ในยุคที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์กำลังกลายเป็นพลังสำคัญของเศรษฐกิจโลก ประเทศไทยมีศักยภาพด้านวัฒนธรรม ศิลปะ และความคิดสร้างสรรค์อย่างมหาศาล แต่การขับเคลื่อนศักยภาพเหล่านี้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้เชิงลึก การบูรณาการข้ามศาสตร์ และผู้นำที่สามารถเชื่อมโยงโลกของเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และนวัตกรรมเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
มหาวิทยาลัยศิลปากรโดยคณะดุริยางคศาสตร์จึงได้เปิดตัวหลักสูตรศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ดนตรีนวัตกรรมและซอฟต์พาวเวอร์ (Creative Economy, Music, Innovation and Soft Power: CEMIS) ซึ่งนับเป็นหลักสูตรระดับปริญญาเอกแห่งแรกของประเทศไทยที่บูรณาการองค์ความรู้ระหว่างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ดนตรีนวัตกรรมและซอฟต์พาวเวอร์เพื่อสร้างผู้นำทางความคิดและนักปฏิบัติที่สามารถขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยสู่เวทีโลก
หลักสูตร CEMIS มีเป้าหมายในการสร้างเครือข่ายของนักคิด นักวิจัย และผู้ปฏิบัติงานในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ให้สามารถร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ใหม่และต่อยอดสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้เชิงวิชาการเข้ากับประสบการณ์จริงในภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และนโยบายสาธารณะ โดยหลักสูตรดังกล่าวจะใช้ระยะเวลาในการศึกษา 3 ปี โดยผู้เรียนจะศึกษารายวิชาหลักในรูปแบบ Coursework ในปีแรก รวมจำนวน 5 รายวิชา และจะดำเนินการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ในระดับดุษฎีบัณฑิต รวมตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 51 หน่วยกิต โดยเน้นการพัฒนางานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในเชิงนโยบาย เชิงวิชาชีพ และเชิงพาณิชย์ รวมถึงการต่อยอดสู่การพัฒนาองค์กรและธุรกิจอย่างยั่งยืน

ดร. ณัฐพล ประดิษฐผลเลิศ ผู้อำนวยการหลักสูตร CEMIS มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ที่ศึกษาระดับปริญญาเอกไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะนักวิชาการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้บริหาร ผู้ประกอบการ และมืออาชีพในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่มีประสบการณ์ทางธุรกิจอันทรงคุณค่า ซึ่งสามารถนำประสบการณ์จริงจากการทำงานมาสังเคราะห์ วิเคราะห์ และพัฒนาเป็นกรอบแนวคิดหรือทฤษฎีใหม่ในเชิงวิชาการ พร้อมทั้งต่อยอดสู่การสร้างงานวิจัยเชิงลึกที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับสังคมได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน โดยที่หลักสูตรได้เชิญ ทั้งผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงาน องค์กร ทั้งภาครัฐ และเอกชน ที่ล้วนแต่เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลัง เป็นผู้บริหาร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ ไม่ว่าจะมาจากองค์กรด้านเทคโนโลยี, คณะกรรมการ Soft Power, หน่วยงานด้านการท่องเที่ยว, วัฒนธรรม และ Policy Maker ในหน่วยงานของรัฐต่างๆ
“เมื่อประสบการณ์จากโลกธุรกิจถูกนำมาผสานกับกรอบแนวคิดทางวิชาการจะทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ที่ไม่เพียงมีคุณค่าในเชิงวิชาการเท่านั้นแต่ยังสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างโอกาสทางธุรกิจการพัฒนาอุตสาหกรรมและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศได้อย่างแท้จริง” ดร. ณัฐพล กล่าว และเสริมว่า กลุ่มเป้าหมายของหลักสูตรจึงประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงในองค์กรธุรกิจ เช่น CEO และ COO ผู้กำหนดนโยบายภาครัฐ ข้าราชการระดับผู้อำนวยการ นักธุรกิจในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ตลอดจนศิลปิน นักแสดง และผู้ประกอบการที่ต้องการพัฒนาศักยภาพด้านความคิดเชิงกลยุทธ์และภาวะผู้นำ เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้กับองค์กร อุตสาหกรรม และสังคม
หลักสูตร CEMIS ออกแบบการเรียนรู้ในลักษณะ การบูรณาการองค์ความรู้ข้ามศาสตร์ โดยผู้เรียนจะได้เรียนรู้จากคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพจากหลากหลายสาขา ทั้งด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ธุรกิจ นวัตกรรม เทคโนโลยี และวัฒนธรรมร่วมสมัย พร้อมทั้งมีการศึกษาดูงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และรูปแบบธุรกิจในโลกยุคใหม่
นอกจากนี้ หลักสูตรยังมุ่งสร้าง สังคมแห่งการเรียนรู้ (Learning Community) ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนจากหลากหลายสาขาอาชีพได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวคิด และมุมมองทางธุรกิจร่วมกัน เกิดเป็นเครือข่ายของผู้นำ นักคิด และผู้ประกอบการที่สามารถต่อยอดความร่วมมือทางวิชาการและธุรกิจได้ในระยะยาว
“เราต้องการให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ที่มีพลังในการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นการพัฒนานโยบายการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่หรือการสร้างคุณค่าทางวัฒนธรรมที่สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล” ดร. ณัฐพล กล่าว
ดร. ณัฐพลได้เน้นย้ำว่าหลักสูตร CEMIS จะช่วยเติมเต็มศักยภาพของประเทศไทยสู่การเป็นเมืองแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ Creative Economy) ซึ่งเป็นระบบเศรษฐกิจที่เน้นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการด้วยความคิดสร้างสรรค์ ทรัพย์สินทางปัญญา และวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่เป็นมิติของการสร้างสิ่งใหม่ๆ แต่ปัจจุบันประสบปัญหาการกระจุกตัว การเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ที่ต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็น และยังเป็นที่นิยมแค่ช่วงเวลาสั้นๆ โดยทั้งองค์กรภาคธุรกิจและรัฐบาลไม่สามารถรักษาความนิยมและความเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมนั้นๆ ได้อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ รวมถึงไม่สามารถสร้างให้เป็นธุรกิจที่มีความยั่งยืนได้ เศรษฐกิจสร้างสรรค์จะยืนยาวได้จึงต้องประกอบด้วยองค์ประกอบที่สำคัญได้แก่ บุคลากรที่มีทักษะความเชี่ยวชาญ อุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง และการสนับสนุนของระบบนิเวศน์ หรือ Eco System ไม่ว่าจะเป็นนโยบายภาครัฐและสภาพตลาดที่เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโต ภาคการศึกษาจึงยังจะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ให้เจริญเติบโตได้อย่างยั่งยืนและเต็มศักยภาพที่ควรจะเป็นผ่านการผลิตบุคลากรและองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่ทันสมัยและตรงตามที่ตลาดในยุคปัจจุบันต้องการ
โดยหลักสูตร CEMIS กำลังเปิดรับสมัครนักศึกษา รุ่นที่ 2 จำนวนจำกัด เพื่อให้เกิดการเรียนรู้เชิงลึกและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างใกล้ชิดระหว่างผู้เรียนและคณาจารย์ ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าศึกษาใน หลักสูตรศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ดนตรี นวัตกรรม และซอฟต์พาวเวอร์ (CEMIS) ได้ตั้งแต่ วันนี้ – 8 พฤษภาคม 2569
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรได้ที่
คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
โทร. 094-369-6547 หรือ 02-424-5623 ต่อ 30
อีเมลล์ : cemis.doctoral@gmail.com
Website : www.CEMIS.online
Facebook : facebook.com/CEMISDoctoral
