Headlines

เบเยอร์ ผนึกกำลัง ไออาร์พีซี รุกธุรกิจสีและสารเคลือบโครงสร้างเหล็กเสริม New S-Curve ยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่มาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน

บริษัทเบเยอร์จำกัดบริษัทร่วมกับไออาร์พีซีจำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ประกาศจัดตั้งบริษัทไอบีไอซีจำกัด (IBIC) เพื่อพัฒนาผลิตและจัดจำหน่ายสีและสารเคลือบสำหรับโครงสร้างเหล็กสำหรับภาคอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ครอบคลุมโรงกลั่นน้ำมันโรงงานปิโตรเคมีท่าเรือสนามบินสะพานตอบโจทย์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างมีประสิทธิภาพคุ้มค่าและยั่งยืน

ดร.วรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเบเยอร์จำกัด กล่าวว่า เบเยอร์มุ่งสร้างความคุ้มค่าในระยะยาว ด้วยประสบการณ์กว่า 65 ปี เราเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ด้านประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยระบบเคลือบประสิทธิภาพความคงทนสูงที่ช่วยลดต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน และตอบโจทย์ทิศทาง Green Infrastructure และเป้าหมาย Net Zero ของภาคอุตสาหกรรม ความร่วมมือกับไออาร์พีซีในการจัดตั้งบริษัทไอบีไอซีจำกัดคือก้าวสำคัญที่ยกระดับอุตสาหกรรมสีไทยจากผู้ผลิตสินค้าสู่ผู้พัฒนาโซลูชันครบวงจรสำหรับโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมหนักที่ไม่ได้มุ่งแค่ความทนทานแต่พัฒนาระบบเคลือบที่ให้ประสิทธิภาพสม่ำเสมอเสถียรในระยะยาวและช่วยบริหารLifecycle Cost ได้อย่างชัดเจนพร้อมยกระดับการปกป้องโครงสร้างเหล็กในทุกสภาวะ

นายเทอดเกียรติ พร้อมมูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทไออาร์พีซีจำกัด(มหาชน) กล่าวว่า การจัดตั้งบริษัท ไอบีไอซี จำกัด ถือเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดศักยภาพด้านนวัตกรรมวัสดุขั้นสูงของไออาร์พีซี สู่ธุรกิจปลายน้ำที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ช่วยทดแทนการนำเข้าและสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ในตลาดอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งในประเทศและภูมิภาคอาเซียน

การจัดตั้ง IBIC เป็นความร่วมมือระหว่างไออาร์พีซีและเบเยอร์ ในสัดส่วน 45 : 55 เพื่อดำเนินธุรกิจสีและสารเคลือบอุตสาหกรรมในตลาดที่มีมูลค่ากว่า 26,000 ล้านบาทต่อปี ในระดับภูมิภาค โดยมีแผนเริ่มดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์ ในปี 2026 และขยายสู่ตลาดอาเซียนภายใน 2 ปี เพื่อรองรับความต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความทนทานสูง และสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการสร้าง New S-Curve ทางธุรกิจของไออาร์พีซีภายใต้แนวคิด Step Up & Beyond ผ่านการต่อยอดจากธุรกิจเดิมสู่โอกาสใหม่ด้วยการลงทุนในธุรกิจที่สอดคล้องกับเมกะเทรนด์ระดับโลกร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อเพิ่มผลตอบแทนต่อเงินลงทุนในระยะยาว ควบคู่กับการผสานมิติด้านความยั่งยืน ตามเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593” นายเทอดเกียรติกล่าว

IBIC ยังเป็นการผสานจุดแข็งของไออาร์พีซีด้านการวิจัยและพัฒนาวัสดุ Polytetrafluoroethylene (PTFE) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นด้านความทนทานต่อสภาวะแวดล้อมที่รุนแรง เข้ากับความเชี่ยวชาญของเบเยอร์ในเทคโนโลยีสีและสารเคลือบอุตสาหกรรมระดับสากล ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์สมรรถนะสูง ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของโครงสร้างเหล็ก ลดความถี่ในการซ่อมบำรุง และเพิ่มความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ตลอดอายุการใช้งาน 

ผลิตภัณฑ์ของไอบีไอซี ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ช่วยลดการใช้ทรัพยากรและพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน และสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว

การจัดตั้งไอบีไอซียังมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของ Supply Chain ภายในประเทศลดการพึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์เฉพาะทางจากต่างประเทศและยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมสีและสารเคลือบของไทยให้ทัดเทียมระดับสากลโดยมีแผนขยายตลาดจากประเทศไทยสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และต่อยอดสู่ตลาดอาเซียนในอนาคต