บริษัทกันกุลเอ็นจิเนียริ่งจำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL บุกเติมพอร์ตพลังงานสีเขียวต่อเนื่องเข้าลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) รวมกำลังการผลิตทั้งสิ้น 261.8 เมกะวัตต์เป็นสัญญาระยะเวลา 25 ปีและโครงการ Private PPA เพิ่มเติมอีกทั้งในไทยและญี่ปุ่นพร้อมเสริมแกร่งเพิ่มความคล่องตัวทางการเงินเดินหน้า Synergy ร่วมกับ GULF ปรับโครงสร้างโรงไฟฟ้าผ่าน Joint Venture ในสัดส่วน 50:50 เสริมแกร่งโครงสร้างการเงินพร้อมรองรับโอกาสภายใต้ PDP2026 ลุยสร้าง S-Curve ใหม่
นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทกันกุลเอ็นจิเนียริ่งจำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ“) เปิดเผยว่า ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ใหม่กับทาง EGAT ภายใต้โครงการพลังงานหมุนเวียน RE Biglot Phase 2.1 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยแบ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 3 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 242.4 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 1 โครงการ ขนาด 19.4 เมกะวัตต์ รวมกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 261.8 เมกะวัตต์ โดยมีกำหนดดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ดังนั้น เมื่อรวมโครงการทั้ง 4 โครงการดังกล่าว กับโครงการที่บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญา PPA ภายใต้โครงการ RE Biglot Phase 2.1 ไปก่อนหน้านี้แล้ว จำนวน 3 โครงการ ขนาด 57.2 เมกะวัตต์ บริษัทฯ จึงได้ดำเนินการเซ็นสัญญา PPA ภายใต้โครงการ RE Biglot เฟส 2.1 ครบถ้วนแล้วทุกโครงการ รวมกำลังการผลิตตามสัญญา 319.0 เมกะวัตต์
ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังได้มีการเปลี่ยนสัดส่วนการถือหุ้นในโรงไฟฟ้าของบริษัทฯ เป็นรูปแบบ Joint Venture กับ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รวม 12 โครงการ คิดเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญาตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 336.7 เมกะวัตต์ (Equity MW) รวมมูลค่าสิ่งตอบแทน 467 ล้านบาท การร่วมทุนในครั้งนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางการเงิน (Deconsolidation Structure) ของบริษัทฯ ในการเติบโตแบบ Joint Venture กับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของบริษัทฯ ความร่วมมือดังกล่าวจะเสริมศักยภาพในการพัฒนาโครงการพลังงานทดแทนร่วมกัน (Synergy Value) ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญที่ทั้งสองบริษัทมีประสบการณ์ร่วมกันมาแล้ว เพิ่มประสิทธิภาพจากขนาดโครงการ (Economies of Scale) และจะเพิ่มขีดความสามารถให้แก่บริษัทฯ ในการแข่งขันและลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศปี 2569 (PDP2026) ที่กำลังรอประกาศเพิ่มเติมภายในปีนี้ ซึ่งตามแผนได้ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานสะอาดให้สูงขึ้นถึง 65%-89% ของกำลังผลิตทั้งหมด
ธุรกรรมในครั้งนี้สะท้อนมุมมองของบริษัทฯ ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้การรักษาวินัยทางการเงิน และอัตราส่วนทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นนี้จะเปิดพื้นที่ทางการเงินในการรองรับโอกาสที่จะเข้ามาในอนาคตอันใกล้จากวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมพลังงาน (Investment Upcycle) ไม่ว่าจะเป็นแผน PDP2026 หรือจากการเติบโตของพลังงานสะอาดในต่างประเทศ และจากการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ (New S Curve) อาทิ ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องต่อไป
หลังจากการดำเนินการตามธุรกรรมดังกล่าว ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทฯ มีพอร์ตพลังงานหมุนเวียน (Equity Capacity) รวมที่ 2,101.2 เมกะวัตต์ โดยยังคงบรรลุเป้าหมาย 2,000 เมกะวัตต์ก่อนกำหนด 2027 ที่ตั้งไว้ พร้อมเสริมแกร่งโครงสร้างการเงิน เติมขีดความสามารถลงทุนเพิ่ม เดินเกมส์กลยุทธ์การเติบโตระลอกใหม่ ตั้งเป้าหมายใหม่เพิ่มกำลังการผลิต (Equity megawatt) อีกกว่า 50% สู่เป้าหมาย 3,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2573 สอดคล้องกับกระแสการเติบโตของพลังงานสะอาดจากแผน PDP2026 ที่บริษัทฯ ในฐานะผู้ประกอบการด้านพลังงานที่ครบวงจร สามารถนำความเชี่ยวชาญเข้าร่วมได้ในทุกมิติ ทั้งในด้านการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และด้านการก่อสร้าง Grid Infrastructure ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าลงทุนเพิ่มเติมอีก 360,000 – 700,000 ล้านบาท เพื่ออัปเกรดโครงข่ายไฟฟ้า Smart Grid ให้มีความพร้อมในการรองรับพลังงานสะอาดใหม่ๆ ยังไม่นับรวมไปถึงการเติบโตของระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ที่ทั้งในระดับครัวเรือน ธุรกิจ ขึ้นไปถึงระดับโครงข่าย (Grid Scale Battery) และประเด็นสำคัญอย่างยิ่งใน PDP ฉบับใหม่คือการปลดล๊อก Direct PPA ให้ครอบคลุมถึงอุตสาหกรรมอื่นๆ ไม่ใช่เพียง Data Center เท่านั้น ซึ่งบริษัทฯ ได้มีการพูดคุยและอยู่ในระหว่างการร่วมกันวางแผนด้านพลังงานกับลูกค้าในหลายภาคอุตสาหกรรม
GUNKUL มุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวควบคู่ไปกับการรักษาวินัยทางการเงินซึ่งเป็นหัวใจสำคัญต่อความสามารถในการลงทุนในโครงการใหม่ๆ จากวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมพลังงาน (Investment Upcycle) ทั้งในและต่างประเทศ บริษัทฯ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันศักยภาพทางพลังงานสะอาดของประเทศที่เป็นกุญแจปลดล็อกการเติบโตของผู้ประกอบการไทยและภาพรวมเศรษฐกิจ ในฐานะ Energy & AI Infrastructure Partner เพื่อสร้าง S-curve ใหม่ที่จะเป็นแพลตฟอร์มการเติบโตที่สำคัญในอนาคตต่อไป
