แบรนด์ฟิตเนสในกรุงเทพฯฉลองการครบรอบหนึ่งทศวรรษแห่งการเติบโตที่ชูทั้งจุดเด่นด้านนวัตกรรมและมาตรฐานการโค้ชที่การันตีด้วยรางวัลเตรียมเปิดสาขาใหม่ย่านสุขุมวิทต้นปี 2570




กรุงเทพฯประเทศไทย 8 กันยายน 2569 – BASE Bangkok ฉลองครบรอบ 10 ปี นับตั้งแต่เปิดสาขาแรกในปี 2559 ด้วยจุดเริ่มต้นจากความตั้งใจที่จะทำให้คนกรุงเทพฯ เข้าถึงการออกกำลังกายและการโค้ชที่มีมาตรฐานสูง ก่อนเติบโตอย่างต่อเนื่องจนมี 3 สาขาภายในช่วง 3 ปีแรกของการดำเนินธุรกิจ หลังเปิดให้บริการเพียง 2 ปี BASE ได้รับรางวัล “Asia’s Gym of the Year” ในปี 2561 และได้รับการยกย่องให้เป็น “Bangkok’s Best Studio” จาก ClassPass Awards อย่างต่อเนื่องในหลายปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการออกกำลังกายและประสบการณ์ของสมาชิกมาโดยตลอด
ปัจจุบัน BASE ให้บริการ 3 สาขา ได้แก่ สาทร อัมรินทร์ และหลังสวน พร้อมแผนขยายพื้นที่ในบางสาขา รวมถึงเตรียมเปิดสาขาใหม่ย่านสุขุมวิทในช่วงต้นปี 2570

แจ็คโธมัส (Jack Thomas) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BASE Bangkok กล่าวว่า “ตอนที่เราก่อตั้ง BASE ในปี 2559 วงการฟิตเนสในกรุงเทพฯ แตกต่างจากวันนี้อย่างมาก เรามองเห็นโอกาสในการยกระดับประสบการณ์การออกกำลังกาย ด้วยการนำการเทรนระดับสากลมาผสานเข้ากับงานดีไซน์ เทคโนโลยี และการบริการที่มีมาตรฐานสูง ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ผมรู้สึกภูมิใจกับทีมงานและสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาเป็นอย่างมาก มีผู้คนหลายพันคนที่ไว้วางใจให้ BASE เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพและพัฒนาความฟิตของพวกเขา และอีกสิ่งหนึ่งที่มีความหมายกับผมมาก คือการได้เห็นทีมงานหลายคนที่ร่วมสร้าง BASE มาตั้งแต่ช่วงแรกยังคงเติบโตไปพร้อมกับเราจนถึงวันนี้ BASE เปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปมากตลอด 10 ปีที่ผ่านมา และเราจะยังคงทดลองสิ่งใหม่ ๆ สร้างนวัตกรรม และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งสำคัญที่ไม่เคยเปลี่ยนคือพื้นฐานของเรา นั่นคือการโค้ชที่มีคุณภาพ การรักษามาตรฐานให้อยู่ในระดับสูง และการช่วยให้สมาชิกเห็นผลลัพธ์จากการฝึกอย่างแท้จริง”
BASE เดินหน้าพัฒนารูปแบบการฝึกและวิธีวัดผลของสมาชิกอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นฟิตเนสสตูดิโอแห่งแรกในกรุงเทพฯ ที่นำแนวคิดการเทรนแบบกลุ่ม (Group Training) มาพัฒนาเป็นรูปแบบเฉพาะของ BASE ด้วยการผสานการวิ่งบนลู่วิ่งเข้ากับเวทเทรนนิ่งและการสร้างสมรรถภาพร่างกาย (Strength and Conditioning) จากนั้น BASE ได้ต่อยอดด้วยการพัฒนา BASELINE® เทคโนโลยีสำหรับประเมินและติดตามผลการฝึกของสมาชิก นอกจากนี้ BASE ยังเป็นหนึ่งในฟิตเนสกลุ่มแรก ๆ ในประเทศไทยที่นำการฝึกแบบ HYROX เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการเทรน เพื่อรองรับเทรนด์การออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน BASE อยู่ระหว่างการพัฒนาซอฟต์แวร์แพลตฟอร์มสำหรับ Personal Training ของตัวเอง เพื่อช่วยให้โค้ชสามารถเข้าถึงและนำข้อมูลการฝึกของสมาชิกมาใช้ได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ขณะเดียวกัน สมาชิกยังสามารถติดตามพัฒนาการและผลลัพธ์จากการฝึกของตัวเองได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
นอกจากการออกกำลังกายแล้ว Community ยังเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตของ BASE ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา โดยกิจกรรมต่าง ๆ ได้ขยายไปไกลกว่าการออกกำลังกายในฟิตเนส ไม่ว่าจะเป็นพอดแคสต์ Build Your BASE ที่เคยขึ้นอันดับ 1 ในหมวดฟิตเนสของไทย รวมถึงกิจกรรมพิเศษและ Run Club ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกได้พบปะ สร้างความสัมพันธ์ และทำกิจกรรมร่วมกันนอกเหนือจากคลาสออกกำลังกายตามปกติ โดยเฉพาะ Run Club ครั้งล่าสุดที่ได้รับความสนใจอย่างมาก มีผู้เข้าร่วมลงทะเบียนมากกว่า 100 คนภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง
สำหรับทิศทางการเติบโตในระยะต่อไป BASE จะให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมีคุณภาพและสอดคล้องกับตัวตนของแบรนด์ มากกว่าการเร่งขยายจำนวนสาขาให้ได้มากที่สุด โดยนอกจากสาขาใหม่ย่านสุขุมวิทที่เตรียมเปิดในช่วงต้นปี 2570 แล้ว BASE ยังมองหาโอกาสในการขยายพื้นที่ของสาขาปัจจุบัน รวมถึงสำรวจทำเลใหม่ ๆ ทั่วกรุงเทพฯ ที่มีศักยภาพ เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
แจ็คกล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องเป็นแบรนด์ฟิตเนสที่ใหญ่ที่สุดหรือมีจำนวนสาขามากที่สุด แต่สิ่งที่เราอยากทำคือการเป็นหนึ่งในผู้นำด้าน Strength and Conditioning ยกระดับมาตรฐานของการฝึก และสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับสมาชิกในทุกด้าน เรายังมีอีกหลายอย่างที่อยากปรับปรุงและพัฒนา และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ 10 ปีข้างหน้าเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับเรา”
นอกจากบทบาทที่ BASE แล้ว แจ็คยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง The Fit Guide องค์กรที่ทำหน้าที่ประเมินฟิตเนสระดับพรีเมียมทั่วโลกแบบไม่เปิดเผยตัวตน โดยองค์ความรู้และข้อมูลเชิงลึกจากการประเมินฟิตเนสหลายร้อยแห่งทั่วโลกถูกนำมาต่อยอดและปรับใช้กับ BASE เพื่อยกระดับทั้งมาตรฐานการโค้ช การบริการ และประสบการณ์ของสมาชิกอย่างต่อเนื่อง
หลังเดินทางมาถึงหมุดหมายครบรอบ 10 ปี เป้าหมายของ BASE ยังคงเรียบง่ายและชัดเจนเช่นเดิม นั่นคือการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ยกระดับมาตรฐานให้สูงขึ้น และทำให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นมีร่างกายที่แข็งแรง ฟิต และมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว
เกี่ยวกับ BASE
BASE ก่อตั้งขึ้นในกรุงเทพฯ เมื่อปี 2559 เป็นแบรนด์ฟิตเนสพรีเมียมที่ได้รับรางวัลในระดับเอเชีย ให้บริการทั้ง Personal Training และ Group Training ใน 3 ทำเลใจกลางกรุงเทพฯ ได้แก่ สาทร อัมรินทร์ และหลังสวน BASE ได้รับรางวัล Asia’s Gym of the Year ในปี 2561 และ Thailand’s Gym of the Year ในปี 2565 รวมถึงได้รับการยกย่องให้เป็น Bangkok’s Best Studio จาก ClassPass หลายปีติดต่อกัน BASE เป็นที่รู้จักในด้านมาตรฐานการโค้ช การบริการระดับ 5 ดาว และการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์การออกกำลังกาย อาทิ BASELINE® ระบบประเมินสมรรถภาพและติดตามผลการฝึกที่พัฒนาขึ้นโดย BASE
