ไทวัสดุ ผู้นำธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้าน
ภายใต้บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมกับโครงการเซ็นทรัล ทำ โครงการด้าน
ความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล และมูลนิธิรักสัตว์ป่า ขับเคลื่อนความยั่งยืนใต้ท้องทะเลไทยต้อนรับ
วันสิ่งแวดล้อมโลก เดินหน้าโครงการ ‘Reef Revival กิจกรรมสร้างบ้านปะการังจากวัสดุเหลือใช้ สู่ชีวิตใหม่
ใต้ท้องทะเล’ ผ่านนวัตกรรมปะการังเทียมและแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อร่วมฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลไทยที่กำลังเผชิญความเปราะบางจากภาวะโลกร้อน พร้อมจัดกิจกรรมจิตอาสาสร้างบ้านปะการัง เปิดโอกาสให้พนักงานไทวัสดุ บีเอ็นบี โฮม และออโต้วัน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการคืนชีวิตให้ท้องทะเลไทย
โดยตั้งเป้าครอบคลุมพื้นที่ใต้ทะเลกว่า 10,000 ตารางเมตร สอดคล้องกับปรัชญา CRC Care
for the Environment และแนวคิดวันสิ่งแวดล้อมโลก 2569 ของ UNEP ภายใต้ธีม ‘Inspired by Nature.
For Climate. For Our Future.’ ที่มุ่งขับเคลื่อนการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศโดยมีธรรมชาติ
เป็นแรงบันดาลใจ

คุณธนวัฒน์ จิรังคพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทซีอาร์ซีไทวัสดุจำกัดในเครือเซ็นทรัลรีเทลกล่าวว่า“ท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศและปัญหาปะการังฟอกขาวที่ทวีความรุนแรงขึ้น สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลกำลังสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัยจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น ไทวัสดุ ในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้าน จึงต้องการนำความเชี่ยวชาญด้านวัสดุและงานก่อสร้าง มาต่อยอดสู่การฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล ผ่านโครงการ ‘Reef Revival กิจกรรมสร้างบ้านปะการังจากวัสดุเหลือใช้สู่ชีวิตใหม่ใต้ท้องทะเล’ ที่ดำเนินโครงการร่วมกับเซ็นทรัล ทำ “ไทวัสดุอาจคุ้นเคยกับการสร้างบ้านและพื้นที่สำหรับผู้คนแต่ครั้งนี้เรากำลังใช้ความเชี่ยวชาญเดียวกันมาร่วมสร้าง ‘บ้านหลังใหม่’ ให้กับธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล”
ในเฟสแรกของโครงการ ไทวัสดุได้สนับสนุนวัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็น อาทิ ปูนซีเมนต์ ทราย หินอุปกรณ์ก่อสร้าง รวมถึงวัสดุเหลือใช้จากเปลือกหอย พร้อมเปิดพื้นที่ลานจอดรถในร่ม ณ ไทวัสดุ สาขาบางนา ขนาดกว่า 350 ตารางเมตร เพื่อจัดกิจกรรม Workshop “ปั้นโขดปะการัง” ร่วมกับวิทยากร
จากมูลนิธิรักสัตว์ป่า เปิดโอกาสให้ผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาจากไทวัสดุ บีเอ็นบี โฮม และออโต้วัน
กว่า 30 คน ได้ร่วมลงแรงสร้างโครงสร้างบ้านปะการังเทียม ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของการฟื้นฟู
ระบบนิเวศทางทะเล ก่อนนำไปติดตั้งจริงในพื้นที่จังหวัดระยองและสุราษฎร์ธานีต่อไป
โครงสร้างปะการังเทียมดังกล่าว เป็นสูตรนวัตกรรมผสมเปลือกหอยและไบโอชาร์ วัสดุคาร์บอนจาก
ชีวมวลทางการเกษตร ที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่ เพิ่มพื้นผิวสำหรับการยึดเกาะของตัวอ่อนปะการังตามธรรมชาติ และช่วยกักเก็บคาร์บอนบางส่วนไว้ภายในโครงสร้าง โดยตั้งเป้าช่วยเพิ่มพื้นที่เกาะอาศัยของตัวอ่อนปะการังได้กว่า 32 ตารางเมตร และรองรับการตั้งถิ่นฐานใหม่ของปะการังได้มากกว่า 400 ตัว ความร่วมมือครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมจิตอาสา แต่ยังสะท้อนถึงการนำความเชี่ยวชาญด้านวัสดุและงานก่อสร้างของ
ไทวัสดุ รวมถึงศักยภาพของบุคลากร มาร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสิ่งแวดล้อม และร่วมฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลไทยในระยะยาว” คุณธนวัฒน์กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน คุณแนนซี่ ลิน กิ๊บสัน ผู้ก่อตั้งมูลนิธิรักสัตว์ป่า (Love Wildlife Foundation)
หนึ่งในพันธมิตรหลักร่วมกับศูนย์วิจัยนิเวศวิทยาทางทะเลอ่าวไทย (ATMEC) และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวถึงหัวใจของการดำเนินงานว่า “ปัจจุบันวิกฤตปะการังฟอกขาวในไทยทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี จากงานวิจัยพบว่าการฟื้นฟูแบบเดิมอย่างการปลูกปะการังแบบกิ่ง แม้จะโตเร็วแต่ก็เปราะบางต่อโรคและอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น มูลนิธิฯ จึงได้ผสานวิธีการใช้ฐานปูนหรือบ้านปะการังเทียม (Substrate) ควบคู่กัน เพื่อเป็นการสร้างฐานให้ตัวอ่อนหรือลูกปะการังตามธรรมชาติมาเกาะเอง ซึ่งวิธีนี้แม้จะเติบโตช้ากว่า แต่จะมีความทนทานต่อโรคและการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิได้ดีกว่า เพราะเป็นกระบวนการคัดเลือกโดยธรรมชาติ
ที่ทำให้เฉพาะตัวที่แข็งแรงที่สุดเท่านั้นที่จะอยู่รอด จากโจทย์นี้เราจึงได้ร่วมมือกับ กลุ่มเซ็นทรัล ดึงเอา
องค์ความรู้ของมูลนิธิฯ มาผสานเข้ากับศักยภาพด้านวัสดุ อุปกรณ์ และพลังเครือข่ายของกลุ่มเซ็นทรัล
เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมให้สังคมตระหนักถึงวิกฤตนี้ในวงกว้าง โดยตั้งอยู่บนหัวใจสำคัญของการทำงานอนุรักษ์ซึ่งประกอบด้วย 3 สิ่ง คือ หนึ่ง ต้องทำบนฐานข้อมูลวิชาการ เพื่อวิธีที่ถูกต้อง สอง อย่าหยุดเรียนรู้และปรับปรุง พร้อมเปิดรับแนวทางใหม่ที่ให้ผลลัพธ์ดีกว่า และสาม การลงมือทำต้องควบคู่กับความเข้าใจ
โดยศึกษาให้ลึกซึ้งก่อนเริ่ม เพื่อให้ทุกหยาดเหงื่อและทรัพยากรที่ลงแรงไปเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อธรรมชาติอย่างแท้จริง”
“การฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลเป็นเรื่องที่รอไม่ได้ และไม่สามารถสำเร็จได้ด้วยใครคนใดคนหนึ่ง
การสร้างบ้านที่ปลอดภัยให้กับระบบนิเวศใต้ท้องทะเลจึงต้องอาศัยการลงมือทำตั้งแต่วันนี้ กิจกรรมการสร้างบ้านให้ปะการังในครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ซึ่งเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พลังเล็ก ๆ จากพนักงานทุกคนที่
ร่วมมือกันหล่อปั้นบ้านปะการังในวันนี้ จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนครั้งสำคัญที่สร้างแรงบันดาลใจให้สังคม
หันมาร่วมกันปกป้องธรรมชาติ และลงมือสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสิ่งแวดล้อม
และคืนความสมบูรณ์และส่งต่อท้องทะเลไทยที่ยั่งยืนให้แก่คนรุ่นหลัง” คุณธนวัฒน์กล่าวสรุป
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม และกิจกรรมดี ๆ ได้ที่ไทวัสดุ และบีเอ็นบี โฮม www.thaiwatsadu.com Facebook Fanpage: Thai Watsadu และ LINE Official: @Thaiwatsadu หรือ โทร. 1308 และ BnB home: www.bnbhome.com , LINE Official: @bnbhometh , Facebook: BnB home หรือ โทร. 1308
