ท่ามกลางการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย แพทย์ด้านโรคสมองและบุคลากรทางการแพทย์ต่างเห็นพ้องถึงความสำคัญของการตรวจพบ โรคอัลไซเมอร์ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสในการวางแผนการรักษาและการดูแลผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสมแล้ว ยังมีส่วนสำคัญในการช่วยลดภาระของครอบครัวและระบบสาธารณสุขในระยะยาว โดยประเด็นดังกล่าวถูกนำเสนอภายในงานเสวนาภายใต้หัวข้อ “เจาะเลือดไขความลับสมองมิติใหม่ของการตรวจอัลไซเมอร์” ซึ่งบริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดขึ้นในโอกาสงานประชุมวิชาการเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย (48th ACMTT 2026) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการตรวจวินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างแพทย์ นักเทคนิคการแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ในการยกระดับการดูแลผู้ป่วยในประเทศไทย




การจัดงานครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการตรวจวินิจฉัยโรคที่มีความแม่นยำ ส่งเสริมการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และผลักดันความร่วมมือระหว่างบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงการดูแลรักษาได้อย่างทันท่วงที
ภายในงาน นพ.ชัยศักดิ์ ดำริการเลิศ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคความจำศูนย์สมองและระบบประสาทโรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนลกล่าวว่า แม้คนไทยจะคุ้นเคยกับคำว่า “อัลไซเมอร์” แต่ยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยมักมองว่าอาการหลงลืมเป็นเรื่องปกติของผู้สูงอายุ ทั้งที่ในความเป็นจริง อัลไซเมอร์เป็นโรคทางชีววิทยาของสมองที่เกิดจากความผิดปกติของการสะสมโปรตีนที่ผิดปกติ ซึ่งกระบวนการนี้เริ่มเปลี่ยนแปลงได้หลายปีก่อนจะแสดงอาการชัดเจน
“อัลไซเมอร์ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความจำที่ลดลงตามวัย แต่ส่งผลต่อการคิด การตัดสินใจ การใช้ชีวิตประจำวัน และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง เมื่อโรคดำเนินไป ผู้ป่วยอาจสูญเสียความสามารถในการดูแลตนเองและต้องพึ่งพาผู้ดูแลมากขึ้น ดังนั้น การตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวมีเวลาเตรียมความพร้อม วางแผนการดูแล และเข้าถึงแนวทางการรักษาที่เหมาะสมได้เร็วขึ้น”
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม และโรคอัลไซเมอร์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ป่วยจำนวนมากในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้เข้าสู่ระบบการรักษาเมื่อโรคลุกลามไปมากแล้ว และพลาดโอกาสในการวางแผนดูแลรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
“หนึ่งในอุปสรรคสำคัญของการวินิจฉัยในอดีต คือการตรวจยืนยันโรคโดยอาศัยเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนและเข้าถึงได้จำกัด ไม่ว่าจะเป็นการตรวจภาพสมองด้วย PET Scan หรือการเจาะตรวจน้ำไขสันหลัง ทำให้ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยไม่สามารถเข้ารับการตรวจได้ตั้งแต่ช่วงแรกที่เริ่มมีอาการ” นพ.ชัยศักดิ์ กล่าว
จากความก้าวหน้าทางการแพทย์ แนวทางการวินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์ในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาการตรวจที่มีความซับซ้อนและเข้าถึงได้จำกัด ไปสู่การใช้ตัวบ่งชี้ทางชีวภาพจากเลือด (Blood-based Biomarkers) ซึ่งกำลังได้รับความสนใจและมีบทบาทมากขึ้นในการคัดกรองผู้ป่วยในระยะเริ่มต้น ภายในงานสัมมนาได้มีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีดังกล่าว ซึ่งช่วยประเมินความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ผ่านการตรวจเลือดที่สะดวก เข้าถึงได้มากขึ้น และมีศักยภาพในการสนับสนุนการวินิจฉัยได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับแนวทางการตรวจแบบเดิม
นพ.ชัยศักดิ์ อธิบายว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีการตรวจตัวบ่งชี้ทางชีวภาพจากเลือด เช่น pTau181 สามารถช่วยประเมินผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านความจำได้ตั้งแต่ด่านแรกของระบบบริการสุขภาพ โดยช่วยให้แพทย์สามารถคัดแยกผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่ำที่จะมีพยาธิสภาพที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งต่อผู้ที่มีความเสี่ยงสูงเข้าสู่การวินิจฉัยเพิ่มเติมโดยแพทย์เฉพาะทาง
“แนวคิดสำคัญในปัจจุบันไม่ใช่การส่งผู้ป่วยทุกคนไปตรวจด้วยวิธีที่ซับซ้อนที่สุดตั้งแต่แรก แต่เป็นการสร้างกระบวนการวินิจฉัยที่เหมาะสมและเป็นลำดับขั้น เริ่มจากการคัดกรองผู้ป่วยในวงกว้าง ก่อนส่งต่อผู้ที่มีความเสี่ยงเข้าสู่การตรวจยืนยันในขั้นถัดไป วิธีการดังกล่าวช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรวดเร็วขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ระบบสาธารณสุขสามารถบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”
นอกจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแล้ว นพ.ชัยศักดิ์ ยังเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของ นักเทคนิคการแพทย์ ในการขับเคลื่อนการวินิจฉัยโรคยุคใหม่ โดยเฉพาะการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการที่มีความแม่นยำและได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิกของแพทย์
“การดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ไม่ใช่หน้าที่ของบุคลากรกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นการทำงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพ นักเทคนิคการแพทย์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเปลี่ยนผลตรวจจากห้องปฏิบัติการให้กลายเป็นข้อมูลที่มีคุณค่าทางการแพทย์ ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที”
การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ภายในงาน ACMTT 2026 สะท้อนถึงความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างแพทย์ นักเทคนิคการแพทย์ ห้องปฏิบัติการ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการผลักดันการตรวจวินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น พร้อมส่งเสริมการนำนวัตกรรมด้านการตรวจวินิจฉัยมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงการดูแลรักษาได้อย่างทันท่วงที และยกระดับการรับมือกับสังคมสูงวัยของประเทศไทยในระยะยาว
รับชม งานเสวนาภายใต้หัวข้อ “เจาะเลือดไขความลับสมองมิติใหม่ของการตรวจอัลไซเมอร์” ย้อนหลังได้ที่ https://youtu.be/qz2riBFLN28
เกี่ยวกับงานประชุมวิชาการเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย (48th ACMTT 2026)
งานประชุมวิชาการเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 48 ประจำปี 2569 (48th Annual Conference of the Association of Medical Technologists of Thailand หรือ 48th ACMTT 2026) เป็นเวทีประชุมวิชาการระดับชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ จัดขึ้นโดยสมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์ฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านเวชศาสตร์ชันสูตร งานในปีนี้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย และผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์จากทั่วประเทศ มาร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมและยกระดับมาตรฐานระบบสาธารณสุขไทย
เกี่ยวกับโรช
โรช (SIX: RO, ROP; OTCQX: RHHBY) เป็นบริษัทด้านการดูแลสุขภาพที่ผสานความเชี่ยวชาญด้านการวินิจฉัย ยา และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยป้องกัน ชะลอ และรักษาโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โรชก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1896 ในเมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตยาที่มีชื่อเสียงรายแรกๆ และเติบโตขึ้นจนเป็นบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพที่ใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งยังเป็นผู้นำระดับโลกในด้านการวินิจฉัยภายนอกร่างกาย โรชแสวงหาความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์ ในการคิดค้น และพัฒนายา รวมถึงการวินิจฉัย เพื่อยกระดับและช่วยชีวิตผู้คนทั่วโลก โรชยังเป็นผู้บุกเบิกด้านการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลและต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการให้บริการด้านสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น เพื่อผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ เพื่อการดูแลผู้ป่วยทุกคนอย่างดีที่สุด โรชร่วมมือกับผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก เพื่อร่วมผนึกกำลังผสมผสานจุดแข็งในด้านการวินิจฉัยและเภสัชกรรมเข้ากับข้อมูลเชิงลึกจากการปฏิบัติงานทางคลินิก
เพื่อเป็นการตระหนักถึงความพยายามของเราในการดำเนินงานตามมุมมองภาพรวมระยะยาวในทุกสิ่งที่เราทำ
โรชได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีความยั่งยืนมากที่สุดในอุตสาหกรรมยาโดยดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์เป็นปีที่ 15 ติดต่อกันรางวัลนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของเราในการยกระดับการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ร่วมมือกับพันธมิตรในท้องถิ่นของทุกประเทศที่เราทำงาน
Genentech บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพในสหรัฐอเมริกาเป็นสมาชิกของโรช กรุ๊ป โดยมีโรชเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท ชูไก ฟาร์มาซูติคอล จำกัด ประเทศญี่ปุ่น
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.roche.com
เครื่องหมายการค้าทั้งหมดที่ใช้หรือถูกอ้างถึงในแถลงการณ์ฉบับนี้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
