Headlines

ART BASEL HONG KONG 2026 โมวาน่า เฉิน, จักกาย ศิริบุตร และ ลูก้า หยวนหยวน หยาง

 ART BASEL HONG KONG 2026

โมวาน่าเฉิน, จักกายศิริบุตรและลูก้าหยวนหยวนหยาง

Trajectories of Togetherness
27 – 29
มีนาคม 2569

บูธ 3C03
ศูนย์การประชุมและนิทรรศการฮ่องกง (Hong Kong Convention & Exhibition Centre)
ฮ่องกง

Flowers Gallery มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้กลับมาร่วมงาน Art Basel Hong Kong อีกครั้งในปีนี้ พร้อมการนำเสนอผลงานกลุ่มภายใต้ชื่อ “Trajectories of Togetherness” นิทรรศการนี้สำรวจแนวปฏิบัติว่าด้วยการดูแล การซ่อมแซม และความสัมพันธ์เชิงโยงใย (relationality) ผ่านผลงานของศิลปินข้ามวัฒนธรรมสามท่าน ได้แก่ จักกายศิริบุตรโมวาน่าเฉินและลูก้าหยวนหยวนหยางผ่านวิธีการทำงานแบบ palimpsestic ของศิลปินทั้งสาม—การสร้างงานชั้นใหม่ทับลงบนพื้นผิวเดิมโดยยังคงทิ้งร่องรอยของสิ่งที่ผ่านมา—ทำหน้าที่เสมือนคลังบันทึกประสบการณ์มนุษย์อันเปราะบางและชั่วขณะ ผ่านสื่อสิ่งทอ ประติมากรรม และภาพถ่าย ผลงานเหล่านี้นำเสนอความหมายของ “การอยู่ร่วมกัน” ในฐานะกระบวนการที่ไม่หยุดนิ่งและไม่มีคำจำกัดความตายตัว หากแต่ถูกต่อรอง ปรับเปลี่ยน และประกอบสร้างขึ้นใหม่อยู่เสมอ ผ่านความทรงจำ การแลกเปลี่ยน และการมีส่วนร่วมของร่างกายในการสร้างสรรค์งาน

หัวใจของการนำเสนอครั้งนี้คือการยืนยันว่า “ความสัมพันธ์” เป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของการดำรงอยู่แบบมนุษย์ ผ่านการเย็บ การเข้าเล่ม และการประกอบสร้างใหม่ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างสิ่งทอของจักกาย รอยต่อทางภาพถ่ายของหยาง หรือโครงสร้างการถักของเฉิน กระบวนการสร้างสรรค์ของศิลปินแต่ละคนล้วนตั้งอยู่บนการปฏิบัติการเชิงความสัมพันธ์ วิธีการเหล่านี้จึงไม่ได้เป็นเพียงกลวิธีทางรูปแบบ หากยังเป็นจุดยืนเชิงจริยธรรม ที่ยืนยันความพึ่งพาอาศัยกันของผู้คน แม้จะถูกแบ่งแยกด้วยวัฒนธรรม เวลา หรือภูมิศาสตร์

แนวทางการทำงานของโมวาน่าเฉิน ตั้งอยู่บนความสัมพันธ์ส่วนบุคคลและความบังเอิญ เธอรวบรวมและแลกเปลี่ยน แผนที่ จดหมาย และเอกสารที่มีร่องรอยการใช้งาน จนก่อเกิดเป็นคลังข้อมูลเชิงอารมณ์ ซึ่งกลายเป็นจุดตั้งต้นของการสร้างสรรค์ผลงานชุด Archipelago of One (2025) เฉินนำแผนที่จากหลายพื้นที่ทั่วโลกมาประกอบสร้างใหม่ เพื่อสำรวจความเชื่อมโยงระหว่างปัจเจกบุคคล สถานที่ และวัฒนธรรม

เฉินฉีกและถักทอแผนที่เหล่านี้ขึ้นใหม่ จนเกิดเป็นรอยปริแตกทางความหมายที่ชวนให้นึกถึงแนวคิดเรื่อง “เครื่องหมาย” ของ Ferdinand de Saussure เมื่อสัญลักษณ์ทางภูมิศาสตร์ถูกแยกออกจากกรอบอาณาเขตและเส้นพรมแดนเดิม ความหมายแบบตายตัวจึงถูกคลี่คลาย เปิดพื้นที่ให้การตีความเชิงอารมณ์และประสบการณ์ส่วนบุคคลเข้ามาแทนที่ เมื่อนำไปติดตั้งแบบกระจายตัวคล้ายหมู่ดาว ผลงานยังคงรักษาร่องรอยเดิมของแผนที่ไว้ ขณะเดียวกันก็ชวนตั้งคำถามต่ออำนาจและความชอบธรรมของเส้นแบ่งทางภูมิศาสตร์ที่กำหนดโลกของเรา

วัสดุที่ได้รับบริจาคเป็นจุดตั้งต้นของผลงานชุดใหม่ของจักกายศิริบุตรในชื่อ Despatch ซึ่งเป็นงานจัดวางสิ่งทอขนาดใหญ่แบบ immersive ที่สะท้อนถึงประเด็นสังคมผู้สูงวัยในญี่ปุ่นและพื้นที่อื่น ๆ การเลือกใช้การสะกดคำแบบโบราณ “Despatch” อย่างตั้งใจ สื่อถึงการเลือนหายของจารีตวัฒนธรรมและรูปแบบทางภาษา เมื่อการส่งต่อความรู้และคุณค่าระหว่างรุ่นเริ่มอ่อนแรงลง ผลงานชิ้นนี้สร้างขึ้นสำหรับ Setouchi Triennale ปี 2025 โดยใช้เสื้อผ้าที่รวบรวมจากผู้สูงอายุในหมู่เกาะทะเลเซโตะ มาถักทอเป็นงานขนาดใหญ่ที่บันทึกทั้งความทรงจำส่วนบุคคลและภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่านทางสังคม

โดยอ้างอิงธรรมเนียมการซ่อมแซมสิ่งทอแบบ “โบโระ” (boro) ของญี่ปุ่นที่กำลังเลือนหาย จักกายรื้อและประกอบเสื้อผ้าเก่าขึ้นใหม่อย่างประณีต จนกลายเป็นผลงานสิ่งทอขนาดใหญ่ ผืนผ้าเหล่านี้เปรียบเสมือนคลังประสบการณ์ชีวิต ที่เรื่องราวต่าง ๆ ถูกบันทึกผ่านการปักและการเย็บลงบนเนื้อผ้า ด้วยกระบวนการซ้อนทับ ทำซ้ำ และซ่อมแซม เขาสร้างพื้นที่ของภาพและความทรงจำที่คงอยู่เหนือกาลเวลา พร้อมส่งต่อความทรงจำเชิงวัตถุจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง

ในผลงานภาพถ่าย “Together” ลูก้าหยวนหยวนหยาง กล่าวถึงประวัติศาสตร์การอพยพ การพลัดพราก และความทรงจำแบบพลัดถิ่น โครงการของหยางเชื่อมโยงโดยตรงกับเรื่องราวของ Chinese Exclusion Act ค.ศ. 1882 ซึ่งห้ามแรงงานชาวจีนอพยพเข้าสู่สหรัฐอเมริกา และส่งผลให้ครอบครัวจำนวนมากต้องแยกจากกันเป็นเวลายาวนาน ในฐานะกฎหมายฉบับแรกของสหรัฐฯ ที่ห้ามการอพยพจากกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งโดยเฉพาะ ส่งผลยาวนานและยังมีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายในปัจจุบัน

ในผลงานภาพถ่าย “Together” ลูก้าหยวนหยวนหยางกล่าวถึงประวัติศาสตร์การอพยพ การพลัดพราก และความทรงจำแบบพลัดถิ่น โครงการนี้เชื่อมโยงกับกฎหมาย Chinese Exclusion Act ค.ศ. 1882 ซึ่งสั่งห้ามแรงงานชาวจีนอพยพเข้าสู่สหรัฐอเมริกา และทำให้ครอบครัวจำนวนมากต้องแยกจากกันเป็นเวลานาน กฎหมายฉบับนี้นับเป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ ออกข้อห้ามการอพยพโดยมุ่งเป้าไปยังกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งโดยเฉพาะ ผลกระทบของมันจึงไม่ได้จำกัดอยู่ในช่วงเวลานั้น แต่ยังส่งอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายการย้ายถิ่นฐานในเวลาต่อมาและในปัจจุบัน

หยางนำเอกสารจดหมายเหตุและภาพถ่ายเก่ากลับมาฟื้นฟูและตัดปะใหม่ เพื่อรวมภาพสมาชิกครอบครัวที่เคยถูกกฎหมายและพรมแดนแบ่งแยกให้มาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง พร้อมทั้งเชื่อมโยงสายสัมพันธ์ที่เคยถูกตัดขาดให้กลับคืนมา ผลงานของเธอจึงเป็นทั้งการตั้งคำถามและทบทวนประวัติศาสตร์ ควบคู่ไปกับการเยียวยาทางอารมณ์ งานเหล่านี้ยืนยันว่าความสัมพันธ์ยังคงดำรงอยู่ท่ามกลางความแตกแยกเชิงโครงสร้าง และเสนอ “คลังข้อมูลทางเลือก” ที่ให้คุณค่ากับประสบการณ์ชีวิตของผู้คน มากกว่าบันทึกทางการ

เกี่ยวกับ 3 ศิลปิน

โมวาน่าเฉิน (เกิดปี 1975 ปัจจุบันพำนักและทำงานที่ฮ่องกงและลิสบอน) เป็นศิลปินสหสาขาที่สำรวจประเด็นการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม ผ่านการรื้อและประกอบสร้างใหม่ของวัสดุประเภทกระดาษ เช่น แผนที่ จดหมาย และหนังสือเดินทาง ผลงานของเธอครอบคลุมทั้งประติมากรรม ศิลปะจัดวาง การแสดงสด และวัตถุสวมใส่ เฉินใช้กระบวนการเหล่านี้เพื่อนำเสนอระบบทางเลือกของภาษาและการแลกเปลี่ยน ที่ตั้งคำถามต่อรูปแบบการสื่อสารและอำนาจที่กำกับอยู่เบื้องหลัง

ผลงานของเธอได้รับการจัดแสดงในระดับนานาชาติ อาทิ Turkish Textile Biennial (2025), Hangzhou Triennial of Fiber Art (2025), M+ ฮ่องกง (2024), 3rd Thailand Biennale, เชียงราย (2023–24), CHAT ฮ่องกง (2024) และ Asia Art Archive ฮ่องกง (2024)

ผลงานของเฉินอยู่ในคอลเลกชันของ M+, CHAT (Centre for Heritage, Arts and Textile), QAGOMA, The Burger Collection และ Hong Kong Heritage Museum

จักกายศิริบุตร (เกิดปี 1969 ปัจจุบันพำนักและทำงานที่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่) เป็นศิลปินสิ่งทอร่วมสมัยชั้นแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลงานสิ่งทอและศิลปะจัดวางที่ประณีตด้วยงานทำมือของเขาสะท้อนประเด็นทางสังคม การเมือง และประวัติศาสตร์ของประเทศไทยและภูมิภาค งานของเขามักสำรวจถึงเรื่องความทรงจำ การพลัดถิ่น และระบบความเชื่อ

นิทรรศการล่าสุด ได้แก่ นิทรรศการเปิดตัวของ FENIX Museum ประเทศเนเธอร์แลนด์ (2025); London Design Festival ณ Victoria and Albert Museum (2025); Setouchi Triennale (2025); Canal Projects (2026); Whitworth Art Gallery (2024); Gwangju Biennale ครั้งที่ 15 (2024); และ The Spirits of Maritime Crossing งาน Collateral Event อย่างเป็นทางการของ Venice Biennale (2024)

ลูก้าหยวนหยวนหยาง (เกิดปี 1989 ปัจจุบันพำนักและทำงานที่ปักกิ่งและลอนดอน) เป็นศิลปินทัศนศิลป์และผู้กำกับภาพยนตร์ที่ทำงานหลากหลายสื่อ ทั้งภาพถ่าย ภาพยนตร์สารคดี ศิลปะจัดวาง และการแสดงสด แนวทางการทำงานของเธอผสานการวิจัยเอกสารจดหมายเหตุเข้ากับเรื่องเล่าส่วนบุคคล เพื่อสำรวจประเด็นประวัติศาสตร์การอพยพ อัตลักษณ์ และความทรงจำทางวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง

ภาพยนตร์สารคดีขนาดยาวเรื่องแรกของหยาง Chinatown Cha-Cha เปิดตัวครั้งแรกในปี 2024 และได้รับการฉายในระดับนานาชาติ ผลงานภาพยนตร์และภาพถ่ายของเธอได้รับการนำเสนอในสถาบันต่าง ๆ รวมถึง The High Line นครนิวยอร์ก และได้รับการกล่าวถึงใน The New Yorker ผลงานของเธออยู่ในคอลเลกชันของ Power Station of Art, Kadist Art Foundation และ FENIX Museum of Migration

เครดิตภาพ:

© ศิลปิน   เอื้อเฟื้อภาพโดย Flowers Gallery