- PepsiCo ผนึกกำลัง 5 สตาร์ทอัพจากโครงการ PepsiCo Greenhouse Program APAC โดยสตาร์ทอัพได้ร่วมมือกับทีมผู้เชี่ยวชาญจากฝ่ายต่าง ๆ ของ PepsiCo ตลอดระยะเวลา 7 เดือนเดินหน้าประเมินความพร้อมทางด้านเทคโนโลยี การดำเนินงาน และความเป็นไปได้เชิงธุรกิจ พร้อมวางแผนแนวทางต่อยอดและผลักดันสู่การใช้งานจริง
- หลังสิ้นสุดโครงการ สตาร์ทอัพทั้ง 5 ทีมได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent) ร่วมกับ PepsiCo เพื่อเปิดโอกาสสำรวจแนวทางความร่วมมือในอนาคต โดยแต่ละทีมมีความคืบหน้าแตกต่างกันไป Beijing AIForce Tech เดินหน้าต่อยอดจากสัญญาเช่ารถแทรกเตอร์ระยะเวลา 5 ปีร่วมกับ PepsiCo ประเทศจีน และกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบรถแทรกเตอร์รุ่นใหญ่ขึ้น ขณะที่ Bali Waste Cycle เตรียมขยายการรวบรวมบรรจุภัณฑ์ร่วมกับ PepsiCo ประเทศอินโดนีเซีย ส่วน Adiona ได้ดำเนินการจำลองสถานการณ์ด้านโลจิสติกส์ในประเทศไทยและจีน และ X-Centric Sciences ได้ลงมือทดลองในพื้นที่จริงร่วมกับทีมเกษตรกรรมของ PepsiCo ในออสเตรเลีย ก่อนวางแผนเปิดตัวหน่วยธุรกิจเชิงพาณิชย์ในปีหน้า
- นับตั้งแต่ปี 2023 โครงการ PepsiCo Greenhouse Programในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้ร่วมขับเคลื่อนสตาร์ทอัพรวม 30 ราย พร้อมผลักดันโครงการนำร่องกว่า 22 โครงการ ครอบคลุมตั้งแต่ด้านเกษตรกรรมยั่งยืน การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน

PepsiCo เดินหน้าขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนครั้งสำคัญ ประกาศลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent: LOI) ร่วมกับ 5 สตาร์ทอัพ จากโครงการ Greenhouse Accelerator 2026: The IMPACT Edition มุ่งปลดล็อกศักยภาพโซลูชันแห่งความยั่งยืนในอนาคต เร่งต่อยอดแนวทางจากโครงการนำร่องสู่การใช้งานจริงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโครงการ PepsiCo Greenhouse Program APAC 2026: The IMPACT Edition ดำเนินงานต่อเนื่องตลอด 7 เดือน เพื่อเร่งผลักดันนวัตกรรมต่อยอดจากขั้นตอนการค้นหาสตาร์ทอัพสู่การเตรียมความพร้อมลงสนามใช้งานจริงในภาคธุรกิจ พร้อมดึง 5 สตาร์ทอัพที่เคยเข้าร่วมโครงการกลับมาร่วมงานอีกครั้ง ได้แก่ Adiona, Bali Waste Cycle, Beijing AIForce Tech (BAIFT), Takachar และ X-Centric Sciences โดยแต่ละทีมต่างพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ต่าง ๆ ครอบคลุมตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ เกษตรกรรมยั่งยืน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไปจนถึงการเร่งขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน
โครงการนี้ขับเคลื่อนตามแนวทาง IMPACT Framework เพื่อปลดล็อกศักยภาพของสตาร์ทอัพจากขั้นทดลองโครงการนำร่องสู่การใช้งานจริงในภาคธุรกิจ โดยผู้ก่อตั้งทั้ง 5 ทีมได้ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายฝ่ายของ PepsiCo ทั้งด้านความยั่งยืน ซัพพลายเชน การจัดซื้อ การวิจัยและพัฒนา การดำเนินงาน การเงิน และกฎหมาย เพื่อประเมินความพร้อมด้านเทคโนโลยีและการดำเนินงาน ความเป็นไปได้ทางธุรกิจ ตลอดจนข้อกำหนดด้านกฎหมายและเกณฑ์มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมค้นหาและประเมินข้อจำกัดที่อาจเกิดขึ้นก่อนนำโซลูชันก้าวสู่การใช้งานจริง
โครงการนี้ปิดฉากลงด้วยการลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงร่วมกับสตาร์ทอัพด้านความยั่งยืนทั้ง 5 ทีม สะท้อนถึงอีกก้าวสำคัญในการนำโซลูชันไปใช้งานจริง อย่างไรก็ตามการต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคตยังคงต้องผ่านการประเมิน และการทำข้อตกลงร่วมกันในขั้นตอนถัดไป
“การขับเคลื่อนธุรกิจในเอเชียแปซิฟิกให้เติบโตอย่างมั่นคงและพร้อมรับมือทุกความท้าทาย จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและความเชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วน” คุณ Anne Tse ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของ PepsiCo กล่าว “โครงการ Greenhouse Accelerator เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพได้ร่วมมือกับทีมงาน PepsiCo เพื่อพัฒนาและทดสอบโซลูชันใหม่ ๆ กับโจทย์ทางธุรกิจและการดำเนินงานจริงในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ความร่วมมือนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเทคโนโลยีรูปแบบเดียวหรือพาร์ทเนอร์รายใดรายหนึ่ง แต่ครอบคลุมการทำงานร่วมกับสตาร์ทอัพ นักลงทุน และพาร์ทเนอร์จากหลากหลายภาคส่วน เพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมให้มั่นคงยิ่งขึ้น และส่งเสริมการพัฒนาโซลูชันที่มีศักยภาพให้การเติบโตในเชิงธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว”
เจาะลึกความคืบหน้า 5 สตาร์ทอัพ ทดสอบศักยภาพก่อนลงสนามธุรกิจจริง
สตาร์ทอัพทั้ง 5 ทีมที่เข้าร่วมโครงการล้วนมีแนวทางพัฒนาโซลูชันที่แตกต่างกัน โดยพิจารณาจากความพร้อมและศักยภาพทางเทคโนโลยี ความต้องการทางธุรกิจ ตลอดจนเงื่อนไขการดำเนินงานที่จำเป็นต่อการนำไปใช้จริง
- Adiona สตาร์ทอัพจากประเทศออสเตรเลียจากโครงการปี 2023 ต่อยอดความร่วมมือเดิมกับ PepsiCo ในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนเส้นทางและการขนส่ง และเมื่อจบกระบวนการทดสอบในโครงการรุ่น IMPACT Edition ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงร่วมกัน เพื่อสำรวจโอกาสในการยกระดับระบบขนส่งและโลจิสติกส์ในประเทศจีนต่อไป
- Beijing AIForce Tech (BAIFT) สตาร์ทอัพจากประเทศจีนจากโครงการปี 2025 ร่วมมือกับ PepsiCo ประเทศจีนพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตรพลังงานไฟฟ้า ปัจจุบัน PepsiCo ประเทศจีนได้ตกลงเช่ารถแทรกเตอร์ไฟฟ้าขนาด 140 แรงม้าเป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อนำไปใช้เพาะปลูกมันฝรั่งในฟาร์มเกษตรกรเครือข่ายซัพพลายเชนของ PepsiCo ส่วนรถแทรกเตอร์ขนาด 180 แรงม้าอยู่ระหว่างการทดสอบซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปีนี้ เมื่อจบกระบวนการทำงานในโครงการ IMPACT Edition ทาง PepsiCo และ BAIFT ได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง เพื่อขยายการทำงานร่วมกันในประเทศจีน พร้อมสำรวจโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมทางการเกษตรร่วมกันในอนาคต
- Bali Waste Cycle สตาร์ทอัพจากประเทศอินโดนีเซียจากโครงการเมื่อปี 2025 ร่วมมือกับ PepsiCo อินโดนีเซียในการจัดเก็บและรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ชนิดยืดหยุ่น พร้อมศึกษาต่อยอดการนำวัสดุที่ผ่านการจัดเก็บและรีไซเคิลไปใช้ประโยชน์ในตลาดปลายทาง โดยในระหว่างดำเนินโครงการ Bali Waste Cycle ได้นำบรรจุภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวที่ใช้แล้วกลับมาแปรรูปเป็นส่วนประกอบของป้ายริมถนนในเมืองเดนปาซาร์และเกียนยาร์ พร้อมศึกษาความต้องการใช้งานวัสดุดังกล่าวในภาคการท่องเที่ยวและภาคธุรกิจ นอกจากนี้ทาง PepsiCo และ Bali Waste Cycle ได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง เพื่อพัฒนาแนวทางขยายการจัดเก็บบรรจุภัณฑ์และต่อยอดการใช้ประโยชน์จากพลาสติกชนิดยืดหยุ่นที่ผ่านการใช้งานแล้วตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศอินโดนีเซีย
- Takachar สตาร์ทอัพจากประเทศไทยจากโครงการในปี 2024 เดินหน้าศึกษาแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีรูปแบบพกพาเพื่อแปรรูปเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เป็นไบโอชาร์ (Biochar) ภายใต้โครงการ IMPACT Edition ทาง Takachar และ PepsiCo ร่วมประเมินความพร้อมด้านการดำเนินงานและด้านธุรกิจสำหรับการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในห่วงโซ่คุณค่าทางการเกษตร (Agricultural value chain) พร้อมลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีของ Takachar ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
- X-Centric Sciences สตาร์ทอัพจากออสเตรเลียจากโครงการในปี 2024 ทำงานร่วมกับ PepsiCo อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินแนวทางการนำเทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลดิน (Soil Intelligence) มาใช้ในกระบวนการด้านการเกษตร เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเกี่ยวกับสุขภาพดินและปัจจัยการผลิตพืชให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หลังจากดำเนินการทดลองจริงในสถานที่เพาะปลูกร่วมกับทีมเกษตรกรรมของ PepsiCo ในออสเตรเลีย ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง เพื่อสำรวจแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลดินอย่างแม่นยำในประเทศออสเตรเลีย
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังสือแสดงเจตจำนงของสตาร์ทอัพแต่ละทีมได้ในภาคผนวก A
นอกจากนี้สตาร์ทอัพหลายทีมยังคงต่อยอดความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง แม้สิ้นสุดโครงการ IMPACT Edition ไปแล้ว โดย BAIFT สามารถระดมทุนรอบ Series B ได้ถึง 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ X-Centric ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ Google DeepMind Accelerator: AI for the Planet ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ความก้าวหน้าเหล่านี้สะท้อนถึงความสำคัญของการสร้างเครือข่ายระบบนิเวศนวัตกรรม (innovation ecosystem) เพื่อเปิดพื้นที่ร่วมผลักดันแนวคิด เทคโนโลยี และโซลูชันที่มีศักยภาพให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
ตั้งแต่ปี 2023 โครงการ PepsiCo Greenhouse Program APAC ได้ร่วมงานกับสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพมากมายรวม 30 ทีม พร้อมสนับสนุนโครงการนำร่องไปแล้วกว่า 22 โครงการ ครอบคลุมทั้งด้านระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน เกษตรกรรมยั่งยืน และโซลูชันด้านสภาพภูมิอากาศ
เผยทิศทางการต่อยอดความร่วมมือในอนาคต
หลังงาน PepsiCo Greenhouse Program APAC 2026: IMPACT Edition Showcase เสร็จสิ้นลง ทาง PepsiCo และสตาร์ทอัพที่เข้าร่วมโครงการจะเดินหน้าหารือร่วมกันภายใต้กรอบหนังสือแสดงเจตจำนงเพื่อมองหาโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ ทั้งนี้การนำโซลูชันไปใช้งานจริงในอนาคตยังจำเป็นต้องผ่านการประเมินเพิ่มเติมอย่างรอบด้าน ทั้งด้านประสิทธิภาพการทำงาน (solution performance) คุณค่าทางธุรกิจ (business value) ความสอดคล้องกับระบบการดำเนินงาน (operational fit) ตลอดจนความต้องการของตลาด (market needs)
โครงการ PepsiCo Greenhouse Program APAC เปิดตัวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเมื่อปี 2023 โดยเริ่มต้นในรูปแบบโครงการเร่งพัฒนาสตาร์ทอัพที่มอบเงินทุนสนับสนุน เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมด้านระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (circularity) เกษตรกรรมยั่งยืน (sustainable agriculture) และแนวทางการรับมือและแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate solutions) ตลอดการจัดงานทั้ง 4 รุ่นที่ผ่านมา โครงการได้พัฒนาแนวทางการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการ IMPACT Edition ในปี 2026 มุ่งเน้นการศึกษาแนวทางการเชื่อมต่อนวัตกรรมเข้ากับระบบการดำเนินงานจริง การเตรียมความพร้อมทางธุรกิจ และเปิดโอกาสในการนำโซลูชันไปใช้งานจริงต่อไป
โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายด้านการลงทุนเกษตรกรรมและนวัตกรรม (Venture Capital) ได้แก่ Artesian, AgFunder Asia, AgriFutures growAG, Better Earth Ventures, Circulate Capital, CM Venture Capital, Cooley, GC Ventures, SAIL (Singapore Agri-Food Innovation Lab at Nanyang Technological University), และ Suntory PepsiCo Beverages เครือข่ายพาร์ทเนอร์กลุ่มนี้มีส่วนสำคัญในการช่วยให้สตาร์ทอัพเข้าถึงข้อมูลและความเชี่ยวชาญรอบด้าน ทั้งด้านการเข้าถึงตลาด การเตรียมความพร้อมด้านการลงทุน การพัฒนาต่อยอดธุรกิจ ไปจนถึงการนำนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ในระดับองค์กร
