Headlines

ออริจิ้นโฮเทลในเครือ ORI ปิดดีลขายโรงแรมไอบิสภูเก็ตกะตะ รับ Extra Cash กว่า 400 ล้านบาท

ออริจิ้นโฮเทลภายใต้ธุรกิจของ ORI ปิดการขายโรงแรมไอบิสภูเก็ตกะตะรับ Extra Cash กว่า 400 ล้านบาทระบุเป็นไปตามแผนงานเชิงกลยุทธ์และข้อตกลงกับผู้ร่วมลงทุนที่เป็นพันธมิตรร่วมกัน 

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทออริจิ้นพร็อพเพอร์ตี้จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัท ออริจิ้น โฮเทล จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มโรงแรมและการบริการ (Hospitality & Tourism) ที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income Business) ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้ธุรกิจของ ORI ได้ดำเนินการปิดการขายโรงแรมไอบิสภูเก็ตกะตะ (ibis Phuket Kata) อย่างสมบูรณ์แล้วโดยได้รับ Extra Cash กว่า 400 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามแผนงานของกลุ่ม ORI ตามกระบวนการจัดการทรัพย์สินตามโมเดล Build–Operate–Exit–Reinvest ที่มุ่งเน้นการพัฒนา ดำเนินงาน สร้างมูลค่า รองรับการขยายพอร์ตธุรกิจโรงแรมในระยะยาวแบบ Cycle เชิงกลยุทธ์  

“การปิดดีลขายโรงแรมไอบิส ภูเก็ต กะตะ สะท้อนถึงความสำเร็จในการบริหารสินทรัพย์และการสร้างมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งยังเป็นไปตามข้อตกลงกับพันธมิตรผู้ร่วมลงทุนที่ได้วางแผนร่วมกันตั้งแต่แรกเริ่ม พร้อมรองรับโอกาสการลงทุนและการเติบโตในอนาคต”  นายพีระพงศ์  กล่าวเสริม

โรงแรมไอบิสภูเก็ตกะตะ (ibis Phuket Kata) เป็นโรงแรมขนาดกลาง มีห้องพัก 258 ห้อง ตั้งอยู่บริเวณหาดกะตะ จังหวัดภูเก็ต เปิดดำเนินการโดย ออริจิ้น โฮเทล เมื่อปี 2565 โรงแรมดังกล่าวเป็นการพัฒนาภายใต้ความร่วมมือของบริษัทชั้นนำ ระหว่าง บริษัท ออริจิ้น โฮเทล จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โตคิว แลนด์ เอเชีย จำกัด (Tokyu Land Asia) เพื่อมอบประสบการณ์การเข้าพักที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าทั้งชาวต่างชาติมาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีพอร์ตธุรกิจโรงแรมแบรนด์ ibis โรงแรมระดับบัดเจ็ตโฮเทล ภายใต้ เชนแอคคอร์ (Accor) เปิดดำเนินการอยู่อีก
2 แห่ง คือ โรงแรมไอบิส หัวหิน (ibis Hua Hin) และ โรงแรมไอบิส สไตล์ กระบี่ อ่าวนาง (ibis Styles Krabi Ao Nang) โรงแรมทั้ง 2 แห่ง เปิดรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่อเนื่อง

บริษัท ออริจิ้น โฮเทล จำกัด (มหาชน) เป็นกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำต่อเนื่องเพื่อพัฒนาและสร้างสรรค์โครงการคุณภาพ ทั้งโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ ออฟฟิศ และพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยได้ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ สร้างความมั่นคงและผลตอบแทนอย่างต่อเนื่อง มุ่งสู่ผู้นำในกลุ่มธุรกิจ Recurring Income Business ปัจจุบันมี 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ 

1. กลุ่มธุรกิจโรงแรม (Hotel Business) ปัจจุบันมีโรงแรมเปิดให้บริการอยู่อีก 8 แห่ง อาทิ โรงแรม สเตย์บริดจ์ สวีท กรุงเทพฯ สุขุมวิท, โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ สวีท ศรีราชา, โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส ระยอง, โรงแรม ไอบิส สไตล์ กระบี่ อ่าวนาง และ โรงแรม ไอบิส หัวหิน เป็นต้น ทั้งนี้ ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาที่หัวเมืองท่องเที่ยวอย่าง กรุงเทพ ภูเก็ต เชียงใหม่ และพัทยา

2. ธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า (Office Building Business) เปิดให้บริการ 1 อาคาร ภายใต้ชื่อ Origin Complex Sanampao มีพื้นที่รวม 32,200 ตารางเมตร

3. ธุรกิจการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ (Commercial Development Business) ปัจจุบันรวม 5 แห่ง พื้นที่รวม 17,425 ตารางเมตร อาทิ Portobello Mall (พอร์โทเบลโลมอลล์), Neighbor 24 เป็นต้น

สำหรับบริษัทออริจิ้นพร็อพเพอร์ตี้จำกัด (มหาชน) หรือ ORI จัดโครงสร้างธุรกิจชัดเจนขึ้นในลักษณะ Holding Company ที่เป็นการลงทุนถือหุ้นในบริษัทย่อย บริษัทร่วมค้า ทั้งบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ และนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยมี 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ประกอบด้วย  

(1) กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายประเภทคอนโดมิเนียม ภายใต้ บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จํากัด หรือ ORIGIN VERTICAL 

(2) กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายประเภทบ้านจัดสรร ภายใต้ บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI 

(3) กลุ่มธุรกิจบริการ ภายใต้ บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI 

(4) กลุ่มธุรกิจ Hospitality and Tourism & Service ภายใต้ บริษัท ออริจิ้น โฮเทล จํากัด (มหาชน) หรือ ORIGIN HOTEL

และ (5) กลุ่มธุรกิจ Logistics and Warehouse ภายใต้ บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด หรือ ALPHA