ดิ อาร์ต อ๊อคชั่น เซ็นเตอร์ (The Art Auction Center) สถาบันประมูลศิลปะอันดับ 1 ของประเทศ เตรียมจัด “THE VAULT” งานประมูลศิลปะครั้งสำคัญ รวบรวมผลงานทรงคุณค่า 142 ชิ้น จากศิลปินชั้นครูและศิลปินสำคัญของไทย พร้อมจัดนิทรรศการก่อนการประมูลให้ผู้สนใจได้ชมผลงานอย่างใกล้ชิด ระหว่างวันที่ 12–23 สิงหาคม 2569 ณ ท่าพิพิธภัณฑ์ (Museum Pier) ก่อนเข้าสู่การประมูลอย่างเป็นทางการในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป
บทบันทึกแห่งมรดกทางศิลปะ
THE VAULT เปรียบเสมือนการเปิดประตูสู่ห้องนิรภัยที่เก็บรักษามรดกทางศิลปะอันทรงคุณค่า ผลงานเหล่านี้คือร่องรอยแห่งความคิด จินตนาการ และช่วงเวลาสำคัญที่ศิลปินได้ถ่ายทอดไว้ผ่านการสร้างสรรค์
ภายใน THE VAULT ผู้ชมจะได้พบกับ 142 ผลงานศิลปะที่เดินทางผ่านกาลเวลา บางชิ้นมีที่มาและประวัติการครอบครองที่น่าสนใจ บางชิ้นเคยจัดแสดงหรือได้รับการบันทึกไว้ในเอกสารอ้างอิงด้านศิลปะ ขณะที่อีกหลายชิ้นแทบไม่เคยปรากฏต่อสายตาสาธารณชนมาเป็นเวลานาน THE VAULT ชวนให้ทุกคนได้สัมผัสเรื่องราวเบื้องหลังการสร้างสรรค์ ศิลปินผู้รังสรรค์ และบริบททางประวัติศาสตร์ที่หล่อหลอมให้ศิลปะเหล่านี้มีความหมายเหนือกาลเวลา
ส่องผลงานไฮไลต์จากคอลเลกชัน THE VAULT
การรวบรวมผลงานศิลปะ 142 ชิ้นจากศิลปินสำคัญจากหลากหลายยุคสมัย ทำให้ THE VAULT ไม่ต่างกับเป็นบทบันทึกสำคัญของประวัติศาสตร์ศิลปะ ที่ถ่ายทอดผ่านแนวคิด เทคนิค และมุมมองอันแตกต่าง
ภายในนิทรรศการและการประมูลครั้งนี้ ผู้ชมจะได้พบกับผลงานอันทรงคุณค่าที่มีเรื่องราวเฉพาะตัว ตั้งแต่งานจิตรกรรมระดับมาสเตอร์พีซของศิลปินแห่งชาติและบรมครูผู้วางรากฐานศิลปะไทย ไปจนถึงผลงานร่วมสมัยที่สะท้อนการทดลองทางความคิดและพัฒนาการของวงการศิลปะในแต่ละช่วงเวลา
ท่ามกลางคอลเลกชันทั้งหมด มี 8 ผลงานไฮไลต์ที่ได้รับการคัดสรรจากความโดดเด่นทั้งด้านคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สุนทรียภาพ และเรื่องราวเบื้องหลังการสร้างสรรค์
ถวัลย์ดัชนี – นกอินทรี (2000/2543)
เทคนิค: สีน้ำมันบนผ้าใบ (Oil on canvas) | ขนาด: 561 x 153 cm
ราคาประเมิน: 15,000,000 – 18,000,000 บาท | ราคาเริ่มต้น: 6,500,000 บาท
“พออายุ 35 ผมไม่ใช้สีเป็นเครื่องปรุงแต่งอีกต่อไปใช้แต่ดำกับขาวเท่านั้น….ความอยากที่มันน้อยลงทำให้ผมมุ่งตรงไปสู่จุดสะเทือนใจ….” — ถวัลย์ดัชนี (นิตยสาร People, 2543)
ผลงานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของถวัลย์ ดัชนีที่เข้าสู่ตลาดการประมูล และเป็นภาพเขียนสีน้ำมันบนผ้าใบด้วยเทคนิคแบบซูมิเอะ (Sumi-e) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ปรากฏในผลงานของศิลปิน
ด้วยความยาวกว่า 5.6 เมตร “นกอินทรี” ดูราวกับกำลังทะยานออกจากผืนผ้าใบและเข้าสู่พื้นที่จริงตรงหน้า
ภาพเขียนสีน้ำมันบนผ้าใบด้วยเทคนิคแบบซูมิเอะหรือในทางวงการศิลปะไทยเรียกว่าภาพชุดฝีแปรง (brushwork) โดยใช้เพียงสีดำวาดลงบนผืนผ้าใบ รอบเดียวโดยปราศจากการร่างภาพ เป็นความงามที่ปรากฏจึงเป็นการยอมรับในความธรรมดาสามัญ ที่แฝงไว้ด้วยจิตวิญญาณแห่งศิลปะตะวันออก ศิลปินต้องใช้พละกำลังทั้งร่างกายและความแม่นยำเด็ดเดี่ยวที่สั่งสมมาตลอดชีวิต ให้ภาพสามารถออกมาโลดแล่นและสร้างแรงขับเคลื่อนทางความรู้สึกได้ ผลงานชิ้นนี้จึงเปรียบดั่งบันทึกที่ถ่ายทอดความงามอันเป็นประจักษ์ และจุดสูงสุดแห่งการสร้างสรรค์ของถวัลย์ ดัชนี
ถวัลย์ดัชนี – ถนนสีขาว (1964/2507)
เทคนิค: สีน้ำมันบนไม้อัด (Oil on board) | ขนาด: 78 x 108 cm
ราคาประเมิน: 8,000,000 – 10,000,000 บาท | ราคาเริ่มต้น: 3,500,000 บาท
ภาพเขียนสีน้ำมันที่ผสานรอยแปรงเข้ากับการปาดเกรียง ผลงานในวัยหนุ่มของถวัลย์ ดัชนี ขณะกำลังค้นหาตัวตน ผลงานเคยอยู่ในความครอบครองของพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ชื่นชอบผลงานของถวัลย์มาตั้งแต่ครั้งดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ด้วยคุณค่าแห่งความงามอันวิจิตรและร่องรอยทางประวัติศาสตร์ ผลงานนี้จึงเปรียบได้กับการเดินทางของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ที่ถูกร้อยเรียงไว้บนถนนสายยาวไกล
ประกิต (จิตร) บัวบุศย์ – UNTITLED (1935/2478)
เทคนิค: สีน้ำมันบนผ้าใบ (Oil on canvas) | ขนาด: 60 x 75 cm
ราคาประเมิน: 1,500,000 – 1,800,000 บาท | ราคาเริ่มต้น: 700,000 บาท
ผลงานหาชมได้ยากยิ่งของ ประกิต (จิตร) บัวบุศย์ ผู้บุกเบิกศิลปะลัทธิประทับใจ (Impressionism) ในประเทศไทย ภาพอาชาสีน้ำตาลเข้มยืนสง่ากลางสนามแข่ง สร้างสรรค์ขึ้นในปี 2478 ก่อนช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่ศิลปินจะเดินทางไปศึกษาต่อ ณ ประเทศญี่ปุ่น และค้นพบแนวทางอันสร้างชื่อเสียงในเวลาต่อมา ผลงานโดดเด่นด้วยความแม่นยำทางกายวิภาคสรีระของม้า และมิติทัศนียภาพที่สมจริง ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่บันทึกรอยต่อประวัติศาสตร์ศิลปะไทยเอาไว้อย่างเปี่ยมคุณค่า
สุเชาว์ศิษย์คเณศ – บ้าน (ตรอกซุง) (1980/2523)
เทคนิค: สีน้ำมันบนผ้าใบ (Oil on canvas) | ขนาด: 65.5 x 65.5 cm
ราคาประเมิน: 4,000,000 – 5,000,000 บาท | ราคาเริ่มต้น: 2,900,000 บาท
“ชีวิตผมตอนเด็กไม่เคยมีบ้านต้องเช่าเขาอยู่และย้ายไปเรื่อยๆ … ความรู้สึกนี้ก็เลยฝังใจผมผมอยากมีความรู้สึกเป็นส่วนตัวคืออยากมีบ้านของตัวเองแต่มันก็เป็นไปไม่ได้เพราะผมเปลี่ยนงานบ่อยผมก็เลยเขียนเอา” — สุเชาว์ ศิษย์คเณศ (ศิลปวัฒนธรรม, พฤษภาคม 2538)
ผลงาน “บ้าน (ตรอกซุง)” สร้างสรรค์ขึ้นด้วยเทคนิคสีน้ำมันที่หนา ผสานจังหวะการลงสีเพื่อสร้างมิติและก่อเกิดเป็นรูปทรง ซึ่งมีความแตกต่างจากผลงานชุดบ้านชิ้นอื่น ๆ ของศิลปินที่มักใช้เทคนิคการตัดเส้น โทนสีและรอยปาดเกรียงที่ถ่ายทอดความรู้สึกเลือนรางนี้ ได้สะท้อนภาพแทนของบ้านที่ไม่ใช่บ้าน หากแต่เป็นเหมือนภาพฝันบนเส้นทางแสนเปลี่ยวเหงา ที่เปรียบเสมือนบทบันทึกชีวิตของศิลปิน
ทวีนันทขว้าง – UNTITLED (1978/2521)
เทคนิค: สีน้ำมันบนผ้าใบ (Oil on canvas) | ขนาด: 95.5 x 70 cm
ราคาประเมิน: 3,500,000 – 4,500,000 บาท | ราคาเริ่มต้น: 1,900,000 บาท
ผลงานโดย อาจารย์ทวี นันทขว้าง ศิลปินแห่งชาติและบูรพศิลปินผู้มีอิทธิพลอย่างสูงต่อวงการจิตรกรรมไทย ความสมบูรณ์แบบทั้งการจัดวางและฝีแปรงทำให้ผลงานชิ้นนี้ทรงคุณค่าและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยได้รับการบันทึกและตีพิมพ์ไว้ในหนังสือประวัติศาสตร์อย่าง “ชีวิตและงานของอาจารย์ทวี นันทขว้าง” (2538)
อวบสาณะเสน – SELF PORTRAIT (1993/2536)
เทคนิค: สีน้ำมันบนผ้าใบ (Oil on canvas) | ขนาด: 58.5 x 79 cm
ราคาประเมิน: 800,000 – 1,200,000 บาท | ราคาเริ่มต้น: 400,000 บาท
“ไวโอลีนเป็นสิ่งที่ผมรักในชีวิต….ผมเล่นไวโอลีนตั้งแต่อายุสิบเก้า ผมรู้จักไวโอลีนดี มันเล่นยาก ต้องรักและใช้ความเพียรฝึกฝนอย่างมาก ถ้าเล่นเป็นก็เหมือนกับงานศิลปะนั่นแหละ..” — อวบ สาณะเสน (Fine Art, ตุลาคม 2547)
ภาพของอวบ สาณะเสน มักเป็นงานสีน้ำมันบรรยากาศฟุ้งฝันที่มีดอกไม้และไวโอลินประกอบอยู่ ทว่า “Self Portrait” ชิ้นนี้มีความพิเศษและหาได้ยากยิ่ง เพราะเป็นภาพตัวศิลปินเองขณะกำลังบรรเลงไวโอลินเครื่องโปรด ผลงานโดดเด่นด้วยการผสมผสานอิทธิพลแบบบาศกนิยม (Cubism) เข้ากับฝีแปรงที่ส่งผ่านแรงสั่นสะเทือนทางอารมณ์ สะท้อนถึงความรักและจิตวิญญาณอันหนักแน่นต่อศิลปะตลอดช่วงชีวิตของศิลปิน
นทีอุตฤทธิ์ – HOMAGE TO LANDSCAPE PAINTING NO. 5 & NO. 6 (1999/2542)
เทคนิค: สีน้ำมันและสีเคลือบเงาบนผ้าใบ (Oil and enamel on canvas) | ขนาด: 120 x 220 cm
ราคาประเมิน: 3,500,000 – 4,500,000 บาท | ราคาเริ่มต้น: 2,900,000 บาท
ผลงานในชุด “Homage to Landscape Painting” นับเป็นช่วงเวลาสำคัญของ นที อุตฤทธิ์ ที่ได้ทำงานจิตรกรรมแบบรูปลักษณ์ (Figurative) ศิลปินได้หยิบยกภาพทิวทัศน์มาเป็นส่วนสำคัญหลัก เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการเชื่อมรอยต่อระหว่าง โลกแห่งความเป็นจริง กับ โลกแห่งการรับรู้และความรู้สึก ภาพที่ปรากฏจึงเปรียบดั่งตัวแทนที่ถูกถ่ายทอดผ่านกระบวนการทางนามธรรม เพื่อสำรวจความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่าง “ภาพ” ในฐานะงานจิตรกรรม และ “ผู้ชม” ในฐานะผู้เชื่อมโยงและสร้างความหมายด้วยประสบการณ์และความเป็นปัจเจกชน
ชำเรืองวิเชียรเขตต์ – IDEALIZE PORTRAIT (ผู้หญิง, AP 3) (1958/2501)
เทคนิค: ประติมากรรมสำริด (Bronze) | ขนาด: 90 x 25 x 25 cm
ราคาประเมิน: 400,000 – 500,000 บาท | ราคาเริ่มต้น: 190,000 บาท
“ผู้หญิง” หนึ่งในผลงานประติมากรรมระดับขึ้นหิ้งและหาชมได้ยากยิ่งของ ชำเรือง วิเชียรเขตต์ ซึ่งสร้างขึ้นสมัยยังดำรงตำแหน่งอาจารย์คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สุนทรียภาพที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากอุดมคติและประสบการณ์ของศิลปิน ร้อยเรียงผ่านเส้นสายที่อ่อนโยนและปริมาตรที่งดงาม ก่อเกิดเป็นรูปลักษณ์ของหญิงสาวที่งดงามบริสุทธิ์ ผลงานชิ้นนี้คว้ารางวัลเกียรตินิยมอันดับ 2 เหรียญเงิน จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 9 ซึ่งถือเป็นการการันตีถึงความทรงคุณค่าและความงามอย่างเป็นประจักษ์
มากกว่าการครอบครองคือการส่งต่อมรดกทางศิลปะ
THE VAULT เป็นโอกาสที่คนรักงานศิลปะและนักสะสมจะได้พบกับผลงานที่มีเรื่องราว ที่มา และคุณค่าที่สั่งสมผ่านกาลเวลา
สำหรับนักสะสม การครอบครองงานศิลปะจึงไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของเพียงชั่วขณะ หากคือการรับช่วงต่อบทบาทของผู้ดูแล (Stewardship) เพื่อรักษาเรื่องราว แนวคิด และคุณค่าที่ศิลปินได้สร้างสรรค์ไว้ให้คงอยู่ต่อไป จากผู้ครอบครองคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่ง ก่อนจะส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อไป
“THE VAULT ไม่ได้เป็นเพียงการรวบรวมผลงานศิลปะเพื่อการประมูลหากเป็นการเปิดพื้นที่ให้ผลงานสำคัญของศิลปะไทยได้กลับมาปรากฏต่อสาธารณชนอีกครั้งแต่ละชิ้นล้วนบันทึกทั้งความคิดจิตวิญญาณและช่วงเวลาสำคัญของศิลปินไว้ในตัวเองการประมูลจึงมิใช่เพียงการเปลี่ยนผ่านของผู้ครอบครองหากเป็นการส่งต่อมรดกทางศิลปะจากผู้ดูแลคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งเพื่อให้เรื่องราวคุณค่าและจิตวิญญาณของผลงานยังคงได้รับการสืบสานต่อไปเราหวังว่า THE VAULT จะช่วยให้ผู้ชมและนักสะสมได้มองเห็นคุณค่าของผลงานในมิติที่ลึกซึ้งขึ้นและร่วมกันรักษามรดกทางศิลปะของไทยให้คงอยู่สืบไป”— คุณพิริยะ วัชจิตพันธ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง ดิ อาร์ต อ๊อคชั่น เซ็นเตอร์
เปิดประตูสู่ THE VAULT: ข้อมูลการเข้าชมและร่วมประมูล
สำหรับผู้รักงานศิลปะ นักสะสม และผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การประมูลงานศิลป์ สามารถเข้าชมนิทรรศการก่อนการประมูล และสัมผัสผลงานทั้ง 142 ชิ้นอย่างใกล้ชิด ณ ท่าพิพิธภัณฑ์ (Museum Pier) โครงการท่าช้างวังหลวง ถนนมหาราช เขตพระนคร กรุงเทพฯ
นิทรรศการเปิดให้เข้าชมฟรี ระหว่างวันที่ 12–23 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00–18.00 น. ก่อนเข้าสู่การประมูล THE VAULT ในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป
