Headlines

Life and Land (ชีวิตและผืนดิน)

Life and Land (ชีวิตและผืนดิน

Lazy Man Coffee (ประเทศไทย) และ Invisible Flock (สหราชอาณาจักร)

ภาค 1

28 กรกฎาคม – 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ผนังโค้ง ชั้น 3 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

พิธีเปิดนิทรรศการ

วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เวลา 18.00 – 20.00 น.

ผนังโค้ง ชั้น 3 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ขอเรียนเชิญสื่อมวลชนและผู้สนใจเข้าร่วมพิธีเปิดนิทรรศการ Life and Land พร้อมได้รับการนำชมโดยผู้นำชุมชนปกาเกอะญอและศิลปิน

ภาค 2

11 – 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ละลานตา ไฟน์อาร์ต

ตึก EMS ชั้น 3

ถ. นราธิวาสราชนครินทร์ ซ. 22

โปรแกรมกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ภายใต้นิทรรศการ Life and Land

วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569

เวลา 10.30 – 12.00 น. : ลิ้มรสผืนดินผ่านกาแฟบ้านหนองเต่า

เวลา 13.00 – 16.00 น. : ผ่านม่านแสงอันอ่อนโยน: กิจกรรมถ่ายรูปด้วยกล้องรูเข็มไม้ไผ่ 

วารินแล็บ โนแมด นำเสนอ นิทรรศการภาพถ่าย Life and Land (ชีวิตและผืนดิน) ซึ่งรวบรวมผลงานจากความร่วมมือระหว่าง Lazy Man Coffee (ประเทศไทย) และ Invisible Flock (สหราชอาณาจักร) ภาพถ่ายเหล่านี้ถือกำเนิดขึ้นจากผืนดินเดียวกับเรื่องราวที่ถ่ายทอด เชื่อมโยงกระบวนการและภูมิทัศน์เข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น เพื่อบอกเล่าเรื่องราวและประสบการณ์ของชุมชนปกาเกอะญอ ผู้ซึ่งมีความสัมพันธ์กับผืนดินและสิ่งแวดล้อมบนพื้นฐานของอธิปไตยทางอาหาร ภูมิปัญญาดั้งเดิม และการดำรงชีวิตอย่างเกื้อกูลกับธรรมชาติ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับพื้นดินเผชิญความท้าทายรูปแบบใหม่

สำหรับชุมชนปกาเกอะญอ ความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม หากยังเกี่ยวพันกับคำถามเรื่องสิทธิในที่ดิน อัตลักษณ์ และการกำหนดอนาคตของตนเอง นิทรรศการ Life and Land (ชีวิตและผืนดิน) ใช้ภาพถ่ายอนาล็อกควบคู่กับสารล้างภาพที่สกัดจากพืชท้องถิ่นซึ่งเติบโตบนผืนดินของชุมชนปกาเกอะญอในบ้านหนองเต่า พร้อมเลือกใช้กระบวนการและเครื่องมือถ่ายภาพเชิงทดลอง เพื่อบันทึกสุขภาวะของชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 

เมื่อแรงกดดันจากโลกที่เปลี่ยนแปลงทวีความรุนแรงขึ้น ชุมชนยังคงปรับตัว พร้อมทั้งพยายามปกป้องทั้งวิถีชีวิตและความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับผืนดิน นิทรรศการนี้สะท้อนถึงเสียงเรียกร้อง ให้เกิดความช่วยเหลือและความตระหนักรู้ร่วมกัน เพื่อพัฒนาแนวทางการจัดการป่าไม้ที่คำนึงถึงทั้งความรู้ท้องถิ่น ความหลากหลายทางชีวภาพ และการดำรงชีวิตของผู้คนที่พึ่งพาผืนป่า อันเป็นการเคลื่อนไหวที่ขับเคลื่อนด้วยปรัชญาปกาเกอะญอที่ว่า “ทุกคนมีลม อากาศ ไฟ ดิน หิน ทราย และดวงดาว อยู่ในร่างกาย” 

~

นิทรรศการ Life and Land (ชีวิตและผืนดิน) จะจัดแสดงในสองสถานที่

ภาค 1 – 28 กรกฎาคม – 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, ชั้น 3 

พิธีเปิดนิทรรศการวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เวลา 18.00 – 20.00 น. โดยผู้เข้าร่วมจะได้รับการนำชมโดยผู้นำชุมชนปกาเกอะญอและศิลปิน

ภาค 2 – 11 – 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ณ ละลานตา ไฟน์อาร์ต ชั้น 3 2198/10-11 ถ. นราธิวาสราชนครินทร์ ซ. 22 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร

โดยจัดโปรแกรมกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ภายใต้นิทรรศการ Life and Land ได้แก่

วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569

เวลา 10.30 – 12.00 . : ลิ้มรสผืนดินผ่านกาแฟบ้านหนองเต่า

ขอเชิญทุกท่านร่วมลิ้มรสกาแฟจากเมล็ดกาแฟสายพันธุ์ต่าง ๆ ที่ปลูกในบ้านหนองเต่า กิจกรรมนี้ดำเนินโดย ศิวกร โอ่โดเชา เกษตรกรและผู้นำชุมชนปกาเกอะญอ ผู้ทำงานด้านการเพาะปลูกที่เชื่อมโยงวิถีเกษตรเข้ากับการดูแลรักษาผืนดินและผืนป่า

ผู้เข้าร่วมจะได้ร่วมชิมกาแฟและแลกเปลี่ยนบทสนทนา พร้อมสำรวจว่ารสชาติสามารถบอกเล่าเรื่องราวของสถานที่ได้อย่างไร อาทิ ดิน ร่มเงา รวมถึงผู้คนที่ร่วมกันดูแลผืนดินนั้น ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างชีวิตกับผืนดิน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญของนิทรรศการ 

เวลา 13.00 – 16.00 น. : ผ่านม่านแสงอันอ่อนโยน: กิจกรรมถ่ายรูปด้วยกล้องรูเข็มไม้ไผ่ 

ในช่วงบ่าย ขอเชิญทุกท่านร่วมสร้างสรรค์ภาพถ่ายด้วยกล้องรูเข็มที่ประดิษฐ์จากไม้ไผ่ ผ่านกระบวนการและเครื่องมืออันเรียบง่าย หลังจากบันทึกภาพแล้ว ผู้เข้าร่วมจะได้อัดล้างภาพด้วยตนเองภายในห้องมืด เฝ้ามองภาพที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นทีละน้อยจากสองมือของตนเอง พร้อมดื่มด่ำกับความงดงามของแสงและจังหวะเวลาที่ช้าลง สอดคล้องกับแนวคิดของนิทรรศการที่ชวนให้ใคร่ครวญถึงความสัมพันธ์ระหว่างวัตถุ สถานที่ และกาลเวลา

ค่าลงทะเบียนเข้าร่วม 2 กิจกรรม: 1,000 บาท (จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วม 15 คน). ลงทะเบียนได้ที่ info@warinlab.com

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Wellcome Photography Prize 2027 และ Warin Lab Nomad

~

เกี่ยวกับวารินแล็บโนแมด

วารินแล็บ โนแมด เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่แตกกิ่งก้านจากแกลเลอรีศิลปะร่วมสมัย “วารินแล็บ คอนเท็มโพรารี” ด้วยความเชื่อที่ว่าศิลปะไม่จำเป็นต้องอยู่เฉพาะในแกลเลอรี วารินแล็บ โนแมด จึงนำศิลปะ ออกไปพบผู้คนและชุมชน เพื่อเปิดบทสนทนาว่าด้วยนิเวศวิทยา ภูมิปัญญาท้องถิ่น และประเด็นทางสังคม ที่เราเผชิญร่วมกัน นิทรรศการนี้จัดขึ้นภายใต้โครงการโนแมด ฟีลเวิร์ค ซึ่งเป็นนิทรรศการเคลื่อนที่ของวารินแล็บ โนแมด

เกี่ยวกับ Invisible Flock

Invisible Flock ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2552 โดยศิลปิน Victoria Pratt และ Ben Eaton เพื่อพัฒนาแนวคิดทางการสร้างสรรค์ศิลปะที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับวัสดุธรรมชาติ  โดยมุ่งเน้นการทำงานร่วมกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อสำรวจสถานที่และบริบทต่าง ๆ ในหลากหลายมิติ

ผลงานของกลุ่มได้รับการนำเสนอในแหล่งธรรมชาติ แกลเลอรี พิพิธภัณฑ์ พื้นที่สาธารณะ พื้นที่ดิจิทัล สื่อสิ่งพิมพ์ ตลอดจนพื้นที่กลางทะเล  Invisible Flock สร้างสรรค์งานศิลปะพหุศาสตร์ โดยผสานองค์ความรู้จากหลากหลายสาขาและภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนประเด็นด้านนิเวศวิทยา การเมือง สุขภาวะ และสังคม 

เกี่ยวกับ Lazy Man Coffee

Lazy Man Coffee ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2554 โดย ศิวกร โอ่โดเชา เกษตรกรและผู้นำชุมชนปกาเกอะญอ ผู้ริเริ่มกิจการเพื่อสร้างทางเลือกจากการปลูกข้าวโพดเชิงเดี่ยว และส่งเสริมวิถีเกษตรกรรมที่หลากหลายให้แก่ผู้คนในชุมชน

ศิวกรทำงานขับเคลื่อนแนวคิดเกษตรกรรมเพื่อการพึ่งพาตนเอง โดยยึดโยงกับปรัชญาของชาวปกาเกอะญอที่ว่า “ชะลอจังหวะการใช้ชีวิตเพื่อโลก”

เกี่ยวกับบ้านหนองเต่า

บ้านหนองเต่าเป็นชุมชนปกาเกอะญอที่ตั้งอยู่ในบริเวณลุ่มน้ำแม่วางตอนบน จังหวัดเชียงใหม่ ทางภาคเหนือของประเทศไทย ชุมชนแห่งนี้ดำรงวิถีชีวิตที่สัมพันธ์กับระบบไร่หมุนเวียนและความเกื้อกูลระหว่างผู้คนกับผืนป่ามาอย่างยาวนาน ชาวปกาเกอะญอมองมนุษย์และผืนดินว่าเป็นสิ่งที่ดำรงอยู่ร่วมกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคมและวิถีชีวิตของชุมชน แนวคิดดังกล่าวได้รับการสืบทอดผ่านเรื่องเล่า บทเพลง และการปฏิบัติในชีวิตประจำวัน โดยชุมชนนี้เป็นผู้ดูแลลุ่มน้ำ สภาพแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพมายาวนาน

ภูมิทัศน์แห่งชีวิตนี้เป็นจุดเริ่มต้นของโครงการ Life and Land โดย Invisible Flock ซึ่งพัฒนาขึ้นผ่านกระบวนการทำงานร่วมกับชุมชน โดยมี ศิวกร โอ่โดเชา เกษตรกรและผู้นำชุมชน เป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ของบ้านหนองเต่าจากผืนป่าสู่เมือง