Headlines

นิทรรศการ Resilience โดย มรกต เกษเกล้า (27 กันยายน – 9 พฤศจิกายน 2568)

Resilience โดยมรกตเกษเกล้า

27 กันยายน – 9 พฤศจิกายน 2568

งานเปิดนิทรรศการ 27 กันยายน 2568 เวลา 17:00 – 19:00 .

อัตตา แกลเลอรี่มีความยินดีขอเชิญเป็นเกียรติร่วมงานเปิดนิทรรศการ Resilience โดยมรกตเกษเกล้า ในวันเสาร์ที่ 27 กันยายน ระหว่างเวลา 17:00-19:00 น. โดยงานนิทรรศการจะมีไปถึงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2568

เกี่ยวกับนิทรรศการ

Resilience นิทรรศการนี้เป็นการผสมผสานบางส่วนของผลงานที่ผ่านมาจากนิทรรศการ Suture เข้ากับผลงานชุดใหม่ ที่สำรวจภูมิทัศน์ภายในของความอดทนและการดำรงอยู่ ผ่านเทคนิคสีอะคริลิกบนลินินและการปักชุนที่อ่อนช้อยแต่มั่นคง ผลงานเหล่านี้หลอมรวมรูปทรงที่แตกต่างให้กลายเป็นภูมิทัศน์นามธรรม ซึ่งกล่าวถึงสายสัมพันธ์ที่ผุกร่อนและการซ่อมแซมอย่างแผ่วเบา

หาก Suture เคยสะท้อนความซับซ้อนของความสัมพันธ์ในกาลเวลาและพื้นที่ Resilience กลับหันลึกเข้าสู่ภายใน ตั้งคำถามว่าเราจะเผชิญหน้ากับความกลัว ความไม่แน่นอน และการล่มสลาย—ทั้งในระดับปัจเจกและระดับโลก—ได้อย่างไร ผลงานชุดนี้สร้างสรรค์ขึ้นท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยวิกฤต:  สงคราม การยึดครอง การเอารัดเอาเปรียบทางการเมือง และการทำลายสิ่งแวดล้อม ทว่ามันมิได้ยอมจำนนต่อความสิ้นหวัง หากเปล่งเสียงแห่งการท้าทายอันสงบนิ่ง เปรียบดังการภาวนาในความแข็งแรงภายใต้ความเปราะบาง ความหวังท่ามกลางความคลุมเครือ และการเยียวยาที่ค่อยเป็นค่อยไปด้วยความตั้งใจ

ลายเส้นการปักชุน จึงกลายเป็นท่วงทำนองแห่งความต่อเนื่องและการดูแล ด้ายที่ทอดผ่านความเงียบผูกโยงพื้นที่เข้าหากันอย่างบอบบาง Resilience จึงเป็นคำเชื้อเชิญให้เราครุ่นคิดถึงวิธีที่มนุษย์ดำรงอยู่ การประสานเยียวยา และการถักทอความหมายขึ้นใหม่ แม้ในห้วงเวลาอันสั่นคลอนและไม่แน่นอน

เกี่ยวกับศิลปิน

มรกตเกษเกล้า เป็นศิลปินและอาจารย์ประจำคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้สร้างสรรค์ผลงานที่เชื่อมโยงความทรงจำส่วนตัว ประสบการณ์ทางสังคม และความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน ผลงานจิตรกรรมร่วมสมัยของเธอมุ่งสำรวจรอยต่อระหว่างรูปทรงธรรมชาติกับสิ่งสังเคราะห์ ถ่ายทอดออกมาเป็นภูมิทัศน์นามธรรมที่สะท้อนทั้งความเปราะบางและความเข้มแข็งในคราวเดียวกัน ผลงานของเธอผสานเส้นที่มีโครงสร้างชัดเจนเข้ากับท่าทีที่คลุมเครือ และขับเน้นด้วยการเย็บปักเส้นด้ายด้วยมือ ซึ่งเชื่อมโยงกับความทรงจำในวัยเด็กที่เคยนั่งซ่อมเสื้อผ้ากับแม่ สำหรับมรกต ด้ายจึงมิใช่เพียงวัสดุ แต่คือสัญลักษณ์แห่งการเยียวยา การเชื่อมโยง และความหวัง การเย็บปักในผลงานได้กลายเป็นอุปลักษณ์ของการสมานรอยแผล การซ่อมแซมพื้นที่ และการจินตนาการถึงหนทางใหม่ของการอยู่ร่วมกันผ่านภาษาทางทัศนศิลป์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ มรกตสะท้อนปัญหาเร่งด่วนของยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม การสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ และสายสัมพันธ์อันเปราะบางระหว่างมนุษย์ สัตว์ และระบบนิเวศ เช่นเดียวกับภูมิทัศน์ที่บอบช้ำจากการตัดไม้ทำลายป่าและการแสวงหาประโยชน์ มนุษย์เองก็เผชิญบาดแผลจากดินแดนที่ถูกยึดครอง การกดขี่ทางการเมือง และความหายนะของสงคราม จิตรกรรมของเธอเผชิญหน้ากับบาดแผลเหล่านี้โดยตรง พลิกเปลี่ยนร่องรอยแห่งความเจ็บปวดให้กลายเป็นท่าทีแห่งความเข้มแข็ง—ทุกฝีเข็มคือการต่อต้านอย่างสงบ ทุกลายเส้นคือการมอบความหวัง

ในด้านการศึกษา มรกตสั่งสมประสบการณ์ทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง เธอสำเร็จการศึกษาศิลปะบัณฑิต สาขาจิตรกรรม จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต่อด้วยปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยศิลปากร และได้เข้าศึกษาหลักสูตร Meisterschüler ที่สถาบันศิลปะแห่งเมืองไลพ์ซิก ประเทศเยอรมนี ก่อนจะได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตทางด้านการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ผลงานของเธอได้รับการยอมรับและจัดแสดงอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ปัจจุบันเธอพำนักและทำงานอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *