RESONANCE
Julie H.C
10 มิถุนายน – 10 สิงหาคม 2569
West Eden Gallery, 45/2 ซอยสุขุมวิท 31

West Eden Gallery ภูมิใจนำเสนอ RESONANCE นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของ Julie H.C. ศิลปินสื่อผสมสัญชาติเกาหลีใต้ ผ่านการคัดสรรและนำเสนอโดย Camilla Russell ซึ่งจะจัดแสดงระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน ถึง 10 สิงหาคม 2569 โดยนิทรรศการครั้งนี้เปรียบเสมือนการสำรวจประวัติศาสตร์ของงานสิ่งทอ ผ่านมุมมองร่วมสมัยที่พลิกขนบเดิมของการสร้างสรรค์ศิลปะจากวัสดุเหลือใช้และวัตถุที่ถูกหลงลืม ด้วยการแปรเปลี่ยนร่องรอยของอดีตให้กลายเป็นงานศิลปะที่เต็มไปด้วยชีวิต เพื่อเพิ่มคุณค่าแก่การนำเศษวัสดุและสิ่งของที่ผ่านกาลเวลา ให้สามารถสร้างความหมายอีกครั้ง
ผลงานภายในนิทรรศการประกอบขึ้นจากผ้าผืนเก่าซึ่งถูกนำกลับมาแปรรูปใหม่เป็นรูปทรงเชิงประติมากรรม มีการพริ้วไหวอย่างอิสระราวมีจังหวะลมหายใจของตนเอง การมองเห็นชิ้นงานผ่านสายตาจึงเป็นเสมือนการปลุกเร้าทางจิตวิญญาน สะท้อนการเดินทางส่วนตัวของศิลปินในการสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่สืบต่อจากบรรพชน และเสรีภาพในการนิยามตัวตนของตนเอง
สำหรับนิทรรศการ RESONANCE ศิลปินได้เลือกใช้ผ้าไหมและสิ่งทอที่คัดสรรมาจากคลังผ้าของ Jim Thompson เป็นสื่อหลักในการสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อสำรวจภาวะคู่ตรงข้ามระหว่างความคุ้นเคยและความแปลกแยก ซึ่งปรากฏอยู่ตลอดการศึกษาประวัติศาสตร์สิ่งทอและแนวคิดสตรีนิยมร่วมสมัยของเธอ นิทรรศการนี้จึงเป็นทั้งบทสนทนากับมรดกงานหัตถศิลป์ไทย และการเฉลิมฉลองต่อประวัติศาสตร์ผ้าไหมไทยในฐานะภาษาทางวัฒนธรรมที่ยังคงมีชีวิตอยู่เสมอ มากไปกว่านั้น ด้วยประสบการณ์ชีวิตของศิลปินที่เคลื่อนผ่านทั้งเกาหลี ยุโรป อเมริกาเหนือ รวมไปถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภาษาทางศิลปะของศิลปินจึงสะท้อนความละเอียดอ่อน เชื่อมร่องรอยอดีตและความร่วมให้ประสานสัมพันธ์กัน
สิ่งทอทั้งหมดในนิทรรศการถูกคัดสรรมาจากคลังผ้าสะสม โดยเลือกจากคุณลักษณะเฉพาะตัวและเรื่องราวเชิงทัศนศิลป์ที่แฝงอยู่ในผ้าแต่ละผืน ในขณะเดียวกันองค์ประกอบอย่าง “พัด” ซึ่งปรากฏในทุกผลงาน ยังทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นหญิงและเสรีภาพของผู้หญิงอีกด้วย
ในหน้าประวัติศาสตร์ พัดมักถูกมองว่าเป็นวัตถุที่เชื่อมโยงกับความอ่อนโยนและความเป็นสตรี แต่ในนิทรรศ RESONANCE พัดกลับถูกตีความใหม่ในฐานะสัญลักษณ์ของการดำรงอยู่ที่เงียบงามแต่ทรงพลัง ช่วยขับเน้นจังหวะอันพลิ้วไหวและมิติการเคลื่อนไหวของผืนผ้า เกิดเป็นภาวะคู่ตรงข้ามระหว่างหยินและหยาง อีกทั้งศิลปินยังใช้โพลียูรีเทนและเส้นใยไนลอนเพื่อสร้างมิติพลิ้วไหวให้แก่ผลงาน ราวกับมีกระแสพลังงานที่มองไม่เห็นไหลเวียนอยู่ภายในแต่ละชิ้น
ศิลปินกล่าวเพิ่มเติมว่า “พัดนั้นเป็นวัตถุที่สะท้อนตัวตนของฉันได้อย่างลึกซึ้ง เพราะมันมีรากอยู่ในประวัติศาสตร์ยุคราชวงศ์โชซอนของเกาหลี และในอดีต พัดไม่ได้เป็นสิ่งของใช้สอยเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งสถานะ และเป็นพื้นที่ที่นักปราชญ์ใช้แสดงออกถึงรสนิยมผ่านบทกวีและภาพทิวทัศน์ ฉันเพิ่งตระหนักว่าองค์ประกอบทางศิลปะโบราณเหล่านี้ฝังอยู่ในความทรงจำของฉันมาโดยตลอด พัดจึงกลายเป็นพื้นที่แห่งการแสดงออก เป็นสะพานเชื่อมระหว่างรากเหง้าของฉันกับงานศิลปะที่กำลังสร้างขึ้นในปัจจุบัน”
ชื่อของนิทรรศการ RESONANCE นั้นได้รับแรงบันดาลใจจากวัยเด็กของศิลปินที่เติบโตขึ้นระหว่างเกาหลีและอเมริกาเหนือ สองโลกที่ดูแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่กลับหลอมรวมเป็นความทรงจำร่วมอันงดงาม เสมือนบทประสานเสียงที่ก้องสะท้อนผ่านช่วงเวลา ความสัมพันธ์ และประสบการณ์อันเปราะบางของชีวิต ความรู้สึกเหล่านี้เองที่ศิลปินพยายามถ่ายทอดผ่านผลงาน เพื่อแสวงหาความกลมกลืนซึ่งสามารถสั่นสะเทือนไปถึงหัวใจและจิตวิญญาณของผู้คน ที่ซึ่งความงามมิได้เป็นเพียงสิ่งที่มองเห็น แต่คือประสบการณ์ร่วมที่เปิดพื้นที่ใหม่แห่งการรับรู้ การตีความ และการเชื่อมโยงระหว่างกัน
ในฐานะนิทรรศการที่ให้ความสำคัญต่อแนวคิดด้านความยั่งยืนและการสนับสนุนศักยภาพของผู้หญิง รายได้ส่วนหนึ่งจากนิทรรศการ RESONANCE จะนำไปมอบให้แก่ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร Inspiring Girls Thailand ที่สนับสนุนเยาวชนหญิงจากชุมชนที่ขาดโอกาสให้สามารถเดินตามเส้นทางความคิดสร้างสรรค์และความฝันของตนเองต่อไปได้ โดยสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน https://www.inspiring-girls-th.com/
ศิลปิน Julie H.C.
Julie H.C. เป็นศิลปินสิ่งทอชาวเกาหลีใต้ผู้พำนักและทำงานอยู่ในกรุงเทพมหานคร ผลงานของเธอสำรวจความสัมพันธ์ระหว่าง วัสดุ การเคลื่อนไหว และ ความหมาย ผ่านกระบวนการสร้างสรรค์แบบสื่อผสมที่มุ่งสู่การตั้งคำถามเชิงลึกต่อประวัติศาสตร์สิ่งทอและการรักษามรดกทางวัฒนธรรม ด้วยการนำโครงสร้างของพัดแบบดั้งเดิมมาผสานเข้ากับผ้าทอ ผ่านเทคนิคการเย็บและการประกอบสร้างอันประณีต เพื่อแปรเปลี่ยนองค์ประกอบดั้งเดิมให้กลายเป็นภาษาทางศิลปะร่วมสมัยที่มีมิติทั้งทางกายภาพและอารมณ์ความรู้สึก
ด้วยความที่ศิลปินมีประสบการณ์ชีวิตที่เชื่อมโยงระหว่างเกาหลี ยุโรป อเมริกาเหนือ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภาษาทางศิลปะของเธอจึงสะท้อนความละเอียดอ่อนต่อทั้งร่องรอยของอดีต และสภาวะร่วมสมัยไปพร้อมกัน การเลือกใช้สิ่งทอที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน รวมถึงการทำงานร่วมกับแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและลวดลายที่มีนัยเชิงสัญลักษณ์ ทำให้ผลงานของเธอกลายเป็นพื้นที่สนทนาระหว่างประวัติศาสตร์ ความทรงจำ และการแสดงออกทางศิลปะในปัจจุบัน
ภัณฑารักษ์ Camilla Russell
Camilla Russell เป็นภัณฑารักษ์อิสระลูกครึ่งไทย–อเมริกัน ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปีในแวดวงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เชิงพาณิชย์ ครอบคลุมทั้งธุรกิจการประมูลงานศิลปะระดับนานาชาติ การบริหารแกลเลอรีศิลปะ และอุตสาหกรรมการบริการ เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้าน Art Business จาก Sotheby’s Institute of Art ในนครนิวยอร์ก
ตลอดเส้นทางการทำงาน Camilla เคยดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำ Sotheby’s Hong Kong ที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลการเปิดตัวของ Over the Influence Bangkok และเคยทำงานในตำแหน่ง Client Advisor ให้แก่ Christie’s Thailand ประสบการณ์ที่เชื่อมโยงทั้งโลกศิลปะเชิงสถาบัน ตลาดศิลปะร่วมสมัย และบริบทวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้แนวทางการทำงานของเธอโดดเด่นด้วยมุมมองที่เปิดกว้างและความเข้าใจต่อบทสนทนาระหว่างศิลปะร่วมสมัยกับบริบททางสังคมและวัฒนธรรม โดยปัจจุบัน เธอพำนักและทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
