วันที่ 21 ตุลาคม 2568 พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรีเป็นประธานในพิธีประกาศเกียรติคุณอาสาสมัครดีเด่นและองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่นเนื่องในงานวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทยประจำปี 256
โดยมีนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดงานและดร.วิชัยไทยถาวรรองประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์กล่าวรายงานถึงการคัดเลือกอาสาสมัครดีเด่นและองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่นพร้อมด้วยนายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัดพม.)
อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการคณะผู้บริหารกระทรวงพม. ผู้เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณคณะอนุกรรมการคัดเลือกอาสาสมัครดีเด่นและองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่นผู้แทนส่วนราชการองค์การสวัสดิการสังคมองค์กรเอกชนผู้แทนองค์กรที่มีการปฏิบัติงานกับอาสาสมัครเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเข้าร่วมงานณห้องปรินซ์แกรนด์บอลรูมชั้น 11 อาคาร 1 โรงแรมปรินซ์พาเลซกรุงเทพมหานคร
นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) กล่าวว่าคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2528 กำหนดให้วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่
19 ธันวาคม 2543 เห็นชอบให้วันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันอาสาสมัครไทย กระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
จัดงานวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทยเป็นประจำทุกปี โดยร่วมกันพิจารณาคัดเลือกอาสาสมัครดีเด่น และองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น ของแต่ละปี ซึ่งปี 2568
กำหนดจัดงานวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทยประจำปี 2568 ตรงกับวันอังคาร ที่ 21 ตุลาคม 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ในงานด้านสวัสดิการสังคม สังคมสงเคราะห์ การพัฒนาสังคม อีกทั้งเพื่อเชิดชูเกียรติและประกาศเกียรติคุณอาสาสมัครดีเด่นและองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น โดยมีกิจกรรมสำคัญ ประกอบด้วย การประชุมสมัชชาสวัสดิการสังคมแห่งชาติ ครั้งที่ 33 ประจำปี 2568 หัวข้อ “การผนึกกำลังหุ้นส่วนในการจัดสวัสดิการสังคมเพื่อการคุ้มครองทางสังคม”
พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณอาสาสมัครดีเด่น 265 ราย และองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น 25 องค์กร
ซึ่งบทบาทหน้าที่ของอาสาสมัคร มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการทำงานของกระทรวง พม. และอีกหลายกระทรวง ประเทศไทยโชคดีที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นแบบอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมเด็จพระศรีนคริน
ทราบรมราชชนนี ที่ทรงเป็นแบบอย่างให้กับทุกคน ได้ทรงริเริ่มแนวทางให้กับประสกนิกรชาวไทยมาจนถึงวันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปณิธานที่จะทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชกรณียกิจ ดังนั้นคุณูปการที่สถาบันพระมหากษัตริย์ได้พระราชทานให้กับคนไทย ควรจะน้อมนำแนวทางมาปรับใช้ในการทำงานในชีวิตประจำวัน การทำงานอาสาสมัครนั้น หลายภารกิจไม่ได้ค่าตอบแทน บางครั้งต้องสละกำลังทรัพย์ส่วนตัวและกำลังกาย
อาศัยความเสียสละเป็นอย่างยิ่ง จึงขอเป็นกำลังใจให้กับอาสาสมัครทุกท่าน และแสดงความยินดี ยกย่องเชิดชูเกียรติให้กับอาสาสมัครดีเด่น องค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าอาสาสมัครทุกท่าน จะยังคงดำเนินภารกิจที่เข้มแข็งเช่นนี้ เป็นตัวอย่างให้กับอาสาสมัครทั่วประเทศ
นายกันตพงศ์รังสีสว่างปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัดพม.) กล่าวว่า กระทรวง พม. และสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ร่วมกันจัดงานวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทยเป็นประจำทุกปี เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พระมารดาแห่งการสังคมสงเคราะห์) ในงานด้านการจัดสวัสดิการสังคม สังคมสงเคราะห์
และการพัฒนาสังคม ปัจจุบันประเทศไทย กำลังเผชิญกับความท้ายทายจากภัยธรรมชาติ ปัญหาความยากจน
การตกงานกะทันหัน และการเปลี่ยนแปลงของสังคมอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การยกระดับแผนพัฒนางานสวัสดิการสังคมไทยจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อนำไปสู่การกำหนดทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจน และขับเคลื่อนงานภายใต้สถานการณ์สังคมดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณภาคีเครือข่าย ทั้งองค์การเอกชน องค์กรสาธารณประโยชน์ องค์กรสวัสดิการชุมชน และอาสาสมัคร ที่ทำงานร่วมกับกระทรวง พม. ด้วยดีเสมอมา ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่กระทรวง พม. และภาคีเครือข่าย
จะได้ร่วมกันคิด ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น ให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ทางสังคมและสามารถจัดสวัสดิการสังคมให้กับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง ครอบคลุม และเป็นธรรม ต่อไป
