Headlines

Head High Second Floor ภูมิใจเสนอ เลือดของเทพเจ้า น้ำตาของพระอาทิตย์ (Blood of the Gods, Tears of the Sun) โดย วัลลภ หาญสันเทียะ (22 สิงหาคม – 2 ตุลาคม 2569)

Blood of the Gods, Tears of the Sun (เลือดของเทพเจ้า น้ำตาของพระอาทิตย์)

นิทรรศการเดี่ยวโดย วัลลภ หาญสันเทียะ 

ภัณฑารักษ์โดย จิรารัตน์ ไชยราช และ ไรน์ฮาร์ด เครสเนอร์ 

จัดแสดงที่ Head High Second Floor เชียงใหม่ 

22 สิงหาคม – 2 ตุลาคม 2569

Head High Second Floor ภูมิใจเสนอเลือดของเทพเจ้าน้ำตาของพระอาทิตย์ (Blood of the Gods, Tears of the Sun) นิทรรศการเดี่ยวโดยวัลลภหาญสันเทียะภัณฑารักษ์โดยจิรารัตน์ไชยราชและไรน์ฮาร์ดเครสเนอร์ 

จัดแสดงระหว่าง: 22 สิงหาคม – 2 ตุลาคม 2569

เลือดของเทพเจ้าน้ำตาของพระอาทิตย์คือบทสำรวจต่อเนื่องจากนิทรรศการนักล่าสู่ผู้ถูกล่าที่วัลลภหาญสันเทียะจัดแสดงในปี 2567 ท่ามกลางโลกที่แปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็วทั้งวิกฤตสิ่งแวดล้อมการย้ายถิ่นและการสั่นคลอนของโครงสร้างทางสังคมความอุดมสมบูรณ์ซึ่งเคยเป็นรากฐานของอารยธรรมมนุษย์กำลังถูกใช้เกินขีดจำกัดจนเสื่อมถอยอย่างยากจะฟื้นคืน

ผลงานในนิทรรศการสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ความเชื่อและทรัพยากรที่ถักทอเป็นเนื้อเดียวกันความศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในพิธีกรรมหากแฝงอยู่ในวิถีชีวิตที่ถูกหล่อเลี้ยงด้วยสิ่งเหล่านั้นแต่เมื่อทุกสิ่งถูกทำให้เป็นทรัพยากรความหมายเดิมกลับค่อยๆเลือนหายเหลือเพียงสิ่งที่ถูกใช้และกำลังจะหมดไป

นิทรรศการนี้จึงไม่ใช่เพียงภาพแทนของความสูญเสียหากคือการตั้งคำถามต่อสถานะของมนุษย์ในฐานะทั้งผู้บูชาและผู้ทำลายเมื่อสิ่งที่เราเคยยกย่องให้ศักดิ์สิทธิ์กำลังถูกเร่งเร้าให้เสื่อมสลายลงอย่างเงียบงันและทิ้งไว้เพียงร่องรอยของความเชื่อที่ยังไม่อาจเลือนหายราวกับเถ้าถ่านสุดท้ายของพิธีกรรมที่ยังคงอุ่นอยู่ใต้ผืนดินรอวันที่มนุษย์จะหันกลับมาตระหนักว่าสิ่งที่สูญเสียไปนั้นไม่ได้เป็นเพียงทรัพยากรของโลกหากคือส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณที่หล่อเลี้ยงการดำรงอยู่ของเราเอง

วัลลภ หาญสันเทียะ 

วัลลภหาญสันเทียะ (เกิด.. 2521 จังหวัดนครราชสีมา) เป็นศิลปินร่วมสมัยชาวไทยปัจจุบันพำนักและทำงานอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่สำเร็จการศึกษาจากคณะวิจิตรศิลป์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ผลงานของเขาสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ธรรมชาติและสังคมผ่านการใช้สื่อที่หลากหลายทั้งจิตรกรรมสื่อผสมประติมากรรมภาพถ่ายและศิลปะจัดวางโดยมุ่งตั้งคำถามต่อประเด็นด้านสังคมวัฒนธรรมการเมืองและสิ่งแวดล้อมผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงกับบริบทของชีวิตร่วมสมัย

ตลอดระยะเวลาการทำงานวัลลภได้จัดแสดงผลงานทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศในนิทรรศการและเทศกาลศิลปะที่สำคัญได้แก่ BLACK: Vibrant Multiple Light (MAIIAM Contemporary Art Museum, เชียงใหม่, 2026–2027), Urban Metaphor: CTRL + Y (Bangkok Art and Culture Centre (BACC), กรุงเทพฯ, 2026), The 3rd International Contemporary Art Festival “S.O.E. 2025: Sound of Era” (MAIELIE, ขอนแก่น, 2026), L.W.A.: Living with Art (Numthong Art Space, กรุงเทพฯ, 2025), Identity of Monograph: A Dialogue Between Fixed Narratives and Fluid Selves (Studio 88 Artist Residency, เชียงใหม่, 2025), The Unspoken Dialogue (MAIIAM Contemporary Art Museum, 2025), Survival Sphere (HEAD HIGH Second Floor, Chiang Mai, 2024), TEDxChiangMai (2024), Kenduri Seni Patani (2024), HAUS (HEAD HIGH Second Floor, Chiang Mai, 2023), Against the Wall (Numthong Art Space, 2023), The Presence of Silence (Gallery Seescape, Chiang Mai, 2023), นิทรรศการ Résidence de France สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสกรุงเทพฯ (2023), Shinano Primitive Sense Art Festival (ประเทศญี่ปุ่น, 2021), Shine Landscape Award (ประเทศอิตาลี, 2020), Cell Nature (Chicago & Chiang Mai, 2019), Art for Air ครั้งที่ 1 และ 2, MAIELIE, หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC), Queen Sirikit Gallery และ Neilson Hays Library

แนวปฏิบัติทางศิลปะของวัลลภตั้งอยู่บนการสำรวจปรากฏการณ์และการสร้างพื้นที่แห่งปฏิสัมพันธ์ผ่านกระบวนการที่ให้ความสำคัญกับวัสดุและบริบทของพื้นที่เขาผสมผสานคุณสมบัติของวัสดุเข้ากับเทคนิคการใช้สีและฝีแปรงอันหนักแน่นจนก่อให้เกิดพื้นผิวและมิติของงานที่สะท้อนความเปราะบางความเสื่อมสลายและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติและสังคม

สำหรับวัลลภศิลปะมิใช่เพียงวัตถุสำหรับการมองชมหากแต่เป็นกระบวนการเชื่อมโยงศิลปะกับชีวิตประจำวันและเปิดพื้นที่ให้เกิดการตั้งคำถามการไตร่ตรองและการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างผู้คนผลงานของเขาจึงเปรียบเสมือนบทสนทนาระหว่างศิลปะมนุษย์และบริบททางสังคมที่สะท้อนทั้งภูมิทัศน์ของสิ่งแวดล้อมและความเปลี่ยนแปลงของวิธีคิดอันเป็นแรงขับสำคัญของประวัติศาสตร์ร่วมสมัย