Headlines

“Genomics Thailand” ผงาดเวทีโลก ชูนวัตกรรมการแพทย์แม่นยำที่คนไทยเข้าถึงบริการได้ หนุนประเทศในเอเชียสร้างฐานข้อมูลจีโนมร่วมพลิกโฉมการแพทย์ระดับภูมิภาค

ประเทศไทยประกาศศักยภาพความก้าวหน้าด้านการแพทย์จีโนมิกส์ (Genomics) บนเวทีระดับโลกอย่างยิ่งใหญ่ ในงานประชุมนานาชาติ PacBio Prism 2026 : Color the future of genomics เมืองฟูกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่นโดย นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ได้รับเกียรติร่วมบรรยายพิเศษเพื่อถ่ายทอดความสำเร็จของโครงการ “Genomics Thailand” ได้เน้นย้ำบนเวทีโลกตอนหนึ่งว่า ความสำเร็จที่แท้จริงของสาธารณสุขไทยคือการไม่หยุดเทคโนโลยีขั้นสูงไว้แค่ในห้องปฏิบัติการแต่เราสามารถขับเคลื่อนการถอดรหัสพันธุกรรมมาสร้างเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือสิทธิบัตรทองได้อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงการแพทย์ที่เท่าเทียม ส่งผลให้ปัจจุบันคนไทยสามารถเข้าถึงการตรวจยีนเสี่ยงมะเร็งเต้านมและรังไข่ (BRCA1/2) เพื่อการป้องกันล่วงหน้า การตรวจยีนเพื่อป้องกันการแพ้ยารุนแรง ตลอดจนการยกระดับความรวดเร็วและแม่นยำในการวินิจฉัยโรคหายากและโรคมะเร็งเพื่อเป้าหมายสำคัญในการพลิกโฉมระบบสาธารณสุขไทยให้สามารถ “รู้ก่อน ป้องกันได้ และรักษาตรงจุด”

ต่อยอดจากความสำเร็จในระยะแรก ปัจจุบัน สวรส. กำลังเร่งขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทยระยะที่ 2 เพื่อรับมือกับความท้าทายของ สังคมผู้สูงอายุยิ่งยวด โดยมุ่งเน้นการนำข้อมูลพันธุกรรมมาใช้วิเคราะห์ความเสี่ยงเฉพาะบุคคล (Personalized Risk Prediction) ในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ และไขมันในเลือดสูง ซึ่งการตรวจพบความเสี่ยงและการวางแผนดูแลสุขภาพตั้งแต่ยังไม่เกิดโรค  จะช่วยลดงบประมาณด้านการรักษาพยาบาลของประเทศได้ในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญ อาทิ ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นพ.จักรกฤษณ์ เอื้อสุนทรวัฒนา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล ดร.นุสรา สัตย์เพริศพราย ผู้จัดการงานวิจัย สำนักวิจัยและพัฒนาจีโนมิกส์ สวรส. เข้าร่วมระดมสมองและแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์กับผู้เชี่ยวชาญระดับโลกจากสิงคโปร์ (PRECISE), จีน (มหาวิทยาลัยฟูตัน), ญี่ปุ่น (มหาวิทยาลัยโทโฮคุ) รวมถึงนักวิชาการจากสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และยุโรป เพื่อร่วมกันผลักดันและตอกย้ำถึงความสำคัญของการจัดทำ ฐานข้อมูลจีโนมประชากรของแต่ละประเทศ

โดยการหารือบนเวทีโลกครั้งนี้สะท้อนถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่ว่า ปัจจุบันฐานข้อมูลจีโนมโลกมีสัดส่วนข้อมูลของคนเอเชียเพียง 5.3% เท่านั้น ส่งผลให้เครื่องมือประเมินความเสี่ยงจากฝั่งตะวันตกอาจไม่แม่นยำเพียงพอสำหรับคนในภูมิภาค ความร่วมมือระหว่างประเทศในเอเชียจึงเป็นหัวใจสำคัญในการร่วมกันสร้าง ‘แผนที่จีโนมของตนเอง’ ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่างมัลติโอมิกส์ (Multi-omics) และอีพิจีโนมิกส์ (Epigenomics) เพื่อสร้างฐานข้อมูลชีวภาพที่หลากหลายและแม่นยำสูงสุดสำหรับประชากรชาวเอเชีย โดย นพ.ศุภกิจ ได้กล่าวทิ้งท้ายเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า เทคโนโลยีจีโนมิกส์จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปแต่คืออาวุธสำคัญที่จะพลิกโฉมการแพทย์ของภูมิภาคเอเชียจากการรักษาตามอาการสู่การป้องกันเชิงรุกซึ่งความก้าวหน้านี้จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้คนไทยและประชากรในเอเชียมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพภายใต้แนวคิดรู้ก่อนป้องกันได้รักษาตรงจุดพร้อมทั้งขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนไปพร้อมกันในอนาคต