พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริตอกย้ำเบอร์หนึ่งProperty Management คุณภาพของไทยกางกลยุทธ์ปี2569 ดัน‘Luxury Management’ เจาะตลาดพรีเมียมพร้อมยกระดับมาตรฐานบริการและความใส่ใจดูแลลูกค้าซึ่งเป็นDNA ที่แข็งแกร่งตั้งเป้าดันรายได้สู่2,100 ล้านบาทก้าวสู่ปีที่30 อย่างมั่นคง
บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำอันดับหนึ่งด้านคุณภาพบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร เปิดเผยวิสัยทัศน์และทิศทางธุรกิจปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Moving Forward with Resilience” มุ่งยกระดับมาตรฐานบริการ ควบคู่การบริหารจัดการเชิงรุกท่ามกลางความท้าทายของตลาดอสังหาริมทรัพย์และภาวะเศรษฐกิจ
ปีที่ผ่านมา บริษัทสร้างรายได้รวมกว่า 1,900 ล้านบาท จากกลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ บริหารจัดการโครงการที่พักอาศัย (Living Management), บริหารจัดการอาคารเชิงพาณิชย์ (Facility Management), ที่ปรึกษาด้านระบบวิศวกรรมอาคาร (Engineering Solutions) ภายใต้แบรนด์ Touch Property, บริหารการตลาดและตัวแทนซื้อ-ขาย-เช่า (Asset Management) และเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ ภายใต้แบรนด์ LIV-24
ปัจจุบัน พลัสฯ ดูแลลูกค้ากว่า 440 โครงการทั่วประเทศ ทุกประเภท ทุกเซกเมนต์ รวมพื้นที่ทั้งสิ้น 20.2 ล้าน ตร.ม. โดยสามารถคว้าคะแนนประเมินจากลูกค้า สูงกว่า 90% ถึง 2 ปีซ้อน ในปี 2567-2568 สะท้อนภาพความสำเร็จที่พลัสฯ มุ่งส่งมอบบริการคุณภาพให้กับลูกค้าตลอดมา โดยพลัสฯ ตั้งเป้ารักษาระดับคะแนนต่อเนื่องในปีนี้
นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการบริษัทพลัสพร็อพเพอร์ตี้จำกัดเปิดเผยว่า พลัสฯ มองเห็นโอกาสใหม่ ๆ แม้ตลาดยังมีความท้าทาย โดยประเมินว่าธุรกิจ Property Management ยังมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง จากบทบาทสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์และมาตรฐานของโครงการอสังหาริมทรัพย์ สอดคล้องกับแนวโน้มผู้บริโภคในการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) และความต้องการเช่าที่เพิ่มมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยในโครงการคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว หรือ ทาวน์โฮม ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพการบริหารจัดการในระยะยาว หรือกลุ่มนักลงทุนที่ต้องการรักษามูลค่าทรัพย์สินและเพิ่มความสามารถในการปล่อยเช่า การบริหารจัดการที่มีมาตรฐานจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ตอบโจทย์ได้อย่างชัดเจน
ด้วยเหตุนี้ Property Management จึงไม่ใช่เพียงงานดูแลอาคาร หากแต่เป็นกลไกเชิงกลยุทธ์ที่สร้างความแตกต่างให้โครงการ โดยเฉพาะในเซกเมนต์ระดับบน ซึ่งการบริหารจัดการที่มีมาตรฐานระดับพรีเมียมมีผลโดยตรงต่อการรักษามูลค่าทรัพย์สิน และยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว

4 กลยุทธ์สำคัญปี 2569
- รุกตลาดลักซ์ชัวรีต่อเนื่องเดินหน้ายกระดับบริการ Luxury Management อย่างเข้มข้น โดยต่อยอดการพัฒนาศักยภาพบุคลากรผ่าน “Plus Eduplex” สถาบันการเรียนรู้ขององค์กร ซึ่งล่าสุดได้รับการรับรองมาตรฐานวิชาชีพด้าน Hospitality จาก Confederation of Tourism and Hospitality (CTH) ประเทศอังกฤษ ตอกย้ำความพร้อมของทีมงานในการให้บริการตามมาตรฐานสากล ใส่ใจทุกรายละเอียดในทุก Touchpoint ตั้งแต่การดูแลภาพลักษณ์โครงการให้คงคุณค่าเหนือกาลเวลา เสริมความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยระดับพรีเมียม
- เสริมแกร่งมาตรฐานและความเชี่ยวชาญจุดแข็งของพลัสฯ คือการบริหารจัดการที่แก้ Pain Point ลูกค้าได้จริง จากทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี ทั้งการบริหารต้นทุน การดูแลกายภาพอาคาร ระบบวิศวกรรม ความปลอดภัย และการสร้างคอมมูนิตี้คุณภาพ ปีนี้บริษัทเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการทำงานให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อให้ทุกโครงการได้รับการดูแลอย่างมืออาชีพและมีประสิทธิภาพสูงสุด
- พัฒนา New Model & Business เดินหน้าขยายโมเดลและธุรกิจใหม่เพื่อตอบโจทย์ตลาดที่เปลี่ยนแปลง อาทิ Plus Consultancy บริการที่ปรึกษาเฉพาะด้าน เลือกได้เฉพาะส่วนตามต้องการ, Plus Concierge ส่งเสริมการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ และ Touch Property บริการด้านวิศวกรรมอาคาร ตามดีมานด์ของลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการต่อยอดเทคโนโลยีภายใต้ LIV-24 โดยขยายบริการลานจอดรถอัจฉริยะ “LIV-PARK” ซึ่งเปิดให้บริการแห่งแรกที่ดอนเมืองเมื่อปลายปีที่ผ่านมา
- เตรียมพร้อมรับมือ Crisis อย่างเป็นระบบท่ามกลางความผันผวนด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงอย่างจริงจัง โดยมีทีม ERT หรือ Emergency Response Team เฉพาะทาง พร้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉินที่รัดกุม (SOP) ครอบคลุมทั้งอุบัติเหตุ อุบัติภัย และภัยธรรมชาติ ควบคู่การฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องและวัดผลได้ เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้ผู้อยู่อาศัย
นางสาวนฤมลอาภรณ์ธนกุลรองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคารบริษัทพลัสพร็อพเพอร์ตี้จำกัด กล่าวว่า “นอกเหนือจากมาตรฐานความเชี่ยวชาญ สิ่งที่เป็น DNA สำคัญของพลัสฯ คือความใส่ใจดูแลลูกค้า โดยเรามุ่งสร้างความสุขในการอยู่อาศัยที่ยั่งยืน ผ่านความเข้าใจความต้องการเฉพาะของแต่ละครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นบ้านที่มีผู้สูงวัย เด็กเล็ก หรือสัตว์เลี้ยง ซึ่งล้วนต้องการแนวทางการบริหารจัดการที่เหมาะสม ทั้งด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และการช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน”
พลัสฯ จึงมุ่งสร้างคอมมูนิตี้ที่มีภูมิคุ้มกัน ไม่เพียงในมิติของกายภาพ แต่รวมถึงความพร้อมของผู้อยู่อาศัยในการรับมือความเสี่ยงต่าง ๆ ผ่านการวางระบบความรู้ เครื่องมือ และมาตรการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง อาทิ การให้ความรู้ด้านภัยมิจฉาชีพ และแนวปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้ทุกครอบครัวใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย ได้อยู่ในสังคมการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ
นอกจากนี้ ยังมองในด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราได้จัด Waste to Worth โครงการคัดแยกขยะ พร้อมทั้งนำไปรีไซเคิลและอัพไซเคิลสร้างประโยชน์ต่อ เปิดโอกาสให้ลูกบ้านได้มีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม ผ่านกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
นางสาวนฤมล กล่าวเสริมว่า “เรามองความเติบโตขององค์กร ไปพร้อมกับความสำเร็จของลูกค้า โดยเราพร้อมเป็นคู่คิดที่ให้คำปรึกษาโดยมองประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าหลายรายยาวนานกว่า 10–20 ปี และบางรายอยู่กับเรามาตั้งแต่วันแรกของธุรกิจ คือเกือบ 30 ปี”
การดำเนินธุรกิจ Property Management ต้องครอบคลุมทั้งกายภาพโครงการ ระบบบริหารจัดการ และประสบการณ์การอยู่อาศัยในภาพรวม พลัสฯ พร้อมขับเคลื่อนองค์กรบนมุมมองแบบองค์รวม เสริมความแข็งแกร่งในทุกมิติ พร้อมรับมือความผันผวนของตลาดด้วยความยืดหยุ่นและมาตรฐานที่มั่นคงอย่างต่อเนื่อง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือดูบริการทั้งหมดของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้ที่เว็บไซต์: https://bit.ly/4cfFYNM
