- ดันพอร์ตไฟฟ้าเติบโตขึ้น 60% เป็น 2,079 เมกะวัตต์ด้วยอัตราขายไฟสูง 20 ปี
- ตั้งเป้า COD ไตรมาส 4/2570 หนุนการเป็นผู้นำพลังงานสีเขียวระดับภูมิภาค
บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ประกาศความสำเร็จครั้งใหญ่คว้าสิทธิพัฒนาโครงการโซลาร์ลอยน้ำ (Solar Floating) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของอาเซียนระดับกิกะวัตต์เตรียมป้อนกระแสไฟฟ้า 784 เมกะวัตต์ในเฟสแรกเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ภายในไตรมาส 4/2570 บรรลุเป้าหมาย 2,000 เมกะวัตต์และการต่อยอดขีดความสามารถของ GUNKUL ในการเป็นผู้นำในการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ในระดับภูมิภาคสร้างมูลค่าการเติบโตในระยะยาวตลอดสัญญารับซื้อไฟฟ้ายาว 20 ปีโดยรับรู้รายได้จากราคาขายไฟฟ้าคงที่สูงถึง 3.53 บาทต่อหน่วยพร้อมสิทธิในการขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติมในเฟส 2 อีกกว่า 224.1 เมกะวัตต์
นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) กล่าวว่า “การได้รับสิทธิในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์แบบทุ่นลอยน้ำของประเทศฟิลิปปินส์ในครั้งนี้ถือเป็นแพลตฟอร์มแห่งการเติบโตใหม่ในอาเซียนและก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ของบริษัทฯภายใต้เป้าหมายการขยายพอร์ตพลังงานสีเขียวสู่2,000เมกะวัตต์ภายในปี2027บริษัทฯมองว่าฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงในขณะเดียวกันก็เผชิญความท้าทายจากอัตราค่าไฟฟ้าที่สูงที่สุดเป็นอันดับต้นๆในอาเซียนและมีปริมาณไฟฟ้าสำรองที่จำกัดทั้งนี้ด้วยตำแหน่งโครงการซึ่งอยู่ในพื้นที่ทะเลสาบลากูนาบนเกาะลูซอน (Luzon)ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอยู่ใกล้กรุงมะนิลาซึ่งมีอัตราการใช้ไฟฟ้าคิดเป็น70%ของความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศจึงถือเป็นทำเลยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพรองรับการเติบโตในระยะยาวโดยโครงการเฟสแรกขนาด784.1เมกะวัตต์มีกำหนดจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD)ไม่เกินสิ้นปี2027ซึ่งจะอยู่ภายใต้สัญญารับซื้อไฟฟ้าGEA-4(Green Energy Auction Program)ของรัฐบาลฟิลิปปินส์บนสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว20ปีมีอัตราการจำหน่ายไฟฟ้าคงที่ในราคาสูงถึง6.53เปโซหรือประมาณ3.53บาทต่อกิโลวัตต์–ชั่วโมงแบบคงที่ (Fixed Tariff)บริษัทฯเชื่อว่าโครงการนี้จะไม่เพียงสร้างการเติบโตของรายได้และผลตอบแทนในระยะยาวแต่คือก้าวสำคัญในการมุ่งสู่การเป็นพันธมิตรด้านพลังงานสะอาดที่ได้รับความไว้วางใจในระดับภูมิภาคเอเชียอย่างยั่งยืน”
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตร EPC ท้องถิ่นชั้นนำที่มีประสบการณ์กว่า 35 ปีในการพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าของประเทศฟิลิปปินส์ โดยบริษัทฯวางกรอบการลงทุนไว้ที่ประมาณ7,500ล้านบาทสำหรับเฟสแรก
สำหรับภาพรวมตลาดไฟฟ้าในประเทศฟิลิปปินส์ยังมีศักยภาพการเติบโตอีกมาก จากการที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ให้การสนับสนุนด้านการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar) บนทะเลสาบลากูนา มีความพร้อมด้านการเชื่อมต่อระบบสายส่งและได้รับการรับรองจากรัฐบาลฟิลิปปินส์ให้เป็นโครงการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Investment) ภายใต้ Executive Order No. 18 (EO18) ซึ่งเป็นนโยบายระดับชาติที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเร่งรัดการพัฒนาโครงการที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงทางพลังงานและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ได้รับสิทธิ “Green Lane” ที่ทำหน้าที่เปรียบเสมือน “Fast-Track Permitting Program” ของรัฐบาลฟิลิปปินส์ที่กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐทั้งระดับประเทศและท้องถิ่นเร่งรัดการพิจารณาใบอนุญาตและการอนุมัติที่เกี่ยวข้องช่วยให้การพัฒนาโครงการเป็นไปตามกรอบเวลาอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะมีส่วนช่วยสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายพลังงานหมุนเวียน(RE)ของประเทศฟิลิปปินส์ตามแผนพลังงานชาติ (Philippine Energy Plan)ที่ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนไว้ที่ 35% ภายในปี 2030 และ 50% ภายในปี2040 รวมถึงรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศฟิลิปปินส์อย่างยั่งยืน
ความสำเร็จในการคว้าสิทธิพัฒนาโครงการระดับเมกะโปรเจกต์ในประเทศฟิลิปปินส์ครั้งนี้ ถือเป็นการเข้าสู่หนึ่งในตลาดไฟฟ้าที่เติบโตสูงที่สุดของภูมิภาค ซึ่งนอกจากจะส่งผลให้กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น (Equity Megawatt) ของ GUNKUL เพิ่มขึ้น 60.5% เป็น 2,079 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันที่มีอยู่ในมือรวม 1,295 เมกะวัตต์แล้ว หากรวมโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเฟส 2.1 (RE Big Lot) ของบริษัทฯ ที่รอลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพิ่มเติม จะทำให้กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น (Equity Megawatt) ของบริษัทฯ เพิ่มสูงขึ้นแตะระดับ 2,400 เมกะวัตต์ในอนาคตอันใกล้ สะท้อนศักยภาพของบริษัทฯ ในการพัฒนาและบริหารโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ในระดับสากล และก้าวสู่การเป็นพาร์ตเนอร์ด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสีเขียวที่ครอบคลุมและครบวงจรที่สุด เพื่อส่งมอบความมั่นคงทางพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั่วภูมิภาคเอเชียอย่างแท้จริง
