- แสนสิริปิดปี 68 อย่างแข็งแกร่ง กำไรสุทธิ 4,513 ล้านบาทครองอันดับ 1 ในกลุ่มอสังหาฯ
- เดินหน้าต่อปี 69 ด้วยแผนเชิงรุก เปิดโครงการใหม่มูลค่า 51,000 ล้านบาท มั่นใจฐานแกร่ง
พุ่งเป้าโตต่อ 10%
- กลุ่มโบรกเกอร์เชียร์ปันผลเด่น ล่าสุด บอร์ดอนุมัติ จ่ายปันผลครึ่งปีหลังที่ 0.08 บาทต่อหุ้น รวมทั้งปีจ่าย 0.13 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ที่ 9.5% (อ้างอิงราคาปิด ณ สิ้นเดือน ม.ค. 2569) นับเป็นหนึ่งในบริษัทอสังหาฯ ชั้นนำที่จ่ายปันผลอัตราสูงต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา

นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายงานการเงินบริษัทแสนสิริจำกัด(มหาชน) หรือSIRI บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า “แสนสิริสามารถสร้างผลการดำเนินงานในปี2568 ได้อย่างมีประสิทธิภาพและหลายส่วนเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้โดยมีกำไรสุทธิ4,513 ล้านบาทสูงสุดในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ท่ามกลางภาวะการแข่งขันสูงสะท้อนให้เห็นว่าแสนสิริ สามารถรักษาระดับ
ผลประกอบการให้เติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ โดยมีรายได้รวมที่ 34,395 ล้านบาท ยอดขายรวมอยู่ที่ 51,000 ล้านบาท (51% มาจากโครงการแนวราบและอีก 49% มาจากคอนโดมิเนียม) ขณะที่ยอดโอนอยู่ที่ 36,700 ล้านบาท”
ในปี 2568 ที่ผ่านมา แสนสิริได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็น “เบอร์ 1″ ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ด้วย
ผลประกอบการที่โดดเด่นในทุกมิติ ทั้งในด้านการสร้างกำไรสูงสุด และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในแง่ของ Gross Profit Margin และ Net Profit Margin ผ่านการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) อย่างเข้มงวด ทั้งนี้ ในไตรมาส 4 ที่ผ่านมา มีคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จใหม่มาช่วยเสริมความแข็งแกร่งของยอดโอนในปี 2568 โดยคอนโดในหัวเมืองสำคัญ เช่น เมคิน เฮ้าส์ และ
ดีคอนโด แคมปัส ขอนแก่น โอนได้ 60-70% ของมูลค่าโครงการ รวมถึงความสำเร็จในตลาดภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นโครงการเดอะเบส บูกิต, เศรษฐสิริ และสราญสิริ เกาะแก้ว ซึ่งเป็นฐานรากสำคัญที่จะนำไปสู่การเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 2569
ความสำเร็จนี้ยังรวมถึงวินัยทางการเงินโดยแสนสิริสามารถรักษาอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ในระดับที่เหมาะสม จนได้รับความไว้วางใจจากสถาบันการเงินในการสนับสนุนวงเงินทั้ง Pre-finance และ Post-finance อย่างต่อเนื่อง มีสภาพคล่อง (Liquidity) สูงสุดในระดับกว่า 25,000 ล้านบาท ซึ่งมากพอที่จะรองรับการดำเนินธุรกิจและชำระคืนหุ้นกู้ได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งพาการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ นอกจากนี้ ยังมุ่งมั่นสร้างมูลค่าคืนสู่ผู้ถือหุ้นด้วยการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอ ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลครึ่งปีหลังที่ 0.08 บาทต่อหุ้น (กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับปันผลในวันที่ 18 มี.ค. และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 20 พ.ค.) หากรวมเงินปันผลครึ่งปีแรกที่จ่ายระหว่างกาลไปแล้วที่ 0.05 บาท รวมทั้งปีจ่าย 0.13 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลหรือ Dividend Yield ที่ 9.5% (อ้างอิงราคาปิดณสิ้นเดือนม.ค. 2569) ต่อปีซึ่งแสนสิริเป็นหนึ่งในบริษัทอสังหาฯชั้นนำที่จ่ายปันผลอัตราสูงต่อเนื่องตลอดหลายปี
“ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้ส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ จากการประสานพลังระหว่างนโยบายการคลังโดยรัฐบาลใหม่ที่เร่งวางรากฐานขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และนโยบายการเงินหลังคณะเลขานุการกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 1.00% ต่อปี ซึ่งมีผลทันทีเมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา ปัจจัยหนุนเหล่านี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินอย่างตรงจุด พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ เพื่อเป็นแรงส่งปลุกจีดีพีให้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพและมีเสถียรภาพอย่างยั่งยืน และที่สำคัญแสนสิริประเมินว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มฟื้นตัวจากกลุ่มกำลังซื้อคุณภาพ (High Net Worth) บริษัทจึงวางแผนเชิงรุกด้วยการเปิดตัว 33 โครงการใหม่มูลค่ารวม 51,000 ล้านบาทเพื่ออยู่อาศัยในขณะนี้ โดยมุ่งเน้นกลุ่ม Premium และ Medium ถึง 80% เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีความพร้อมและไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะหนี้ครัวเรือน ด้วยที่ดินที่รองรับไว้แล้ว 100% และความแข็งแกร่งของแบรนด์ เรามั่นใจว่าจะสามารถบรรลุเป้ายอดขาย 4.8 หมื่นล้านบาท และยอดโอน 3.9 หมื่นล้านบาท โดยตั้งเป้าผลการดำเนินงานในภาพรวมทั้งกำไรและยอดโอนให้เติบโตต่อเนื่อง 10% เพื่อครองความเป็นผู้นำในตลาดสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น และดูแล 4 เสาหลัก (ลูกค้า พนักงาน คู่ค้า และสังคม) อย่างต่อเนื่อง” นายวิชาญกล่าวทิ้งท้าย
Note to Editor:
- ปัจจุบันแสนสิริมี Backlog แข็งแกร่งกว่า 24,000 ล้านบาท โดยจะรับรู้รายได้ในปีนี้ทันทีกว่า 11,600 ล้านบาท เสริมทัพด้วย 10 คอนโดสร้างเสร็จใหม่ (Ready to Move) มูลค่ารวม 23,000 ล้านบาท ซึ่งมีสต็อกที่เป็นคอนโดพร้อมขายอีก 8,500 ล้านบาท รวมถึงการรุกโครงการใหม่รูปแบบ RTM ในปีนี้ จะเป็นตัวเร่งการรับรู้รายได้ทันทีหลังการโอน มั่นใจผลักดันผลประกอบการทะลุเป้าหมาย พร้อมรักษาการเติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง
- แสนสิริมีการบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ (Stock) สร้างเสร็จแล้วรอขายได้ในระดับที่มีประสิทธิภาพ: ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา สต็อกทั้งแนวราบและคอนโดมีอยู่เพียง 10,000-15,000 ล้านบาท ล่าสุดระดับ ลดลงมาอยู่ที่ 13,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่ใช้ระยะเวลาในการขายเพียง 4-5 เดือน
- มุมมองนักวิเคราะห์ โดยบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองเชิงบวกต่อหุ้น SIRI โดยปรับราคาเป้าหมายปี 2569 ขึ้นเป็น 2.0 บาท (Upside 27%) พร้อมระบุว่าแสนสิริมีจุดเด่นด้วยแผนธุรกิจปี 2569 ยัง aggressive กว่ากลุ่มฯ เป็นโอกาสในการเพิ่ม market share ซึ่งเป็นผลดีในระยะยาว และการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมมาร์จิ้นสูงในไตรมาส 1/2569 จะเป็นแรงส่งสำคัญให้ผลประกอบการปีนี้เติบโตตามเป้าหมาย (ข้อมูล ณ วันที่ 17 ก.พ. 69)
#Sansiri #Everydaylifeisgood #ทุกวันชีวิตดี #บริษัทอสังหาอันดับ1 #อสังหาฯ #ผู้นำทางธุรกิจ
