การเข้าถึงโภชนาการที่เพียงพอและเหมาะสม ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการและศักยภาพการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนในวัยเรียน ซึ่งต้องใช้ทั้งพลังงานทางร่างกายและสมาธิในการศึกษาและพัฒนาทักษะในแต่ละช่วงวัย อย่างไรก็ตาม เยาวชนจำนวนไม่น้อยยังคงเผชิญข้อจำกัดด้านฐานะความเป็นอยู่ ส่งผลให้สถานศึกษาจำเป็นต้องมีบทบาทในการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้เรียนควบคู่ไปกับการจัดการศึกษา

แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของวิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก กรุงเทพฯ สถานศึกษาอาชีวะเอกชนการกุศลที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2489 โดยคณะนักบวชซาเลเซียน ซึ่งมุ่งเน้นการเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชน โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาส ให้สามารถเข้าศึกษาในระดับอาชีวศึกษาโดยไม่เสียค่าเล่าเรียน ควบคู่กับการพัฒนาทักษะวิชาชีพและการปลูกฝังคุณธรรม
ปัจจุบัน วิทยาลัยดูแลนักเรียนและนักศึกษาจำนวนมาก ทั้งในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) รวมถึงนักเรียนประจำจากต่างจังหวัด ซึ่งส่วนหนึ่งยังคงมีข้อจำกัดด้านฐานะ ทำให้การสนับสนุนด้านโภชนาการเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่ไม่อาจมองข้าม โดยในแต่ละปีการศึกษา วิทยาลัยมีความจำเป็นต้องใช้ข้าวสารมากกว่า 21,528 กิโลกรัม เพื่อจัดเตรียมอาหารให้เพียงพอสำหรับนักเรียนทุกคนอย่างทั่วถึง

จากความจำเป็นดังกล่าว ภาคสังคมจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการร่วมสนับสนุน โดยเฉพาะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนอย่างยั่งยืน ล่าสุด ชมรมผู้สูงวัยสุขภาพดี จุฬาฯ-กาชาด รุ่น 17 ได้ตอกย้ำบทบาทองค์กรจิตอาสาที่ขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ด้วยการดำเนินโครงการ “มอบข้าวสารสำหรับนักเรียน” ผ่านการบริจาคเงินให้แก่วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก กรุงเทพฯ เพื่อนำไปจัดซื้อข้าวสารสำหรับใช้ในการประกอบอาหารให้กับนักเรียน โดยมี นางศรินทร เมธีวัชรานนท์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ วีวี แชร์ เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย
การดำเนินโครงการในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนถึงเจตนารมณ์ของชมรมฯ ในการส่งต่อความห่วงใยสู่สังคม แต่ยังเป็นการสนับสนุนที่ตอบโจทย์ความจำเป็นของสถานศึกษาได้อย่างตรงจุด ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านอาหาร และเสริมสร้างความมั่นคงทางโภชนาการให้กับนักเรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม

นางวรรณีลีลาเวชบุตรประธานกรรมการบริหารบริษัทนิโอทาร์เก็ตจำกัดในฐานะประธานชมรมผู้สูงวัยสุขภาพดีจุฬาฯ-กาชาดรุ่น 17 กล่าวว่า “สมาชิกในชมรมของเรามุ่งมั่นในการทำกิจกรรมที่สร้างคุณค่าและประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนในครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจในการมีส่วนร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชน และสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน”


การสนับสนุนในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของพลังความร่วมมือระหว่างภาคประชาชนและสถานศึกษา ที่ร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเยาวชน โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังต้องการการสนับสนุนด้านปัจจัยพื้นฐาน

วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก กรุงเทพฯ ยังคงเดินหน้าภารกิจในการเป็นสถานศึกษาที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนฟรีในระดับอาชีวศึกษา พร้อมพัฒนาทักษะวิชาชีพที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ควบคู่กับการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้เรียนในทุกมิติ
ความร่วมมือในลักษณะนี้ไม่เพียงช่วยเติมเต็มโอกาสให้กับเยาวชน แต่ยังสะท้อนบทบาทขององค์กรภาคสังคมในการเป็นพลังสำคัญที่ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศต่อไปในอนาคต
