กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เดินหน้าพัฒนาและสร้างผู้นำรุ่นใหม่จากภาครัฐและเอกชนที่มีศักยภาพในการออกแบบนวัตกรรมเชิงนโยบาย (Policy Innovation) เพื่อร่วมสร้างเครือข่ายความร่วมมือเชิงระบบในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเพิ่มความสามารถด้านการแข่งขันที่ยั่งยืน ผ่านหลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาความสามารถทางนวัตกรรมสำหรับกลุ่มผู้นำรุ่นใหม่ภาครัฐและเอกชน หรือ Public and Private Chief Innovation Leadership ที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยในปีนี้
มีผู้เข้าร่วมหลักสูตรจำนวน 83 ราย จาก 5 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ ภาคเอกชน ภาครัฐ ภาคความมั่นคง ภาคการเมือง และสื่อมวลชน อีกทั้งยังมีศิษย์เก่า เข้าร่วมเป็นที่ปรึกษา เพื่อยกระดับความเข้มข้นของกระบวนการเรียนรู้ผ่านการตั้ง “โจทย์ท้าทายเชิงนโยบาย” ที่สอดคล้องกับประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ ภายใต้กรอบแนวคิด Futures of Thailand’s Competitiveness










ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กล่าวว่า ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว“นวัตกรรม” ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ ซึ่งประเทศที่สามารถพัฒนานวัตกรรมได้อย่างเป็นระบบ จะได้เปรียบในเชิงเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน เพราะนวัตกรรมไม่ได้เป็นเพียงแค่เทคโนโลยี แต่คือกระบวนการคิดและการจัดการที่ตอบสนองต่อความซับซ้อนและเสริมสร้างความยืดหยุ่นของนโยบายสาธารณะ หลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาความสามารถทางนวัตกรรมสำหรับกลุ่มผู้นำรุ่นใหม่ภาครัฐและเอกชน (Public and Private Chief Innovation Leadership: PPCIL) รุ่นที่ 7 ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ NIA พัฒนาขึ้น เพื่อสร้างผู้นำรุ่นใหม่จากภาครัฐและเอกชนที่มีศักยภาพในการออกแบบนวัตกรรมเชิงนโยบาย (Policy Innovation) และร่วมสร้างเครือข่ายความร่วมมือเชิงระบบในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเพิ่มความสามารถด้านการแข่งขันที่ยั่งยืน
“NIA มีบทบาทสำคัญในการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรมและเชื่อมั่นว่า “นวัตกรรมเชิงนโยบาย” ไม่ใช่นโยบายเพื่อทำนวัตกรรมแต่คือนวัตกรรมที่นำมาใช้ตลอดกระบวนการคิดการวางแผนและการออกแบบนโยบายซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับความซับซ้อนของโลกอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพดังนั้นหลักสูตร PPCIL จึงถูกออกแบบและพัฒนาโดยมุ่งเน้นให้ผู้นำเข้าใจ “Innovation System” ทั้งในระดับกลยุทธ์และการปฏิบัติจริงเพื่อใช้นวัตกรรมในการวางนโยบายการบริหารจัดการและการตัดสินใจในโลกที่ไม่แน่นอนซึ่งหลักสูตร PPCIL ได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 7 โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาผู้นำจากหลากหลายภาคส่วนให้สามารถประยุกต์ใช้กระบวนการคิดเชิงนวัตกรรมกับการกำหนดนโยบายสาธารณะโดยในปีนี้มีผู้เข้าร่วมหลักสูตรจำนวน 83 รายจาก 5 ภาคส่วนสำคัญได้แก่ภาคเอกชนภาครัฐภาคความมั่นคงภาคการเมืองและสื่อมวลชนรวมทั้งยังมีศิษย์เก่าเข้าร่วมเป็นที่ปรึกษาตลอดกระบวนการอบรมซึ่งใช้ระยะเวลาเรียนรู้ต่อเนื่อง 13 สัปดาห์”
ดร.กริชผกา กล่าวเพิ่มเติมว่าหลักสูตร PPCIL รุ่นที่ 7 ยังเน้นการสร้างเครือข่ายผู้นำนวัตกรรม (Policy Innovator Network) และส่งเสริมการเรียนรู้แบบสหวิทยาการ (Interdisciplinary) โดยใช้กระบวนการเรียนรู้จากของจริง ลงมือทำจริง
ผ่านเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายโดยเฉพาะ สำหรับรุ่นที่ 7 นี้ NIA โดย NIA Academy ได้ออกแบบหลักสูตรให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยยกระดับกระบวนการเรียนรู้ผ่านการตั้ง “โจทย์ท้าทายเชิงนโยบาย” ที่สอดคล้องกับประเด็น
เชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ ภายใต้กรอบแนวคิด Futures of Thailand’s Competitiveness ซึ่งประกอบด้วย 3 หัวข้อสำคัญ ได้แก่ Talent & Workforce การพัฒนาทุนมนุษย์และแรงงานแห่งอนาคต Deep Technology การยกระดับเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อการแข่งขัน และ Creative & Soft Power การใช้พลังสร้างสรรค์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ซึ่งทั้งหมดถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกับบริบทของ Sustainability และระบบนิเวศนวัตกรรมที่ครอบคลุมด้านการศึกษา สิ่งแวดล้อม และโครงสร้างสังคม โดยมีเป้าหมายเพื่อออกแบบนโยบายที่ไม่เพียงตอบสนองปัญหาเฉพาะหน้า แต่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบ
