On the Edge I See Yellow
มาฮารานี มันจานาการา
วารินแล็บ คอนเท็มโพรารี
16 สิงหาคม 2568 – 4 ตุลาคม 2568
นิทรรศการ “On the Edge I see Yellow” เป็นผลงานชุดแรกของมาฮารานี มันจานาการา ที่สำรวจเรื่องเล่าที่กระจัดกระจายในพื้นที่ชายขอบ โดยเฉพาะภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดต่อกันมาในเขตสุมาตราตะวันตกและจังหวัดนราธิวาสในภาคใต้ของประเทศไทย นิทรรศการนี้เชื่อมโยงความทรงจำส่วนบุคคลเข้ากับประวัติศาสตร์กระแสหลัก และวางผลงานศิลปะให้เป็นพื้นที่สำหรับการเยียวยาและการฟื้นฟู
เส้นทางศิลปะของมาฮารานี มันจานาการา (เกิดปี ค.ศ. 1990) เริ่มต้นขึ้นในประเทศอินโดนีเซียช่วงหลังปี ค.ศ. 2010 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ความเป็นประชาธิปไตยกำลังเบ่งบาน นำมาสู่เสรีภาพทางศิลปะ ซึ่งสะท้อนผ่านบทบาทที่โดดเด่นมากขึ้นของศิลปินอิสระ ในยุคนั้นแนวคิดเชิงเคลื่อนไหว (activism) เข้ามามีบทบาทในศิลปะ โดยรวมไปถึงศิลปะที่อ้างอิงจากเอกสารและบันทึก เพื่อประกอบเรื่องเล่าบนสมมุติฐานจากการค้นคว้าและเศษเสี้ยวของหลักฐานทางประวัติศาสตร์





ผลงานช่วงแรกของเธอย้อนกลับไปสำรวจเหตุการณ์โศกนาฏกรรมปี 1965 ของอินโดนีเซีย ผ่านบันทึกส่วนตัวของคุณปู่ผู้ล่วงลับ ที่เป็นทั้งผู้รอดชีวิตและอดีตนักโทษการเมือง ท่ามกลางประวัติศาสตร์กระแสหลัก มาฮารานีได้ค้นพบเรื่องเล่าเล็ก ๆ ที่มักถูกลบหายไป นำไปสู่การค้นหาภูมิปัญญาท้องถิ่นและความรู้ดั้งเดิมก่อนยุคอาณานิคม ที่ถูกกีดกันจากหน้าประวัติศาสตร์ที่ถูกบันทึกไว้อย่างเป็นทางการ
หลังจากทำงานเกี่ยวกับบาดแผลทางการเมืองอันยาวนานที่ส่งผลข้ามเจเนอเรชั่นมากว่าทศวรรษ มาฮารานีขยายความสนใจของเธอระหว่างลงพื้นที่สำรวจสุมาตราตะวันตกในปี ค.ศ. 2022 เธอเริ่มสนใจพิธีกรรมท้องถิ่น สถาปัตยกรรม และการใช้ขมิ้น ซึ่งเป็นพืชที่เธอมองว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความยืนหยัดอดทน การค้นคว้าของเธอได้ติดตามร่องรอยการดำรงอยู่ของขมิ้น ตั้งแต่รากเหง้าก่อนยุคอาณานิคม ช่วงที่ถูกลดความสำคัญในยุคอาณานิคม จนถึงการคงอยู่ในฐานะส่วนหนึ่งของตำรับสมุนไพรในปัจจุบัน
เส้นทางการค้นคว้านี้ได้หล่อหลอมเนื้อหาของนิทรรศการ ซึ่งผสมผสานภาพอ้างอิงจากสถาปัตยกรรมของอาณาจักรศรีวิชัย และ รูมะห์ กาดัง (rumah gadang) หรือบ้านแบบดั้งเดิมของสุมาตราตะวันตก เข้ากับภาพการค้าขายในยุคอาณานิคม ผลงานเหล่านี้สำรวจบทบาทของขมิ้นในวัฒนธรรมผ่านกาลเวลา และแสดงภาพให้เห็นว่าการล่าอาณานิคมและกระแสสมัยใหม่ได้ส่งอิทธิพลต่อการค้าและลดความสำคัญของขมิ้นอย่างไร จนกระทบไปถึงการที่ภูมิปัญญาการรักษาแบบพื้นบ้านได้ถูกลบเลือนไป
การคงอยู่ของขมิ้นที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นผ่านคำบอกเล่าและภูมิปัญญาครัวเรือนเป็นแก่นสำคัญของนิทรรศการ ภาพของผู้หญิง วิถีชีวิตในบ้าน และการกระทำที่แสดงถึงความเอื้ออาทร สะท้อนถึงการยืนหยัดอยู่ขององค์ความรู้ท้องถิ่น ผลงานชุดนี้ประกอบด้วยผืนผ้าย้อมสีธรรมชาติ และหมอนที่ทำจากผ้า kain lepas หรือผ้าสารพัดประโยชน์ที่นิยมสวมใส่ในภาคใต้ของไทยทั้งในชีวิตประจำวันจนถึงในพิธีกรรมต่าง ๆ นอกจากนี้ นิทรรศการยังนำเสนอผลงานร่วมกับศิลปินทัศนศิลป์ นูรียา วาจิ และนักเขียน มูบารัด สาและ ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการเยียวยาและความทรงจำที่หยั่งรากอยู่ในพื้นที่ครัวเรือน
งานเปิดนิทรรศการ “On the Edge I See Yellow” จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2568 ตั้งแต่ 16.00 น. ถึง 19.00 น. และนิทรรศการจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม ถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2568 ที่วารินแล็บ คอนเท็มโพรารี โครงการโอพี การ์เด้น เลขที่ 4 ซอยเจริญกรุง 36 บางรัก กรุงเทพฯ เวลาทำการ 10.30 น. ถึง 19.30 น.
เครดิตภาพ:
- มาฮารานี มันจานาการา
Roots Follows the Flame #1
2568
ถ่านกัมมันต์
55 x 66 x 3 ซม
- มาฮารานี มันจานาการา
Roots Follows the Flame #2
2568H
ถ่านกัมมันต์
37 x 75 x 3 ซม
- มาฮารานี มันจานาการา
Roots Follows the Flame #3
2568
ถ่านกัมมันต์
62 x 30 x 30 ซม (หุ่นไม้)
118 x 30 x 30 ซม (ฐาน)
- มาฮารานี มันจานาการา
Roots, Wounds, Remedies #1
2568
สีอคริลิกบนแคนวาสและไม้
42 x 58 x 4 ซม
- มาฮารานี มันจานาการา
Roots, Wounds, Remedies #2
2568
สีอคริลิกบนแคนวาสและไม้
80 x 34 x 4 ซม
