ทอม จักรกฤต – เบลล่า วิถีไทย ชวนเปิดคลังคำไทยที่หลากหลาย สร้างความต่างให้คอนเทนต์รีวิว สืบสานวัฒนธรรม และสร้างปฏิสัมพันธ์ที่มีความหมาย ผ่านแคมเปญ #TikTokไทยไทย: Food Talks Thai

อะไรที่ไม่ถูกหยิบมาใช้ มักถูกหลงลืม… และนั่นอาจเป็นชะตากรรมของภาษาไทยหากถูกเก็บรักษาไว้เพียงในตำราเรียน
วันนี้พฤติกรรมคนไทยก้าวเข้าสู่ยุค Video-First และ Social Search อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อหน้าจอกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และผู้คนหันมา “ฟังและดู” หรือ “อ่านสั้นๆ” พลวัตของภาษาไทยจึงไม่ได้ถูกขับเคลื่อนผ่านตัวอักษรในตำราเรียนอีกต่อไป แต่กำลังโลดแล่นอย่างมีชีวิตชีวาผ่านภาษาพูด น้ำเสียง และท่าทางในคลิปวิดีโอสั้น
ทว่าความเร็วของโลกออนไลน์ก็กำลังทำให้คลังคำศัพท์ในสมองของเราสั้นลง งานวิจัยเชิงพฤติกรรม [1] สะท้อนว่า ภาษารีวิวอาหารในปัจจุบันกลายเป็น “ภาษาแห่งอารมณ์” (Emotional Language) ที่เน้นการกระตุ้นความรู้สึกและแรงจูงใจให้ผู้ชมอยากตามไปกิน ส่งผลให้รสชาติอาหารไทยที่มีมิติลึกซึ้ง ถูกรวบยอดเหลือเพียงคำว่า ‘อร่อย’ หรือชุดคำเพียงไม่กี่คำ
TikTok ในฐานะแพลตฟอร์มคอนเทนต์ที่ให้ความสำคัญกับผลกระทบเชิงบวกด้านวัฒนธรรม ควบคู่กับการส่งเสริมด้านสาระความรู้ มองการเปลี่ยนแปลงนี้เป็น “โอกาส” จึงได้ผุดแคมเปญ #TikTokไทยไทย: Food Talks Thai เพื่อต้อนรับวันภาษาไทยแห่งชาติ (29 กรกฎาคม) จุดประกายบทสนทนาทางวัฒนธรรม และเชิญชวนให้ผู้คนหยิบยกภาษาไทยที่อาจถูกลืมเลือน กลับมาผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างสนุกสนาน
ส่อง 6 กลวิธีการใช้ภาษาของคนรุ่นใหม่: ‘เสพ’ รสชาติผ่านอารมณ์
หากเจาะลึกพฤติกรรมผู้ใช้ผ่านอินไซต์ “อะไรที่ทำให้คนหยุดนิ้วบนฟีด?” เราจะพบ 6 กลวิธีทางภาษาที่ถูกนำมาใช้โน้มน้าวใจและสร้างอารมณ์ร่วมในการรีวิวอาหารบน TikTok ได้แก่:
- การเลือกใช้คำศัพท์: เด้งสู้ฟัน, หวานตัดขา
- การประเมินค่า: โฮ่งมาก, อร่อยตะโกน
- การแสดงทัศนภาวะ: เนื้อย่างร้านนี้ต้องมาลองให้ได้!
- การชี้แนะ: ต้องไปซ้ำ, ไม่ไปคือพลาด!
- การระบุเป้าหมาย: เมนูเด็กอ้วน, สายลักชู
- การใช้คำถามเชิงวาทศิลป์: ใครจะอดใจไหว?
แม้กลวิธีเหล่านี้จะสร้างอิมแพคบนหน้าฟีดได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็ยังมีช่องว่างให้ครีเอเตอร์และผู้ใช้ยกระดับคอนเทนต์ให้มีมิติและโดดเด่นยิ่งกว่าเดิม ด้วยการหยิบ “คลังคำไทย” ที่อธิบายรสชาติอย่างถึงเครื่องกลับมาใช้ใหม่ เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนดูที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
สู่สนามจริง ณ ตลาดนางเลิ้ง: เมื่อภาษาไทยทำให้อาหารไทย “ถึงรสถึงชาติ” มากขึ้น

เพื่อเชื่อมโลกวิชาการเข้ากับการสร้างสรรค์คอนเทนต์ TikTok ได้จัดกิจกรรมทัวร์ภาษาไทยภายใต้แคมเปญ #TikTokไทยไทย: Food Talks Thai ณ “ตลาดนางเลิ้ง” ตลาดบกแห่งแรกของกรุงเทพฯ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 120 ปี
กิจกรรมนี้ได้รับเกียรติจาก คุณทอม – จักรกฤต โยมพยอม ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาไทย พิธีกร และนักเขียนชื่อดังจากช่อง JakkritTomTom ร่วมด้วย คุณเบลล่า – ศิรัตติกาน คำพิมาน จากช่อง เบลล่า วิถีไทย ฟู้ดครีเอเตอร์ชื่อดังผู้ถ่ายทอดวิถีชีวิตดั้งเดิมและอาหารไทยพื้นบ้าน ย้อนวิถีชีวิตแบบไทย ร่วมเจาะลึกมิติภาษาไทยผ่านรสชาติอาหารอย่างมีสีสัน
คุณทอม ให้มุมมองเกี่ยวกับวิวัฒนาการทางภาษาไว้ว่า “ภาษาทุกภาษาในโลกต่างมีวิวัฒนาการที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ภาษาไทยก็เช่นกัน ที่ผ่านมาเรารับและผสมผสานคำจากหลากหลายวัฒนธรรม ทั้งบาลี สันสกฤต จีน และอังกฤษ ซึ่งในวันนี้ต้องยอมรับว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลได้กลายเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่เข้ามาส่งอิทธิพลต่อภาษาไทยที่เราใช้ในชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ภาษาไทยคือภาษาที่รุ่มรวย เรามีคำศัพท์หลากหลายให้เลือกใช้ตามความหมายและตามบริบท ถ้าคนไทยมีคำศัพท์ในคลังมากพอ ก็จะทำให้การสรรคำเป็นไปอย่างหลากหลาย สละสลวยสวยงาม และทำให้เราสนุกกับการใช้ภาษามากขึ้น ทั้งในบริบทของการเป็นผู้สื่อสารและผู้รับสาร ลองนึกดูว่าถ้าทุกคนใช้คำศัพท์เหมือน ๆ กัน ใช้วนอยู่แค่ไม่กี่คำ โดยไม่มีใครเติมฟืนหรือเพิ่มคลังคำดั้งเดิมลงไปเลย คอนเทนต์ในสื่อต่าง ๆ ก็จะซ้ำ ๆ กันไป ไม่มีอะไรโดดเด่น
การอนุรักษ์ภาษาไทยไม่ได้แปลว่าต้องใช้ภาษาไทยแบบดั้งเดิมตามระเบียบแบบแผนเท่านั้น เพราะตามธรรมชาติของภาษาแล้ว ภาษาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามบริบทสังคม เราสามารถสร้างคำศัพท์ใหม่ได้เช่นเดียวกัน หากคำที่มีอยู่เดิมนั้นไม่ตอบโจทย์การใช้งาน หรือไม่สอดคล้องกับความหมายที่ต้องการ
อย่างไรก็ดี หากคำศัพท์ใหม่ที่สร้างขึ้นนั้นสอดคล้องกับบริบท มีความหมายตรงตามเจตนาของผู้ใช้ ก็อาจจะทำให้คำนั้นเป็นที่นิยม และใช้งานไปได้อีกยาวนาน ในขณะเดียวกันหากคำนั้นไม่ได้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ก็เป็นไปได้ที่คำนั้นจะค่อย ๆ เสื่อมสลายหายไปตามธรรมชาติของภาษา”

พลังภาษาถิ่นปลุกกระแสบน TikTok : เมื่อการ “เว้าภาษาอีสาน” กลายเป็นพื้นที่ฮีลใจของคนไกลบ้าน
ถ้าใครเปิดฟีดมาเจอช่อง “เบลล่า วิถีไทย” จะได้ยินเสียงทำนองเพลงอีสานสนุกๆ เสียงโขลกครกหิน และวิถีชีวิตดั้งเดิมกลางลานบ้านแบบปราศจากการปรุงแต่ง ที่สะกิดความทรงจำและจุดชนวนความรู้สึกคิดถึงบ้าน โดยเธอได้ได้ร่วมแชร์อินไซต์ในสนามจริงว่า
“ในฐานะคนทำคอนเทนต์ คำว่า ‘อร่อย’ เป็นคำที่ปลอดภัยที่สุด แต่ก็ทำให้คลิปเราหน้าตาเหมือนกับคนอื่น ยิ่งในยุคนี้ที่คอนเทนต์อาหารมีเป็นล้านคลิป ความท้าทายคือจะทำยังไงให้คนดูจินตนาการตามได้ว่ารสชาติที่เรากินอยู่มันเป็นอย่างไร”
คุณเบลล่าเล่าว่าที่บ้านเกิดจะมีคลังคำสั้นๆ ที่ฟังแล้วน้ำลายสอ อย่างคำว่า ‘แซบคัก’ ‘แซบแน’ ที่บอกความนัวกลมกล่อม หรือคำว่า ‘จ้ำจ่ำ’ ที่ใช้อธิบายรสสัมผัสหนึบหนับเคี้ยวสนุกสู้ฟัน พอหยิบคำก้นครัวบ้านๆ แบบนี้มาเล่า คนฟังก็ยิ่งเข้าถึงรสชาติ รู้สึกใกล้ชิด และสนุกกับภาษาไทยที่หลากหลายออกไป
“ตอนชิมขนมไทยโบราณ ถ้าเราพูดแค่ว่าอร่อย คนดูก็แค่รู้ว่ามันดี แต่พอเราเปลี่ยนมาใช้คำว่า ‘หวานนวล’ ที่สะท้อนถึงความหวานตัดด้วยความมันของกะทิ หรือบอกว่าแกงนี้มีความ ‘เผ็ดฉุน’ ของเครื่องเทศโบราณ มันทำให้คนดูจินตนาการตามได้ทันทีว่ารสชาตินั้นเป็นแบบไหน
คำเหล่านี้แหละที่สะกิดให้คนดูหยุดฟังและอยากเข้ามาพูดคุย นี่คือกลยุทธ์สร้างความต่างที่ทำให้คอนเทนต์เรามีคุณค่าและไม่เหมือนใคร สร้าง engagement อย่างเป็นธรรมชาติ และเป็นการอนุรักษ์ภาษาไทยให้อยู่รอดได้อย่างร่วมสมัยที่สุด
คอนเทนต์ใน TikTok ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ให้ความบันเทิงหรือชี้เป้าร้านอร่อยเท่านั้น แต่ทุกคำที่เราเลือกใช้คือ ‘สื่อการเรียนรู้ที่มีชีวิตสำหรับทุกคน’ เบลล่าอยากเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมเปลี่ยนภาษารีวิวอาหารให้สนุก หลากหลาย มีมิติ และช่วยสืบสานภาษาไทยให้ยั่งยืนต่อไปค่ะ”
‘อร่อยของเราไม่เท่ากัน’ — และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ภาษาไทยยังมีพลังที่สุด
คุณมอส – วัชระพงษ์ มุ้ยแก้ว จากช่อง moszwatchara คือครีเอเตอร์สายอาหารที่เห็นการเปลี่ยนผ่านของภาษาไทยบนโลกดิจิทัลมากว่า 7 ปี และยังคงเลือกที่จะไม่ทิ้งคลังคำไทยดั้งเดิมไว้ข้างหลัง
“จากยุคที่รีวิวอาหารต้องเขียนบทความยาวๆ ลงลึกทุกรายละเอียด วันนี้วิดีโอสั้นบังคับให้เราเปิดด้วย Hook ที่จับใจตั้งแต่วินาทีแรก ภาษาไทยจึงถูกกลั่นให้กระชับและเข้มข้นขึ้น และเมื่อแพลตฟอร์มเปิดพื้นที่ให้วิดีโอยาวขึ้น การเล่าเรื่องก็ยิ่งมีมิติลึกซึ้งกว่าเดิม พลวัตเหล่านี้ทำให้ภาษาในคอนเทนต์อาหารเปลี่ยนรูปตลอดเวลา ซึ่งมอสก็สนุกไปกับมัน โดยไม่เคยลืมรากภาษาที่บรรพบุรุษสร้างไว้”
สิ่งที่คุณมอสสังเกตเห็นชัดเจน คือความเร่งรีบของวิถีชีวิตยุคใหม่กำลังทำให้คำดีๆ หลายคำค่อยๆ หายไปอย่างน่าเสียดาย
“คำอย่าง ละเอียดลออ, ละเมียดละไม หรือ พิถีพิถัน แทบไม่ได้ยินในบทสนทนาประจำวันแล้ว เพราะผู้คนไม่ค่อยมีเวลาได้ละเมียดหรืออยู่กับอะไรนานๆ ถ้อยคำเหล่านั้นจึงค่อยๆ หลุดหายไปจากชีวิตเรา”
แต่คุณมอสเลือกที่จะหยิบคำเหล่านั้นกลับมาปัดฝุ่นใหม่ และพิสูจน์ว่ามันยังคงทรงพลังเสมอในยุคนี้
“ไม่ว่าจะเป็นอาหารชาติไหน คำไทยก็ยังอธิบายรสชาติได้ลึกซึ้งและถึงรสถึงชาติที่สุด คำอย่าง จัดจ้าน, วิจิตรบรรจง, ละมุนละม่อม หรือ วิลิศมาหรา คือคำที่มอสใช้บ่อย แล้วหยอดคำสมัยใหม่เข้าไปเติมรส เพื่อสร้างเคมีทางภาษาที่โดนใจคนดูทุกเจเนอเรชัน”
ลีลาภาษาของคุณมอสยังไหลเวียนไปตามเมนูและภูมิภาค การหยิบภาษาถิ่นมาใช้ไม่ได้ทำหน้าที่แค่สื่อสาร แต่คือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่ทำให้คนไกลบ้านรู้สึกอบอุ่น ราวกับได้กลับไปล้อมวงกินข้าวกับครอบครัว และเมื่อถ้อยคำเข้าถึงใจคนได้จริง มันจะเปลี่ยนจากแค่การรับชมไปสู่ความอยากลิ้มลองรสชาติจริงทันที
“TikTok วันนี้คือ ‘ห้องสมุดมีชีวิต’ ที่คนเปิดอ่านและซึมซับข้อมูลทุกวัน ครีเอเตอร์รุ่นใหม่จึงมีบทบาทสำคัญในการส่งต่อคลังคำไทยที่อาจถูกลืมเลือนออกสู่สังคม เพราะ ‘อร่อยของเราไม่เท่ากัน’ หน้าที่ของเราคือการบอกเล่ารสชาติออกมาตามความรู้สึกจริง และภาษาไทยที่เราลืมใช้นี่แหละที่อธิบายรสชาตินั้นได้ชัดเจนที่สุด เราผสมผสานกับภาษายุคใหม่ได้ แต่อย่าทิ้งรากเหง้าไว้ข้างหลัง เพราะนั่นคือสิ่งที่ทำให้คอนเทนต์มีพลัง และครองใจคนได้ทุกยุคสมัย”
ภาษาโซเชียลเปลี่ยนทุกซีซัน แต่ ‘ภาษาที่เป็นลายเซ็นตัวเอง’ จะอยู่ตลอดไป
คุณอี๊ฟ – ศศิภัทร์ อิทธิโสภณพิศาล จากช่อง อี๊ฟไง อี๊ฟศศิ ครีเอเตอร์สายไลฟ์สไตล์ที่ส่งต่อพลังบวกให้คอมมูนิตี้มาตลอด มองเรื่องภาษาไทยในยุคดิจิทัลว่า
“ภาษาไทยในโลกดิจิทัลไม่ต่างอะไรกับแฟชั่นเสื้อผ้า — เปลี่ยนตามเทรนด์ตลอดเวลา วันหนึ่งคนพูดว่า ‘จึ้ง’ อีกวันเปลี่ยนมาเป็น ‘เริ่ด’ แทน การอัปเดตตัวเองให้ทันกระแสเป็นเรื่องสนุกและเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน แต่สิ่งที่อี๊ฟยึดไว้เสมอคือ การไม่ยอมให้คำเหล่านั้นมากลืนกินความเป็นตัวเอง
เพราะทุกการเล่าเรื่องต้อง ‘สะท้อนตัวตนที่แท้จริง’ ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ต่อให้เทรนด์ภาษาจะหมุนไวแค่ไหน แต่คำที่ออกจากใจและเข้าปากเราที่สุด จะเป็นคำที่คนดูจดจำเราได้นานที่สุดเช่นกัน
และแทนที่จะพึ่งแต่คำใหม่ๆ อย่างเดียว อี๊ฟเลือกหยิบคำไทยที่ถ่ายทอดรสชาติได้ลึกกว่ามาใช้คู่กัน คำอย่าง ละมุนลิ้น, ถึงพริกถึงขิง, รสจัดจ้าน, กลมกล่อม หรือ นัวครบรส — พูดปุ๊บคนดูรู้สึกตามได้เลย ไม่ต้องอธิบายเพิ่ม จบในคำเดียว เพราะคำไทยที่มีเสน่ห์ ไม่ได้ทำหน้าที่แค่บอกรสชาติ แต่สามารถส่งผ่านอารมณ์ความรู้สึกและสร้างภาพจำในใจคนดูได้ทันที
ตลอด 3 ปีบน TikTok สิ่งที่คุณอี๊ฟเรียนรู้คือ ลายเซ็นของครีเอเตอร์ไม่ได้อยู่ที่ว่าใช้คำฮิตแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าคำที่ใช้ ‘สะท้อนตัวตน’ ได้มากแค่ไหน
“ในโลกดิจิทัล เวลารีวิวอาหาร อี๊ฟจึงปล่อยให้ภาษาลื่นไหลไปตามความรู้สึกจริงๆ ในขณะนั้น และเพิ่มสัมผัสรสชาติอาหารด้วยภาษาไทย และภาษาถิ่น เช่นถ้าเป็นอาหารเหนือ ก็หยิบคำอย่าง ลำแต๊ๆ หรือ ลำขนาด มาใช้ — นั่นคือเสน่ห์ของภาษาที่ไม่มีขีดจำกัด”
ผสม ‘คำใหม่’ กับ ‘คำไทย’ ให้ลงตัว — กุญแจที่ทำให้คอนเทนต์เข้าถึงได้ทุกวัย
คุณลูกหมี – นภัสสร แสงล้ำ และคุณวุฒินันท์ ขยันเขตต์ จากช่อง ลูกหมีหนีเที่ยวครีเอเตอร์คู่รักสายท่องเที่ยวที่พ่วงรีวิวอาหารไปในตัว มองการใช้ภาษาไทยในปัจจุบันว่า
“ภาษาบนโลกโซเชียลมีคำใหม่ให้อัปเดตทุกวัน ก่อนหน้านี้คนนิยมพูดว่า ‘แสงออกปาก’ ต่อมาก็มี ‘อร่อย 2/10’ ปกติลูกหมีไม่ชอบใช้คำซ้ำๆ หรือคำฮิตติดเทรนด์ สำหรับลูกหมี คำว่า ‘รสจัดจ้าน’ หรือ ‘ถึงเครื่อง’ ยังเป็นคำที่อธิบายรสชาติได้ชัดเจนและเห็นภาพที่สุด เพราะเสน่ห์ของภาษาไทยดั้งเดิมคือ ‘ความตรงไปตรงมา’ ที่ทำให้คนดูรับรู้ถึงรสชาตินั้นได้ทันที
คุณลูกหมีบอกว่าแนวทางที่คุณยึดมาตลอดคือ ไม่เลือกข้างระหว่างคำใหม่กับคำเก่า แต่ผสมคำทั้งสองอย่างให้ลงตัว
“หน้าที่ของเราคือผสมคำรุ่นใหม่กับคลังคำไทยเข้าด้วยกัน เพื่อให้คอนเทนต์เข้าถึงคนฟังได้ทุกวัย สิ่งสำคัญคือต้องพูดในแบบที่เป็นตัวเองได้เต็มที่ บางคำถึงจะเก่า แต่ก็ยังสื่อความหมายได้ดีกว่าคำใหม่ที่คนใช้เหมือนกันหมด
คุณลูกหมีเสริมว่า การใช้ภาษาไม่ต่างจากการปรุงรสชาติอาหาร ถ้าเราหยิบเอาความสดใหม่ของคำฮิตมาแต่งแต้มคู่กับความกลมกล่อมของคำไทยดั้งเดิม คอนเทนต์ของเราก็จะมีความนัว กลมกล่อม และมีเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร
“ถ้า TikTok สามารถทำให้คำใหม่กลายเป็นคำติดปากได้ภายในคืนเดียว คลังคำไทยดั้งเดิมก็กลับมาโลดแล่นในชีวิตประจำวันได้เช่นกัน ถ้าพวกเราช่วยกันหยิบมาใช้
#TikTokไทยไทย ในมุมของลูกหมีไม่ใช่แค่เรื่องภาษาไทย แต่คือแรงขับเคลื่อนที่ส่งต่อวัฒนธรรมไทยทุกรูปแบบในยุคดิจิทัลได้อย่างทรงพลัง และลูกหมียินดีมากที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนี้ เพราะภาษาไทยไม่ใช่แค่เรื่องของอดีตที่เราเก็บไว้ในตำรา แต่มันคือภาษาที่มีชีวิต และพร้อมจะเติบโตไปกับคนทุกรุ่นได้อย่างงดงามบนโลกออนไลน์“
ภาษาไทยคือมรดกที่มีชีวิตและมีวิวัฒนาการอย่างไม่หยุดนิ่ง แม้กาลเวลาอาจทำให้ถ้อยคำดั้งเดิมถูกลืมเลือนไปบ้าง แต่ TikTok มองว่านี่คือโอกาสครั้งสำคัญในการทำให้ภาษาไทยกลับมาโลดแล่นอีกครั้ง เมื่อพลังของชุมชนและเหล่าครีเอเตอร์มาร่วมมือกัน วิดีโอสั้นจึงกลายเป็นสะพานเชื่อมมิติภาษาอันรุ่มรวยให้เข้าถึงใจผู้คนในวงกว้าง
แคมเปญ #TikTokไทยไทย: Food Talks Thai ไม่เพียงรณรงค์ให้เห็นความงามของคลังคำไทยที่หลากหลาย แต่ยังพิสูจน์ว่า อัตลักษณ์และภาษาไทยดั้งเดิมสามารถผสานเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างกลมกลืน และสนุกสนาน ช่วยเพิ่มมิติให้การเล่าเรื่อง ปลุกชีวิตคลังคำไทยให้กลับมาอยู่ในบทสนทนาประจำวัน และส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมในรูปแบบที่ร่วมสมัยและยั่งยืนสืบไป
ส่องเรื่องน่ารู้! อาหารและวัฒนธรรมบน TikTok
พฤติกรรมผู้ใช้งาน (Food Fans) ในประเทศไทยบน TikTok
กลุ่ม Food Fans (คอมมูนิตี้คนรักอาหาร) ในไทยเป็นผู้ใช้งานที่มีแอ็กทีฟสูงมาก โดยใช้งาน TikTok ทุกวันทั้งเพื่อความบันเทิง การค้นพบสินค้าใหม่ๆ และมีส่วนร่วมกับแบรนด์
- 80% ของ Food Fans ในไทยบน TikTok เข้าใช้งาน TikTok มากกว่า 1 ครั้งต่อวัน
- 74% ของ Food Fans ในไทยบน TikTok ใช้แพลตฟอร์มเพื่อกดติดตามและค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและ แบรนด์
- 37% ของ Food Fans ในไทยบน TikTok ใช้งานหน้าค้นหา (Discover page) หรือฟังก์ชัน Search บน TikTok
- ครึ่งหนึ่ง (50%) ของ Food Fans ในไทยบน TikTok รับชมหรือรับฟังคอนเทนต์สูตรอาหารทางออนไลน์ ซึ่งมีอัตราการชมคอนเทนต์สูตรอาหารสูงกว่าผู้ใช้งาน TikTok ทั่วไป 29%
[แหล่งที่มา] ข้อมูลจาก GWI: Global Web Index (เม.ย. 2568 – มี.ค. 2569) สำรวจ ‘กลุ่มตัวอย่างในประเทศไทย’ อายุ 18 ปีขึ้นไป โดยอินไซต์ทั้งหมดเจาะจงไปที่ผู้ใช้งาน TikTok ในประเทศไทยที่มีความสนใจด้านอาหาร (วัดจากการใช้งานเป็นประจำทุกเดือนขึ้นไป)
พฤติกรรมผู้ใช้งาน (Food Fans) ทั่วโลกบน TikTok
กลุ่ม Food Fans ทั่วโลกบน TikTokเวลาเลือกสถานที่ท่องเที่ยวจะให้ความสำคัญกับเรื่องอาหาร วัฒนธรรม และประสบการณ์แปลกใหม่ มากกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป:
- เกือบครึ่งหนึ่ง (47%) ของ Food Fans ทั่วโลกบน TikTok ระบุว่า อาหารท้องถิ่น วัฒนธรรมการกิน และเครื่องดื่ม มีอิทธิพลต่อการเลือกสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อน ส่งผลให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับ ‘ประสบการณ์ด้านอาหาร’ มากกว่าผู้ใช้งาน TikTok ทั่วไปถึง 19%
- 3 ใน 10 (31%) ของ Food Fans ทั่วโลกบน TikTok ระบุว่า ‘วัฒนธรรม’ มีอิทธิพลต่อการเลือกจุดหมายปลายทาง ส่งผลให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะ ‘เปิดรับประสบการณ์ทางวัฒนธรรม’ มากกว่าผู้ใช้งาน TikTok ทั่วไป 8%
[แหล่งที่มา] ข้อมูลจาก GWI: Global Web Index (เม.ย. 2568 – มี.ค. 2569) สำรวจ ‘กลุ่มตัวอย่างทั่วโลก’อายุ 18 ปีขึ้นไป โดยอินไซต์ทั้งหมดเจาะจงไปที่ผู้ใช้งาน TikTok ที่มีความสนใจด้านอาหาร (วัดจากการใช้งานเป็นประจำทุกเดือนขึ้นไป)
ข้อมูลอ้างอิง
[1] งานวิจัย “ถ้อยคำพาอาหารน่ารับประทาน: การวิเคราะห์คำชมอาหารใน TikTok ตามมุมมองทางวัจนปฏิบัติศาสตร์”: วารสารรามคำแหง ฉบับมนุษยศาสตร์: กรกฎาคม-ธันวาคม 2568
