโครงการ Open Ground ของบางกอก คุนส์ฮาเลอ ซึ่งเปิดโอกาสให้ศิลปินและภัณฑารักษ์รุ่นใหม่ได้ทดลองสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบที่หลากหลาย โดยมี ฐพงค์ ศรีใส รับหน้าที่ภัณฑารักษ์ นำเสนอผลงานของ 4 ศิลปิน คือ อาริสา เผือกผ่อง, เคย์ จาง, ธนัช ธีระดากร และวนิสสา บอช
นิทรรศการชวนไปสำรวจการเดินทางของ “เรื่องเล่า” ที่เคลื่อนผ่านภาษา วัฒนธรรม ผู้คน และกาลเวลา เมื่อเรื่องหนึ่งถูกส่งต่อจากบริบทหนึ่งสู่อีกบริบทหนึ่ง ความหมายก็อาจเปลี่ยนแปลงไปตามผู้เล่า ผู้รับฟัง และเงื่อนไขของการตีความในแต่ละครั้ง
ชื่อ Mooring หมายถึง “การทอดสมอ” หรือ “การยึดโยงชั่วคราว” เปรียบได้กับการค้นหาจุดยึดท่ามกลางการเคลื่อนย้าย การแปลความ และการเปลี่ยนผ่านของเรื่องเล่าในโลกปัจจุบัน ซึ่งประวัติศาสตร์ ความทรงจำ และอัตลักษณ์ต่างถูกสร้างและตีความขึ้นใหม่อยู่เสมอผ่านการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้คนและวัฒนธรรม
ผลงานของศิลปินทั้ง 4 ถ่ายทอดผ่านภาพเคลื่อนไหว เสียง และศิลปะจัดวาง ครอบคลุมประเด็นตั้งแต่ประวัติศาสตร์ครอบครัว การอพยพข้ามพรมแดน เสียงที่หลงเหลือจากเหตุการณ์ในอดีต ไปจนถึงประสบการณ์ภายในและมิติทางจิตวิญญาณ ชวนให้ผู้ชมตั้งคำถามว่า สิ่งที่เราจดจำหรือเชื่อถือเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เมื่อเดินทางจากคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่ง และจากสถานที่หนึ่งสู่อีกสถานที่หนึ่ง
Mooring สนับสนุนโดย Office for Contemporary Art Norway, the Swiss Arts Council Pro Helvetia, Ghost Foundation และ OPENFIELD จัดแสดง ณ บางกอก คุนส์ฮาเลอ ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม – 27 กันยายน 2569 เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันพุธ – อาทิตย์ เวลา 14.00 – 20.00 น.
Spirits Melt to Flesh
5 มิถุนายน – 4 ตุลาคม 2569
นิทรรศการกลุ่มที่นำเสนอผลงานภาพเคลื่อนไหว เสียง ประติมากรรม และภาพถ่ายจัดวางที่ตอบสนองกับพื้นที่ (site-responsive) ของ 8 ศิลปินร่วมสมัยจากเอเชีย โดยมี แซม อี-ชาน เป็นภัณฑารักษ์
นิทรรศการเปลี่ยนพื้นที่ของบางกอก คุนส์ฮาเลอให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ทางศิลปะ ผ่านแสง เงา ความมืด และเสียง ชวนผู้ชมเข้าไปสัมผัสโลกที่อยู่ระหว่างสิ่งที่มองเห็นกับสิ่งที่ไม่อาจมองเห็น พร้อมตั้งคำถามถึงความจริง ความเชื่อ และสิ่งที่อยู่เหนือการรับรู้ ดังคำกล่าวของอัลเฆาะซาลี (Al-Ghazali) ที่ว่า “โลกที่ประจักษ์อยู่นี้คือร่องรอยของโลกที่ไม่อาจมองเห็น…”
ศิลปินทั้ง 8 นำเสนอแนวคิดผ่านรูปแบบและเทคนิคที่แตกต่างกัน ตั้งแต่งานจัดวางที่นำแผนที่ บันทึกทางประวัติศาสตร์ และภาพกายวิภาคช้างขนาดเท่าจริงมาตั้งคำถามเรื่องรัฐชาติและเส้นเขตแดน โดย แอนโทนี ชิน (สิงคโปร์) งานเสียงและจลนศิลป์ที่หยิบเรื่อง “แม่นาก” และ “สมเด็จโต” มาพูดถึงความเชื่อเรื่องวิญญาณและศรัทธาในวัฒนธรรมไทย โดย ไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์ (ไทย) ประติมากรรมเซรามิกและพอร์ซเลนที่ผสานรูปร่างมนุษย์ พืช และสัตว์ สื่อถึงการแปรสภาพและการเปลี่ยนแปลง โดย โซ ยู นเว (เมียนมา) ไปจนถึงอุปกรณ์ฉายภาพแบบเรียลไทม์ที่ทำให้ผู้ชมเห็นภาพของ “อดีต” หรือ “อนาคต” โดย ฮีซู ควอน (เกาหลีใต้)
นอกจากนี้ยังมีวิดีโอที่ใช้เทคโนโลยีการสแกนภาพ 3 มิติและเชื่อมโยงกับความทรงจำทางการเมืองโดย สวี่ เจ๋ออวี๋ และเฉิน หว่าน-หยิ่น (ไต้หวัน) งานวิดีโอและเสียงว่าด้วยความรักและการพลัดพรากในห้องมืดที่มีร่องรอยการเผาไหม้โดย แดเนียล ฮุย (สิงคโปร์) และวิดีโอจากภาพถ่ายคู่รักที่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์กว่า 100 คู่ในกรุงเทพฯ โดย ลิเอโกะ ชิงะ (ญี่ปุ่น)
Spirits Melt to Flesh สนับสนุนโดย The Japan Foundation จัดแสดง ณ บางกอก คุนส์ฮาเลอ ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน – 4 ตุลาคม 2569 เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันพุธ – อาทิตย์ เวลา 14.00 – 20.00 น.
The Preservation of Fire
15 พฤษภาคม – 1 พฤศจิกายน 2569
นิทรรศการโดย บู้ซือ อาจอ (Busui Ajaw) ศิลปินอาข่า นำเรื่องราวของผู้คน วัฒนธรรม และความเชื่อของชาวอาข่ามาถ่ายทอดผ่านนิทรรศการที่เปรียบเสมือน “จดหมายเหตุที่มีชีวิต” ในการอนุรักษ์และเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรมของชาติพันธุ์อาข่าซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศไทย เมียนมา และลาว ท่ามกลางบริบทของความเปลี่ยนแปลง ซึ่งส่งผลต่อวิถีดั้งเดิม ทั้งในเชิงภาษา ความเชื่อ และภูมิปัญญา ทำให้ชาวอาข่าต้องเผชิญกับสภาวะลืมเลือนทางวัฒนธรรม (Cultural Amnesia)
นิทรรศการแบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 2 ชั้น เพื่อนำเสนอทั้งแนวทางการธำรงรักษาและการรื้อฟื้นประเพณีที่กำลังเลือนหายไปตามกาล โดยชั้น 1 นำเสนอผ้าทอและสิ่งของเครื่องใช้ของชาวอาข่า ซึ่งสะท้อนทั้งวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ส่วนชั้น 2 จัดแสดง “บ้านอาข่า” ที่รื้อถอนจากจังหวัดเชียงรายและนำมาประกอบขึ้นใหม่ พร้อม
ร่องรอยการใช้งานจริง ทั้งเตาไฟ อุปกรณ์การเกษตร และเขม่าควันที่ยังติดอยู่บนเพดาน ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีชีวิตมากกว่าจะเป็นเพียงวัตถุจัดแสดง
นิทรรศการนี้ก่อให้เกิดบทสนทนาระหว่างความทรงจำ แปรเปลี่ยน สูญหาย และการดำรงอยู่ของอัตลักษณ์ ชวนให้นึกถึงพื้นที่แห่งจิตวิญญาณ ที่ซึ่งอดีตยังคงถูกฝังและรอการตีความใหม่ในปัจจุบัน
The Preservation of Fire จัดแสดง ณ บางกอก คุนส์ฮาเลอ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันพุธ – อาทิตย์ เวลา 14.00 – 20.00 น.
ติดตามข่าวสารและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
Website: khaoyaiart.org
Facebook: Bangkok Kunsthalle
Instagram: @bangkok_kunsthalle
E-mail: info@bangkok-kunsthalle.org
ภาพถ่ายโดย สมัชชา อภัยสุวรรณ
