- กว่า 1 ทศวรรษที่แสนสิริผลักดันสร้างคุณค่าความเท่าเทียมในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง กับเส้นทาง Sansiri Live Equally ที่หลากหลาย ยอมรับ และเปิดกว้าง
- เดินเหน้าต่อกับแคมเปญใหม่ “Thisability เปิดพื้นที่ให้ทุกความสามารถเท่าเทียม” สร้างความเข้าใจใหม่ต่อศักยภาพของผู้พิการ
- ผนึกกำลังมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม ขยายผลการดำเนินงานจากองค์กรสู่ Sansiri Community สร้างความเปลี่ยนแปลงของสังคมที่ยั่งยืน




บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) ตอกย้ำจุดยืนการเป็นอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทยที่ร่วมขับเคลื่อนและผลักดันความเท่าเทียมในสังคมอย่างเป็นรูปธรรมยาวนานกว่าทศวรรษ โดยล่าสุดสื่อสารผ่านแคมเปญ “Thisability เปิดพื้นที่ให้ทุกความสามารถเท่าเทียม” แคมเปญที่ชูด้านความเท่าเทียม ด้านความสามารถ ด้วยการสร้างความเข้าใจใหม่ต่อศักยภาพของผู้พิการ ผ่านมุมมองที่เน้นความสามารถ เพราะทุกคนมีศักยภาพและความสามารถในแบบของตัวเองที่ควรจะได้รับโอกาสที่เท่าเทียมในการถูกมองเห็น โดยได้แรงบันดาลใจจากคาเฟ่และร้านอาหารทั่วโลกที่มีพนักงานเป็นผู้พิการ การได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้พิการโดยตรงนี้ ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจและสามารถเปลี่ยนมุมมองต่อผู้พิการไปพร้อมกัน แสนสิริจึงนำแนวคิดนี้มาต่อยอดเพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการทำงานของผู้พิการ ส่งเสริมโอกาสในการประกอบอาชีพที่เท่าเทียมและมีเกียรติในสังคมไทย ท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบันที่พบว่าคนพิการในประเทศไทยยังคงเผชิญกับข้อจำกัดในการเข้าถึงโอกาสการจ้างงาน โดยเฉพาะในภาคธุรกิจที่ความเข้าใจในศักยภาพที่หลากหลายยังคงเป็นช่องว่างสำคัญ ซึ่งนอกเหนือจากการเปิดรับพนักงานผู้พิการเข้ามาปฏิบัติงานภายในองค์กรแล้ว แคมเปญนี้แสนสิริได้ต่อยอดการสร้างโอกาสจากภายในองค์กร ขยายผลสู่ Sansiri Community อย่าง Habito Mall (ฮาบิโตะ มอลล์) ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ใน T77 Community เพื่อให้เป็นโมเดลต้นแบบของสังคมที่พร้อมเปิดโอกาสและโอบรับความหลากหลาย
แคมเปญ “Thisability เปิดพื้นที่ให้ทุกความสามารถเท่าเทียม” เป็นหนึ่งในแคมเปญภายใต้ Sansiri Live Equally ที่สะท้อนความมุ่งมั่นของแสนสิริในการสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจังและต่อเนื่องมาตลอดกว่า 10 ปี โดยเฉพาะในมิติด้านสังคมที่ครอบคลุมทั้งด้านการศึกษา เยาวชน และการเข้าถึงสิทธิพื้นฐานทางสังคม ซึ่งสอดคล้องกับแกนหลักในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนผ่าน 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ ลูกค้า พนักงาน คู่ค้า และสังคม โดยแคมเปญล่าสุดนี้ถือเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับมาตรฐานความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นในทุกมิติของสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม
การขับเคลื่อนครั้งนี้ แสนสิริได้ผนึกกำลังกับ มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม องค์กรหลักผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้พิการสามารถพึ่งพาตนเองและใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี โดยทางมูลนิธิฯ ได้เข้ามาถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับประเภทของความพิการ ทัศนคติที่เหมาะสม และการดึงศักยภาพที่หลากหลายของคนพิการมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านกระบวนการเวิร์กช็อป เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้ทำความเข้าใจทั้งในเชิงแนวคิดและสถานการณ์จริง รวมถึงเรียนรู้วิธีการสื่อสารและการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน พาร์ตเนอร์ร้านค้าภายใน Habito Mall (ฮาบิโตะ มอลล์) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับแสนสิริและมูลนิธิฯ เพื่อร่วมกันออกแบบโมเดลการทำงานที่เหมาะสมกับบริบทของธุรกิจบริการ การปรับรูปแบบการสื่อสารภายในทีม ไปจนถึงระบบการดูแลและสนับสนุนในช่วงเริ่มต้นปฏิบัติงาน โดยมีร้าน Fuzzypuppy Deli&Wine เป็นพาร์ตเนอร์นำร่องรายแรก ซึ่งคุณป๊อป ชาคริต จตุพรพิเศษ เจ้าของร้าน ได้ร่วมในกระบวนการคัดเลือกและสัมภาษณ์ผู้สมัครอย่างใกล้ชิด ทั้งในรูปแบบออนไซต์และออนไลน์ จนนำมาสู่การจ้างงาน น้องวา มนัสชญา บุตรพรม ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
คุณป๊อปชาคริตจตุพรพิเศษเจ้าของร้าน Fuzzy Puppy Deli & Wine กล่าวว่า “สำหรับผมแล้ว การให้โอกาสไม่ใช่เรื่องซับซ้อน มันคือการเปิดใจทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพราะไม่ว่าจะเป็นคนพิการหรือไม่ ทุกคนล้วนมีจุดเด่นและความถนัดเป็นของตัวเอง ในขณะที่องค์กรขนาดใหญ่อาจมีข้อจำกัดเรื่องโครงสร้าง แต่ร้านขนาดเล็กอย่างเราสามารถเริ่มได้ทันทีด้วยการปรับวิธีสื่อสารและวิธีการสอนงานให้เหมาะสมกับแต่ละคน สิ่งที่ผมประทับใจมากในตัวน้องวาคือความตั้งใจจริง ความรับผิดชอบ และความใส่ใจที่เขามีต่อร้าน ผมจึงพยายามให้เขาได้เรียนรู้ในจังหวะที่เหมาะสม ไม่กดดัน และเปิดพื้นที่ให้เราสื่อสารกันได้อย่างตรงไปตรงมาที่สุด เพราะหัวใจของการทำงานในร้านอาหารคือทีมเวิร์กและความเข้าใจกัน สำหรับผมการจ้างงานจึงไม่ใช่เรื่องของความพิการ แต่เป็นเรื่องของหัวใจและความพร้อมทางธุรกิจ ซึ่งถ้ามีโอกาสที่จะรับพนักงานเพิ่ม คนที่ตั้งใจและเข้าใจกันดีอยู่แล้วอย่างน้องวา คือคนแรกที่ผมจะนึกถึงครับ ผมจึงอยากชวนให้ผู้ประกอบการลองเปิดใจให้กับการจ้างงานคนพิการ ซึ่งอาจแตกต่างจากภาพจำเดิมๆ ที่เราเคยมี เพราะการเปิดใจจะทำให้เราได้เห็นทักษะ ความสามารถ และศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวเขา และขอส่งกำลังใจให้ผู้พิการทุกคนได้เดินตามความฝันของตัวเองต่อไป ผมเชื่อว่าหากพวกเราช่วยกันสร้างโอกาสที่เท่าเทียม สังคมของเราจะน่าอยู่และเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างยั่งยืนครับ”
“สำหรับวาก่อนหน้านี้ โอกาสในการทำงานของคนหูหนวกเป็นเรื่องยากมาก แม้จะเป็นสายธุรการที่เรียนมาก็ยังเข้าถึงยากและมักไม่ได้รับโอกาสเท่าคนทั่วไป วันแรกที่รู้ว่าได้รับโอกาสจากร้าน Fuzzy Puppy วาจึงรู้สึกดีใจและตื่นเต้นมาก แต่ขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยความกังวลว่าจะทำไม่ได้ แม้แต่ครอบครัวเองก็ยังกังวลเรื่องการสื่อสาร แต่พอยิ่งได้เริ่มทำ วาก็ยิ่งสบายใจ เพราะที่นี่ทุกคนเปิดใจกว้าง สื่อสารกันผ่านการเขียนและท่าทาง ทั้งลูกค้าและพี่ๆ ทุกคนยิ้มแย้มและใส่ใจ โดยไม่มีใครมองว่าเราเป็นคนพิการเลย วาอาศัยการสังเกต จดจำ และเรียนรู้ด้วยตัวเองตลอด เพราะไม่อยากรบกวนใครในเวลาทำงาน วาเชื่อเสมอว่าการพัฒนาตัวเองไม่มีวันสิ้นสุด ยิ่งเรียนรู้มากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งเติบโตและได้รับโอกาสมากขึ้น วาหวังว่าในอนาคต คนพิการทางการได้ยินจะมีโอกาสทำงานที่มากขึ้น เหมือนกับโอกาสที่วาได้รับในวันนี้ และวาก็อยากขอบคุณคุณป๊อป รวมถึง Thisability ที่เปิดพื้นที่ให้วาได้แสดงความสามารถ และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้สังคมมีความเท่าเทียมมากขึ้น โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังค่ะ” น้องวามนัสชญาบุตรพรม กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Thisability
นับเป็นความสำเร็จก้าวแรกที่สะท้อนถึงพลังแห่งความร่วมมือในการสร้างสังคมที่เท่าเทียม พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจนี้ให้เกิดขึ้นในวงกว้าง เพื่อกระตุ้นให้ภาคธุรกิจเล็งเห็นถึงศักยภาพและร่วมสนับสนุนการจ้างงานผู้พิการที่มากขึ้น อันจะนำไปสู่การสร้างความเปลี่ยนแปลงของสังคมที่ยั่งยืน
ติดตามแคมเปญ “Thisability เปิดพื้นที่ให้ทุกความสามารถเท่าเทียม” เพิ่มเติม
https://siri.ly/2oTz8Z2
Note to Editor
- แคมเปญ ‘Sansiri Live Equally’ ดำเนินต่อเนื่องอย่างเป็นรูปธรรมยาวนานกว่าทศวรรษ มุ่งสนับสนุนความเท่าเทียมครอบคลุมในทุกมิติ ตั้งแต่ภายในองค์กรสู่สังคมภายนอกเพื่อสร้างชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนแก่ทุกคน ผลักดันสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ทำจริงและต่อเนื่อง ซึ่งรวมทั้งด้านการศึกษา, เยาวชน และ การเข้าถึงสิทธิพื้นฐานทางสังคม อาทิ โครงการ Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน Sansiri Academy คลีนิกฟุตบอลที่ส่งเสริมพัฒนาการของเยาวชนไทย ตลอดจน สมรสเท่าเทียม แคมเปญสำคัญ ได้แก่
- ปี 2015 ร่วมต้านการใช้แรงงานเด็ก กับ The Good Space แหล่งเรียนรู้กลางไซต์ก่อสร้าง ที่ร่วมมือกับ UNICEF Thailand รณรงค์ให้ยุติการใช้แรงงานเด็กทุกรูปแบบและใส่ใจพื้นที่ก่อสร้างไม่ให้เป็นอันตรายกับเด็ก
- ปี 2018 ปีเริ่มต้นของ #SansiriPride เพื่อแสดงพลังสนับสนุนความเท่าเทียมในองค์กร จัดกิจกรรมเฉลิมฉลอง Pride Month ปี 2019 จัดแสดง Installation Art สีรุ้งทั่วกรุงเทพฯ สร้างสัญลักษณ์ Rainbow Crosswalk
- ปี 2020 ลงนามกับ UN Global Standards of Conduct for Business บริษัทแรกในไทยที่ประกาศจุดยืนเรื่องความเท่าเทียมในองค์กร พร้อมเปิดตัวแคมเปญ Everyone is Family ตอกย้ำจุดยืนในการส่งเสริมความเคารพสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมในทุกมิติ มุ่งสู่การเป็นต้นแบบด้านความหลากหลายในธุรกิจไทย
- ปี 2021 ลงนามกับ UN Global Standards of Conduct for Business เป็นปีที่ 2 พร้อมเปิดตัวแคมเปญ Live Equally…เราเท่ากัน จากความมุ่งมั่นในการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน และความเท่าเทียม ส่งผลให้ ได้รับรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ในปีเดียวกัน
- ปี 2022 ร่วมมือกับพันธมิตร ขยายความเท่าเทียมสู่วงกว้าง มอบสินเชื่อบ้านสำหรับคู่ชีวิตที่มีความหลากหลาย สานวิสัยทัศน์สร้างความเท่าเทียมครั้งแรกในไทย
- ปี 2023 จัดนิทรรศการ Live Equally House ตอกย้ำคุณค่าของความแตกต่าง ร่วมยินดีกับการผ่านร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม
- ปี 2024 เฉลิมฉลองการต่อสู้เรื่องสมรสเท่าเทียมผ่านคอนเซ็ปต์ “HOPE BLOOMS, LOVE WINS”
- ปี 2025 ร่วมแสดงความยินดีในแคมเปญ Ready, Set, Marry ในโอกาสที่สมรสเท่าเทียมได้เกิดขึ้นจริง โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 มีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการ มอบสิทธิให้กับบุคคลที่ไม่ว่าเพศใดสามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างเท่าเทียมภายใต้กฎหมายและเดินหน้าสู่บทใหม่ที่ไม่ใช่เฉพาะเรื่องความหลากหลายทางเพศเพียงด้านเดียว และแคมเปญ Just Don’t Judge หยุดตัดสิน และหันมา “ทำความเข้าใจ” เพื่อสร้างพื้นที่แห่งความเสมอภาคที่ทุกคนมีสิทธิ์เท่ากันที่จะเป็นตัวของตัวเอง “สร้างศักยภาพของตัวเองได้โดยถูกไม่ตีกรอบ” โดยให้ความสำคัญกับ 3 เรื่องหลัก ได้แก่ เพศสภาพ, ศักยภาพ และ สถานะทางสังคม
#Sansiri #Thisability #SansiriLiveEqually #Everydaylifeisgood #ทุกวันชีวิตดี
