โรชไดแอกโนสติกส์เข้าร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์สำคัญในความร่วมมือแบบพหุภาคีภายใต้การนำของ The Task Force for Global Health และมูลนิธิตับแห่งประเทศไทย ในการนำแนวทาง Simplified Linkage to Care ของ WHO ปี 2024 และโครงการวิจัย Thai-B มาใช้เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีผู้ป่วยรายใดหลุดจากระบบระหว่างกระบวนการตรวจวินิจฉัยและการรักษา
กรุงเทพฯประเทศไทย : จังหวัดพิจิตร เปิดตัว โครงการขับเคลื่อนการกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบบีและซีหรือ “พิจิตรโมเดล” อย่างเป็นทางการ ในฐานะโครงการสาธารณสุขสำคัญ ที่ถูกวางให้เป็นต้นแบบระดับประเทศของไทย และมีศักยภาพในการเป็นต้นแบบระดับโลกด้านปฏิบัติการ พลิกโฉมระบบสาธารณสุข สู่เป้าหมายพิจิตรปลอดไวรัสตับอักเสบบี (HBV) และซี (HCV)
โครงการฯ ได้รับการประกาศโดย ภาคีความร่วมมือเพื่อการกำจัดโรคตับอักเสบสากล (Coalition for Global Hepatitis Elimination) ภายใต้การนำของ The Task Force for Global Health และมูลนิธิตับแห่งประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตรกระทรวงสาธารณสุของค์การเภสัชกรรม (GPO) และ โรชไดแอกโนสติกส์ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์สำคัญ โดยโครงการ มีเป้าหมายตรวจคัดกรองประชาชนจังหวัดพิจิตรที่เกิดก่อนปี 2535 ทั้งหมด 238,716 คน ภายในปี 2571 พร้อมผลักดันให้ผู้ที่ตรวจพบเชื้อทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาและได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยไม่หลุดออก จากระบบสาธารณสุข
มะเร็งตับและท่อน้ำดี เป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งอันดับหนึ่งของชายไทย และเป็นมะเร็งที่คร่าชีวิตประชากร มากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ในจังหวัดพิจิตร โดยสาเหตุสำคัญส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซีเรื้อรัง รวมถึงการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับจากการกินปลาน้ำจืดดิบ ซึ่งโรคเหล่านี้มักดำเนินไปอย่างเงียบ ๆ นานหลายสิบปี โดยไม่แสดงอาการในระยะแรก
“อุดรอยรั่ว” แนวทางยกระดับการส่งต่อผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษา
หัวใจสำคัญของพิจิตรโมเดล คือความมุ่งมั่นที่จะ “อุดรอยรั่ว” ในเส้นทางการดูแลผู้ป่วย ตั้งแต่ขั้นตอนการคัดกรองไปจนถึงการเริ่มต้นรักษา ปัจจุบัน ในประเทศไทย มีผู้ที่ตรวจพบเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเพียงประมาณครึ่งหนึ่งเท่านั้น ที่สามารถเข้าสู่กระบวนการรักษาหลังได้รับการวินิจฉัย ซึ่งสะท้อนถึงช่องว่างสำคัญของระบบสาธารณสุขที่โครงการนี้มุ่งเข้ามาแก้ไข โดยความร่วมมือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์วิจัยเชิงปฏิบัติการด้านไวรัสตับอักเสบบี (COR-HEPB) ภายใต้ภาคีเครือข่ายเพื่อการกำจัดไวรัสตับอักเสบโลก
พิจิตรโมเดลได้นำแนวทางการส่งต่อผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาแบบลดขั้นตอนขององค์การอนามัยโลกปี 2024 (WHO 2024 Simplified Linkage to Care guidelines) มาใช้ควบคู่กับระบบข้อมูลสุขภาพดิจิทัล Thai-B เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยทุกราย ที่มีผลตรวจเป็นบวกจะได้รับการวินิจฉัย ประเมินอาการ และเริ่มต้นการรักษาอย่างทันท่วงที นอกจากนี้ การนำเกณฑ์ประเมินความจำเป็นในการรักษาที่เรียบง่ายอย่างดัชนี APRI (ค่าอัตราส่วนระหว่างเอนไซม์ AST กับเกล็ดเลือด) มาใช้ช่วยให้แพทย์สามารถเริ่มให้ยาต้านไวรัส ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดระยะเวลาตั้งแต่การคัดกรองไปจนถึงการรักษาให้สั้นลง
“ในทุกขั้นตอนของกระบวนการรักษาแบบเดิม เราสูญเสียผู้ป่วยระหว่างทางอยู่เสมอ ‘พิจิตรโมเดล’ จึงถูกออกแบบมาเพื่อปิดทุกช่องว่าง ตั้งแต่การตรวจคัดกรองด้วยการเจาะเลือดปลายนิ้วที่หน่วยบริการ สาธารณสุขระดับตำบล ไปจนถึงการติดตามดูแลระยะยาวตลอดชีวิต เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีผู้ป่วยที่ต้องการ การรักษาถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” ศ.นพ.ทวีศักดิ์ แทนวันดี เลขาธิการมูลนิธิตับแห่งประเทศไทยกล่าว
การรักษาไวรัสตับอักเสบคือการป้องกันมะเร็งตับ
ไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังถือเป็น “ภัยเงียบ” ที่อยู่เบื้องหลังวิกฤตมะเร็งตับของประเทศไทย โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการ จนกระทั่งโรคลุกลามไปสู่ภาวะตับแข็งหรือมะเร็งตับ และหลายคนเพิ่งทราบว่าติดเชื้อเมื่อสายเกินไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันอย่างชัดเจนว่า การรักษาด้วยยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่องในผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งตับได้สูงสุดถึงร้อยละ 80 ขณะที่ไวรัสตับอักเสบซี สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยารับประทานภายในระยะเวลา 12 สัปดาห์ โดยมีอัตราความสำเร็จสูงถึงร้อยละ 99.8 ซึ่งปัจจุบันผลิตในประเทศโดยองค์การเภสัชกรรม และหากผู้ป่วยได้รับการรักษาก่อนเกิดภาวะตับแข็ง ก็สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง เช่นเดียวกับผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังที่รับประทานยาเพียงวันละ 1 เม็ดเพื่อป้องกันมะเร็งตับ ซึ่งผลลัพธ์ด้านการยืดอายุและการรอดชีวิตนั้นมีนัยสำคัญอย่างมาก การรักษาไวรัสตับอักเสบ จึงถือเป็นแนวทางสำคัญในการป้องกันมะเร็งตับ อย่างแท้จริง” ศ.นพ.ทวีศักดิ์ แทนวันดี กล่าว
พิจิตรโมเดล: ต้นแบบระดับโลกที่เกิดจากความร่วมมือของคนในพื้นที่
หัวใจสำคัญที่ทำให้ “พิจิตรโมเดล” โดดเด่นและแตกต่าง ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีหรือเม็ดเงินงบประมาณ หากแต่คือ “บุคลากร” ในพื้นที่ ความสำเร็จของโครงการนี้ขับเคลื่อนด้วยเครือข่ายด่านหน้าอย่าง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) พยาบาลชุมชน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับตำบล ทีมโรงพยาบาลชุมชน ตลอดจน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับจังหวัด ที่ร่วมมือกันเป็นกลไกสำคัญในการดูแล และติดตามผู้ป่วยทุกรายอย่างต่อเนื่อง
“จังหวัดพิจิตร กำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับโลก ปัจจุบัน มีประชากรทั่วโลกกว่า 250 ล้านคน ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับเชื้อไวรัสตับอักเสบบี โดยส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย และมีความเสี่ยงต่อการพัฒนา ไปสู่โรคมะเร็งตับ โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการที่ทดสอบโมเดลการดูแลรักษาที่เรียบง่าย แต่สามารถขยายผล ได้จริงแบบนี้ มีอยู่น้อยมากในโลก บทเรียนที่เราได้เรียนรู้จากพิจิตรโมเดล จะช่วยรักษาชีวิตผู้คนในทุกๆ ประเทศที่กำลังขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายขององค์การอนามัยโลก (WHO) ในการกำจัดไวรัสตับอักเสบให้หมดไปภายในปี 2030”ดร. จอห์นวาร์ด ผู้อำนวยการภาคีเครือข่ายเพื่อการกำจัดไวรัสตับอักเสบโลกภายใต้องค์กร Task Force for Global Health กล่าว
โรชไดแอกโนสติกส์: ร่วมยกระดับการคัดกรองผ่านการสนับสนุนเชิงยุทธศาสตร์
ในฐานะพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์สำคัญ บริษัทโรชไดแอกโนสติกส์ได้เข้ามาสนับสนุนด้านการตรวจวินิจฉัย เพื่อขับเคลื่อนการคัดกรองเชิงรุกในจังหวัดพิจิตร ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนน้ำยาตรวจสำหรับการตรวจหาปริมาณไวรัส (HBV Viral Load) การตรวจปริมาณโปรตีนผิวเปลือกของไวรัสตับอักเสบบี (Quantitative HBsAg) และตัวบ่งชี้ทางการวินิจฉัยอื่นๆ ที่จำเป็นในชุดตรวจวินิจฉัยที่ครอบคลุมของโครงการฯ
แม้ว่าการตรวจวินิจฉัยบางรายการจะมีให้บริการอยู่แล้วในระบบสุขภาพตามปกติ แต่การสนับสนุนเชิงยุทธศาสตร์ จากโรชในครั้งนี้ ช่วยเพิ่มศักยภาพการเข้าถึงการตรวจสารบ่งชี้ขั้นสูง เช่น การตรวจปริมาณไวรัสและการตรวจ ปริมาณโปรตีนผิวเปลือกของไวรัสในระดับท้องถิ่น ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดสำคัญในการวินิจฉัยที่แม่นยำ และการตัดสินใจรักษาที่ทันท่วงที ส่งผลให้พิจิตรโมเดลสามารถดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุม กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่กว่า 238,000 ราย ภายในปี 2028
“ที่โรช ไดแอกโนสติกส์ เราเชื่อว่านวัตกรรมที่แท้จริงไม่ใช่เพียงแค่การพัฒนาเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่คือการสร้างหลักประกันว่าเทคโนโลยีนั้นจะเข้าถึงชุมชนที่ต้องการมากที่สุด เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ทำหน้าที่เป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ในโครงการพิจิตรโมเดล โดยทำงานร่วมกับพันธมิตรในภาคส่วนต่างๆ เพื่อสร้างระบบการตรวจวินิจฉัยที่ไร้รอยต่อ และสามารถขยายผลได้จริง การเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการตรวจสารบ่งชี้ที่ สำคัญในระดับท้องถิ่นนี้ ถือเป็นการช่วยลดช่องว่างเชิงระบบ ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และท้ายที่สุดคือการช่วยผลักดันให้โรคมะเร็งตับเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้มากยิ่งขึ้น” คุณมิไฮอิรีเมสซูกรรมการผู้จัดการบริษัทโรชไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าว
ขณะนี้ “พิจิตรโมเดล” กำลังเดินหน้าอย่างเต็มตัวในโรงพยาบาลทั้ง 12 แห่ง รวมถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทุกอำเภอทั่วจังหวัดพิจิตร โดยการตรวจคัดกรองและการรักษาได้รับความคุ้มครองตามสิทธิการรักษา โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วย หากคุณเป็นผู้ที่เกิดก่อนปีพ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) ขอเชิญเข้าร่วมโครงการพิจิตรโมเดล “ตรวจฟรีรักษาฟรี“ ร่วมปกป้องตับของคุณในวันนี้ เพื่ออนาคตที่ดีในวันข้างหน้า สำหรับผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นมะเร็งตับ ตับแข็ง หรือไวรัสตับอักเสบ สามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองได้ โดยไม่จำกัดปีเกิด
ลิงค์วีดีโอ:
อ้างอิง
- Clinical Guidelines & Technical Systems:
- World Health Organization (WHO) 2024 Simplified Linkage to Care Guidelines. https://iris.who.int/server/api/core/bitstreams/1472d85a-79c3-4882-a03a-daf4480ee33a/content access dated 13 May 2026
- Thai-B Digital Health Information System https://cor-hepb.org/research-studies/thai-b-study-thailand access dated 13 May 2026.
เกี่ยวกับภาคีเครือข่ายเพื่อการกำจัดไวรัสตับอักเสบโลก (Coalition for Global Hepatitis Elimination)
ภาคีเครือข่ายเพื่อการกำจัดไวรัสตับอักเสบโลก เป็นการดำเนินงานภายใต้ Task Force for Global Health โดยเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่รวบรวมพันธมิตรจากทั่วโลกเพื่อร่วมกันบรรลุเป้าหมายในการกำจัดไวรัสตับอักเสบให้หมดไปทั่วโลก ภาคีเครือข่ายฯ มุ่งสนับสนุนศักยภาพในระดับท้องถิ่นผ่านการขยายฐานความรู้ที่จำเป็น การให้ความช่วยเหลือทางวิชาการ ตลอดจนการขับเคลื่อนความร่วมมือเพื่อบรรลุเป้าหมายการกำจัดโรค สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.globalhep.org/
เกี่ยวกับศูนย์วิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อการกำจัดไวรัสตับอักเสบบี (COR-HEPB)
ในปี ค.ศ. 2025 พันธมิตรเพื่อการกำจัดไวรัสตับอักเสบระดับโลก (The Coalition for Global Hepatitis Elimination) ได้จัดตั้ง ศูนย์วิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อการกำจัดไวรัสตับอักเสบบี (Center for Operational Research on Hepatitis B หรือ COR-HEPB) ขึ้น เพื่อเร่งขับเคลื่อนความคืบหน้าในการกำจัดไวรัสตับอักเสบบีให้หมดไป COR-HEPB ถือเป็นศูนย์รวมงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแห่งแรกของโลกที่อุทิศตนเพื่อพัฒนาการดูแลรักษาผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีในกลุ่มประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง โดยศูนย์ฯ ได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในท้องถิ่น เพื่อผลิตงานวิจัยที่ใช้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ สำหรับนำไปใช้ปิดช่องว่างสำคัญในการตรวจหาเชื้อ การดูแลรักษา และการบำบัดรักษาโรคไวรัสตับอักเสบบี
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ COR-HEPB ได้ที่ https://cor-hepb.org/
เกี่ยวกับมูลนิธิโรคตับแห่งประเทศไทย (The Liver Foundation of Thailand)
มูลนิธิโรคตับแห่งประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2546 โดยเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่จดทะเบียนจัดตั้งอย่างถูกต้อง มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคตับให้แก่ประชาชนชาวไทย พร้อมทั้งรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ และส่งเสริมการเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสมอย่างเท่าเทียม มูลนิธิฯ ทำงานประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลและสถาบันพันธมิตรต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลด้านสุขภาพตับที่ทันสมัยและน่าเชื่อถือสำหรับผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทั่วไป สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://thailiverfoundation.org/
เกี่ยวกับโรช
โรช (SIX: RO, ROP; OTCQX: RHHBY) เป็นบริษัทด้านการดูแลสุขภาพที่ผสานความเชี่ยวชาญด้านการวินิจฉัย ยา และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยป้องกัน ชะลอ และรักษาโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โรชก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1896 ในเมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตยาที่มีชื่อเสียงรายแรกๆ และเติบโตขึ้นจนเป็นบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพที่ใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งยังเป็นผู้นำระดับโลกในด้านการวินิจฉัยภายนอกร่างกาย โรชแสวงหาความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์ ในการคิดค้น และพัฒนายา
รวมถึงการวินิจฉัย เพื่อยกระดับและช่วยชีวิตผู้คนทั่วโลก โรชยังเป็นผู้บุกเบิกด้านการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลและต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการให้บริการด้านสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น เพื่อผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ เพื่อการดูแลผู้ป่วยทุกคนอย่างดีที่สุด โรชร่วมมือกับผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก เพื่อร่วมผนึกกำลังผสมผสานจุดแข็งในด้านการวินิจฉัยและเภสัชกรรมเข้ากับข้อมูลเชิงลึกจากการปฎิบัติงานทางคลินิก
เพื่อเป็นการตระหนักถึงความพยายามของเราในการดำเนินงานตามมุมมองภาพรวมระยะยาวในทุกสิ่งที่เราทำ
โรชได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีความยั่งยืนมากที่สุดในอุตสาหกรรมยาโดยดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์เป็นปีที่ 15 ติดต่อกันรางวัลนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของเราในการยกระดับการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ร่วมมือกับพันธมิตรในท้องถิ่นของทุกประเทศที่เราทำงาน
Genentech บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพในสหรัฐอเมริกาเป็นสมาชิกของโรช กรุ๊ป โดยมีโรชเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท ชูไก ฟาร์มาซูติคอล จำกัด ประเทศญี่ปุ่น
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.roche.com
เครื่องหมายการค้าทั้งหมดที่ใช้หรือถูกอ้างถึงในแถลงการณ์ฉบับนี้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
